หลังจากที่บาร์ดิออสจากไปแล้ว พวกเดซี่ก็มานั่งพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวของสัตว์เวทย์กันต่อ
ส่วนทางด้านไลท์และเวโรนิก้าก็ทำการย่างบาร์บีคิวต่อไป
หลังจากที่ใช้เวลาในการทำบาร์บีคิวอยู่ประมาณสิบนาทีก็เสร็จเรียบร้อย
“ เอ้ามากินบาร์บีคิวได้แล้ว ” ไลท์ตะโกนขึ้นทำให้ทุกๆคนพากันมานั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต๊ะ
“ ลูกพี่เมื่อกี้เจ้าเมทัลมันติดต่อมามันบอกว่าอีกประมาณยี่สิบวันจะมาถึงเมืองโฟร์ลีฟ ” ไลก้าพูดขึ้น
“ งั้นหรอ ” ไลท์พยักหน้ารับพร้อมกับหยิบบาร์บีคิวขึ้นมากิน
ในขณะที่พวกไลท์กำลังกินบาร์บีคิวกันอยู่ก็มีเรือยนต์คันหนึ่งมุ่งหน้ามาทางที่พวกไลท์อยู่
ไลท์และคนอื่นๆหยุดกินบาร์บีคิวก่อนที่จะมองดูเรือยนต์ลำนั้นด้วยความสนใจ พวกเขาไม่รู้ว่าแขกกลุ่มนี้จะมาทำอะไร
คอลรุยเช็ดปากก่อนที่จะหยิบปืนไรเฟิลออกมาก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปบนดาร์กโซลเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดเรื่องกับดาร์กโซล
คอลรุยหยิบกล้องส่องทางไกลมองไปที่เรือยนต์ของผู้มาเยือน
“ หัวหน้าน่าจะไม่ใช่พวกโจรนะครับ แต่น่าจะเป็นนักเดินทางหรือกลุ่มพ่อค้านี้แหละครับ ” คอลรุยตะโกนลงมา
ไลก้า เดซี่ เมลิซ่า ทั้งสามคนก็เดินขึ้นไปบนดาร์กโซลและมองไปที่เรือยนต์ด้านหน้าด้วยความสนใจ
ส่วนทางด้านไลท์และคนอื่นๆก็กินบาร์บีคิวตามปกติ
ไม่นานเรือยนต์ลำนั้นก็มาจอดอยู่ด้านข้างของดาร์กโซล
ทันทีที่เรือยนต์ของผู้มาใหม่จอดสนิทแล้วก็มีชายวัยกลางคนกระโดดมาบนดาร์กโซล
ชายวัยกลางคนในชุดหรูหรา ใบหน้าดูเคร่งเครียดและจริงจัง รูปร่างท้วมเล็กน้อย ดูเหมือนกับพ่อค้าที่กำลังไปค้าขายที่เมืองต่างๆ นอกจากนี้ออร่าของเขาก็อยู่ในระดับAเลยทีเดียว
“ คุณเป็นใคร? ” ไลก้าถามออกมาด้วยความสงสัย
“ ฉันเป็นพ่อค้าจากเมืองเมเปิ้ลกำลังเดินทางไปที่เมืองโฟร์ลีฟ ฉันเห็นว่าเรือยนต์ของพวกคุณจอดอยู่ก็คิดว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า พวกเราจึงมาช่วยเหลือ ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูเป็นห่วงพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด
“ อ่อพวกเราไม่ได้เป็นอะไรหรอกแค่จอดแวะกินอาหารกันก็เท่านั้น ” ไลก้าตอบ
เมื่อชายวัยกลางคนได้ยินว่าพวกไลก้ากำลังแวะกินอาหาร สีหน้าของเขาก็กลายเป็นตกใจและรีบวิ่งไปอีกฝั่งของดาร์กโซลเพื่อดูว่าเป็นอย่างที่ไลก้าพูดหรือไม่
เมื่อชายวัยกลางคนเห็นว่าด้านล่างมีเตาย่างบาร์บีคิวที่ส่งกลิ่นหอมออกมาพร้อมกับควันลอยขึ้นบนท้องฟ้าอย่างต่อเนื่องและมีกลุ่มคนหลายคนกำลังนั่งกินอาหารโดยไม่มีท่าทีรีบร้อนแม้แต่น้อย
“ บ้าเอ้ย พวกนายไม่ใช่คนแถวนี้สินะ!! รีบบอกให้เพื่อนของนายขึ้นมาบนเรือยนต์เร็วเข้า ขืนชักช้าเดี๋ยวมันจะไม่ทันการได้ ” ชายวัยกลางคนตะโกนออกมาด้วยความตกใจและหวาดกลัว
“ เกิดอะไรขึ้น? ” ไลก้าและคนอื่นๆพากันมองหน้ากันด้วยความสงสัย
“ ก็ที่ตรงนี้เป็นที่อยู่ของฝูงไฮยีนาลมกรดยังไงล่ะ” ชายวัยกลางคนตอบ
“ แล้วฝูงไฮยีนาลมกรดมันแข็งแกร่งงั้นหรอ? ” ไลก้าถามด้วยความสงสัย
" แข็งแกร่งมาก พวกมันเป็นสัตว์เวทย์ที่ทรงพลังในแถบนี้เลย ตัวของพวกมันสูงกว่าห้าเมตรและยาวกว่าแปดเมตร พวกมันสามารถกระโดดขึ้นมาบนเรือยนต์ได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะแรงกระโดดของพวกมันสามารถกระโดดได้สูงกว่ายี่สิบเมตรเลยเทีเดียว นอกจากแรงกระโดดแล้วพวกมันก็รวดเร็วอย่างมาก ส่วนความแข็งแกร่งของพวกมันส่วนมากก็อยู่ในระดับB ส่วนระดับAก็มีอยู่บ้างแต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้น จำนวนของพวกมันก็มีไม่ต่ำกว่าสามร้อยตัว
เนื่องจากแถวนี้เป็นที่อยู่ของพวกไฮยีนาลมกรดจึงทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะจอดแวะแถวนี้แม้ว่าแถวนี้จะดูสวยงามก็ตาม เมื่อทุกๆคนผ่านแถวนี้ก็รีบขับจากไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ " ชายวัยกลางคนตอบด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
“ แล้วทำไมถึงไม่มีใครมาจัดการกับพวกมันล่ะ? ” เดซี่ถาม
“ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครมาจัดการกับพวกมัน เมื่อก่อนก็เคยมีกลุ่มนักผจญภัยที่แข็งแกร่งสามกลุ่มรับภารกิจพร้อมกันแล้วก็มาจัดการกับพวกมันแล้วแต่สุดท้ายนักผจญภัยทั้งสามกลุ่มก็ถูกฝูงไฮยีนาสังหารจนตายทั้งหมด เนื่องจากจำนวนที่มากกว่าสามร้อยตัวทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะรับภารกิจนี้อีกต่อไป ทำให้ตอนนี้ภารกิจนี้ก็ยังอยู่ที่เมืองโฟร์ลีฟอยู่เลย ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้น
“ แล้วทำไมทางเจ้าเมืองถึงไม่พากองทัพมาจัดการพวกมันล่ะ ถ้าหากมันเป็นภัยคุกคามแบบนี้? ” ไลก้าถามด้วยความสงสัย ในเมื่อเจ้าเมืองสามารถระดมทหารมากกว่าหลายร้อยจนถึงหลักพันคนมาจัดการกับฝูงไฮยีนาได้ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วไม่ใช่หรอ
“ นายคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ ความแข็งแกร่งของไฮยีนานับว่าอยู่ในระดับสูง อาวุธธรรมดาแทบจะโจมตีพวกมันไม่เข้า ถ้าหากไม่ใช่ตัวตนระดับBหรือระดับA ก็แทบจะทำความเสียหายให้กับพวกมันไม่ได้เลย ส่วนทางเมืองโฟร์ลีฟเองก็ไม่ได้มีตัวตนระดับBและระดับAมากนัก เนื่องจากเมืองโฟร์ลีฟเป็นเพียงเมืองเล็กๆเท่านั้น ” ชายวัยกลางคนตอบพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง ” ไลก้าพึมพำออกมาด้วยความสนใจ
“ พวกนายรีบหนีเถอะเชื่อฉัน ไม่รู้ว่าตอนนี้กลิ่นอาหารของพวกนายตอนนี้มันไปกระตุ้นพวกไฮยีนาลมกรดแล้วหรือยังก็ไม่รู้ ” ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
ไลก้าหัวเราะออกมาและพูดขึ้นว่า “ ไม่ทันแล้วล่ะ ตอนนี้เจ้าพวกไฮยีนาลมกรดกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว ”
“ หมายความว่ายังไง ” ชายวัยกลางคนสงสัย
ไม่ต้องให้ไลก้าตอบเพราะจู่ๆก็มีเสียงคำรามของสัตว์เวทย์ดังขึ้นก่อนที่พวกมันจะโผล่ออกมาจากป่าที่อยู่ไม่ไกลจากทุ่งหญ้า
“ บ้าเอ้ยพวกไฮยีนาลมกรดมาแล้ว รีบหนีเร็ว ” ชายวัยกลางคนตะโกนด้วยความหวาดกลัวก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปที่เรือยนต์ของตัวเองทันที
เพียงแต่จู่ๆร่างกายของเขาก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เพราะมีคนมาจับไหล่ของเขาเอาไว้
“ ฉันยังถามไม่หมดเลย ที่สมาคมนักผจญภัยเมืองโฟร์ลีฟรับซากศพของพวกไฮยีนาไหม? ” ไลก้ถามขึ้น
ชายวัยกลางคนที่ถูกไลก้าจับก็พยายามสะบัดให้หลุดแต่ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดออกจากการจับของไลก้าได้
“ มี พวกนั้นรับซื้อ!! แกรีบปล่อยฉันได้แล้ว ฉันยังไม่อยากตาย ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นพร้อมกับส่งเสียงเหมือนกับคนจะร้องไห้อยู่แล้ว
“ ตายบ้าตายบออะไร ลองดูสิตอนนี้ยังมีฝูงไฮยีนาลมกรดอยู่อีกไหม? ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็ปล่อยให้ชายวัยกลางคนไป
ชายวัยกลางคนที่ได้ยินคำพูดของไลก้าก็ตกใจและรีบหันกลับมาดูด้านหลังก็พบภาพที่ทำให้เขาต้องอ้าปากค้างและดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
ภาพที่เขาเห็นคือฝูงไฮยีนาลมกรดกว่าสามร้อยตัวได้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งทั้งหมดแล้ว เมื่อมองภาพจากด้านบนนี้ก็เห็นได้ว่ามันงดงามราวกับศิลปะเลยทีเดียว
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกมันถึงได้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งแบบนี้ อีกอย่างนี้มันเพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำ ” ชายวัยกลางคนพึมพำออกมาด้วยความสับสนและงุนงง
“ ฮ่าฮ่าไม่ต้องงงไปหรอก พี่เบเรียลเป็นคนลงมือเจ้าหมาโง่นั้นไม่มีทางรอดหรอก ” ไลก้าหัวเราะออกมา
“ พวกนายเป็นใครกันแน่ ” ชายวัยกลางคนมองไปที่ไลก้าและคนอื่นๆด้วยความสงสัย
“ พวกเราคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ” ไลก้าตอบด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะตบไหล่ของชายวัยกลางคน
“ เดธปาร์ตี้ ” ชายวัยกลางคนพึมพำก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างและร่างกายของเขาก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้
“ นี้ๆๆๆๆ ” ชายวัยกลางคนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวเมื่อได้ยินเรื่องที่เขาบอกถึงฝูงไฮยีนาลมกรด เหอะใครบอกว่าฝูงไฮยีนาลมกรดนี้น่ากลัว เจ้าพวกนี้ต่างหากแหละน่ากลัวของจริง ตัวตนระดับSSและระดับS ของแท้
ไลก้าและคนอื่นๆที่เห็นท่าทีของชายวัยกลางคนก็หัวเราะออกมา พวกเขาก็พอจะคาดเดาถึงท่าทีของชายวัยกลางคนหลังจากที่รู้ว่าพวกเขาคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้
ในขณะที่ชายวัยกลางคนกำลังสั่นไม่หยุด ไลท์ก็กระโดดขึ้นมาบนดาร์กโซล
“ ลูกพี่ ” ไลก้าเล่าเรื่องที่ชายวัยกลางคนบอกให้กับไลท์ฟัง
ไลท์มองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยแววตาชื่นชม
ชายวัยกลางคนกลัวว่าเรือยนต์ของพวกเขามีปัญหา เขาจึงจะมาช่วยเหลือแถมยังเตือนให้พวกเขารีบหนีออกจากที่นี้เพราะที่นี้คือที่อยู่อาศัยของฝูงไฮยีนาลมกรด แม้ว่ารู้ว่าสถานที่แห่งนี้น่ากลัวแต่เขาก็ยังมาเตือนพวกเขา ถ้าหากเป็นคนอื่นอาจจะทิ้งพวกเขาให้เจอกับฝูงไฮยีนาลมกรดไปแล้ว
นับว่าชายวัยกลางคนคนนี้มีความยุติธรรมและน่าเคารพอยู่มากพอสมควร
“ สวัสดี ฉันชื่อไลท์ หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ฉันต้องขอบคุณที่คุณเป็นห่วงพวกเราแต่ตอนนี้พวกเราได้กำจัดปัญหาเรื่องนี้ให้แล้ว ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือออกมาด้านหน้า
ชายวัยกลางคนมองมาที่ไลท์ที่ยื่นมือมาด้านหน้า ทันใดนั้นสัญชาตญาณของเขาก็บอกให้เขายื่นมือไปจับมือของไลท์
“ เอ่อครับ ” ชายวัยกลางคนทำอะไรไม่ถูก
คนอื่นๆก็พากันหัวเราะเมื่อเห็นท่าทีของชายวัยกลางคน
“ ผมชื่อ เดทีช ครับ ยินดีที่ได้รู้จักกับเดธปาร์ตี้ทุกท่าน ” เดทีชแนะนำตัว แต่ในขณะที่เขากำลังจะพูดต่อจู่ๆก็มีชายหนุ่มและชายวัยกลางคนสามคนกระโดดข้ามมาที่ดาร์กโซล
ทั้งสามคนนี้ต่างก็ถืออาวุธอย่างพร้อมเพียง นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของชายวัยกลางคนทั้งสองอยู่ในระดับA มีเพียงชายหนุ่มที่อยู่ในระดับB
ทั้งสามมองมาที่พวกไลท์ด้วยแววตาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ แต่เมื่อทั้งสามเห็นว่าเดทิชกำลังตัวสั่นอยู่ก็พากันตกใจและรีบวิ่งมาหา
“ บอส!! ” ทั้งสามต่างก็เรียกเดทีชว่าบอส
“ บอสเกิดอะไรขึ้น? ” ชายหนุ่มถามออกมาด้วยความเร่งรีบ
“ นี้พวกแกคิดจะทำอะไรบอส? ” ชายวัยกลางคนอีกคนถามพร้อมกับชี้ดาบออกมาด้านหน้า
เดทิชได้สติก่อนที่จะรีบห้ามลูกน้องของตัวเองด้วยความตกใจ เขากลัวว่าพวกไลท์จะเอาเรื่องลูกน้องของเขา
“ พวกโง่รีบเก็บอาวุธเร็วเข้าแล้วก็รีบมาขอโทษพวกท่านไลท์เดี๋ยวนี้เลยนะ ” เดทิชตะโกนด้วยความตกใจ
ลูกน้องของเดทิชมองไปที่เดทิชด้วยความสงสัย
“ เกิดอะไรขึ้นกับบอส? ”
“ นั้นสิบอสจะให้พวกเราขอโทษพวกนี้งั้นหรอครับ? ”
ลูกน้องทั้งสามมองไปที่เดทิชด้วยความสงสัยก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างออก
“ เดี๋ยวนะเมื่อกี้บอกบอกว่าท่านไลท์งั้นหรอ ”
“ โอ้วพระเจ้า นี้คือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้งั้นหรอ ”
ลูกน้องทั้งสามคนของเดทิชมองไปที่เดซี่และคนอื่นๆก่อนที่จะกลายเป็นตื่นเต้น
“ ท่านเดซี่….นี้คือธิดาบุปผาเดซี่จริงๆด้วย” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นเพราะเขาเป็นแฟนคลับของเดซี่
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็แนะนำตัวเองให้กับพวกไลท์ฟัง
ชายวัยกลางคนสองคนชื่อว่า โอบลัค และ ลิคก้า ส่วนชายหนุ่มคนเดียวมีชื่อว่าฟาคัล
หลังจากที่เดทิชใช้เวลาพูดคุยกับพวกไลท์อยู่พักหนึ่งพวกเขาก็ขอตัวกลับไป เพราะพวกเขาจะต้องไปส่งสินค้าที่เมืองโฟร์ลีฟให้ทันเวลา
เมื่อพวกเดทิชไปแล้วพวกไลท์ก็นั่งกินบาร์บีคิวกันต่อ
ส่วนทางด้านศพของฝูงไฮยีนาลมกรด ไลก้าและคอลรุยรับผิดชอบในการนำซากของพวกมันไปขายที่สมาคมนักผจยภัยที่เมืองโฟร์ลีฟ
หลังจากที่นั่งกินบาร์บีคิวจนอิ่มแล้วพวกไลท์ก็นั่งพักผ่อนอยู่ที่นี้อีกสักสองชั่วโมงจึงออกเดินทางต่อ
หกวันต่อมาพวกไลท์ก็มาถึงเมืองโฟร์ลีฟ
หลังจากที่จอดดาร์กโซลไว้ที่ท่าจอดเรือยนต์แล้วพวกไลท์ก็ไปพักผ่อนเพื่อรอการมาถึงของเฟลิกซ์ที่ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณสิบสี่วัน
พวกไลท์ก็พากันไปจองโรงแรมหรูแห่งหนึ่งภายในเมืองโฟร์ลีฟ
หลังจากที่จองโรงแรมเสร็จแล้วทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปท่องเที่ยวด้วยตัวเอง
ไลท์และเบเรียลเดินเล่นรอบๆเมืองโฟร์ลีฟด้วยความสนใจ เนื่องจากบรรยากาศของเมืองโฟร์ลีฟนั้นเย็นสบาย แถมไม่ค่อยมีแสงแดดอีกด้วย
เมืองโฟร์ลีฟเป็นเมืองเล็กๆที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณหนึ่งแสนคน ส่วนมากผู้คนในเมืองมักจะทำอาชีพเกษตรกรกันประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์ของเมือง
“ นี้ไลท์ร้านอาหารนี้น่าสนใจนะพวกเราลองไปกินกันหน่อยไหม? ” เบเรียลพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกล
ไลท์มองตามทิศทางที่เบเรียลชี้ไปก็เป็นร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ร้านอาหารลาปิช
ร้านอาหารลาปิชนั้นมีโปสเตอร์รูปอาหารติดไว้รอบๆหน้าร้าน ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการโปรโมตที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ส่วนภายในร้านก็มีลูกค้าหลายคนนั่งกินอาหารอยู่ แสดงให้เห็นว่าร้านอาหารแห่งนี้เป็นที่นิยมอยู่เหมือนกัน
“ เอาสิ ฉันเองก็เริ่มหิวแล้ว ” ไลท์ยิ้มและพาเบเรียลเข้าไปในร้านอาหารลาปิช
หลังจากที่เข้ามานั่งในร้านแล้ว ทั้งสองก็สั่งอาหารที่อยากกิน
“ ไลท์นายคิดว่าพวกองค์กรมืดที่เหลือจะรู้เรื่องที่เราทำลายองค์กรมืดไปหรือยัง? ” เบเรียลถาม
“ ก็น่าจะมีความเป็นไปได้อยู่นะ เพราะที่ตั้งของพวกมันก็อยู่ใกล้ๆกัน นอกจากนี้ก็น่าจะมีเหยื่อที่หลุดรอดอยู่ด้านนอก เมื่อพวกมันกลับมาที่ฐานก็น่าจะรู้ตัวกันแล้ว ตอนนี้พวกมันก็น่าจะเตือนภัยกันหมดแล้วล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
เบเรียลพยักหน้ารับเบาๆ
ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ
“ ไม่เลวเลยอาหารที่นี้ ” ไลท์พูดขึ้นหลังจากที่กินอาหารหมดแล้ว
หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วก็ถึงเวลาร้านขนมหวาน