ตอนที่49 ความหวังสุดท้าย (2)
“ความสามารถของฉันคือการควบคุมจิตใจฉันสามารถควบคุมคนที่ระดับต่ำกว่าให้กลายเป็นหุ่นเชิ่ดได้”ชายชุดดำพูดขึ้นมาหลังจากที่ซ่งเจิงนอนอยู่บนพื้น ซ่งเจิงรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองขยับไม่ได้เขาไม่สามารถควบคุมมันได้อีกต่อไปตอนนี้เขากำลังมองชายชุดดำเดินจากไปพร้อมกับกระทะเหล็ก
“มังกรดำ!ถ้าแกกล้าขยับอีกก้าว ฉันจะฆ่าแก!” ทันใดนั้นเปลวไฟร้อนแรงพวยพุ่งออกจากร่างของฉู่อี้ เขาควบคุมมันให้กระโจนเข้าหาชายชุดดำผู้แข็งแกร่ง
“หืม?ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะจัดการคนสองคนได้ในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างนี้คนพวกนั้นระดับเทียบเท่ากับนายน้อยแก๊งเจ็ดดาว”มังกรดำเผยสีหน้าเหยียดหยัน
“ฟึ่บ!” เสียงของวัตถุแข็งเจาะร่างกายมนุษย์ดังขึ้นดาบกระดูกมังกรในมือของเจ้าลิงแทงชายชุดดำ
“รนหาที่ตาย!” ชายชุดดำฉีกเสื้อคลุมออก พร้อมกับเผยใบหน้าโหดเหี้ยมใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลจากของมีคมบาดแผลทั้งใหญ่และเล็กทำให้ดูน่าหวาดกลัวไม่น้อย แววตาเผยความเหี้ยมโหดออกมาปรากฏช้อนขนาดใหญ่ขึ้นในมือเธอทันใด
ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอาวุธของเขาเจ้าลิงลุกขึ้นพยายามต้านทานสิ่งนั้นเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ถูกตบจนล้มคว่ำ
“ปัง!”ทันทีที่เจ้าลิงกำลังจะหลบหลีกชายผมขาวยื่นมือออกมาและทำให้พื้นทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็งเจ้าลิงไถลไปกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้ ในตอนนี้เป็นฉู่อี้ที่ปรากฏตัวเขาชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ
“ติ๊ง ติ๊ง!”มังกรดำหยิบกระทะเหล็กขึ้นมาพร้อมกับเคาะมันสักสองสามที เขาไม่สนใจแววตาโกรธเกรี้ยวของซ่งเจิงแม้แต่น้อย
“อะไรกัน?” แววตาของมังกรดำเต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถามซ่งเจิง “ฉันเห็นว่าแกเอาดาบกระดูกมังกรของหมายเลข 7 ออกมา แกทำยังไง?มันมีกลไกอะไรไหม?”
“ใช่!”หลังจากที่ซ่งเจิงตะโกนเส้นใยพลังจิตนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นและทิ่มแทงมังกรดำตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายแล้วซ่งเจิงก็ต้องตกตะลึงที่เส้นใยพลังจิตนั้นไม่สามารถทำอะไรชายตรงหน้าได้เลย
“ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่มีประโยชน์” มังกรดำมองกระทะเหล็กในมือ พร้อมหันไปหาฉู่อี้จากนั้นเส้นใยพลังจิตทั้งหมดของซ่งเจิงจึงพุ่งเข้าหาฉู่อี้แทน
“อ๊าก!” ฉู่อี้ร้องลั่นอย่างเจ็บปวดสุดท้ายเขาก็ล้มลงและถูกทุบตีจากคู่ต่อสู้ตรงหน้า
“แก!” ซ่งเจิงถึงกับตื่นตระหนกเขากวาดสายตากลับมามองมังกรดำตรงหน้าอย่างเกรี้ยวกราด
“กระทะเหล็กนี่น่าสนใจจริง ๆดูเหมือนว่าจะมีแค่แกเท่านั้นที่ใช้มันได้ เอาล่ะ บอกวิธีใช้มา แล้วฉันจะไว้ชีวิต อีกอย่างฉันจะปล่อยเพื่อนๆ ของแกไปด้วย” มังกรดำพูด
“แล้วทำไมฉันต้องเชื่อใจแก?” ซ่งเจิงคล้ายกับลังเล
“เพราะแกไม่มีทางเลือกอื่นยังไงกระทะเหล็กใบนี้ก็เป็นของนอกกาย แกต้องคิดให้ดี สุดท้ายแล้วถ้าแกตายมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย” มังกรดำตอบ
“ไว้ชีวิตฉู่อี้ด้วยเหรอ?” ซ่งเจิงต่อรอง
“โอ้ สำหรับเขาน่ะเหรอ ไม่ได้! เขาต่อสู้กับทีมของฉันมานานแล้ว ดูสิ ตอนนี้เขาอยู่ในระดับสามแล้ว” มังกรดำเหลือบมองฉู่อี้ที่กำลังต่อสู้กับช้อนยักษ์อย่างยากลำบาก
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรต้องพูด!”ซ่งเจิงยื่นคำขาด
“กรี๊ด!”ขณะที่มังกรดำจะพูดต่อ เสียงของหญิงสาวกรีดร้องดังขึ้นมาเจ้าลิงปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเธอและใช้ดาบกระดูกมังกรรัดคอเธอไว้อย่างแน่นหนาไม่ทันที่เขาจะทำอะไรได้ ศีรษะของหญิงสาวคนนั้นถูกตัดขาดจากลำคอในพริบตา
หลังจากหญิงสาวชุดดำตายตกไปช้อนยักษ์ก็หยุดอาละวาดและร่วงหล่นลงบนพื้น
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวแกก็ตกลงหมายเลขสองจัดการไอ้ตัวเล็กนั่นเร็วเข้า” มังกรดำออกคำสั่งน้ำเสียงของเขาราบเรียบราวกับไม่มีการตายใด ๆ เกิดขึ้นมาก่อน
“มังกรดำ!เห็นแก่ความสัมพันธ์พี่น้องหลายปีที่ผ่านมาของเรา ปล่อยพวกเขาไปซะแล้วฉันจะกลับไปด้วย!” ฉู่อี้ตะโกนออกขณะนั่งอยู่บนพื้นร่างกายของเขาชุ่มไปด้วยเลือด ซึ่งตอนนี้มันกำลังซ่อมแซมตัวเองเงียบงัน
“พี่น้อง?ความสัมพันธ์? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”มังกรดำได้ยินอย่างนั้นถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะลั่น เขาหันไปหาฉู่อี้พร้อมตะโกน “ฉันเป็นพี่ชายของนายงั้นเหรอ?”
มังกรดำฉีกชุดคลุมสีดำของตัวเองออกเผยให้เห็นแมลงโปร่งใสรูปร่างประหลาด มันกำลังกัดกินเนื้อหนังของเขาอยู่ตลอดเวลาแต่ร่างกายของเขาก็ซ่อมแซมตัวเองได้อย่างรวดเร็วซ่งเจิงเห็นฉากตรงหน้าถึงกับอดไม่ได้ที่จะขนหัวลุกกับความน่าสะพรึงกลัวนี้
“แกเห็นไหม?”มังกรดำหันไปหาซ่งเจิง
ซ่งเจิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่พร้อมพยักหน้ารับอย่างช้าๆ มันคือการทรมานตัวเองแบบหนึ่ง เนื้อและเลือดจะถูกแมลงกลืนกินเข้าไปแต่ทุกอย่างจะซ่อมแซมได้เสมอ เช่นนี้หมายความว่าชายคนนี้จะต้องทนกับความเจ็บปวดตลอดเวลา
“นี่คือความสามารถของมนุษย์พันธุ์ใหม่ระดับ4 จริง ๆ แล้วนี่คือแมลงพิษชนิดหนึ่ง แมลงพวกนี้ถูกสร้างขึ้นจากพลังจิตของเขา” มังกรดำพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพร้อมมองไปที่ฉู่อี้ “ฉู่อี้ ความแข็งแกร่งของพ่อแก แกก็สมควรที่จะได้รับมันด้วยทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้ว”
“ฉู่อี้ นายทำให้ฉันผิดหวัง!” ซ่งเจิงตะโกนด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด เขาหันหลังให้ฉู่อี้อย่างกล้ำกลืนเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะปิดบังเขามากมายเช่นนี้
“พี่ซ่ง!ฉันไม่ได้โกหก ให้ฉันสาบานก็ได้!” ฉู่อี้ตอบ
“หุบปากซะ!ฉันไม่ได้คาดหวังว่านายจะเป็นคนแบบนี้!ความสัมพันธ์ของพวกเรามันไร้ประโยชน์!” ซ่งเจิงไม่คลายความโกรธเลย
“เอาไปซะ!” หมายเลขสองโยนเจ้าลิงลงข้างๆ ของซ่งเจิงอย่างไม่แยแส
“เจ้าลิง นายเป็นยังไงบ้าง?” ซ่งเจิงพุ่งเข้าไปดูอาการเจ้าลิงทันที
“แค่กแค่ก ฉันยังตายไม่ได้” เจ้าลิงกระอักเลือดออกมาสองสามคำ ก่อนที่จะพยายามลุกแต่ก็ทำไม่ได้แขนขวาของเขาถูกกรวยน้ำแข็งทิ่มเข้าไปจนเกิดแผลเหวอะอีกทั้งเลือดก็ยังไหลออกมาจากทุกบาดแผลราวกับเขื่อนแตก
“มังกรดำ ฉันจะกลับไปกับนายปล่อยพวกเขาไปซะ” ฉู่อี้ตะโกน
“ทำไมแกถึงคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่อรองกับฉัน?แกหักหลังพี่ชายของแกเพราะนังผู้หญิงต่ำต้อยคนนั้นขยะอย่างแกยังกล้ากลับไปที่นั่นอีกเหรอ?”ใบหน้าของมังกรดำเผยความเกรี้ยวกราด
“หมายความว่ายังไง?” ฉู่อี้ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ความฉลาดที่มีคงไม่ช่วยอะไรแกเลยสินะเรื่องแค่นี้ถึงไม่รู้?” ใบหน้าของมังกรดำเผยความเย้ยหยัน “ต่อให้ฉันฆ่าแกที่นี่ ก็ไม่มีใครรู้แล้วฉันก็จะเอาศพของแกกลับไปด้วยแล้วบอกว่าแกถูกซอมบี้ฆ่าไงล่ะ”
ทันทีที่มังกรดำพูดจบ ซอมบี้รอบ ๆตัวก็ค่อย ๆ เคลื่อนไหวเข้าหาฉู่อี้เป็นวงล้อม
“ฉันขออะไรหน่อยได้ไหม?” เป็นซ่งเจิงที่พูดขึ้นมาบ้าง
“หืม? พูดมาสิ” มังกรดำหันกลับมาอย่างสนใจ
“ปล่อยให้ฉันฆ่าเขาเอง เขาทำกับฉันมากเกินไปชีวิตนี้ถ้าไม่ได้ฆ่าด้วยตัวเอง ฉันคงตายตาไม่หลับ!” ซ่งเจิงพ่นความโกรธเคืองออกมา
“ได้สิ!” มังกรดำถึงกับยิ้มอย่างขี้เล่นเขาปลดปล่อยการควบคุมซ่งเจิงออกอย่างว่าง่าย
“ฉู่อี้!ไอ้สารเลว แกกล้าดียังไงถึงโกหกฉัน!” ซ่งเจิงหยิบกระทะเหล็กขึ้นมาพร้อมกับทุบลงที่ฉู่อี้อย่างรุนแรง
ขณะนั้นเอง ท้องฟ้าถึงกับแปรปรวนอย่างกะทันหันเส้นแบ่งท้องฟ้าปรากฏสีส้มแดงออกมา ซ่งเจิงและฉู่อี้พลันสบตากันและกระโดดออกจากกันทันที
“เจ้าลิง!อีฟ!” ซ่งเจิงตะโกนออกหลังจากรู้สึกว่าเจ้าลิงหายตัวไปแต่อีฟพุ่งเข้าหามังกรดำอย่างกล้าหาญมันใช้ปากเรียวกัดเนื้อหนังของอีกฝ่ายไว้แน่นหนา
จากนั้นลูกบอลสีดำและขาวพวยพุ่งออกมา มันเปิดออกตรงหน้าของมังกรดำซึ่งอีกฝ่ายถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก
“ตู้ม!” เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างอึกทึกหลุมลึกขนาดใหญ่ปรากฏ ทั้งมังกรดำ ชายผมขาว และซอมบี้ทั้งหมดหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เฮ้อ โชคดีจังถึงจะมาช้าไปหน่อยก็เถอะ” ซ่งเจิงปาดเหงื่อบนหน้าผากอย่างโล่งใจเขาโยนเค้กให้อีฟอย่างเร่งรีบ ตอนนี้สัตว์เลี้ยงของเขาเพิ่งจะลอกคราบมามันคงเหนื่อยไม่น้อย