ตอนที่ 21 ชายชราปริศนา
แสงไฟหน้ารถ SUV สาดส่องผ่านม่านหมอกจางๆ กระทบร่างของชายชราที่ยืนตระหง่านอยู่กลางถนนลูกรังที่เงียบสงัด บรรยากาศรอบข้างสงบนิ่งจนผิดปกติ แม้แต่เสียงแมลงกลางคืนที่เคยระงมก็เงียบหายไปราวกับถวายความเคารพต่อผู้มาเยือน ธีรภพก้าวลงจากรถช้าๆ มือขวายังคงกุมด้ามดาบนิรันดร์โลหิตไว้แน่น แม้เนตรอสูรจะยังหลับใหลแต่สัญชาตญาณในกายเขากลับกรีดร้องว่าชายตรงหน้า “ไม่ใช่คนธรรมดา”
ชายชราสวมชุดหม้อห้อมสีซีดจนเกือบขาว ผมและเคราสีเงินยวงยาวระอก ิัเหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงดูมีพลังอย่างประหลาด ที่ไหล่ข้างซ้ายมีนกฮูกสีขาวนวลเกาะอยู่ ดวงตาของมันจ้องมองธีรภพด้วยแววตาที่ดูฉลาดหลักแหลมเกินกว่าสัตว์ป่า
“มาถึงเสียทีนะ เ้าหนูผู้แบกรับคำสาป”
เสียงของชายชราไม่ได้หลุดออกมาจากปาก แต่มันก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ที่นั่น
“คุณเป็ใคร แล้วรู้ได้ยังไงว่าเราจะมาทางนี้” ธีรภพถามพลางส่งสัญญาณให้ลลินทิพย์และน่านฟ้าระวังตัว
“ข้าคือใครนั้นไม่สำคัญเท่ากับเ้าเป็ใครในตอนนี้” ชายชราก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ไม้เท้าไม้ไผ่ของเขากระทบพื้นดินดังกึก... กึก... ทุกจังหวะที่ไม้เท้าััพื้น ธีรภพรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่สงบนิ่งแต่ล้ำลึกแผ่กระจายออกมา
“ตามข้ามาสิ หากพวกเ้าไม่อยากให้เงาของเ้าพี่ชายตามมาทันที่นี่”
ชายชราหันหลังเดินนำเข้าไปในทางแยกเล็กๆ ที่มองแทบไม่เห็นหากไม่ได้สังเกต
“เดี๋ยวครับ เราจะเชื่อใจเขาได้ยังไง” ภาคินกระซิบพลางถือกล้องเตรียมพร้อม
“เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วภาคิน” ธีรภพตอบ แววตาจ้องมองที่หลังของชายชรา
“พลังของเขา มันเหมือนกับพลังของปู่ แต่ดูโบราณและบริสุทธิ์กว่ามาก”
ทั้งสี่คนเดินตามชายชราเข้าไปในป่ารกครึ้มเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ทัศนียภาพรอบข้างก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากป่ารกกลายเป็ทุ่งดอกไม้สีขาวโพลนที่เรืองแสงจางๆ ภายใต้แสงจันทร์ ใจกลางทุ่งนั้นมีเรือนไม้โบราณหลังเล็กตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีรั้วกั้น ไม่มีอาคมประหลาดตา แต่กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
“ที่นี่คือ อาศรมไร้ลักษณ์” ชายชราหยุดยืนหน้าเรือน “ที่นี่ไม่มีนรก ไม่มี์ มีเพียงความจริงที่พวกเ้าโหยหา”
เมื่อทุกคนนั่งลงบนชานเรือนไม้ ชายชราก็นำน้ำชาสมุนไพรมาวางให้ น่านฟ้าพยายามจะใช้หุ่นพยนต์ตรวจสอบหาพิษ แต่หุ่นพยนต์ลวดทองแดงของเขากลับนอนนิ่งสนิทอยู่ในย่ามราวกับถูกสะกดด้วยอำนาจที่เหนือกว่า
“ไม่ต้องเสียเวลาหรอกเ้าหนูหุ่นพยนต์ ที่นี่อาคมสายทำร้ายทำงานไม่ได้” ชายชราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมามองธีรภพ “เ้าคงสงสัยสินะ ว่าเหตุใดแฝดศราวิญญ์ถึงต้องถูกแยกออกจากกัน”
ธีรภพวางผ้าพันแผลเนตรอสูรลง “ปู่บอกว่าเพื่อปกป้องผม แต่ตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่น่าสงสารกว่ากัน ระหว่างผมที่อยู่กับความลวง หรือธีรเทพที่อยู่กับความแค้น”
ชายชราถอนหายใจยาว พลางใช้นิ้วชี้วาดลงบนอากาศ ปรากฏภาพเงาสะท้อนของเด็กทารกสองคนในมิติที่บิดเบี้ยว
“ตระกูลศราวิญญ์ไม่ได้เป็เพียงผู้สืบทอดตราประทับ แต่พวกเ้าคือภาชนะตราประทับต้องห้ามมีพลังมหาศาลเกินกว่าที่จิติญญาดวงเดียวจะรับไหว บรรพชนจึงต้องแบ่งตราออกเป็สองซีก คือ ซีกสุริยัน และ ซีกจันทรานิล”
“ธีรภพครองซีกสุริยัน ส่วนธีรเทพครองซีกจันทรานิลใช่ไหมคะ” ลลินทิพย์ถาม
“ถูกต้อง แต่มันมีข้อแม้ที่โหดร้าย” ชายชราหรี่ตาลง “ซีกจันทรานิลจะกัดกินผู้ให้กลายเป็อสูร เพื่อคานอำนาจไม่ให้ซีกสุริยันแผดเผาโลกจนมอดไหม้ พูดง่ายๆ คือ ธีรเทพถูกกำหนดมาให้เป็ขยะที่รองรับความมืดมิดทั้งหมดของตระกูล เพื่อให้ธีรภพเติบโตขึ้นมาในฐานะผู้กอบกู้”
ธีรภพกำหมัดแน่นจนสั่น “หมายความว่า ธีรเทพไม่ได้เลือกที่จะเป็ปีศาจ แต่ถูกตระกูลเรายัดเยียดให้เป็งั้นเหรอ”
“นั่นคือความจริงที่ปู่ของเ้าแบกรับไว้จนวันตาย” ชายชราพยักหน้า “และการที่ธีรเทพหนีออกมาจากนรกได้ในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เื่บังเอิญ แต่มันคือการทวงคืนความเป็ธรรมที่เขาคิดว่าเขาควรได้รับ”
“ถ้าอย่างนั้น ผมควรจะทำยังไง ยอมให้เขาฆ่าเพื่อชดใช้เหรอ” ธีรภพถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“การตายของเ้าไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากจะทำให้ธีรเทพกลายเป็จอมมารที่ไร้ผู้ต้าน”
ชายชราลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องโถงกลางเรือน ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับกล่องไม้ผุๆ ใบหนึ่ง
“พวกเ้ายังขาดสิ่งสำคัญไปอีกอย่าง ตราประทับไม่ได้มีแค่สองซีกอย่างที่ตำรากระดาษจดไว้”
เขาส่งกล่องไม้ให้ธีรภพ เมื่อธีรภพเปิดออก เขาพบเพียงกระจกเงาโบราณที่ร้าวเป็เสี่ยงๆ
“นี่คือ ซีกแห่งสัจจะ หรือตราประทับที่สาม” ชายชราอธิบาย “มันไม่ได้มอบพลังอำนาจ แต่มันมอบการมองเห็น หากเ้าสามารถรวบรวมเศษกระจกที่กระจัดกระจายไปตามที่ต่างๆ ได้ครบ เ้าจะสามารถมองเห็นแก่นิญญาของธีรเทพ และดึงเอาความเป็มนุษย์ที่ยังเหลืออยู่ของเขาออกมาได้”
“เศษกระจกพวกนี้อยู่ที่ไหนบ้างครับ” ภาคินรีบหยิบสมุดจดขึ้นมา
“มันอยู่ในสถานที่ที่ความโศกเศร้าเข้มข้นที่สุด สถานที่ที่พวกนกฮูกราตรีกำลังเฝ้าอยู่” ชายชรามองไปทางทิศตะวันตก “ที่ต่อไปที่พวกเ้าต้องไป คือ หมู่บ้านดวงิญญาคืนถิ่น ที่นั่นมีหมอผีเฒ่าคนหนึ่งกุมความลับของเศษกระจกชิ้นแรกไว้”
ทันใดนั้น นกฮูกสีขาวบนไหล่ชายชราก็ร้องเตือนเสียงหลง มันสยายปีกพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่บัดนี้เริ่มมีควันสีดำปกคลุม
“มันมาเร็วเกินไป” ชายชราเปรย “ธีรเทพส่ง มหากาฬิญญา มาที่นี่เพื่อขัดขวางไม่ให้เ้าได้รับกระจก”
“อาศรมนี้ไม่มีอาคมทำร้ายทำงานไม่ใช่เหรอครับ” น่านฟ้าถามพลางเตรียมย่าม
“ใช่ แต่มันล้อมอาศรมนี้ไว้ และกำลังจะเผาป่ารอบข้างให้กลายเป็จุลเพื่อให้พวกเ้าสำลักควันตายอยู่ข้างใน” ชายชราหันไปมองธีรภพ “เ้าต้องไปแล้วธีรภพ ข้าจะช่วยเปิดทางให้ แต่เ้าต้องสัญญาว่า ไม่ว่าสิ่งที่เ้าเห็นในกระจกจะน่าสยดสยองเพียงใด เ้าต้องไม่ละสายตาจากมัน”
ธีรภพยืนขึ้นอย่างมั่นคง เนตรอสูรใต้ผ้าพันแผลเริ่มเต้นเป็จังหวะหนักแน่น “ผมสัญญา ผมจะไม่หนีความจริงอีกต่อไป”
ชายชราใช้ไม้เท้าไม้ไผ่วาดเป็วงกลมบนพื้นดิน พลันเกิดเป็อุโมงค์แสงสว่างพุ่งทะลุผ่านม่านควันดำออกไปสู่ถนนใหญ่ “ไปซะ ก่อนที่ความแค้นจะปิดตายทางออกทั้งหมด”
ธีรภพและพวกพ้องรีบพุ่งตัวเข้าไปในอุโมงค์แสง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของิญญามหากาฬที่พยายามจะฉีกทึ้งม่านพลังของชายชรา ธีรภพหันกลับไปมองชายชราเป็ครั้งสุดท้าย และเขาก็ต้องเบิกตากว้าง
ร่างของชายชราค่อยๆ กลายเป็โปร่งแสง และเื้ัของเขานั้น มีเงาของปู่ธีรภพยืนยิ้มอยู่จางๆ
“ปู่” ธีรภพพึมพำ
“ก้าวต่อไปนะ หลานชายข้า” เสียงที่คุ้นเคยแว่วมาตามลม
วูบบบบ!
แสงสว่างจ้ากลืนกินทุกอย่างไป พริบตาต่อมา ทั้งสี่คนก็กลับมาอยู่บนถนนลาดยางข้างรถ SUV ของภาคินที่จอดทิ้งไว้ ป่ารอบข้างยังคงมืดมิดและเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในมือของธีรภพยังคงถือกล่องไม้ที่มีเศษกระจกร้าวอยู่ เป็หลักฐานว่าทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน
“เรามีจุดหมายถัดไปแล้ว” ธีรภพกล่าวขณะก้าวขึ้นรถ “หมู่บ้านดวงิญญาคืนถิ่น เราต้องไปหาหมอผีเฒ่าคนนั้น”
“แต่ธีรภพคะ” ลลินทิพย์มองดูเศษกระจกด้วยความกังวล “ชายชราคนนั้นบอกว่าเราต้องมองเห็นแก่นิญญาของธีรเทพ แต่ถ้าแก่นนั้นมันไม่เหลือความเป็มนุษย์อยู่เลยล่ะ”
“ถ้าเป็อย่างนั้น กระจกบานนี้ก็จะเป็ดาบที่คมที่สุดที่จะปลิดชีพเขาด้วยความเมตตา” ธีรภพตอบเสียงเย็น
รถ SUV เคลื่อนตัวออกไปในความมืด มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านที่เป็จุดรวบรวมดวงิญญาที่หลงทาง โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รออยู่นั้น ไม่ใช่แค่ศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่เป็คำเตือนที่อาจทำให้ความเชื่อใจของคนในกลุ่มต้องสั่นคลอนไปตลอดกาล
จบตอนที่ 21
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์