สุดยอดนักผจญภัย

    ฝูงไฮยีน่าลมกรด

    หลังจากที่บาร์ดิออสจากไปแล้ว พวกเดซี่ก็มานั่งพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวของสัตว์เวทย์กันต่อ 

    ส่วนทางด้านไลท์และเวโรนิก้าก็ทำการย่างบาร์บีคิวต่อไป

    หลังจากที่ใช้เวลาในการทำบาร์บีคิวอยู่ประมาณสิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อย

    “ เอ้ามากินบาร์บีคิวได้แล้ว ” ไลท์ตะโกนขึ้นทำให้ทุกๆคนพากันมานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต๊ะ

    “ ลูกพี่เมื่อกี้เจ้าเมทัลมันติดต่อมามันบอกว่าอีกประมาณยี่สิบวันจะมาถึงเมืองโฟร์ลีฟ ” ไลก้าพูดขึ้น

    “ งั้นหรอ ” ไลท์พยักหน้ารับพร้อมกับหยิบบาร์บีคิวขึ้นมากิน

    ในขณะที่พวกไลท์กำลังกินบาร์บีคิวกันอยู่ก็มีเรือยนต์คันหนึ่งมุ่งหน้ามาทางที่พวกไลท์อยู่

    ไลท์และคนอื่นๆหยุดกินบาร์บีคิวก่อนที่จะมองดูเรือยนต์ลำนั้นด้วยความสนใจ พวกเขาไม่รู้ว่าแขกกลุ่มนี้จะมาทำอะไร

    คอลรุยเช็ดปากก่อนที่จะหยิบปืนไรเฟิลออกมาก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปบนดาร์กโซลเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดเรื่องกับดาร์กโซล

    คอลรุยหยิบกล้องส่องทางไกลมองไปที่เรือยนต์ของผู้มาเยือน

    “ หัวหน้าน่าจะไม่ใช่พวกโจรนะครับ แต่น่าจะเป็นนักเดินทางหรือกลุ่มพ่อค้านี้แหละครับ ” คอลรุยตะโกนลงมา

    ไลก้า เดซี่ เมลิซ่า ทั้งสามคนก็เดินขึ้นไปบนดาร์กโซลและมองไปที่เรือยนต์ด้านหน้าด้วยความสนใจ

    ส่วนทางด้านไลท์และคนอื่นๆก็กินบาร์บีคิวตามปกติ

    ไม่นานเรือยนต์ลำนั้นก็มาจอดอยู่ด้านข้างของดาร์กโซล

    ทันทีที่เรือยนต์ของผู้มาใหม่จอดสนิทแล้วก็มีชายวัยกลางคนกระโดดมาบนดาร์กโซล

    ชายวัยกลางคนในชุดหรูหรา ใบหน้าดูเคร่งเครียดและจริงจัง รูปร่างท้วมเล็กน้อย ดูเหมือนกับพ่อค้าที่กำลังไปค้าขายที่เมืองต่างๆ นอกจากนี้ออร่าของเขาก็อยู่ในระดับAเลยทีเดียว

    “ คุณเป็นใคร? ” ไลก้าถามออกมาด้วยความสงสัย

    “ ฉันเป็นพ่อค้าจากเมืองเมเปิ้ลกำลังเดินทางไปที่เมืองโฟร์ลีฟ ฉันเห็นว่าเรือยนต์ของพวกคุณจอดอยู่ก็คิดว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า พวกเราจึงมาช่วยเหลือ ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูเป็นห่วงพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด

    “ อ่อพวกเราไม่ได้เป็นอะไรหรอกแค่จอดแวะกินอาหารกันก็เท่านั้น ” ไลก้าตอบ

    เมื่อชายวัยกลางคนได้ยินว่าพวกไลก้ากำลังแวะกินอาหาร สีหน้าของเขาก็กลายเป็นตกใจและรีบวิ่งไปอีกฝั่งของดาร์กโซลเพื่อดูว่าเป็นอย่างที่ไลก้าพูดหรือไม่

    เมื่อชายวัยกลางคนเห็นว่าด้านล่างมีเตาย่างบาร์บีคิวที่ส่งกลิ่นหอมออกมาพร้อมกับควันลอยขึ้นบนท้องฟ้าอย่างต่อเนื่องและมีกลุ่มคนหลายคนกำลังนั่งกินอาหารโดยไม่มีท่าทีรีบร้อนแม้แต่น้อย

    “ บ้าเอ้ย พวกนายไม่ใช่คนแถวนี้สินะ!! รีบบอกให้เพื่อนของนายขึ้นมาบนเรือยนต์เร็วเข้า ขืนชักช้าเดี๋ยวมันจะไม่ทันการได้ ” ชายวัยกลางคนตะโกนออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัว 

    “ เกิดอะไรขึ้น? ” ไลก้าและคนอื่นๆพากันมองหน้ากันด้วยความสงสัย

    “ ก็ที่ตรงนี้เป็นที่อยู่ของฝูงไฮยีนาลมกรดยังไงล่ะ” ชายวัยกลางคนตอบ

    “ แล้วฝูงไฮยีนาลมกรดมันแข็งแกร่งงั้นหรอ? ” ไลก้าถามด้วยความสงสัย

    " แข็งแกร่งมาก พวกมันเป็นสัตว์เวทย์ที่ทรงพลังในแถบนี้เลย ตัวของพวกมันสูงกว่าห้าเมตรและยาวกว่าแปดเมตร พวกมันสามารถกระโดดขึ้นมาบนเรือยนต์ได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะแรงกระโดดของพวกมันสามารถกระโดดได้สูงกว่ายี่สิบเมตรเลยเทีเดียว นอกจากแรงกระโดดแล้วพวกมันก็รวดเร็วอย่างมาก ส่วนความแข็งแกร่งของพวกมันส่วนมากก็อยู่ในระดับB ส่วนระดับAก็มีอยู่บ้างแต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้น จำนวนของพวกมันก็มีไม่ต่ำกว่าสามร้อยตัว

    เนื่องจากแถวนี้เป็นที่อยู่ของพวกไฮยีนาลมกรดจึงทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะจอดแวะแถวนี้แม้ว่าแถวนี้จะดูสวยงามก็ตาม เมื่อทุกๆคนผ่านแถวนี้ก็รีบขับจากไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ " ชายวัยกลางคนตอบด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ

    “ แล้วทำไมถึงไม่มีใครมาจัดการกับพวกมันล่ะ? ” เดซี่ถาม

    “ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครมาจัดการกับพวกมัน เมื่อก่อนก็เคยมีกลุ่มนักผจญภัยที่แข็งแกร่งสามกลุ่มรับภารกิจพร้อมกันแล้วก็มาจัดการกับพวกมันแล้วแต่สุดท้ายนักผจญภัยทั้งสามกลุ่มก็ถูกฝูงไฮยีนาสังหารจนตายทั้งหมด เนื่องจากจำนวนที่มากกว่าสามร้อยตัวทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะรับภารกิจนี้อีกต่อไป ทำให้ตอนนี้ภารกิจนี้ก็ยังอยู่ที่เมืองโฟร์ลีฟอยู่เลย ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้น

    “ แล้วทำไมทางเจ้าเมืองถึงไม่พากองทัพมาจัดการพวกมันล่ะ ถ้าหากมันเป็นภัยคุกคามแบบนี้? ” ไลก้าถามด้วยความสงสัย ในเมื่อเจ้าเมืองสามารถระดมทหารมากกว่าหลายร้อยจนถึงหลักพันคนมาจัดการกับฝูงไฮยีนาได้ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วไม่ใช่หรอ

    “ นายคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ ความแข็งแกร่งของไฮยีนานับว่าอยู่ในระดับสูง อาวุธธรรมดาแทบจะโจมตีพวกมันไม่เข้า ถ้าหากไม่ใช่ตัวตนระดับBหรือระดับA ก็แทบจะทำความเสียหายให้กับพวกมันไม่ได้เลย ส่วนทางเมืองโฟร์ลีฟเองก็ไม่ได้มีตัวตนระดับBและระดับAมากนัก เนื่องจากเมืองโฟร์ลีฟเป็นเพียงเมืองเล็กๆเท่านั้น ” ชายวัยกลางคนตอบพร้อมกับถอนหายใจออกมา

    “ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง ” ไลก้าพึมพำออกมาด้วยความสนใจ

    “ พวกนายรีบหนีเถอะเชื่อฉัน ไม่รู้ว่าตอนนี้กลิ่นอาหารของพวกนายตอนนี้มันไปกระตุ้นพวกไฮยีนาลมกรดแล้วหรือยังก็ไม่รู้ ” ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ

    ไลก้าหัวเราะออกมาและพูดขึ้นว่า “ ไม่ทันแล้วล่ะ ตอนนี้เจ้าพวกไฮยีนาลมกรดกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว ” 

    “ หมายความว่ายังไง ” ชายวัยกลางคนสงสัย

    ไม่ต้องให้ไลก้าตอบเพราะจู่ๆก็มีเสียงคำรามของสัตว์เวทย์ดังขึ้นก่อนที่พวกมันจะโผล่ออกมาจากป่าที่อยู่ไม่ไกลจากทุ่งหญ้า

    “ บ้าเอ้ยพวกไฮยีนาลมกรดมาแล้ว รีบหนีเร็ว ” ชายวัยกลางคนตะโกนด้วยความหวาดกลัวก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปที่เรือยนต์ของตัวเองทันที

    เพียงแต่จู่ๆร่างกายของเขาก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เพราะมีคนมาจับไหล่ของเขาเอาไว้ 

    “ ฉันยังถามไม่หมดเลย ที่สมาคมนักผจญภัยเมืองโฟร์ลีฟรับซากศพของพวกไฮยีนาไหม? ” ไลก้ถามขึ้น

    ชายวัยกลางคนที่ถูกไลก้าจับก็พยายามสะบัดให้หลุดแต่ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดออกจากการจับของไลก้าได้

    “ มี พวกนั้นรับซื้อ!! แกรีบปล่อยฉันได้แล้ว ฉันยังไม่อยากตาย ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมกับส่งเสียงเหมือนกับคนจะร้องไห้อยู่แล้ว 

    “ ตายบ้าตายบออะไร ลองดูสิตอนนี้ยังมีฝูงไฮยีนาลมกรดอยู่อีกไหม? ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็ปล่อยให้ชายวัยกลางคนไป

    ชายวัยกลางคนที่ได้ยินคำพูดของไลก้าก็ตกใจและรีบหันกลับมาดูด้านหลังก็พบภาพที่ทำให้เขาต้องอ้าปากค้างและดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ

    ภาพที่เขาเห็นคือฝูงไฮยีนาลมกรดกว่าสามร้อยตัวได้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งทั้งหมดแล้ว เมื่อมองภาพจากด้านบนนี้ก็เห็นได้ว่ามันงดงามราวกับศิลปะเลยทีเดียว 

    “ เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกมันถึงได้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งแบบนี้ อีกอย่างนี้มันเพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำ  ” ชายวัยกลางคนพึมพำออกมาด้วยความสับสนและงุนงง 

    “ ฮ่าฮ่าไม่ต้องงงไปหรอก พี่เบเรียลเป็นคนลงมือเจ้าหมาโง่นั้นไม่มีทางรอดหรอก ” ไลก้าหัวเราะออกมา

    “ พวกนายเป็นใครกันแน่ ” ชายวัยกลางคนมองไปที่ไลก้าและคนอื่นๆด้วยความสงสัย

    “ พวกเราคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ” ไลก้าตอบด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะตบไหล่ของชายวัยกลางคน

    “ เดธปาร์ตี้  ” ชายวัยกลางคนพึมพำก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างและร่างกายของเขาก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้

    “ นี้ๆๆๆๆ ” ชายวัยกลางคนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวเมื่อได้ยินเรื่องที่เขาบอกถึงฝูงไฮยีนาลมกรด เหอะใครบอกว่าฝูงไฮยีนาลมกรดนี้น่ากลัว เจ้าพวกนี้ต่างหากแหละน่ากลัวของจริง ตัวตนระดับSSและระดับS ของแท้

    ไลก้าและคนอื่นๆที่เห็นท่าทีของชายวัยกลางคนก็หัวเราะออกมา พวกเขาก็พอจะคาดเดาถึงท่าทีของชายวัยกลางคนหลังจากที่รู้ว่าพวกเขาคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้

    ในขณะที่ชายวัยกลางคนกำลังสั่นไม่หยุด ไลท์ก็กระโดดขึ้นมาบนดาร์กโซล

    “ ลูกพี่ ” ไลก้าเล่าเรื่องที่ชายวัยกลางคนบอกให้กับไลท์ฟัง

    ไลท์มองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยแววตาชื่นชม

    ชายวัยกลางคนกลัวว่าเรือยนต์ของพวกเขามีปัญหา เขาจึงจะมาช่วยเหลือแถมยังเตือนให้พวกเขารีบหนีออกจากที่นี้เพราะที่นี้คือที่อยู่อาศัยของฝูงไฮยีนาลมกรด แม้ว่ารู้ว่าสถานที่แห่งนี้น่ากลัวแต่เขาก็ยังมาเตือนพวกเขา ถ้าหากเป็นคนอื่นอาจจะทิ้งพวกเขาให้เจอกับฝูงไฮยีนาลมกรดไปแล้ว 

    นับว่าชายวัยกลางคนคนนี้มีความยุติธรรมและน่าเคารพอยู่มากพอสมควร

    “ สวัสดี ฉันชื่อไลท์ หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ฉันต้องขอบคุณที่คุณเป็นห่วงพวกเราแต่ตอนนี้พวกเราได้กำจัดปัญหาเรื่องนี้ให้แล้ว ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือออกมาด้านหน้า

    ชายวัยกลางคนมองมาที่ไลท์ที่ยื่นมือมาด้านหน้า ทันใดนั้นสัญชาตญาณของเขาก็บอกให้เขายื่นมือไปจับมือของไลท์ 

    “ เอ่อครับ ” ชายวัยกลางคนทำอะไรไม่ถูก

    คนอื่นๆก็พากันหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีของชายวัยกลางคน 

    “ ผมชื่อ เดทีช ครับ ยินดีที่ได้รู้จักกับเดธปาร์ตี้ทุกท่าน ” เดทีชแนะนำตัว แต่ในขณะที่เขากำลังจะพูดต่อจู่ๆก็มีชายหนุ่มและชายวัยกลางคนสามคนกระโดดข้ามมาที่ดาร์กโซล

    ทั้งสามคนนี้ต่างก็ถืออาวุธอย่างพร้อมเพียง นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของชายวัยกลางคนทั้งสองอยู่ในระดับA มีเพียงชายหนุ่มที่อยู่ในระดับB 

    ทั้งสามมองมาที่พวกไลท์ด้วยแววตาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ แต่เมื่อทั้งสามเห็นว่าเดทิชกำลังตัวสั่นอยู่ก็พากันตกใจและรีบวิ่งมาหา

    “ บอส!! ” ทั้งสามต่างก็เรียกเดทีชว่าบอส

    “ บอสเกิดอะไรขึ้น? ” ชายหนุ่มถามออกมาด้วยความเร่งรีบ

    “ นี้พวกแกคิดจะทำอะไรบอส?  ” ชายวัยกลางคนอีกคนถามพร้อมกับชี้ดาบออกมาด้านหน้า

    เดทิชได้สติก่อนที่จะรีบห้ามลูกน้องของตัวเองด้วยความตกใจ เขากลัวว่าพวกไลท์จะเอาเรื่องลูกน้องของเขา

    “ พวกโง่รีบเก็บอาวุธเร็วเข้าแล้วก็รีบมาขอโทษพวกท่านไลท์เดี๋ยวนี้เลยนะ ” เดทิชตะโกนด้วยความตกใจ

    ลูกน้องของเดทิชมองไปที่เดทิชด้วยความสงสัย

    “ เกิดอะไรขึ้นกับบอส? ” 

    “ นั้นสิบอสจะให้พวกเราขอโทษพวกนี้งั้นหรอครับ? ” 

    ลูกน้องทั้งสามมองไปที่เดทิชด้วยความสงสัยก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างออก

    “ เดี๋ยวนะเมื่อกี้บอกบอกว่าท่านไลท์งั้นหรอ ” 

    “ โอ้วพระเจ้า นี้คือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้งั้นหรอ ” 

    ลูกน้องทั้งสามคนของเดทิชมองไปที่เดซี่และคนอื่นๆก่อนที่จะกลายเป็นตื่นเต้น

    “ ท่านเดซี่….นี้คือธิดาบุปผาเดซี่จริงๆด้วย” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นเพราะเขาเป็นแฟนคลับของเดซี่

    หลังจากนั้นทั้งสามคนก็แนะนำตัวเองให้กับพวกไลท์ฟัง

    ชายวัยกลางคนสองคนชื่อว่า โอบลัค และ ลิคก้า ส่วนชายหนุ่มคนเดียวมีชื่อว่าฟาคัล 

    หลังจากที่เดทิชใช้เวลาพูดคุยกับพวกไลท์อยู่พักหนึ่งพวกเขาก็ขอตัวกลับไป เพราะพวกเขาจะต้องไปส่งสินค้าที่เมืองโฟร์ลีฟให้ทันเวลา

    เมื่อพวกเดทิชไปแล้วพวกไลท์ก็นั่งกินบาร์บีคิวกันต่อ 

    ส่วนทางด้านศพของฝูงไฮยีนาลมกรด ไลก้าและคอลรุยรับผิดชอบในการนำซากของพวกมันไปขายที่สมาคมนักผจยภัยที่เมืองโฟร์ลีฟ

    หลังจากที่นั่งกินบาร์บีคิวจนอิ่มแล้วพวกไลท์ก็นั่งพักผ่อนอยู่ที่นี้อีกสักสองชั่วโมงจึงออกเดินทางต่อ

    หกวันต่อมาพวกไลท์ก็มาถึงเมืองโฟร์ลีฟ

    หลังจากที่จอดดาร์กโซลไว้ที่ท่าจอดเรือยนต์แล้วพวกไลท์ก็ไปพักผ่อนเพื่อรอการมาถึงของเฟลิกซ์ที่ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณสิบสี่วัน 

    พวกไลท์ก็พากันไปจองโรงแรมหรูแห่งหนึ่งภายในเมืองโฟร์ลีฟ 

    หลังจากที่จองโรงแรมเสร็จแล้วทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปท่องเที่ยวด้วยตัวเอง 

    ไลท์และเบเรียลเดินเล่นรอบๆเมืองโฟร์ลีฟด้วยความสนใจ เนื่องจากบรรยากาศของเมืองโฟร์ลีฟนั้นเย็นสบาย แถมไม่ค่อยมีแสงแดดอีกด้วย

    เมืองโฟร์ลีฟเป็นเมืองเล็กๆที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณหนึ่งแสนคน ส่วนมากผู้คนในเมืองมักจะทำอาชีพเกษตรกรกันประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์ของเมือง 

    “ นี้ไลท์ร้านอาหารนี้น่าสนใจนะพวกเราลองไปกินกันหน่อยไหม? ” เบเรียลพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกล 

    ไลท์มองตามทิศทางที่เบเรียลชี้ไปก็เป็นร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ร้านอาหารลาปิช 

    ร้านอาหารลาปิชนั้นมีโปสเตอร์รูปอาหารติดไว้รอบๆหน้าร้าน ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการโปรโมตที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ส่วนภายในร้านก็มีลูกค้าหลายคนนั่งกินอาหารอยู่ แสดงให้เห็นว่าร้านอาหารแห่งนี้เป็นที่นิยมอยู่เหมือนกัน

    “ เอาสิ ฉันเองก็เริ่มหิวแล้ว ” ไลท์ยิ้มและพาเบเรียลเข้าไปในร้านอาหารลาปิช

    หลังจากที่เข้ามานั่งในร้านแล้ว ทั้งสองก็สั่งอาหารที่อยากกิน 

    “ ไลท์นายคิดว่าพวกองค์กรมืดที่เหลือจะรู้เรื่องที่เราทำลายองค์กรมืดไปหรือยัง? ” เบเรียลถาม

    “ ก็น่าจะมีความเป็นไปได้อยู่นะ เพราะที่ตั้งของพวกมันก็อยู่ใกล้ๆกัน นอกจากนี้ก็น่าจะมีเหยื่อที่หลุดรอดอยู่ด้านนอก เมื่อพวกมันกลับมาที่ฐานก็น่าจะรู้ตัวกันแล้ว ตอนนี้พวกมันก็น่าจะเตือนภัยกันหมดแล้วล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น

    เบเรียลพยักหน้ารับเบาๆ

    ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ

    “ ไม่เลวเลยอาหารที่นี้ ” ไลท์พูดขึ้นหลังจากที่กินอาหารหมดแล้ว 

    หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วก็ถึงเวลาร้านขนมหวาน 

     

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468