The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    ตอนที่ 43 มหกรรมประจำเมือง(รีไรท์)

         ณ.เส้นทางหลัก มาวินและเหมยลี่ขี่ม้าเคียงกัน เด็กหนุ่มทำหน้าเบื่อโลกและเอาคางเกยคอม้าแคระสีกระดำกระด่าง


      

        ตอนนั้นยังเป็นเวลาเช้าตรู่  สองข้างทางปรากฏแมกไม้หนาทึบ ดูไม่น่าไว้ใจ  แต่ไม่ถึงกับน่ากลัว  เพราะมีผู้คนสัญจรไปมาเป็นระยะ  ด้วยปลายทางคือเมืองท่าสำคัญที่มีคนอยู่อาศัยมาก สิ่งนี้ทำให้เด็กหนุ่มหัวเขียวแอบรู้สึกคึกคักอยู่หน่อยๆ 


    “ โห…..เมืองที่เราจะไป  คงใหญ่น่าดู ” มาวินมองไปยังพ่อค้าร่างยักษ์ที่กำลังขี่เกวียนบรรทุกสินค้า  คาดว่านายคนนี้น่าจะไปทางเดียวกัน  จึงแลบลิ้นเลียปากและเตร่เข้าไปคุยกับเพื่อนร่วมทางรายใหม่


    “ เดี๋ยวก่อน เจ้าลิงหัวเขียว  อย่าไปกวนเขา ” เด็กสาวมาดขรึมร้องห้าม  แต่ไม่ทันการณ์  เด็กหนุ่มหัวเขียวเข้าถึงตัวพ่อค้าร่างยักษ์เป็นที่เรียบร้อย



          ทีแรกเด็กสาวคิดว่ามาวินจะถูกตะเพิดกลับมา  แต่ดูเหมือนเจ้าจอมซุกซนจะเข้ากับพ่อค้าได้เป็นอย่างดี แถมยังสร้างความสนุกสนานจนอีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ



         มาวินคุยกับพ่อค้าร่างยักษ์อยู่พักใหญ่  จากนั้นก็ชักม้ากลับมาหาเหมยลี่ ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม


    “ ยัยโย่ง  มีข่าวดี  พี่ชายคนนั้นบอกว่าอีกไม่นาน  ก็ถึงเมืองท่าแกรนด์ยักแล้ว ” 


    “ เขาเรียกว่าแกรนด์ยารด์  นี่นายเคยเรียกอะไรถูกบ้างมั้ยเนี่ย ” เด็กสาวร่างสูงกุมขมับ 


    “ อ้อ  ใช่  แกรนด์อะไรซักอย่างนี่แหละ เห็นเขาบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึง ” เด็กหนุ่มหัวเขียวพยักหน้ารัวๆ


    “ อืม ” ท่าทางของเด็กสาวดูเฉยเมย เนื่องจากเธอเดินทางในแถบนี้มานาน  จึงจดจำทุกสถานที่จนขึ้นใจ  แต่กับเด็กหนุ่มหัวเขียวย่อมต้องตื่นเต้น  เพราะนี่คือการเยือนแกรนด์ยารด์ครั้งแรก


    “ พี่ชายคนนั้นยังบอกว่าเมืองแกรนด์อะไรนั่น  มีคนเข้าออกตั้งวันละหลายพัน  มีทั้งร้านค้า  ร้านอาหารและเกมกีฬามันๆให้ดูด้วย ” เด็กหนุ่มย้ำคำสุดท้ายเป็นพิเศษ  เพราะเขาไม่ได้เล่นเกม  อันเป็นสุดยอดปรารถนาถึง 3เดือน  


    “ เฮ้อ…..นายนี่มันจริงๆเลย ” เด็กสาวส่ายหัวไปมา  เพราะรู้สึกระอากับความไม่รู้จักโต  ขณะที่เธอกำลังจะบอกว่าไม่มีเวลาไปสนใจเกมดังกล่าว อีกฝ่ายก็ชิงตอบ


    “ เรารีบห้อม้าให้เต็มเหนี่ยวดีกว่า  จะได้ถึงเมืองไวๆ  ชั้นอยากดูการแข่งแล้ว  เห็นว่าจะเริ่มตอนบ่ายสาม”


     

         เหมยลี่มองดวงตาที่แฝงแววตื่นเต้นยินดีของเด็กหนุ่มจอมซุกซน สุดท้าย  เธอก็ใจอ่อน


    “ ไปก็ไป  แต่ชั้นให้นายดูแค่คู่เดียวนะ ” 


    “ โอเค  แท็งค์กิ้ว ” มาวินยิ้มกว้าง  พร้อมบังคับม้าให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า โดยมีเด็กสาวร่างสูงควบตามไปติดๆ 


    ………………………


         มาวินและเหมยลี่ควบม้าอย่างเร่งร้อน  ตลอดเส้นทาง  สองวัยรุ่นสวนกับเหล่าชาวบ้านหลากหลายอาชีพ



          เวลาผ่านไปไม่นาน  เด็กหนุ่มก็ได้กลิ่นอายของทะเล  ดวงตาเรียวเห็นยอดหลังคาของตึกสูงอยู่ลิบๆ  เมื่อใกล้ถึงจุดหมาย พวกเขาก็พบกับฝูงชนจำนวนมาก  มันแออัดจนไม่สามารถควบม้าผ่านไปได้  แถมถนนหนทางก็เริ่มคับแคบ


    “ อะไรกันเนี่ย  ทำไมคนเยอะขนาดนี้ ” เด็กหนุ่มตกใจ  เขาเคยคิดว่าเมืองแห่งการเริ่มต้นมีผู้คนหนาแน่น แต่ถ้าเทียบกับแกรนด์ยาร์ด  ที่นี่น่าจะมีประชากรมากกว่าถึงสามเท่าตัว  จึงหันมาถามเพื่อนสาว


    “ เอาไงดี  ยัยโย่ง ” 


    “ ให้ม้าให้เดินช้าๆไปตามทาง ” เหมยลี่ตอบสั้นๆ 


    “ อืม……เฮือก ” เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่  ในใจแอบขบคิด


    “ดูไปแล้ว  ไม่ต่างจากรถติดในโลกของชั้นเลย”



         วัยรุ่นทั้งสองพยายามฝ่าฝูงชน  ยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่  ผู้คนก็ยิ่งเยอะเท่านั้น  มันแน่นเอี๊ยดจนขี่ม้าต่อไปไม่ได้  พวกเขาจึงลงมาเหยียบพื้นดิน  แล้วจูงมันเข้าเมืองแทน  


    “ โห  ยิ่งเข้าไปยิ่งแน่นแฮะ ” เด็กหนุ่มเดินไปก็บ่นไป  พวกเขาได้แต่ไหลไปตามทาง  พร้อมกลุ่มคนที่กำลังดันตัวไปข้างหน้า ส่วนทางด้านเด็กสาวไม่พูดอะไร  เธอได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย


    “ ทุกครั้งที่ผ่านมา  ไม่เคยมีคนเยอะขนาดนี้ มันน่าจะมีงานอะไรซักอย่าง ”



         เมื่อทั้งสองมาถึงหน้าเมือง  ก็พบกับกำแพงไม้เนื้อหนาซึ่งมีความสูงราวๆ 30 เมตร  ประตูเมืองเปิดกว้าง  เพียงพอให้ประชาชนเดินเข้าไปพร้อมกันถึง 8 คน  ที่สำคัญ เหนือทวารบานใหญ่มีป้ายขาวขนาดมหึมาติดอยู่ มันถูกเขียนด้วยหมึกแดง  อ่านจับใจความได้ว่า…


    “ ศึก ROD วันนี้: ทีมราส VS ทีมมัฟฟิน ”


     

        เด็กสาวเข้าใจในทันที  ส่วนมาวินนั้นสับสนยิ่งกว่าเดิม ว่าไปแล้ว  ก็น่าจะไม่แปลก เพราะเขาเพิ่งเข้ามาอยู่ในโลกนี้ได้เพียงสามเดือน


    “ นี่ๆ  ROD คืออะไร ” มาวินสะกิดหัวไหล่ของเหมยลี่ เด็กสาวจึงนิ่งไปอึดใจ  ก่อนตอบกลับมาเบาๆ


    “ เป็นกีฬายอดฮิตที่ประลองแบบทีม  แต่ละฝ่ายต้องสู้และแย่งฐานกัน  ใครยึดฐานหลักของอีกฝ่ายได้ก่อนก็ชนะ ”


      

         พอได้ฟังคำอธิบายคร่าวๆ  มาวินก็ถึงกับตาลุกวาว  ปากเล็กบางห่อเล็กน้อย  พร้อมอุทานออกมาดังๆ 


    “ ว้าว......สุดยอด ”


     

         เด็กสาวยิ้มเล็กน้อย  คล้ายจะขบขัน ก่อนจะยอมอ่อนข้อให้มาวินด้วยการชักชวน 


    “ เดี๋ยวเราไปดูเกมกัน ” 


    “ โอเค ” มาวินทำมือเป็นรูปตัวโอ ทว่าเหมยลี่ได้แต่ยืนอึ้ง  เพราะในโลก The Dark World ไม่มีภาษามือแบบนี้


    ..............................


         ทั้งสองผ่านประตูเมืองอย่างยากลำบาก  จำนวนคนเข้าออกมีมากเป็นพิเศษ  จะเรียกว่ามืดฟ้ามัวดิน  ก็พูดได้  เมื่อเข้าสู่ภายใน สิ่งแรกที่ได้เห็นก็คือลานกว้างขนาดครึ่งสนามฟุตบอล ตรงกลางมีบ่อน้ำพุทรงกลมตั้งอยู่



         บริเวณนั้นมีผู้คนมากมาย  มีทั้งหนุ่มสาวที่ยืนจีบกัน  คุณแม่ที่หยอกล้อลูก  อาจารย์ที่กำลังสอนลูกศิษย์  ทำให้ลานกว้างแห่งนี้ดูแคบลงถนัดตา


    "โห….นี่มันอะไรกัน  คนทั้งเมืองแห่มากองตรงนี้รึไง" มาวินอุทานดัง  เขารู้สึกตื่นคน  ส่วนเหมยลี่ดูจะอายกับความเปิ่นของเพื่อนร่วมทาง จึงรีบเดินต่อโดยไม่รอเด็กหนุ่ม


    "เฮ้  รอด้วย  ยัยโย่ง " มาวินร้องตะโกน  พร้อมเดินตามเด็กสาวผู้นำทาง



         เมื่อวัยรุ่นทั้งสองผ่านลานกว้าง  ก็พบกับตัวเมืองอันประกอบไปด้วยถนนดินขนาด 8คนเดิน  มันมีจำนวนหลายสาย  แต่ละสายถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ  มีตึกปูนสูงประมาณ 3-4 ชั้นขนาบสองฟากฝั่ง  ทุกสิ่งที่ปรากฏดูคล้ายความจริงจนเด็กหนุ่มไม่คิดว่ามันคือโลกของเกม


    “ ที่นี่เป็นเมืองท่าใหญ่  คนเข้าออกทุกวัน  ก็เลยเจริญอย่างที่เห็น ” เหมยลี่แจงเบาๆ  เพราะเห็นเด็กหนุ่มยืนเอ๋อรับประทาน  ราวกับบ้านนอกเข้ากรุง 


    “ เอ่อ  อ้อ  อย่างนี้นี่เอง ” เด็กหนุ่มตอบตะกุกตะกัก 


    “ ไปหาอะไรกินกันก่อน  ชั้นมีร้านประจำอยู่แถวนี้ ” เหมยลี่บอกจุดหมายปลายทาง  ก่อนเดินนำ


    “ อื้อ ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ พร้อมจูงม้าตามอย่างว่าง่าย 


    ...............................


         เมืองแห่งนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่  จึงรองรับประชาชนที่หลั่งไหลเข้ามาได้อย่างสบาย  เป็นผลให้ภายในไม่แออัดนัก  ถึงกระนั้น  ก็ยังมีผู้คนเดินไปมาไม่ขาดสาย


    “ คนแห่มากันขนาดนี้  ทีมราสกับทีมมัสสินอะไรนั่นต้องดังมากแน่ๆ” มาวินเอ่ยถาม  ทว่าเด็กสาวกลับหันมามอง ดวงตาฉายแววประหลาด  คล้ายจะตำหนิ  ส่วนปากก็แจงอย่างละเอียด


    “ ทีมราสเป็นถึงแชมป์โลก  ส่วนอีกทีมชื่อมัฟฟิน  ไม่ใช่มัสสิน  เป็นทีมดังของเมืองนี้ ” 


    “ อ้อๆ  เออ ใช่  มัฟ…. มัฟฟิน ” มาวินพยายามเรียกชื่อทีมให้ถูก



         เหมยลี่เดินนำไปได้ซักพัก  ก็มาถึงตึกสูง 2 ชั้น  ด้านหน้าดูคล้ายร้านเหล้าในหนังคาวบอยตะวันตก เธอผูกม้าไว้กับเสาไม้หน้าร้าน มาวินจึงผูกม้าที่เสาต้นถัดไป  เมื่อเสร็จกิจ เด็กสาวก็หันไปหาหนูน้อยวัย 10 ขวบที่ซ่อนร่างเล็กบางในชุดเสื้อยืด  กางเกงยีนส์



        เหมยลี่มองเด็กน้อยที่กำลังยิ้มแป้นอยู่อึดใจ  จากนั้นก็โยนเหรียญเงินให้


    “ ฝากดูแลม้าให้ด้วยนะ  เจ้าหนู ” 


    “ ไม่มีปัญหา  เดี๋ยวผมดูแลให้เอง  พี่ชาย ” เจ้าหนูตอบหนักแน่น  ใบหน้าเรียวเล็กดูทะเล้น



         สิ้นคำกล่าว  มาวินก็หัวเราะก๊ากจนลงไปนอนงอตัวกับพื้น  เขาขำอย่างเอาเป็นเอาตาย  ทำให้เด็กน้อยมึนงง  เพราะไม่รู้ว่าหนุ่มวัยรุ่นตรงหน้า  ปกติดีหรือไม่ 


    “ ฮ่าๆ พี่ชาย!  เขาเรียกเธอว่าพี่ชาย  ก๊ากๆ  อุ้บ! โอ๊ย! ”


     

         ทันใดนั้นเอง  เสียงหัวเราะกวนๆก็พลันหายไป ด้วยถูกเหมยลี่เขกกระบาลจนหน้าคะมำ 


    “ โทษฐานที่กวนประสาท ” 


    “ อู้ย....ทำเด็กไม่ได้  แล้วมาลงกับชั้นรึไง ” มาวินกุมศีรษะ  ปากก็บ่นอุบอิบไปตามประสา 


    “ หือ…..ว่าไงนะ ” เหมยลี่ทำตาเขียวใส่  พร้อมเตรียมดิ่งเข้ามาจัดชุดใหญ่


    “ เปล่าๆ  ไม่มีอะไรครับ  ไม่มีอะไรจริ้งๆ……. ” เด็กหนุ่มรีบยกมือห้าม  และปฏิเสธเสียงที่สูง 


    “ แล้วไป ” เด็กสาวหยุดการคุกคาม แล้วเดินเข้าไปในร้าน  โดยไม่ทันสังเกตว่ามาวินกำลังแอบนินทา


    “ นับวันยิ่งเหมือนยัยจันเข้าไปทุกที  เอ.....หรือเธอจะเป็นจันจริงๆ ไม่หรอกมั้ง ” 


    ……………………….


         ภายในร้านอาหารดูกว้างขวาง  มีโต๊ะทรงกลมขนาด 4 คนนั่งตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ  ด้านข้างจัดวางโต๊ะยาวทรงสี่เหลี่ยม มุมในสุดปรากฏบาร์ไม้ขัดมัน  ด้านหลังมีตู้สูงหลายชั้นประดับอยู่อันใช้เก็บขวดเหล้าหลากหลายชนิด  ทว่าบรรยากาศกลับดูอึมครึม เพราะมีเพียงแสงสลัวที่สาดออกมาจากหลอดไฟบนเพดาน 


    “ เหอๆ  ตกลง  ที่นี่เป็นร้านอาหารหรือโรงยาฝิ่น ” มาวินพึมพำเบาๆ  สายตาเรียวเล็กเหลือบมองไปรอบๆ ท่าทางหวาดระแวง  เด็กหนุ่มพบผู้คนมากมายที่นั่งจับกลุ่มตามโต๊ะต่างๆ   พวกเขาสนทนากันอย่างเมามัน  มีควันจางๆลอยคละคลุ้งไปทั่ว  อันน่าจะมาจากกล้องใส่ยาสูบที่แทบอยู่ในปากของทุกคน



         แม้เหมยลี่จะติดใจในคำพูดเพี้ยนๆของมาวิน  แต่ก็ไม่ต่อความยาวสาวความยืด  เธอเหลียวมองไปรอบๆ  เพื่อหาที่นั่ง  ซึ่งก็ยากเต็มที  เพราะร้านนี้มีผู้ใช้บริการอยู่มากมาย


      

         เหมยลี่ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง  จึงหาที่นั่งได้  มันเป็นโต๊ะทรงกลมตรงมุมห้อง  แต่ไม่ทันได้นั่งลง  เด็กสาวก็ขอตัว 


    “ เดี๋ยวชั้นไปหาข่าวจากเจ้าของร้านก่อน  นายรอตรงนี้ ” 


    “ อื้อ  อย่าไปนานนักนะ ” มาวินเหลือบมองรอบตัว  ท่าทางไม่ไว้วางใจ  เพราะเขาคิดว่าบรรยากาศในร้านดูสยองไม่ต่างจากบ้านผีสิง เด็กสาวจึงยิ้มน้อยๆ  คล้ายจะกลั้นขำ  หลังจากนั้นก็เดินจากไป


      

         พออยู่คนเดียว  มาวินก็ห่อตัว  เขาดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวเป็นที่สุด  ระหว่างนั้นเอง  โสตประสาทก็แว่วเสียงทุ้มลึกจากโต๊ะข้างๆ


    “ อ้าว  มากันอีกแล้วเหรอ  จะแก้มือที่หมดตัวคราวก่อนรึไง ”


     

          มาวินรีบหันไปมอง  สิ่งแรกที่ได้เห็นก็คือหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อแขนยาวสีขาว ช่วงล่างสวมกางเกงขายาว  นอกจากนี้ยังมีผ้าคลุมสีเดียวกัน  ใบหน้าของเขาขาวเนียนและละเอียดอ่อน  ราวอิสตรี  คิ้วสีทองประดับอยู่เหนือดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่มีประกายคมซึ้ง  ทั้งหลายทั้งมวลดูเข้ากับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบาง  เส้นผมยาวสลวย  เมื่อพิจารณาโดยรวม ชวนให้คิดว่าหมอนี่น่าจะเป็นเจ้าชายเอลฟ์จากแดนไกล



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน