*** ขอเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อยนะครับ ตูนที่อยู่ 3/5 เปลี่ยนมาอยู่ 3/6 แทน***
หลายเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ของเสี่ยเน่า โรงเรียนเบียวศาตร์ก็เข้าสู่่ใกล้กีฬาสี เหล่านักเรียนต่างแยกย้ายกันไปซุ่มซ้อมทักษะตามรายการที่ตนลงแข่งไว้ โดยในโรงเรียนแห่งนี้จะจัดกีฬาสีทั้งหมด 15-16 วัน หรือครึ่งเดือนนั่นเอง เหตุเป็เพราะโรงเรียนนี้มีชมรมอยู่ค่อนข้างเยอะ ผนวกกับที่ ผอ.โรงเรียนได้กล่าวไว้ว่าเกรดไม่ได้เป็ตัววัดคุณค่าของแต่ละคน เรียนหนักมากเท่าไหน ก็เล่นให้หนักมากเท่านั้น คนเรามีด้านที่ถนัดและไม่ถนัดต่างกันไป
นั่นหมายความว่าในครึ่งเดือนนี้จะไม่มีการเรียนการสอนนั่นเอง เ้าตัวแสบที่รู้ข่าวนี้จากพี่สาวของเขาก็ถึงกับหุบยิ้มไม่อยู่จนเธอเอือมระอา ครอบครัวของตูนประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ต่ายที่เป็ลูกคนโต และตูนที่เป็ลูกคนเล็ก ตูนที่นั่งอยู่หน้าทีวีก็กำลังยิ้มหน้าบาน ในขณะที่เปิดเื่เล่าเช้านี้ไปด้วย ซึ่งมันไม่ได้เข้ากันเลยสักนิด ทำให้คนที่บ้านแอบหลอนไปตามกัน
“นี่แกจะยิ้มไปถึงไหนฮะ!!!”
โป๊ก!!!
ต่ายใช้กำปั้นเขกเข้าไปที่หัวของตูนเต็ม ๆ เพราะหมั่นไส้ที่เขาดีใจออกหน้าออกตามากเกินไป
“โอ๊ย!! ทำอะไรเนี่ย! ฉันเจ็บนะ แรงเยอะแบบนี้แล้วผู้ชายที่ไหนเขาจะมาชอบเนี่ยฮะ ขี้บ่นด้วย”
“แกว่ายังไงนะ!!”
การทะเลาะกันของพี่น้องคู่นี้เป็เื่ปกติของบ้านนี้ไปแล้ว ถ้ามีวันไหนที่ 2 คนนี้ไม่ทะเลาะกัน คงเป็วันที่ No Game No Life ประกาศสร้างอนิเมะภาคต่อ
“หยุดทะเลาะกันแล้วรีบมากินข้าวเดี๋ยวนี้!! เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก!! ทั้งคู่เลย!!!” ผู้เป็แม่ตวาดเสียงดังออกมาทำให้สองพี่น้องที่กำลังทำศึกสายเืต้องหยุดลงและย้ายก้นของตัวเองมาที่โต๊ะกินข้าวทันที “พ่อก็ช่วยกันห้ามบ้างสิ! ทะเลาะกันอยู่ได้ทุกวี่ทุกวันพี่น้องคู่นี้....”
“จ้า ๆ เป็พี่น้องกันก็รักกันเข้าไว้นะ ถึงแม้จะไม่มีผู้ชายคนไหนมาชอบแต่ซักวันลูกต้องได้เจอคนดี ๆ แน่นอน” ผู้เป็พ่อเป็คนที่มีบุคลิกท่าทางการพูดที่ดูใจดี เป็คนที่ดูเหมือนจะดุใครไม่เป็ ถ้าเปรียบง่าย ๆ คือแม่เปรียบเสมือนไฟและพ่อเปรียบเสมือนน้ำ ต่ายก็เปรียบเสมือนน้ำเหมือนกัน แต่เป็ร้อนน้ำที่กำลังเดือดอยู่ตลอดเวลา
“พ่อ!!? อย่าไปฟังที่เ้านี่มันพูดนะ ที่จริงหนูมีผู้ชายเข้าหาเยอะมาก แต่หนูแค่ไม่ได้สนใจต่างหาก... ตูนมันก็พูดไปเรื่อยของมันแหละ.... ฮึ!”
ครอบครัวสุขสันต์ วุ่นวายแต่ก็อบอุ่น เมื่อทั้งคู่กินข้าวเสร็จก็ถึงเวลาเดินทาง ซึ่งตูนก็ยังคงไม่ลืมที่จะขนมังงะเป็ตั้งใส่กระเป๋าจนแทบไม่เหลือที่ให้หนังสือเรียนได้มีโอกาศได้หายใจ และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็ประจำทุกเช้าของบ้านหลังนี้ การทะเลาะกันคงเป็วิธีบอกรักของบ้านนี้ล่ะมั้ง... มั้งนะ
...
- ณ โรงเรียนเบียวศาสตร์ -
สภาณการณ์ในโรงเรียนค่อนข้างครึกครื้น เหล่านักเรียนต่างพากันซ้อมกีฬาซ้อมทักษะกันอย่างเคร่งครัด เพราะธรรมเนียมของโรงเรียนนี้คือ สีไหนที่ได้เหรียญทองเยอะมากที่สุด จะได้สิทธิ์จ่ายค่าข้าวค่าน้ำค่าอาหารภายในโรงเรียนถูกลง 50 เปอร์เซ็นต์ตลอดทั้งเทอม แถมยังได้คูปองลดราคาของร้านอาหารชั้นนำต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกด้วย นั่งจึงเป็เหตุทำให้นักเรียนทุกคนขึ้นแสตนเชียร์ทุกครั้งที่ถึงเวลาซ้อม ไม่มีหนีหายเลยสักคนเดียว การแข่งขันในโรงเรียนนี้จึงค่อนข้างที่จะดุเดือด เพราะโรงเรียนประกอบไปด้วยนักเรียนหลายเชื้อชาติ ไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เอเชีย ยุโรป อเมริกา แอฟริกา ซึ่งแต่ละเชื้อชาติก็มีสรีระร่างกายและความถนัดที่ต่างกันออกไป
แต่ทว่ากับเด็กหนุ่มวัยกำลังโตคนนี้ ในหัวเขาไม่ได้คิดเื่อาหารลดราคาหรือคูปองอะไรใด ๆ เลย ในหัวของเขามีแต่การ์ตูนและการเล่นสนุก ซึ่งตอนนี้เขาก็กำลังเล่นบาสในสนามเปิดของโรงเรียนที่มีกรงเหมือนตาข่ายเป็กำแพงล้อมรอบ เป็ที่สำหรับให้ใครมาเล่นก็ได้ ส่วนพวกนักกีฬาก็ไปซ้อมกันในโดมที่เป็สนามปิด
ตูนที่กำลังวิ่งไปทั่วโรงเรียนก็ได้มาเจอเข้ากับสนามบาสนี้ เขาจึงขอเ้าถิ่นขาประจำเข้าไปเล่นด้วย และด้วยความที่เขาเป็คนตัวเล็กบวกกับท่าทางที่ดูใสซื่อ เ้าถิ่นจึงให้เขาเข้ามาเล่นได้ ทีแรกกะว่าจะแค่เล่นแบบขำ ๆ จนกระทั่งตูนได้ทำให้คนทั้งสนามอึ้งโดยการโชว์สกิลล็อคหลบฝ่ายตรงข้าม 3 คนที่มีความสูงมากกว่าเขาถึง 20 เซ็น ะโขึ้นไปดังก์จนได้แต้มที่ฝั่งตรงข้ามไม่คิดว่าจะได้ จากนั้นเด็กหนุ่มก็ยืนแอ็คอยู่กับที่และพูดออกมาว่า...
“คนที่จะชนะฉันได้ มีแค่ฉันเท่านั้น” (อาโอมิเนะ ไดกิ : kuroko no basket)
และตูนก็ได้ทำแต้มอย่างต่อเนื่องจนไปเข้าตากับวัยรุ่นเ้าถิ่นอีกกลุ่มหนึ่งเข้า
“ฮ่า ๆ ๆ เ้าตัวเล็กนั่นสุดยอดไปเลยนะ สูงเท่าไหร่น่ะ? ยังไม่ถึง 170 เซนเลยมั้งน่ะ แต่กลับะโดังก์ได้ขนาดนั้น ถ้าเ้านั่นลงแข่งกีฬาสีด้วย ดูท่าปีนี้เราจะไม่ได้จับเหรียญทองซะแล้วละมั้งไบรท์ ฮ่า ๆ ๆ”
“เงียบไปซะแซม ถึงเ้าเด็กนี่จะเก่งขนาดไหนก็เถอะ แต่บาสเขาต้องเล่นกันเป็ทีม ต้องใช้ความเข้าขาแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน ไม่มีทางแค่คนเก่งคนเดียวกับคนฝีมือธรรมดาทั่วไปจะสามารถชนะเราได้หรอก ใช่ไหมล่ะไบรท์”
กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ต่างมีรูปร่างที่สูงโปร่ง แต่ละคนคาดว่าน่าจะสูงเกิน 175 เซนในตอนนี้ และในอนาคตไม่คิดว่าจะสูงเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ ส่วนเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าไบรท์ เป็คนที่สูงกว่าใครเพื่อน รูปร่างหน้าตาดี เป็นายแบบได้สบาย เขามีหน้าตาที่ดูน่ารัก หวาน นุ่มนวล ตรงกันข้ามกับเคที่มีหน้าตาเท่ หล่อ ดุ
ไบรท์ที่กำลังคาบปากขวดน้ำแกว่งเล่นไปมาก็ได้ชำเลืองมองไปเด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังโชว์ทักษะบาสอย่างแพรวพราวอยู่สนามข้าง ๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจออกมา
“แวะไปดูเ้าตัวเล็กนั่นซักหน่อยละกัน...”
“ฮ่า ๆ เห็นไหมบอกแล้วว่ามันเ้านั่นไม่ธรรมดา เชื่อฉันรึยังล่ะออโต้”
“หึ ถ้านาย 2 คนว่าอย่างนั้น ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้”
ทั้ง 3 เดินตรงไปยังสนามของตูน ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปไปในสนาม เ้าถิ่นที่นั่นก็เริ่มสะกิดกันไปมาหลังจากที่เห็น 3 คนนี้ พวกเขาเก็บข้าวของด้วยความเร่งรีบและย้ายไปเล่นสนามอื่นทันที
“นี่นายน่ะ ให้พวกเราเล่นด้วยคนสิ!” แซมพูดขึ้นมา
“ได้สิแต่นายต้องต่อคิวนะ เพราะว่าตรงนั้นยังมีคนรอต่ออีกเยอะ อะ-เอ๊ะ หายไปไหนกันหมดแล้วล่ะ” ตูนชี้ไปยังที่นั่งข้าง ๆ ที่ว่างเปล่า เพราะเ้าถิ่นหอบข้าวของหนีออกไปหมดแล้ว
“นายเป็นักกีฬาเหรอ ทำไมฉันไม่เคยรู้จักนายมาก่อน นายเรียนอยู่ม.ไหน” ออโต้ถามขึ้นมา
“ฉันไม่ใช่นักกีฬา ฉันอยู่ม.3 อยู่ห้อง 3/6 พึ่งย้ายเข้ามาปีนี้ปีแรก”
“ฮ่า ๆ ๆ ม.3 เท่าพวกเราเลยว่ะ ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เอางี้ ถ้าฉันชนะนายได้ นายมาเข้าชมรมพวกฉันนะ ดีไหม ออโต้ ไบรท์”
“ฉันจะดูฝืมือก่อนแล้วค่อยตัดสินใจละกัน”
“ฉันยังไงก็ได้...”
พูดจบ ออโต้และไบรท์ก็เดินไปนั่งดูอยู่ข้างสนาม
ตูนและแซมจะทำการดวลกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งใครที่ได้ 5 คะแนนก่อนเป็ฝ่ายชนะ ชู้ตนอกวงเท่ากับ 2 คะแนน ชู้ตในวงเท่ากับ 1 คะแนน ให้เวลา 10 นาที เด็กหนุ่มทั้ง 2 ที่ยืนอยู่ในสนามต่างจ้องมองกันหาจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ แซมได้เป็ฝ่ายบุกก่อน เขาพุ่งตัววิ่งเข้าไปใต้แป้นหลบหลีกอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วและกำลังะโยัดบอลเข้าห่วง แต่เขาก็ต้องใเมื่อ จู่ ๆ ร่างเล็กก็ะโตามขึ้นมาและตบบอลของเขากระเด็นออกไป ออโต้และไบรท์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกสนใจตูนมากขึ้นกว่าเดิม
เด็กหนุ่มวิ่งไปเก็บบอลและกลับมาเผชิญหน้ากับแซมอีกครั้งหนึ่ง รอบนี้ตูนได้เป็ฝ่ายบุก
“นายไม่มีทางชนะฉันได้หรอกเ้าหัวทอง เพราะคนที่จะชนะฉันได้ มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น”
“ฮ่า ๆ ๆ ก็มาดิค้าบ”
การแข่งขันของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างดุเดือด ผลัดกันบล็อคผลัดกันทำคะแนนได้อย่างสูสี จนในที่สุดก็ได้ผู้ชนะออกมา
“ฮาาา... แพ้ซะแล้วล่ะ เ้าตัวเล็กนี่เก่งชะมัดเลย เหมือนกำลังเล่นอยู่กับไบรท์ไม่มีผิด”
ผลคะแนนออกมาเป็ 4 ต่อ 5 แซมแพ้ไป 1 คะแนน ออโต้และไบรท์ต่างรู้สึกสนใจตูนและอยากจะชวนเขาเข้ามาร่วมทีมเพราะมีเด็กไม่กี่คนในวัยพวกเขาสามารถชนะแซมได้ ไบรท์ลุกขึ้นมาและเดินตรงไปหาแซมที่นั่งเหยียดแข้งเหยียดขาอยู่กลางสนาม
“นี่แซม”
“หือ?”
“นายไปพักได้แล้วล่ะ” คำพูดที่ฟังดูเรียบง่ายมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับบนหน้าของไบรท์ ทำให้แซมรู้ทันทีว่าเพื่อนของเขานั้นคิดอะไรอยู่ในใจ
“ก็ได้ ๆ แต่เ้านี่มันไม่ธรรมดานะบอกไว้ก่อน”
เขาลุกและเดินออกไป เหลือเพียงเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ใบหน้าประดับไปด้วยรอบยิ้มอ่อน ๆ กับเด็กหนุ่มร่างเล็กกำลังที่กำลังถือลูกบาสยืนจ้องหน้ากันอยู่กลางสนาม
“นี่เ้าตัวเล็ก มาเล่นกับฉันตาหนึ่งสิ”
ตูนที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกเขาว่าเ้าตัวเล็กก็เริ่มรู้สึกยั๊วะขึ้นมาเล็กน้อย
อุตส่าห์พ้นจากที่เ้าเคมันเรียกเราว่าเ้าเปี๊ยกแล้วแท้ ๆ ยังมาเจอไอ่หมอนี้มาเรียกเราว่าตัวเล็กอีก หนอย...!!
“เข้ามาเลยไอ่สูง ฉันจะสั่งสอนนายเอง!!”
แต่รู้หรือไม่ว่าการที่เด็กตัวเล็กอย่างตูนแสดงอาการเกรี้ยวกราดออกมาแบบนี้ มันดูปุ๊กปิ๊กมากในสายตาของไบรท์จนทำให้เขาแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ และการแข่งก็เริ่มขึ้น ตูนเป็ฝ่ายบุกก่อน เขาใช้สกิลล็อคหลบได้อย่างพริ้วไหวและชู้ตลงไปในห่วงนำไปก่อน 1 แต้ม แต่ไบรท์ก็ไม่ได้แสดงอาการทุกข์ร้อนอะไร รอบนี้ไบรท์เป็ฝ่ายบุกบ้าง เขาหลอกล่อเด็กหนุ่มร่างเล็กให้สับสนไปมาราวกับว่ากำลังแหย่เล่นอยู่กับเด็กอนุบาล จากนั้นก็ชู้ตนอกวงเข้าห่วงได้ไป 2 แต้ม ไบรท์หยิบลูกบาสที่กระเด้งขึ้นมาและทำให้มันหมุนอยู่บนปลายนิ้วพร้อมกับยิ้มอ่อน ๆ ให้อีกฝ่าย
“อยากได้ก็มาแย่งเอาสิ เ้าตัวเล็ก~”
ตูนยั๊วะหนักกว่าเดิม
“หนอย...!! รอบนี้ฉันต้องเป็ฝ่ายบุกนะ นี่มันผิดกติกา! ส่งลูกบาสมาให้ฉันเดี๋ยวนี้”
ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นอยู่กับลูกแมว
จากนั้นก็ผ่านไป 5 นาที ตอนนี้แต้มของพวกเขาอยู่ที่ 3 เท่า ฝืมือของทั้งคู่เรียกได้ว่าเก่งเกินอายุไปมาก พวกเขานั้นมัวแต่จดจ่ออยู่กับคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าจนไม่รู้ตัวเลยว่ารอบ ๆ สนามนั้น มีทั้งนักเรียนและอาจารย์ต่างรายล้อมกันเต็มไปหมด โทรศัพท์หลายสิบเครื่องถูกควักออกมาถ่ายการแข่งของทั้งคู่เอาไว้ จนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็ประจักษ์ต่อทุกสายตา ผลออกมาเสมอกัน 4-4 คะแนน
“แฮ่ก...แฮ่ก... จบซักทีนะเ้าตัวเล็ก....”
“อะ-เออ... แกนี่เหนียวชะมัดเลยว่ะเ้าสูง....”
คลิปถูกเผยแพร่ออกไปทันที ตูนกลายเป็คนดังอีกแล้ว เพราะเขาไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่มร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าของเขาเป็ใคร แต่คนทั้งโรงเรียนรู้ นักเรียนในโรงเรียนต่างคอมเมนต์กันระนาว
[กรี๊ดดดด!!!! พี่ไบรท์หล่อมากกกก!!! เ้าตัวเล็กหลบไป!!]
[NBA ้าตัวพวกคุณ]
[มันเป็เพื่อนกับเคไม่ใช่เหรอวะ แล้วตอนนี้ยังมาอยู่กับไอ่ไบรท์อีก สรุปมันจะอยู่ฝั่งไหนกันแน่???]
[เป็เพื่อนกันแล้วเหรอ เห็นตอนนั้นยังจะตีกันในโรงอาหารอยู่เลย]
[ไอ่ตัวเล็กนี่มันไปทุกที่เลยวุ้ย!]
หลังจากการแข่งจบ ประตูของสนามก็ถูกเปิดออก ฉับพลันนักเรียนหญิงก็กรูกันเข้ามาราวกับฝูงซอมบี้ นักเรียนหญิงเ่าั้ต่างพากันเข้าชาร์จรุมล้อมตัวไบรท์ แซม และออโต้ราวกับหน่วยสวาทเข้าจับกุมผู้ร้าย-- ไม่รู้ว่าไปหิวจากไหนกันมา พวกเธอต่างยื่นผ้ายื่นน้ำให้และขอถ่ายรูปต่าง ๆ นา ส่วนเด็กหนุ่มร่างเล็กนั้นก็ถูกเบียดจนเกือบจะจมหายไปในความชุลมุน ก่อนที่จะมีมือปริศนามาคว้าเขาแขนของเขาและดึงเขาขึ้นมาา
“อยู่นี่นี่เองเ้าตัวเล็ก เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
ไบรท์ แซม และออโต้พยายามแหวกทางให้ตัวเองออกมาจากฝูงชน และในที่สุดพวกเขาก็สามารถออกมานอกสนามได้ ตูนที่เกือบจะจมอยู่ในกองxีนก็ได้ทรุดลงไปกับพื้น
“แฮ่ก...แฮ่ก... อะไรกันเหล่าสตรีพวกนั้น มันช่างดิบเถื่อนเกินไปแล้ว เกือบจะตายแล้วไงเรา...”
“ฮ่า ๆ ๆ น่ากลัวจริง ๆ ผู้หญิงสมัยนี้”
“เฮ้อ... หายใจได้สะดวกสักที... แล้วทีนี้เราจะไปไหนต่อดี” ออโต้ถาม
"อืม... ไปเลี้ยงไอติมเ้าตัวเล็กนี่ซักหน่อยละกัน ในฐานะสมาชิกชมรมบาสคนใหม่” ไบรท์เสนอไอเดียออกมาและดูเหมือนจะไม่มีใครคัดค้าน ยกเว้นเพียงแต่...
“ชมรมบาสอะไรของพวกนาย ฉันมีชมรมอยู่แล้ว ฉันชื่อตูนไม่ได้ชื่อเ้าตัวเล็ก และฉันก็ไม่อยากกินไอติมด้วย ฉันจะกลับห้องไปอ่านมังงะต่อแล้ว"
“อ่าวเหรอ~ น่าเสียดายจังแฮะ~ แล้วนายอยู่ชมรมอะไรล่ะ”
“ชมรมคอสเพลย์”
ไบรท์ แซมและออโต้ ชะงักไปครู่หนึ่งอย่างน่าประหลาดใจหลังจากที่ได้ยินคำตอบของเด็กหนุ่ม
“ชมรมเดียวกับพลอยเลยนี่” ออโต้ทัก
“แฮะ ๆ ช่างบังเอิญจริง ๆ เลยเนอะ...” แซมขำแห้งออกมา ไม่หัวเราะร่าเหมือนทุกที
“พวกนายรู้จักพลอยด้วยเหรอ?”
ไบรท์นิ่งเงียบไปซักพักราวกับมีอะไรในใจ ก่อนที่จะยิ้มอ่อน ๆ และพูดออกมาตามสไตล์
“งั้นเดี๋ยวพวกฉันไปส่งที่ห้องก็ได้ ไปกันเถอะ”
“ทำพวกนายต้องมาส่งฉันด้วย ฉันไปเองได้”
“เอาเถอะน่า~ ไปกันเถอะ”
ตูนี้เีจะเถียงจึงจำใจให้ 3 คนนั้นเดินตามมาด้วย พวกเขาทั้ง 3 ต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตลอดทางและแหย่ตูนเล่นเป็ระยะ ๆ ดูเป็คนนิสัยดีไม่มีพิษมีภัย น่าคบหา จนกระทั่งตูนได้เหลือบไปเห็นเด็กคนหนึ่งกำลังถูกเพื่อนรังแกอยู่จากที่ไกล ๆ เขาจึงหยุดเดินทันที
“เด็กนั่นกำลังโดนนักเลงรังแก เราต้องไปช่วยเขา”
แต่ปฏิกิริยาของทั้ง 3 กลับไม่เป็ไปตามที่เด็กหนุ่มคาด พวกเขาตีหน้าซื่อมองไปที่เด็กหนุ่มที่กำลังโดนรังแกก่อนที่จะหันกลับมาและเดินไปต่อโดยไม่สนใจอะไร
“นี่พวกนายจะไปไหน!! พวกเราต้องไปช่วยเขา!!”
แต่คำตอบที่ไบรท์ตอบกลับมาทำให้เด็กตูนตัดสินใจได้ทันทีเลยว่าเขาควรจะเป็มิตรหรือศัตรูกับคน ๆ นี้
“ช่างมันเถอะน่า... ไม่เกี่ยวกับเราซักหน่อย... ไม่ต้องไปยุ่งหรอก รีบไปกันได้แล้วเ้าตัวเล็ก...."
ตูนอารมณ์เสีย เขาจึงเลือกที่จะวิ่งเข้าไปช่วยเด็กหนุ่มคนนั้นคนเดียว ส่วนพวกนักเลงแค่เห็นหน้าของตูนต่างก็พากันวิ่งเตลิดเพราะกลัวที่ตูนกับเคนั้นเป็เพื่อนกัน
“ฮ่า ๆ เ้าหมอนั่นนิสัยเหมือนเ้าเคเปี๊ยบเลยแฮะ ทีแรกนึกว่านิสัยจะต่างกันซะอีก”
“สมแล้วล่ะที่เป็เพื่อนกันน่ะ ชอบแส่เข้าไปยุ่งเื่ของคนอื่นไม่เข้าเื่"
ไบรท์นิ่งเงียบไม่พูดอะไร ก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมาและเดินตรงไปทางตูนที่กำลังให้กำลังใจเด็กคนนั้น ร่างสูงได้มาหยุดอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่มร่างเล็ก และได้พูดออกมา
“นี่เ้าตัวเล็ก... นายชอบเล่นบทเป็ฮีโร่กำจัดเหล่าร้ายเหรอ”
เด็กหนุ่มหันหลังกลับก็พบกับใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ เช่นทุกที แต่คราวนี้มันกลับมีความมุ่งร้ายปนความไม่พอใจแฝงอยู่ในภายใต้รอยยิ้มนั้นด้วย
“แล้วนายใช่เหล่าร้ายที่พูดถึงรึเปล่าล่ะ ถ้าใช่ ฉันจะได้จัดการนายทิ้งซะที่นี่ ตรงนี้”