ต่อให้เฉินเหมียวเหมี่ยวจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘สามปี’ ในหัวก็พลันเกิดเสียงวิ้งขึ้นมา
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมหยุดอยู่ที่สามปีก่อน ตอนที่ถูกคนของตระกูลเฉินวางยาใส่ร้าย ทิ้งร่างลงแม่น้ำกลืนิญญา แต่หลังจากที่นางทะลุมิติมาก็บังเอิญปรากฏตัวอยู่ริมแม่น้ำกลืนิญญาเช่นกัน ดังนั้นนางจึงคิดว่าเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน
แต่คิดไม่ถึงว่าระหว่างนั้นจะผ่านไปสามปีแล้ว!
สามปีเชียวนะ...
เวลาสามปีนี้ เหตุใดถึงทำให้เ้าของร่างเดิมเปลี่ยนจากสตรีที่น่าสงสาร กลายเป็สตรีที่มีของวิเศษทั่วร่าง ทั้งยังมีผิวพรรณผุดผ่อง รูปร่างงดงามเช่นนี้อีก
หรือว่าสามปีมานี้ เ้าของร่างเดิมจะหนีตามชู้ไปจริง ๆ จึงได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งยังมีของวิเศษติดกาย
ไม่ ๆ ๆ เป็ไปไม่ได้!
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมไม่มีชายชู้อะไรทั้งนั้น!
เช่นนั้นมันเื่อะไรกัน?
เฉินเหมียวเหมี่ยวคิดจนหัวแทบแตกก็ยังคิดไม่ออก แต่ทันใดนั้นภาพอันเลือนรางภาพหนึ่งก็วาบผ่านในหัวของนาง
ลมหายใจที่กระชั้น การจองจำที่ร้อนผ่าว รวมถึงเสียงหอบเบา ๆ ที่ดังขึ้นข้างหู...
เฉินเหมียวเหมี่ยวใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมา ก่อนจะหยิกเนื้ออ่อนที่ฝ่ามือของตัวเองแรง ๆ
ไม่ ๆ ๆ เฉินเหมียวเหมี่ยว ตั้งสติเดี๋ยวนี้!
นั่นเป็เพียงความฝันประหลาดก็เท่านั้น เ้าคิดอะไรของเ้าอยู่กัน!
เฉินเหมียวเหมี่ยวสะบัดหัวไล่ความคิดวาบหวิวออกไป ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ข้ารู้แล้ว พวกเ้าไปได้แล้ว อ้อ อย่าลืมลากเ้าเศษสวะนั่นไปด้วย ข้าไม่อยากเข่นฆ่ามดปลวก”
หลี่ฉุนสะดุ้งโหยง พยายามยันตัวลุกขึ้น ต่อให้เ็ปก็ไม่กล้าร้องออกมา
เฉินฉู่ชิงได้แต่งุนงง ก่อนหน้านี้ผู้าุโยังดูพึงพอใจนางอยู่เลย เหตุใดจู่ ๆ จึงมีสีหน้าเปลี่ยนไป หรือเป็เพราะเื่ของเฉินเหมียวเหมี่ยว?
เป็ไปได้ บิดาของเฉินเหมียวเหมี่ยวมีชื่อเสียงมานาน ในดินแดนตงโจวก็นับว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง บางทีผู้าุโอาจเห็นแก่หน้าบิดาของเฉินเหมียวเหมี่ยว จึงได้เป็ห่วงนาง
เช่นนั้นวาจาที่นางเอ่ยออกไปเมื่อครู่ จึงทำให้ผู้าุโไม่พอในขึ้นมางั้นหรือ?
เฉินฉู่ชิงลอบวิตกกังวล ถุงเฉียนคุนก็มอบให้ไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรนางต้องพาผู้าุโท่านนี้กลับไปด้วยให้ได้
เฉินฉู่ชิงกลอกตาไปมาก่อนจะเอ่ย “จริงสิเ้าคะผู้าุโ ตอนนั้นที่เฉินเหมียวเหมี่ยวจากไปค่อนข้างรีบร้อน จึงมีของอีกหลายอย่างทิ้งไว้ที่ตระกูลเฉินในอวิ๋นหลัว ในเมื่อท่านมาเพื่อพักผ่อนอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะคงพอมีเวลาว่าง ไม่สู้ท่านมาเป็แขกของตระกูลเฉินของเรา จะได้เห็นของที่เฉินเหมียวเหมี่ยวทิ้งเอาไว้ด้วยนะเ้าคะ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวสนใจขึ้นมาทันที นั่นเป็ของที่เ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรนางก็ควรไปเอาคืนแทนเ้าของร่างเดิม เพื่อเป็การปลอบโยนิญญาที่อยู่บน์
“นั่นเป็ของเฉินเหมียวเหมี่ยว เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย ข้าเพียงแค่สงสัยก็เท่านั้น ว่าสายเืเพียงหนึ่งเดียวที่ยอดวีรบุรุษของตระกูลเฉินทิ้งเอาไว้เป็คนเช่นไรกันแน่ ชิชิ คิดไม่ถึงว่าจะเสียเวลาเปล่าเช่นนี้ เฉินเหมียวเหมี่ยวผู้นั้นไม่คู่ควรที่ข้าจะใส่ใจจริง ๆ”
เฉินฉู่ชิงได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ที่แท้ผู้าุโไม่ได้รู้จักเฉินเหมียวเหมี่ยว อีกทั้งคำเอ่ยยังแฝงไว้ด้วยความรังเกียจอีกด้วย
เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดีแล้ว
“ผู้าุโกล่าวผิดแล้วเ้าค่ะ ท่านและบิดาของเฉินเหมียวเหมี่ยวเคยรู้จักกันมาก่อน เช่นนั้นของที่เฉินเหมียวเหมี่ยวทิ้งเอาไว้ตามหลักแล้วก็ควรให้ผู้าุโรับไปสิเ้าคะ วันหน้าจะได้นำไปคืนให้แก่บิดาของเฉินเหมียวเหมี่ยว อีกอย่าง บิดาของเฉินเหมียวเหมี่ยวยังเป็ถึงยอดฝีมือที่มีชื่อเสียง ของที่เขาทิ้งเอาไว้ให้เฉินเหมียวเหมี่ยว ไม่แน่...อาจมีสมบัติวิเศษที่คาดไม่ถึงก็ได้นะเ้าคะ?”
หากเฉินเหมียวเหมี่ยวหลงเชื่อนางก็โง่เต็มที หากมีสมบัติวิเศษเช่นนั้นจริง เกรงว่าพวกเขาคงยึดไปเป็ของตัวเองตั้งนานแล้วกระมัง
รู้จักหยิบยกเื่นี้มาหลอกล่อนาง นับว่าเฉินฉู่ชิงยังฉลาดอยู่บ้าง
แต่นางตั้งใจเอาไว้แล้วว่า จะไม่ให้เฉินฉู่ชิงได้ตามที่้าโดยง่าย
เฉินเหมียวเหมี่ยวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “ไม่เป็ไร ข้าไม่สนใจ”
เฉินฉู่ชิงยังไม่ยอมเลิกรา ยอดฝีมือย่อมไม่สนใจของเล็กน้อยเหล่านี้อยู่แล้ว นางจึงเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เอ่อ...ข้ายังมีอีกเื่ที่จะบอกผู้าุโเ้าค่ะ คนของตระกูลหลักที่เมืองฟ่านเฉิงจะมาที่ตำบลอวิ๋นหลัวในอีกสองวันนี้ ไม่แน่อาจจะมีคนที่ท่านเคยรู้จักก็เป็ได้นะเ้าคะ...”
“คนของตระกูลหลักจะมางั้นหรือ?”
“ใช่เ้าค่ะ พวกเขามาเพื่อส่งเทียบเชิญให้แก่ผู้าุโของเราเ้าค่ะ ผู้าุโของเราเป็นักหลอมโอสถระดับสาม ต่อให้เป็คนของตระกูลหลักก็ยังต้องให้ความเคารพเ้าค่ะ”
ระหว่างที่เอ่ยออกมาเฉินฉู่ชิงยังยืดอกขึ้นด้วยความลำพองใจ เพราะในสายตาของผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว นักหลอมโอสถเป็ผู้ที่สูงส่งไร้ที่เปรียบ ต่อให้ตระกูลหลักจะทะนงตน ไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา ก็ยังต้องนอบน้อมกับผู้าุโของนางอยู่ดีไม่ใช่หรือ?
เฉินฉู่ชิงจึงตั้งใจเอ่ยถึงผู้าุโของตัวเอง เพื่อ้าเรียกความสนใจของเฉินเหมียวเหมี่ยว เพราะไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรคนใดที่ไม่อยากจะรู้จักกับนักหลอมโอสถ
เื่หลอมโอสถ เฉินเหมียวเหมี่ยวพอรู้อยู่บ้าง
ผู้บำเพ็ญเพียรดูดซับพลังิญญาฟ้าดินมาเป็ของตัวเอง และเมื่อเดินบนเส้นทางบำเพ็ญเพียรที่ไม่ธรรมดา โอสถและการแพทย์ทั่วไปจึงไม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของพวกเขาได้ มีเพียงโอสถวิเศษที่มีพลังิญญาจึงจะสามารถช่วยได้
และเมื่อระดับของนักหลอมโอสถยิ่งสูง ไอิญญาที่แฝงอยู่ในโอสถที่หลอมออกมาก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย
โอสถที่นักหลอมโอสถระดับสามหลอมออกมา แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแดนสร้างแก่นต่างก็แย่งชิงกัน ฐานะย่อมสูงส่งอย่างไม่ต้องเอ่ยถึง!
มิน่าล่ะ ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวถึงทะนงตนเช่นนี้ เพราะแม้แต่ตระกูลหลักเมืองฟ่านเฉิงยังต้องให้ความเคารพ
แต่ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม...ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวเมื่อสามปีก่อนตกต่ำมากนี่นา หากไม่ใช่เช่นนั้น เหตุใดเ้าของร่างเดิมจึงถูกตระกูลหลักส่งมาที่ตำบลอวิ๋นหลัวด้วย?
และตอนนี้เหตุใดจู่ ๆ ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวจึงมีนักหลอมโอสถระดับสามโผล่ขึ้นมาได้ เวลาเพียงไม่นานก็สูงส่งถึงเพียงนี้ได้ล่ะ?
น่าประหลาดยิ่งนัก
ในเมื่ออีกฝ่ายแสดงความจริงใจเพียงนี้ เฉินเหมียวเหมี่ยวที่นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก็แข็งใจเอ่ยขึ้น “ในเมื่อเป็เช่นนั้น ก็ต้องรบกวนตระกูลเฉินแล้ว”
“จะเป็การรบกวนได้อย่างไรกันเ้าคะ ท่านยอมเป็แขกตระกูลเฉินของเรา ต้องถือว่าเป็เกียรติของตระกูลเฉินต่างหากล่ะเ้าคะ เช่นนั้นเชิญผู้าุโเ้าค่ะ!”
เฉินฉู่ชิงดีใจอย่างมาก จึงนำทางเฉินเหมียวเหมี่ยวด้วยตัวเอง ก่อนจากไปนางก็ไม่ลืมที่จะเก็บอสูรเกราะเหล็กใส่ถุงเฉียนคุนของนาง
หลังจากเฉินเหมียวเหมี่ยวเห็นภาพช่องว่างที่บิดเบี้ยวปรากฏขึ้น นางก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงถุงเงินในแขนเสื้อของตัวเอง
“!!!”
สิ่งที่เฉินฉู่ชิงมอบให้นางเมื่อครู่ก็เป็ถุงที่มีช่องว่างเช่นนี้ด้วยใช่หรือไม่?
ยอดไปเลย!
แม้นางจะไม่เข้าใจวิถีในโลกบำเพ็ญเพียรเท่าใด แต่การสร้างช่องว่างเช่นนี้ได้ช่างพิสดารยิ่งนัก แม้แต่โลกที่เฉินเหมียวเหมี่ยวเคยอยู่ก็ยังไม่สามารถทำได้
แต่ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวกลับสามารถมอบของวิเศษเช่นนี้ให้ผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย ความใจกว้างนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ
และดูท่า ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวก็คงเป็ที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นกัน
นางต้องระวังตัวให้มากกว่านี้เสียแล้ว
……
การมีผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิดเช่นเฉินเหมียวเหมี่ยวอยู่ด้วย ทุกคนย่อมต้องเอาใจนางมากที่สุด เฉินฉู่ชิงถึงขั้นคิดว่าจะสละสัตว์พาหนะของตัวเองให้กับเฉินเหมียวเหมี่ยว แต่กลับถูกนางปฏิเสธอีกครั้ง
ไม่ใช่ว่าเฉินเหมียวเหมี่ยว้าทำตัวสูงส่งแต่อย่างใด แต่นางเป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง จะกล้าขี่อสูรมารได้อย่างไรกัน?
หากถูกมันสะบัด ท่าทางที่วางมาั้แ่ต้นได้หายไปหมดเป็แน่
หน้าตาผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิดของนาง จะยังรักษาไว้ได้อีกอย่างนั้นหรือ?
เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงแสร้งเอ่ยราวกับผู้บำเพ็ญเพียรที่สูงส่ง “ผู้บำเพ็ญเพียรควรรู้จักความเหนื่อย ความหิว ขัดเกลาความคิดของตนเองบ้าง พวกเ้าอยู่ใน่เวลาสำคัญในการวางรากฐาน ทว่าแม้แต่ยามออกจากบ้านก็ยังขี่อสูรมาร รักสบายเช่นนี้จะพัฒนาตัวเองได้อย่างไรกัน?”
ทุกคนต่างก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ “ผู้าุโกล่าวได้ถูกต้อง ผู้น้อยน้อมรับคำสั่งสอน”
“อืม เช่นนั้นพวกเ้าก็เดินกลับไปกับข้าเถอะ”
อะไรนะ?
เดิน...เดินกลับไปงั้นหรือ!!!