บรรยากาศภายในลานกว้างยิ่งร้อนระอุมากยิ่งขึ้น คะแนนของแต่ละคนจากต่ำสุดเริ่มไล่เรียงขึ้นมาเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน ทุกคนที่ถูกอ่านคะแนนออกมาก็ทำได้เพียงต้องยอบรับมันเท่านั้น พวกเขาถึงจะอยู่รอดภายในยี่สิบสี่คนนี้แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจที่จะติดหนึ่งในสามอันดับได้ มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดียิ่งนักสำหรับพวกเขา
และแล้วเวลาก็ผ่านไปในที่สุดก็มาถึงการประกาศผลของสามอันดับแรกแล้ว คนที่เหลือและยังไม่ถูกเรียกแต่ละคนตอนนี้ก็มั่นใจอย่างถึงที่สุด
ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่จ้องมองมาทางหลินตงอย่างหวั่นเกรง ชายหนุ่มคนนี้ยังไม่ถูกประกาศออกไปก็หมายความว่าเขาติดอันดับหนึ่งในสาม สภาพที่ทุกคนได้เห็นก็ต้องบอกเลยว่าเขานั้นเหนือชั้นกว่าคนอื่นๆจริงๆ การที่ไม่มีแม้แต่เศษชุดที่ขาดว่อนก็ทำให้ทุกคนต้องคาดเดาเรื่องราวต่างๆกันไปว่ามันทำยังไงถึงมีสภาพที่สมบูรณ์ครบเช่นนี้ได้ในการทดสอบ
หลินตงสังเกตสายตาที่มองมาของแต่ละคนก็ไม่ได้สนใจ เขาก็คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าอันดับของเขานั้นต้องได้สูงเหนือล้ำ ต้องบอกก่อนว่าเจ้าหมายเลขหนึ่งที่เขาให้ไปสังหารนั้นมีพลังที่ใกล้จะแตะสัตว์อสูรระดับสามแล้ว พลังและความเร็วในการฆ่าของมันเรียกได้ว่าเร็วกว่าทุกคนที่จับกลุ่มรวมกันถึงหลายสิบเท่าซะอีก
และจากที่เขาสังเกต ดูเหมือนว่าช่วงดึกๆผู้เข้าทดสอบคนอื่นๆจะหลบซ่อนหรือหลบหนีจากสัตว์อสูรกันมากกว่า การที่ถูกรุมล้อมจากสัตว์อสูรระดับหนึ่งนับสิบนั้นต่อให้จะเป็นผู้มีพลังจิตยุทธวิญญาณก็ยังต้องตกที่นั่งลำบากจึงทำให้เวลาต่อมาคะแนนของพวกเขาไม่กระเตื้องกันเลยแม้แต่นิด
"อืม เอาล่ะ ในที่สุดก็มาถึงอันดับที่สามแล้ว ผู้ที่ได้รับในอันดับนี้ก็คือ หลี่เทีย สังหารสัตว์อสูรได้ทั้งหมดสองร้อยสิบคะแนน เชิญมายังด้านหน้านี้ด้วย อันดับหนึ่งถึงสามหลังจากนี้จะมีรางวัลให้"
เมื่อชายชราประกาศคะแนนออกมาก็ทำให้หลายคนต้องอุทานอย่างตกใจ คะแนนระหว่างที่สามกับที่สี่นั้นห่างกันเกือบหนึ่งร้อยคะแนนเลยนะ มันเป็นไปได้ยังไงกันที่เขาจะสามารถสังหารได้มากมายเช่นนี้ พวกเขาเมื่อคิดเช่นนั้นก็สังเกตถึงชายหนุ่มผมเงินทันที อย่าบอกนะว่าเขาคนนี้ชื่อหลี่เทีย
"ก็ตามนั้นละนะ..!!"
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้คาดเดาอะไรพวกเขาก็ได้ยินเสียงๆนึงดังขึ้น ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับเส้นผมสีดำยาวก็ก้าวเดินออกมาจากหมู่คนด้วยลักษณะที่น่าเกรงขาม ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบโลหิตที่เริ่มแห้งกราด
เขาคิดไว้แล้วว่าตัวของตนจะต้องได้อันดับหนึ่งในสามแต่เขาก็ต้องถอนหายใจอยู่หน่อยๆที่ไม่สามารถมีอันดับที่สูงกว่านี้ได้ ภายในใจถึงกับคิดว่าสองคนหลังจากนี้สามารถสังหารสัตว์อสูรได้มากกว่าเขาอีกหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
แต่ละคนเมื่อเห็นว่าไม่ใช่ชายหนุ่มผมสีเงินก็ลอบตกใจกันยกใหญ่ ถึงพวกเขาไม่อยากจะเชื่อกับภาพตรงหน้าแต่มันก็ต้องเชื่อแล้ว
ระหว่างนั้นพวกเขาก็มองไปยังอีกสองคนที่เหลือและยังไม่ถูกประกาศชื่อออกมา หนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มเส้นผมสีเงินที่มีใบหน้าหล่อเหลา ลักษณะนิสัยของเขาดูเหมือนจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นๆ ส่วนอีกคนนึงคือชายหนุ่มที่ดูเหมือนเป็นคุณชายของตระกูลที่ทรงพลังแห่งนึง คิ้วคมเข้มใบหน้าได้รูปพร้อมกับเส้นผมสีเขียวประกายทำให้พวกเขาทั้งสองนั้นแปลกแยกยิ่งนัก
"เส้นผมสีเงินกับเส้นผมสีเขียวเข้มยังงั้นเหรอ มันแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ"
อีกฟากนึงชายหนุ่มผมเขียวที่ได้ฟังก็ยิ่งเคร่งครึมขึ้น เขาตอนนี้จะได้อันดับหนึ่งหรือไม่นั้นก็ต้องมาดูกันหลังจากนี้ เจ้านั้นก็อย่างที่คิดไว้จริงๆ มันไม่ธรรมดาเลย นอกจากเราที่มีพลังจิตวิญญาณยุทธแล้วก็มีเพียงแค่มันเท่านั้นที่มีระดับต่ำกว่าเราแค่หนึ่งขั้น ยิ่งชายหนุ่มคิดก็ยิ่งอยากจะรู้ว่าเขาคนนี้คือใคร ตั้งแต่ตอนที่อยู่ตรงบริเวณเทือกเขาชายหนุ่มก็เห็นเขาคนนี้ตั้งนานแล้วและมันก็ให้เกิดความสงสัยมากขึ้นไปอีก
ชายชราชำเลืองมองทั้งสองคนก็คิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเจ้าพวกนี้อย่างแน่นอน คนที่สองถึงเขาจะไม่บอกชื่อตระกูลก็สามารถรับรู้ได้ในทันที ภายในใจของชายชราตอนนี้ถึงกับเบิกบานเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าคนของตระกูลระดับสูงจะมาเข้าที่สำนักเขา เรือนผมสีเขียวเข้มตัดบ่าภายในทวีปชิงหลงนี้มีเพียงแค่ตระกูลเดียวเท่านั้น พวกเขาสืบทอดจิตวิญญาณยุทธส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่นจนเป็นที่หวั่นเกรงไปทั่วทุกหนแห่ง
"อันดับที่สอง คุณชายน้อยของตระกูลเซิน เซินฮ่าว สังหารสัตว์อสูรได้ทั้งหมดสี่ร้อยหกสิบคะแนน..!!"
สิ้นคำพูดของชายชราความโกลาหลก็เกิดขึ้น ไม่ใช่ชายหนุ่มเส้นผมสีเงิน ถ้าเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าเขาได้อันดับหนึ่ง แม่เจ้าโว๊ย
ชายหนุ่มเส้นผมสีเขียวเข้มเมื่อได้รับรู้แล้วก็ก้าวเดินออกมาอย่างสง่างาม มุมปากของเขาตอนนี้ทำได้เพียงกัดฟันแน่น ดวงตาถึงกับหันมองไปยังชายหนุ่ม ไม่คิดว่าเมื่อออกมาจากตระกูลก็ได้พบเจอกับผู้พรสวรรค์ที่มากยิ่งกว่าเขา โลกใบนี้มันกว้างใหญ่จริงๆนั้นแหละ แต่ก็นะในเมื่อผลลัพธ์มันไม่เป็นเช่นที่เขากำหนดไว้มันก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
"ตระกูลเซิน ตระกูลเซิน"
หลี่เทียที่พอจะมีความรู้กว้างขว้างอยู่บ้างเมื่อเห็นชายหนุ่มผมสีเขียวก้าวเดินเข้ามา เขาจ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยท่าทีซับซ้้อนพลางครุ่นคิดอยู่สักพักและเมื่อเขานึกอะไรขึ้นได้ ม่านตาก็เริ่มเบิกโพรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นเขาก็พูดมันออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ตระกูลหอกวายุเซิน..?! ตระกูลที่ทุกคนครอบครองจิตวิญญาณยุทธระดับสูงนั่นนะหรอ คนของตระกูลตำนานทวีปแบบนั้นทำไมถึงมาปรากฏตัวขึ้นยังสำนักแห่งนี้กัน..!!"
เสียงของเขาถึงจะไม่ดังแต่ก็เพียงพอที่จะให้ทุกคนนั้นได้ยิน แต่ละคนถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อเข้าสู่โลกแห่งการฝึกพลังยุทธแล้วนั้นอย่างแรกเลยพวกเขาจะต้องศึกษาสิ่งต่างๆหรือขุมพลังที่แข็งแกร่งของทวีปและตระกูลเซินก็คือหนึ่งในนั้น ว่ากันว่าพวกเขาสืบทอดจิตวิญญาณยุทธรูปแบบเดียวกันภายในตระกูลมานับแสนปี หอกวายุศักดิ์สิทธิ์ จิตยุทธระดับสูงรูปลักษณ์อาวุธที่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
ภายในลานกว้างเกิดความโกลาหลกันยกใหญ่ ทุกคนมองไปยังชายหนุ่มผมเขียวด้วยท่าทางที่ดูหวาดหวั่น ไม่คิดว่าเขาคนนี้จะเป็นถึงคุณชายน้อยของตระกูลระดับตำนานแบบนั้น เรียกได้เลยว่าสถานะของเขาเหนือกว่าทุกคนที่อยู่ภายในที่แห่งนี้หรือแม้แต่สำนักจิตวิญญาณทั้งหมดรวมกันซะอีก
เซินฮ่าวที่เห็นท่าทางพวกเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ให้ตายสิ มันเป็นแบบนี้ทุกที เขาค่อยๆยกมือขึ้นพลางโบกไปมาว่าไม่ต้องสนใจในตัวของเขาแถมเขายังบอกอีกว่าที่เขามายังที่แห่งนี้ก็เพื่อที่จะตั้งหลักด้วยตนเองโดยที่ไม่ได้หวังพึ่งตระกูลของตน
ทุกคนเมื่อได้ฟังก็เคราพยำเกรงในตัวของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก คุณชายน้อยคนนี้ไม่ถือตัวเลยแม้แต่นิด เขานั้นอยากจะฝึกฝนพลังด้วยตนเองจึงได้ออกมาจากตระกูล ทั้งๆที่ภายในตระกูลเซินนั้นก็มีทุกสิ่งที่เพรียบพร้อมมากยิ่งกว่าสำนักจิตวิญญาณนี้
หลินตงที่ยืนกอดอกอยู่ก็ถึงกับประหลาดใจ ชายหนุ่มผมเขียวที่ครั้งนึงเคยสบตากันตรงด้านล่างของเทือกเขาตอนนั้นไม่คิดว่าจะเป็นถึงนายน้อยของตระกูลที่แข็งแกร่ง ตระกูลเซินหลงจากที่เคยได้ยินมาว่ากันว่าทุกคนที่กำเนิดมาภายในตระกูลจะมีจิตวิญญาณยุทธหอกวายุศักดิ์สิทธิ์ติดตัวมาตั้งแต่เกิด มันมีพลังในการควบคุมสายลมและเจาะทะลวงได้ทุกสิ่งเลยทีเดียว มิน่าเขาที่ตัวคนเดียวถึงสังหารสัตว์อสูรได้ถึงระดับสี่ร้อยกว่าๆ
ชายหนุ่มเมื่อคิดเช่นนั่นก็แสยะยิ้มขึ้นอยู่หน่อยๆ ก็คิดไว้แล้วว่าผู้มีพลังระดับนี้จะต้องมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาแต่ก็นะ ถ้าเอามาเทียบกับตัวของเรามันก็ยังไงๆอยู่นี้สิ ต่อให้จะเป็นตระกูลเซินก็เทียบกับท่านอาจารย์ไม่ได้อยู่ดี
ระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นอยู่นั่น ชายชรากวาดตามองไปยังทุกคนก็ประกาศก้องออกมา
"เงียบกันหน่อย ถึงเขาจะเป็นนายน้อยของตระกูลเซินแต่ว่า.........เขาก็ได้เพียงที่สองเท่านั้น..!!"
เจ้าสำนักโหวฉ่างคงพูดเว้นวรรคอยู่ครู่นึงและก็เอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึม ทุกคนเมื่อได้ยินก็พลันได้สติ มันก็เป็นอย่างที่ชายชราพูดขึ้นจริงๆ แต่ละคนถึงกับหันขวับมามองร่างชุดคลุมสีดำมืดที่มีใบหน้าหล่อเหลาอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันหลี่เทียกับเซินฮ่าวเมื่อได้ฟังก็หรี่ตาลงอย่างจริงจัง พวกเขาบอกได้เพียงว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดา คนที่มีสถิติการฆ่าสัตว์อสูรที่เหนือกว่าผู้ครอบครองหอกวายุศักดิ์สิทธิ์มันจะเป็นเช่นไรกัน เดียวอีกสักพักพวกเขาก็คงจะได้รับรู้ถึงมันแล้ว