บทที่ 46 พูดถึงในแง่ของศิลปะ
ครั้งนี้แม่ของเด็กหญิงกลับมีปฏิกิริยาบ้าง เธอพยุงแก้มเล็ก ๆ ของเด็กหญิงและพูดว่า “พี่ชายคนนั้นน่ะ ไม่รู้จักคุณค่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่น่ะสิ”
เด็กหญิงพยักหน้าเหมือนเข้าใจ “อ่อ… อย่างนี้นี่เองเสี่ยวซินเข้าใจแล้วค่ะ”
หลี่เฟิงยิ้มแห้งขึ้นมาทันที ‘นี่ฉันเก็บสีหน้าไม่ได้เลยเหรอเนี่ย สงสัยความสามารถจะลดลงไปมาก ขนาดเด็กยังมองออกเลยว่าฉันกำลังไม่พอใจ งั้นคนทั้งถนนดูไม่ออกจริง ๆ เหรอว่าฉันกำลังไม่พอใจ?’
ตอนนี้หลี่เฟิงอยากร้องตะโกนดัง ๆ เขาอยากจะโมโหจนคลั่งไปเลย เพื่อทำให้ทุกคนกลัวและหนีไปให้หมด!
แต่ ‘ไม่รู้จักคุณค่าสิ่งที่มีอยู่’ นี่มันหมายความว่ายังไง? หรือว่าการแต่งหน้าที่หนาเตอะยังกับผีจีนของฉินเสี่ยวจะเป็นที่นิยมของที่นี่จริง ๆ
โชคดีที่หลี่เฟิงเห็นว่าถนนสายนี้อีกไม่ถึงร้อยเมตรก็ถึงหัวมุมถนนแล้ว ถึงตอนนั้นเขาจะเรียกแท๊กซี่กลับโรงแรมทันที ให้ยัยเด็กนี่ล้างเครื่องสำอางออก บ้าชะมัด… นี่มันดึงดูดสายตามากเกินไป เดินไปที่ไหนก็มีแต่คนมอง มันเด่นเกินไปแล้ว พวกเขาจะต้องทำตัวไม่เด่นสิ ถึงจะถูก!
โดยเฉพาะตอนนี้พวกเขาสองคนมีสถานะที่ละเอียดอ่อนมาก เขาเป็นถึงอาชญากรที่รัฐบาลสหรัฐประกาศตามหาทั่วโลก ส่วนฉินเสี่ยวก็กำลังถูกแก๊งมาเฟียในเมืองเทียนไห่ตามล่าอีก ตอนนี้ทั้งสองคนราวกับเป็นพี่น้องร่วมทุกข์จริง ๆ ไม่สามารถเปิดเผยตัวได้ ต้องหลีกเลี่ยงแสงไฟที่สว่างจ้า!
ขณะนั้นหลี่เฟิงก็เห็นชายวัยกลางคนเดินสวนมาทางด้านตรงข้าม เป็นชายหนุ่มอายุราว ๆ 30 ปี มีหนวดเล็ก ๆ ใต้จมูก เขามีใบหน้าที่ดูหื่นกามเล็กน้อย มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ท่าทางเหมือนกำลังจะถ่ายรูปหลี่เฟิงและฉินเสี่ยวอยู่
หลี่เฟิงร้อนใจขึ้นมาทันที เขาก้าวเข้าประชิดตัวชายหนุ่มตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ยื่นมือออกไปจับมือข้างที่ชายหนุ่มกำลังถือโทรศัพท์อยู่
“ห้ามถ่าย!”
ชายหนุม่ขมวดคิ้วสงสัย “ทำไมถ่ายไม่ได้ล่ะ?”
“คุณรู้จักสิทธิภาพลักษณ์*[1]ไหม?”
ชายหนุ่มพยักหน้า “โอเค ๆ ผมจะไม่ถ่ายรูป งั้นผมแค่มองเฉย ๆ” พูดจบชายหนุ่มก็เก็บโทรศัพท์มือถือ โดยสายตายังจับจ้องฉินเสี่ยวที่อยู่ด้านหลังของหลี่เฟิง โดยไม่สนใจการมีอยู่ของหลี่เฟิงสักนิด
หลี่เฟิงรู้สึกหงุดหงิดมากอดไม่ได้ที่จะถามว่า “สวยไหม?”
ชายหนุ่มรีบพยักหน้าตอบอย่างเหม่อลอย “สวย..”
“งั้น ตรงไหนที่เธอสวย?”
เมื่อชายหนุ่มได้ยินหลี่เฟิงถามเช่นนั้นเขาจึงหันกลับมามองหลี่เฟิง แล้วพูดว่า “ผมว่าคุณนี่มันยังไงกัน แฟนตัวเองสวยขนาดนี้ยังไม่รู้ ต้องมาถามคนอื่นอีก?”
แต่หลี่เฟิงอยากรู้จริง ๆ เลยแกล้งทำเป็นถ่อมตัวและถามว่า “ผมเห็นจนชินตาแล้ว วันนี้เธอแต่งหน้าแบบนี้ ผมไม่ค่อยชินจริง ๆ ไม่รู้ว่ามันสวยตรงไหน?”
ชายหนุ่มมองไปที่ฉินเสี่ยว แล้วยิ้มให้เธอเล็กน้อย จากนั้นพูดว่า “เรื่องนี้ต้องพูดถึงในแง่ของศิลปะแล้วละ...”
[1] หมายถึง สิทธิของบุคคลในการควบคุมและอนุญาตให้ใช้ภาพลักษณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ หรือสื่ออื่น ๆ ที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้