๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“แม่ลีลองขึ้นไปดูคุณตะวันสิ เที่ยงแล้วไม่เห็นลงมากินข้าว ไม่สบายไปหรือเปล่าก็ไม่รู้”
นายแสงบอกกับภรรยาในวันต่อมา
นางลีได้ขึ้นไปบนเรือนใหญ่ครู่หนึ่งก็กลับลงมาถามกับลูกสาว
“อ้าว พ่อแกหายไปไหนแล้วลลิน”
“เดินเข้าไร่ไปแล้วมั้งแม่”
“คุณตะวันตัวร้อนเป็ไฟเลย คงต้องพาไปหาหมอแล้วละ”
“จ๊ะแม่ เดี๋ยวลลินไปบอกพ่อก่อน”
ลลินเดินออกไปตามพ่อ เมื่อพบแล้วก็พากันกลับมา และขึ้นไปบนเรือนใหญ่พอเปิดประตูเข้าไปสิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือตะวันนอนห่มผ้าหน้าตาซีดเซียวทีเดียว
“เดี๋ยวฉันจะไปตามรถรับจ้างมา แม่ลีกับลลินช่วยกันพาคุณตะวันลงมาข้างล่างนะ”
เห็นอาการของลูกชายเ้านายแล้วนายแสงก็รีบบอกกับภรรยาแล้วรีบออกไปทำตามที่พูด
“ไปหาหมอเถอะคุณตะวัน นี่ตาแสงก็ออกไปตามรถแล้ว”
นางลีบอกกับชายหนุ่มวัยยี่สิบปีที่นอนซมอยู่
“ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่เป็ไรมาก เดี๋ยวก็หายแล้ว”
“อย่าดื้อสิคุณตะวัน มาลลินช่วยกันประคองคุณตะวันลงไปข้างล่างหน่อย เสียงรถมาแล้ว”
ทั้งสองแม่ลูกช่วยกันประคองตะวันออกจากห้องลงไปขึ้นรถรับจ้างที่นายแสงไปตามมาจอดรออยู่ที่หน้าบ้านเพื่อจะพาลูกชายของเ้านายไปหาหมอที่โรงพยาบาลในตัวเมือง
ซึ่งพอไปถึงตรวจเสร็จหมอก็ให้ยามากินและกลับบ้านได้เพราะเป็แค่ไข้หวัดเท่านั้น เมื่อมาถึงบ้านตะวันก็ทานข้าวและยาแล้วก็ขึ้นห้องพัก
พอตกเย็นเขาก็หายดีพอที่จะลงมาเดินเล่นข้างล่างได้ และเขาเดินไปจนถึงหน้าเรือนหลังเล็ก ซึ่งนายแสงก็นั่งอยู่ที่นั้น
“กินข้าวด้วยคนสิครับน้าแสง”
เขากล่าวเพราะเห็นลลินกำลังยกสำรับกับข้าวออกจากครัวมาวางที่พื้นกลางบ้านพอดี
“เอ้า เชิญเลยครับคุณตะวัน เชิญนั่งก่อน ไอ้ลอยไปช่วยพี่แกยกข้าวออกมาสิ ตักมาเผือคุณเขาอีกที่หนึ่งด้วย”
เด็กชายชื่อลอยวิ่งเข้าไปในครัวตามคำสั่งของพ่อทันที
กับข้าวมื้อนั้นมีน้ำพริกเป็จานหลักและมีผักหลายชนิดเป็เครื่องจิ้ม
“นี่ผักอะไรครับ”
ตะวันหยิบผักชนิดหนึ่งออกมาจากจาน
“ผักทอน หนะ กินเป็หรือเปล่าครับ”
นายแสงตอบ
“กินเป็สิครับ”
ตะวันตอบทั้งที่ไม่เคยเห็นผักชนิดนี้มาก่อน เขาปั้นๆผักนั้นให้เป็ก้อนแล้ววางลงบนข้าว ก่อนตักน้ำพริกมาครึ่งช้อน เทราดลงบนผักแล้วตักใส่ปากเข้าไปคำโต
ลลินมองดูแล้วก็อมยิ้ม ครู่เดียวปากของตะวันก็เริ่มแดงก่ำ
“เอาน้ำเย็นหน่อยไหมครับ”
นายแสงถามเหมือนรู้ใจ
“ดีเหมือนกันครับ”
ตะวันรีบตอบแล้วรับแก้วน้ำมาดื่มจนหมดแต่ก็ยังไม่หายเผ็ด เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดออกมาเต็มหน้า
“ลลินเอาน้ำให้คุณเขาอีกแก้วสิลูก”
นายแสงรีบบอกลูกสาวคนโต ซึ่งลลินก็รีบตักส่งให้ แต่ตะวันกลัวจะเสียหน้าจึงดื่มเข้าไปแค่ครึ่งแก้ว แล้วก็ทานข้าวต่อไปโดยที่ไม่ยอมตักน้ำพริกอีกเลย
เมื่อทานข้าวเสร็จแล้วตะวันก็อยู่นั่งคุยกับนายแสงและนางลีต่อโดยมีลลินกับน้องชายทั้งสองนั่งฟังอยู่ด้วย
“น้าแสงว่าอย่างผมพอจะเป็ตำรวจหรือทหารเหมือนคุณพ่อได้ไหมครับ”
ตะวันเอ่ยขึ้นในตอนหนึ่ง
“ได้สิครับ รูปร่างของคุณก็สูงใหญ่ดี”
“แต่ก็ไม่แข็งแรงเลยนะพ่อ ขี่จักรยานก็ไม่เป็ ตากฝนนิดหน่อยก็เป็ไข้ ดูอย่างเมื่อเช้านี่สิ” ลลินกล่าวแทรกขึ้นแล้วก็หันไปพูดต่อกับน้องชายคนเล็ก “แกว่าจริงไหมน้อย”
“จริงสิพี่ ตัวออกโตแต่ก็กินน้ำพริกไม่ได้ด้วย”