ตอนที่ 10 เสาหลักที่หายไป
ภายในถ้ำ นักประดาน้ำสองคนต่างช่วยกันสำรวจร่างกายของริวอย่างละเอียด
“ชีพจรแข็งแรงครับ... ไม่พบอาการาเ็รุนแรง แผลแค่ที่หน้าแข้งด้านซ้าย แผลค่อนข้างตื้น”
“รูม่านตาตอบสนองดี ดูเหมือนจะเพิ่งได้สติเมื่อไม่นาน ... นี่...เด็กคนนี้มันแข็งแรงแปลกๆ นะหัวหน้า จมน้ำวนทั้งคืนยังแทบไม่มีอาการอะไรผิดปกติ ”
หนึ่งในทีมกู้ภัยหันมามองเพื่อนร่วมทีมด้วยความแปลกใจ ก่อนจะกดวิทยุแจ้งข้อมูล
“หัวหน้าครับ สภาพร่างกายเด็กถือว่าแข็งแรงน่าทึ่งมาก ไม่มีอาการาเ็สาหัส คาดว่าน่าจะขึ้นเองได้ครับ”
“ดีมาก!” เสียงหัวหน้าตอบกลับทันที “
“เราจะส่งทีมสองลงไปพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ ชุดดำน้ำ อาหาร และน้ำดื่ม อีกประมาณสามสิบนาทีถึงตัว เตรียมรับได้เลย!”
เวลาผ่านไปราวสามสิบนาทีแห่งการรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ทีมกู้ภัยชุดที่สองแบกอุปกรณ์ดำน้ำสำรองและถังออกซิเจนขนาดเล็ก รวมถึงขวดน้ำและอาหารพลังงงานสูง ว่ายน้ำผ่านช่องทางหินแคบเข้ามาถึงภายในโพรงถ้ำ
“มาแล้วครับ! เอาน้ำให้เด็กก่อน!”
นักประดาน้ำคนใหม่ถอดหน้ากากแล้วส่งขวดน้ำพลาสติกให้เพื่อนร่วมทีม ก่อนจะเริ่มช่วยกันสวมอุปกรณ์ดำน้ำสำรองให้กับริวที่เริ่มมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย
“ริว ขากลับเราจะพาเธอขึ้นไปหาป้าหลินนะ เธอยังไหวไหม?” เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยถามขณะตรวจสอบหน้ากากอนามัยว่าแ่าดีหรือไม่
ริวที่เพิ่งจะฟื้นคืนสติได้เต็มที่ พยักหน้าช้าๆ แม้ร่างจะอ่อนเพลียแต่แววตายังคงสดใส
“ได้ครับ...ขอบคุณพี่ๆ มากครับ...” รอยยิ้มโล่งอกเกิดขึ้นบนใบหน้าของนักกู้ภัยทุกคนในถ้ำ
ทว่า...
“โว้ยยยย! อะไรเนี่ย!”
เสียงะโลั่นของนักประดาน้ำอีกกลุ่ม
—ทีมที่ถูกส่งไปสำรวจทางแยกที่สอง—ดังแว่วมาจากช่องทางหินอีกด้านหนึ่ง สัญญาณวิทยุแตกพร่าเนื่องจากระยะทางและชั้นหินที่บดบัง
“นี่ทีมสาม! เกิดอะไรขึ้น! ตอบกลับมา!” หัวหน้าทีมกู้ภัยะโถามทางวิทยุทันที
“กระแสน้ำครับ! กระแสน้ำมัน... อั่ก!... มันเปลี่ยนทิศกะทันหัน! เรากลับขึ้นไม่ได้! พวกเราถูก—!”
เสียงขาดหายไป
จังหวะนั้นเอง ภายในถ้ำที่ริวและทีมกู้ภัยชุดหนึ่งและสองกำลังอยู่ สายน้ำที่เคยไหลเอื่อยๆเริ่มปั่นป่วน ผิวน้ำที่เคยนิ่งเริ่มกระเพื่อมเป็ระลอกใหญ่ ก้อนหินเล็กๆ บริเวณขอบถ้ำเริ่มสั่นและร่วงหล่นลงมาดังกรอบแกรบ
“ นี่มัน... ” นักประดาน้ำหัวหน้าชุดที่สองเบิกตากว้างด้วยความใ “มันเป็ไปไม่ได้...กระแสน้ำวนในแอ่งปิดมันเพิ่มความรุนแรงขึ้นได้ยังไง?”
แอสเทริออนในภวังค์ของริวััได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ผิดธรรมชาติ
ภายในหัวของริว เสียงของแอสเทริออนที่เคยราบเรียบ ทอดอารมณ์เยาะหยันเล็กน้อย บัดนี้กลับแฝงไปด้วยความเร่งด่วนที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ริว...ฟังข้าให้ดี” เสียงนั้นดังก้อง กังวานลึก
“ถ้ำแห่งนี้กำลังจะถล่ม”
ริวที่กำลังจะลืมตาตื่นเต็มที่ ชะงักไปชั่วขณะ ‘อะไรนะครับ?’
“ข้าบอกว่า...ถ้ำมันกำลังพังทลาย” แอสเทริออนพูดซ้ำ
“ที่แห่งนี้เคยถูกยึดเหนี่ยวด้วยพลังงานจากก้อนหินที่เ้าัั—และจากพลังเวทย์ของข้าที่เสมือนรากต้นไม้พลังงานเวทย์ มันยึดเกาะโพรงหินเหล่านี้ไว้ใต้แรงดันน้ำ...แต่ตอนนี้พลังของข้านั้นหายไป ทำให้ในตอนนี้ โครงสร้างของถํ้ามันรับไม่ไหวอีกต่อไป”
แอสเทริออนในภวังค์จิตหรี่ตาลง
“ข้าประเมินได้ไม่แม่น...แต่อีกไม่นาน ช่องทางที่พวกมนุษย์ใช้นี้จะถล่มลงมา พวกเ้าต้องรีบ”
ภายนอกถ้ำ ริวลืมตาขึ้นเต็มที่
นักประดาน้ำสองคนกำลังก้มหน้าก้มตาพูดคุยผ่านวิทยุสื่อสารกับหัวหน้าทีมเบื้องบน สีหน้าแต่ละคนเริ่มเคร่งเครียด
“ทีมสามยังติดต่อไม่ได้เลยครับหัวหน้า! สัญญาณขาดหายไปั้แ่เมื่อกี้!”
เสียงแตกพร่าของหัวหน้าทีมดังกลับมา “พยายามต่อไป! แล้วทีมสอง...เด็กเป็ยังไงบ้าง?”
“กำลังเริ่มฟื้นตัวดีครับ หัวหน้า”
“งั้นฟังนะ...สถานการณ์มันไม่ปกติ กระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในแอ่งปิด ฉันไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เราไม่สามารถรอได้แล้ว” เสียงหัวหน้าทีมหนักแน่นทว่าแฝงความกังวล
“ให้ทีมสองสอนเด็กใช้อุปกรณ์ดำน้ำตอนนี้เลย แล้วพาเขาขึ้นมาก่อน— ส่วนทีมสาม...เราจะพยายามติดต่อพวกเขาและหาทางช่วยอีกที”
นักประดาน้ำหัวหน้าชุดที่สองหันมามองเพื่อน ก่อนจะพยักหน้า “รับทราบครับ!”
เขาคลานเข้ามาใกล้ริว ถอดหน้ากากออก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าเชื่อถือ
“น้องริว...ฟังพี่นะ ตอนนี้พวกเราต้องขึ้นไปหาป้าหลินแล้ว เธอต้องใส่ชุดดำน้ำตัวนี้แล้วว่ายตามพี่ไป เธอว่ายน้ำเป็ใช่ไหม?”
ริวพยักหน้าแม้ใจจะตื่นเต้นเล็กน้อย “ครับ...ว่ายได้ครับ”
“เก่งมาก” นักประดาน้ำยิ้มบาง ก่อนจะเริ่มหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาสอนทีละชิ้น
“นี่คือหน้ากาก...ใส่มันแล้วหายใจทางปากเท่านั้นนะ อย่าหายใจทางจมูกเด็ดขาด”
“นี่คือถังอากาศ ถ้าเธอเกิดรู้สึกหายใจลำบาก ให้กดปุ่มนี้...ออกซิเจนจะไหลผ่านท่อนี้เข้าไปในหน้ากาก”
“นี่คือตัววัดแรงดัน ถ้าเข็มมันเข้าเขตแดงเมื่อไหร่ ให้รีบส่งสัญญาณให้พี่ด้วยการแตะที่ข้อมือพี่ 3 ที เข้าใจไหม?”
“เวลาว่าย ให้อยู่ข้างหลังพี่ตลอดนะ จับสายพี่ไว้ ไม่ต้องกลัว พี่จะพาเธอขึ้นไปเอง”
ริวจดจ่อทุกคำพูด สมองของเขาซึมซับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เขาทวนคำถามบ้างเล็กน้อยเพื่อความแน่ใจ ผ่านไปราว 15 นาที นักประดาน้ำทั้งสองก็ช่วยกันสวมใส่อุปกรณ์ดำน้ำให้กับเด็กชายวัยสิบขวบเสร็จเรียบร้อย
“หัวหน้าครับ ทีมสองพร้อมพาเด็กขึ้นแล้ว” นักประดาน้ำกดวิทยุ
“กระแสน้ำทางฝั่งเรายังพอไปได้ ไม่รุนแรงเกินไป”
“ยืนยัน ตรวจสอบอุปกรณ์เด็กอีกครั้ง”
“ตรวจสอบเรียบร้อยครับ หายใจปกติ สัญญาณชีพแข็งแรง”
“ดีมาก...ให้เด็กอยู่ในลำดับที่สอง เริ่มลงน้ำปรับสภาพได้เลย! อัปเดตทุก 5 นาที!”
นักประดาน้ำหัวหน้าชุดหันมาสบตากับริว ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้
“พร้อมแล้วนะน้องริว? พี่จะพาเรากลับบ้าน”
ริวสูดหายใจเข้าลึกผ่านหน้ากาก ก่อนจะพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว
‘น้าหลิน...เดี๋ยวผมจะกลับขึ้นไปหาแน่นอนครับ’
ทีมสองทยอยหย่อนตัวลงสู่ผิวน้ำที่เริ่มปั่นป่วน ริวเป็ลำดับที่สอง มือเล็กๆ จับสายรัดของนักประดาน้ำไว้แน่น ความรู้สึกเย็นของน้ำซึมผ่านชุดดำน้ำบางๆ ก่อนที่ทุกคนจะดำดิ่งลงสู่ความมืดเขียวขจี
เสียงวิทยุแจ้งเวลาครั้งแรก
“เริ่มภารกิจนำส่งเด็กขึ้นฝั่ง คาดว่าใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที”