ฉันนี่แหละ...คือท่านผู้นั้น That Great Lady is Me.

    บทที่ 61 แผนการนั้น ฉันขอแล้วกัน

            บทที่ 61 แผนการนั้น ฉันขอแล้วกัน


            มีอุปกรณ์บางอย่างที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นติดอยู่บนเล็บนิ้วกลางของยัยแซนด้า ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่มันอาจจะเกี่ยวข้องกับไคลล์ หรือว่า..นางอยากจะได้ไคลล์เป็นผู้ช่วยในบททดสอบที่สาม? ต้องใช่แน่! นางรู้อยู่ก่อนแล้วนี่ว่าบททดสอบที่สามคืออะไร แล้วก็ต้องรู้ด้วยว่าไคลล์คือหนึ่งในผู้ช่วยที่ทางเดอะนอร์เลือกมา อุปกรณ์บนเล็บนั่นต้องช่วยให้นางจับสลากได้หมายเลขเดียวกับไคลล์แน่ แต่จะทำยังไงล่ะในเมื่อไม่มีใครรู้ล่วงหน้ามาก่อนว่าแต่ละคนจะจับสลากได้หมายเลขอะไร

            ฉันมองขึ้นไปบนเวที ขณะนี้ทีมนักวิจัยกำลังจับสลากกันอยู่ พอเห็นเจ้าหน้าที่ที่ยืนถือโถรับลูกบอลสลากคืน ฉันก็คิดออกทันที ลูกบอลสลากไงล่ะ!

            ถ้าเจ้าหน้าที่คนนั้นทำงานให้ยัยแซนด้า ติดบางอย่างที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บนเล็บยัยนั่นลงไปบนลูกบอลที่ไคลล์จับสลากได้ ต่อไปถ้าถึงตานางจับ นางก็จะจับได้ลูกบอลลูกเดียวกันกับไคลล์ นั่นก็หมายถึงได้หมายเลขเดียวกัน ยังรวมไปถึงพวกนักวิจัยด้วย ถ้ามีนักวิจัยที่อาเซเรนวางไว้ให้ช่วยยัยแซนด้า แล้วคน ๆ นั้นมีอุปกรณ์แบบเดียวกับยัยนั่น เขาก็สามารถจับสลากได้หมายเลขเดียวกันได้พอดี

            ฉันใช้จิตสัมผัสตรวจดูลูกบอลที่อยู่ในโถที่เจ้าหน้าที่บนเวทียืนถืออยู่ แล้วก็พบว่ามีบอลลูกหนึ่งที่แตกต่างจากบอลลูกอื่นเพราะมันมีอุปกรณ์บางอย่างติดไว้ที่ผิวลูกบอลคล้าย ๆ กับของยัยแซนด้า นี่แสดงว่ามีนักวิจัยจับสลากได้เบอร์เดียวกับไคลล์ไปแล้วน่ะสิ ฉันไม่ทันได้มองว่าเป็นใครกัน

            ขณะนั้นนักวิจัยหญิงคนหนึ่งในแผนก SMP ซึ่งฉันรู้จักกำลังหย่อนลูกบอลที่จับสลากได้คืนลงในโถ แล้วฉันก็พบว่าบอลลูกนี้ก็มีอุปกรณ์ติดอยู่เช่นกัน นี่นอกจากยัยแซนด้ายังมีคนอื่นที่โกงด้วย? อ่อ…ฉันลืมเจ้าเซนไปได้ยังไง อาเซเรนช่วยยัยแซนด้าก็ต้องช่วยเจ้าเซนมันด้วยสินะ

            ฉันแอบเหลือบมองเจ้าเซนที่นั่งเยื้องห่างจากฉันออกไปทางขวา เจ้านั่นนั่งเงียบนิ่งขรึม สีหน้าท่าทางไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ ออกมา ช่างเก็บอาการได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะยัยแซนด้าหลุดอาการผิดสังเกตออกมาล่ะก็ฉันก็คงไม่รู้เรื่องนี้ แล้วทีนี้ฉันจะทำยังไงกับเรื่องขี้โกงนี้ดีล่ะ ฟ้องคณะกรรมการดีมั้ย?

            ไม่! ฟ้องไปก็เสียเวลา กว่าคณะกรรมการจะตรวจสอบ เจ้าพวกนั้นก็ไหวตัวทันก่อน แล้วยังไม่รู้ว่าในคณะกรรมการมีใครเป็นพรรคพวกของอาเซเรนอีกบ้าง ดูแล้วสองพี่น้องนั่นท่าจะรอดตัวได้สบาย ๆ แถมถ้าฉันฟ้องไปล่ะก็ยังจะทำให้ตัวเองกลายเป็นเป้าให้อีกฝ่ายโจมตีหนักกว่าเดิม แล้วยังจะต้องเปิดเผยความสามารถในการใช้จิตสัมผัสได้ให้คนอื่นรู้กันไปทั่วอีก ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

            ถ้างั้นฉันจะทำให้เจ้าพวกนั้นเสียแผน ไม่ได้ผู้ช่วยที่อยากได้ แต่ระหว่างยัยแซนด้ากับเจ้าเซนก็คงมีคนผิดหวังแค่คนเดียว และคน ๆ นั้นก็ต้องเป็นยัยแซนด้า เพราะนางช่างไร้ความสามารถไร้คุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่ดีโดยสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะอยู่ทีมเดียวกับไคลล์หรอกนะ จริง ๆ

            แต่ปัญหาคือบอลลูกไหนกันล่ะที่เป็นของยัยแซนด้า? ตอนนี้พวกนักวิจัยจับสลากกันไปครบหมดแล้ว กำลังจะถึงคราวของพวกผู้สมัครแล้ว เจ้าหน้าที่เครื่องจับสลากกำลังเทลูกบอลสลากจากโถที่รับคืนมาจากเหล่านักวิจัยกลับลงไปในลูกแก้วใส ฉันลองใช้จิตสัมผัสแยกแยะความแตกต่างระหว่างลูกบอลสลากสองลูกที่มีอุปกรณ์ติดอยู่ดู รู้สึกเหมือนว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย แล้วฉันก็เปลี่ยนเป้าหมายใช้จิตสัมผัสมาที่เล็บของยัยแซนด้ากับเจ้าเซน อะฮ่า! ฉันว่าฉันรู้แล้วว่าจะเลือกยังไง…คิดว่านะ

            “ลำดับต่อไปเรียนเชิญผู้สมัครทุกท่านออกมาจับสลากค่ะ ลำดับการจับสลากจะเรียงตามอันดับคะแนนของผู้สมัครนะคะ” พี่พาร์เมล่าที่ยืนอยู่บนเวทีกล่าวอธิบาย “คราวนี้ให้ผู้สมัครแจ้งหมายเลขที่จับได้ที่ดิฉันเลยค่ะ พอดิฉันประกาศหมายเลขที่ผู้สมัครจับได้ ข้อมูลหมายเลขที่เก็บไว้แล้วก่อนหน้านี้จากทีมคีปเปอร์และนักวิจัยจะถูกประมวลออกมาว่าใครจะเป็นผู้ช่วยของคุณในบททดสอบที่สามบ้าง และจะแสดงผลบนหน้าจอนี้ค่ะ”

            “ลำดับแรก…เรียนเชิญคุณวิกกี้ โนเรียขึ้นมาจับสลากค่ะ และลำดับถัดไป…คุณชิโน่ โนเรียเรียนเชิญรอเตรียมตัวที่ด้านล่างเวทีได้เลยนะคะ…”

            ฉันลุกเดินขึ้นไปบนเวที ลูกแก้วกลมใสมีช่องวงกลมด้านบนที่เปิดไว้ให้ยื่นมือลงไปจับลูกบอลสลากสีดำที่ลอยวนไปมาอยู่ด้านในได้ ฉันมองไปที่ลูกบอลเป้าหมายและยื่นมือลงไปจับ แต่แล้ว…ฉันก็พบว่าลูกบอลมันเบื่องตัวเองหลบมือฉันไป!? เป็นเพราะแบบนี้นี่เองพวกนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะจับลูกบอลที่ติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ไปก่อนได้ แต่เสียใจด้วยนะยัยแซนด้า…ฉันขอรับบอลที่เธอเล็งไว้นี้ไปก่อนล่ะนะ

            ขณะที่ทุกคนกำลังจ้องมองว่าทำไมฉันจับสลากช้านัก ฉันก็ใช้หลักวิทยายุทธที่ฝึกมากับไคลล์ตะครุบจับลูกบอลที่เล็งไว้อย่างรวดเร็วว่องไวในทีเดียวแล้วรีบกดปุ่มกลม ๆ ที่ตัวลูกบอลเปิดดู แล้วเลขดิจิตอลสีแดงก็ปรากฏขึ้น มันคือเลข 5! ทำเอาฉันหัวเราะฮ่า ๆ ๆ ในใจ ก่อนจะเดินยิ้มร่าถือลูกบอลไปให้พี่พาร์เมล่าประกาศ

            “คุณวิกกี้ โนเรีย ได้หมายเลขห้าค่ะ” พี่พาร์เมล่าชูลูกบอลสลากที่มีเลข 5 ปรากฏอยู่ขึ้น บนหน้าจอมอนิเตอร์ปรากฏภาพที่ซูมให้เห็นหมายเลข 5 บนลูกบอลที่ฉันจับสลากได้อย่างชัดเจน

            ‘โอ๊ะโอ! ฉันดูออกนะว่าเธอตั้งใจเลือกบอลลูกนั้น ฉันคิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ยเนี่ยว่าเธออยากเลือกที่จะอยู่ทีมเดียวกับฉัน แต่ว่า…เธอรู้ได้ยังไงว่าต้องเลือกบอลลูกไหน หรือเธอมองเห็น!?’ เสียงโทรจิตจากไคลล์ดังขึ้นในหัวฉัน ฉันตอบเขากลับไปในทันที

            ‘ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกน่า เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง’

            ระบบประมวลข้อมูลอย่างรวดเร็ว ไม่นานภาพบนหน้าจอก็ปรากฏรายชื่อทีมหมายเลข 5 ทั้ง 3 คน โดยมีชื่อฉันเป็นชื่อแรก ตามด้วยชื่อคีปเปอร์คือไคลล์ และชื่อนักวิจัย โยนา คาร์เมอร์!?

            ยัยแซนด้ากระเด้งตัวลุกจากที่นั่ง มองจิกจ้องฉันตาแทบถลนออกมานอกเบ้า สองมือกำหนัดแน่นดูก็รู้ว่ากำลังโกรธโมโหเต็มที่ คนอื่นต่างหันไปมองนางราวกับนางเป็นคนบ้าจนเมื่อนางตั้งสติได้จึงรีบนั่งลง แต่ฉันไม่ได้สนใจนาง เพราะตอนนี้เรื่องที่ฉันสนใจคือนักวิจัยที่ได้อยู่ทีมเดียวกัน

            โยนาได้หมายเลข 5 เธอเป็นผู้ที่อาเซเรนเลือกให้เป็นผู้ช่วยยัยแซนด้าเหรอ หรือจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องบังเอิญกันแน่ แต่พูดถึงโยนาก็ถือว่าเป็นนักวิจัยอัจฉริยะคนนึงในด้านพฤกษศาสตร์ ยิ่งเธอประจำอยู่แผนก SMP ด้วยแล้วก็ยิ่งการันตีความสามารถระดับท๊อปของเธอ อาเซเรนต้องตั้งใจเลือกแน่ ฝ่ายนั้นไม่มีทางยอมให้โอกาสดี ๆ สูญเปล่าหรอก แต่โยนาสมรู้ร่วมคิดโกงกับเขาด้วยรึเปล่าอันนี้คงต้องหาทางสืบดูสักหน่อยแล้ว

            เมื่อฉันกลับมานั่งที่ก็ยังคงรับรู้ได้ถึงสายตาเชือดเฉือนที่ยัยแซนด้าจับจ้องมองฉันอยู่ตลอดเวลา แต่ฉันไม่สนใจนาง ปล่อยให้นางอารมณ์เดือดพล่านเหมือนหมาบ้าไปคนเดียวเถอะ จนนางต้องขึ้นไปจับสลากเป็นคนรองสุดท้ายนั่นแหละถึงได้ถอนสายตาออกไปจากฉันได้สักที แต่พนันได้เลยว่าทันทีที่งานประกาศผลนี้จบลง นางต้องพุ่งปรี่มาหาเรื่องฉันแน่

            สุดท้ายแล้วก็ไม่ผิดจากที่คาด พองานจบยัยแซนด้าที่ท่าทางโกรธจัดก็เตรียมจะพุ่งมาหาเรื่องฉันแล้ว ทั้งที่คนเพิ่งจะทะยอยออกจากหอประชุมไปไม่เท่าไหร่ ผู้สมัครยังนั่งอยู่กันครบ คณะกรรมการตัดสินก็ยังออกไปไม่หมด ดีที่เจ้าเซนที่คงรู้ดีว่าพี่สาวตัวเองจะทำอะไรรีบเข้าไปห้ามนางไว้ได้ทัน ไม่งั้นคงได้ทำเรื่องน่าขายหน้าเข้าแล้วแน่ ๆ ทำไมถึงได้เป็นคนไร้หัวคิดขนาดนี้ก็ไม่รู้

            ฉันเห็นออนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ลุกขึ้นเตรียมจะไป ฉันจึงรีบลุกตามแล้วเริ่มเปิดบทสนทนาเพื่อทำความรู้จักกับอีกฝ่ายก่อนทันที

            “ยินดีด้วยนะคะพี่ออน ธันวาเป็นคีปเปอร์ที่มีความพิเศษมากเลยค่ะ”

            ออนทำหน้าแปลกใจเหมือนนึกไม่ถึงว่าฉันจะคุยกับเธอ “ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับสั้น ๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ฉันจึงต้องเป็นฝ่ายหาเรื่องพูดคุยเพิ่ม

            “พี่รู้มั้ยคะ ธันวาสนทนากับสัตว์ได้ สามารถเลียนแบบเสียงสัตว์ได้ด้วย ตอนที่วิกกี้เห็นความสามารถของเขาครั้งแรกรู้สึกทึ่งมากเลยค่ะ”

            “รู้อยู่แล้วล่ะค่ะ คีปเปอร์แต่ละคนที่คัดเลือกมาล้วนเป็นระดับท็อปของเดอะนอร์ที่ทุกคนรู้จักกันดีทั้งนั้น จะมีก็แต่…ไคลล์ เดอแวนเดล ที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้ความสามารถของเขาเท่าไหร่ เธอสนิทกับเขานี่ แถมคราวนี้ก็ยังได้อยู่ทีมเดียวกันอีก”

            ฉันเผลอยกมือขึ้นทัดผมไว้ที่หู “วิกกี้ก็คาดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ ไม่รู้จะมีข่าวอะไรออกมาอีกรึเปล่า” จู่ ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ อย่างไรชอบกล เอ๊ะ…นี่ฉันเขินอะไรเนี่ย!

            แล้วฉันก็เห็นออนยกมุมปากยิ้มนิด ๆ “คงเป็นพรหมลิขิตล่ะมั้ง” ฉันได้แต่อึ้งไปที่ได้ยินคำพูดและท่าทางแบบนั้นจากออน จนอีกฝ่ายขอตัวจากไปแล้วฉันจึงเพิ่งตั้งสติได้

            “เพิ่งรู้แฮะ ว่าออนก็พูดเย้าแหย่คนอื่นเล่นเป็นด้วยเหมือนกัน” ฉันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ


    -------------------


    คล้ายกับเรื่องฉันนี่แหละ...คือท่านผู้นั้น That Great Lady is Me. ที่คุณอ่าน