[50] ข่มขู่
เซ็ทที่กดดันด้วยสายตาเสร็จก็กลับมาพูดคุยด้วยทีท่าสบายๆ หากแต่ประโยคคำพูดที่ออกมาจากปากของเขา ทำให้ผู้ฟังตกตะลึงจนหน้าถอดสี“ข้อแรก เชิญคุณทำธุรกิจโสมมต่อไปได้ตามสบาย อยากจะให้ฆาตกรฆ่ากันเองอีกสักเท่าไหร่ก็ได้ แต่ธุรกิจของคุณต้องไม่ส่งผลเสียต่อพวกคนบริสุทธิ์ในทุกๆ กรณี ดังนั้นการค้ายา ค้าอาวุธ เป็นนายหน้าค้าประเวนี และอื่นๆ คงต้องขอให้เลิกซะ ทั้งหมดเลย”“เดี๋ยวสิคุณนั่นน่ะ-!”“ผมพูดไปแล้วนะว่าคุณไม่มีสิทธิปฏิเสธ” เซ็ทว่าพลางปล่อยจิตสังหารอ่อนๆ เป็นการกดดันเพิ่มเติมไปอีกระลอก “จริงๆ ข้อตกลงของผมก็เป็นสิ่งที่คุณต้องการอยู่ไม่ใช่รึไง คุณเฉินเฟิงอวี๋”“...คุณรู้ชื่อจริงของผมได้ยังไง?” เจ้าของชื่อว่าพลางหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ“ต้องอธิบายกันตั้งแต่ต้นสินะ” เซ็ทถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย แต่ก็รู้ดีว่าหากต้องการผลลัพธ์ในระยะยาวก็ควรจะพูดกันให้เคลียร์ตั้งแต่แรก “ผมมีวิธีและมีเครือข่ายข่าวสารของตัวเองก็แล้วกัน อย่าว่าแต่ชื่อเลย ธุรกิจการเงิน ครอบครัว ชีวิตส่วนตัว อะไรก็ตามที่ผมอยากรู้ผมสามารถรู้ได้ทั้งหมด และนั่นก็เป็นสาเหตุที่คุณยังสามารถนั่งคุยกับผมอยู่ตรงนี้ไงล่ะ”“...คุณหมายความว่ายังไง?”คำถามที่ดูจะไม่ได้ต้องการคำตอบของเฉินเฟิงอวี๋ไม่ได้ทำให้เซ็ทแปลกใจ เพราะหากมีสมองสักหน่อยไม่ว่าใครก็คาดเดาคำพูดของเซ็ทได้ และแน่นอนว่าเฉินเฟิงอวี๋ไม่ใช่คนโง่เง่าถ้าหากว่าระดับหัวหน้าของเฮยอันซาที่กรุงเทพเป็นพวกไร้หัวคิดไร้มนุษยธรรม เซ็ทคงเลือกใช้วิธีลอบสังหารอีกฝ่ายแล้วเข้าสวมรอยเจ้าตัวแทน เป็นวิธีการที่รวดเร็วแต่ต้องวุ่นวายในระยะยาว ไม่ต่างจากการหาภาระที่ชื่อว่าองค์กรมาดูแล หากแต่เพราะคนเบื้องหน้ายังมีความเป็นคน ไม่ได้ดำมืดไปจนถึงรากเหง้า เซ็ทเลยเลือกที่จะใช้วิธีที่วุ่นวายในตอนต้นแต่สะดวกสบายในอนาคตแทน...เปิดเผยความสามารถส่วนหนึ่ง จัดการพวกที่จะขัดขวางแผนการในหมู่คนดู ข่มขู่ระดับหัวหน้า ยื่นข้อตกลง ให้ยืมมือเข้าช่วยแก้ปัญหาบางจุด แล้วคอยตรวจสอบปัญหาอยู่ห่างๆ เป็นระยะก็เพียงพอ อาจจะดูวุ่นวายไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ต้องมาคอยควบคุมจัดการทั้งองค์กรให้เปลืองเวลาชีวิต“อย่างที่คุณคาดเดานั่นแหละนะ การจะฆ่าคุณตรงนี้แล้วยึดเฮยอันซามาเป็นของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผม ผมแค่ไม่ทำมันก็เท่านั้นเอง”เซ็ทว่าพลางยื่นมือออกไปด้านหน้า ทำท่ากำมือเหมือนกับตอนที่ขย้ำหัวใจคนจนแหลกเละ ก่อนจะสะบัดมือไปมาให้คราบเลือดที่แข็งตัวเป็นคราบหลุดร่วงลงบนพื้นพรม จากนั้นระบายยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเรียบง่ายหากแต่ไม่ต่างจากรอยยิ้มของปีศาจเฉินเฟิงอวี่ยิ้มเครียดใบหน้าซีดเซียว เขาผ่อนลมหายใจก่อนจะพูดอย่างเปิดอก“...คงต้องบอกก่อนว่าผมยินดีทำตามความต้องการของคุณมาก เพียงแต่พื้นฐานธุรกิจมืดที่เฮยอันซาทำเชื่อมโยงเครือข่ายถึงกันไปยังองค์กรแม่ที่ตั้งอยู่ที่จีน การจะเปลี่ยนแปลงไม่ใช่อะไรที่ทำกันได้ง่ายๆ หรอก”“โฮ่? บอกข้อมูลนี้ให้ผมทราบจะดีเหรอ?”“ผมคิดว่าต่อให้ไม่บอกคุณก็รู้นะ” เฉินเฟิงอวี๋ยิ้มอย่างคนรู้ทัน ต่อให้ความมั่นใจนั้นเกิดจากการคาดเดา แต่ด้วยท่าทางปฏิกิริยาตอบสนองของเซ็ทในบทบาทไซท์ ก็ทำให้เขาเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองคาดเดาไม่ใช่เรื่องผิดพลาดแน่นอน เซ็ทยังคงไม่ตอบอะไร เพราะความจริงแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้เข้าใจผิด“เพราะเปลี่ยนแปลงยากคุณเลยจะปฏิเสธข้อตกลงของผม?”“เปล่าเลย ผมพยายามเปลี่ยนแปลงมันมาตลอดอยู่แล้ว การที่คุณยื่นความต้องการแบบนั้นมาจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม ที่ผมกลัวก็มีแต่คุณต้องการให้การเปลี่ยนแปลงนั้นสำเร็จอย่างฉับพลันต่างหาก เพราะหากคุณต้องการแบบนั้นต่อให้มีผมอีกสิบคนก็เป็นไปไม่ได้”“คุณเป็นคนฉลาด ผมชอบคนแบบคุณนะ” เซ็ทว่าพลางหัวเราะ “ดังนั้นผมจะช่วยคุณเปลี่ยนแปลงมันให้สำเร็จเอง”“ครับ?” เฉินเฟิงอวี๋เลิกคิ้วแปลกใจ ในสายตาเขาไซท์ดูไม่ใช่คนโง่แต่ก็ไม่น่าใช่พวกที่คล่องในศาสตร์การบริหารธุรกิจหรือการปกครองคน หากเซ็ทอ่านใจเฉินเฟิงอวี๋ได้ก็คงอยากจะปรบมือชมเชยสักหน่อย เพราะอีกฝ่ายมองคนได้ค่อนข้างขาดทีเดียว เซ็ทไม่ใช่สายบริหารปกครองจริงๆ แต่เซ็ทก็เชี่ยวชาญได้ทุกสาย เพราะเซ็ทมีสุดยอดผู้ช่วยอย่างโรอยู่ในหัว{สรรเสริญผมซะสิ}‘...อย่าพึ่งอยากได้บทสิโร’“ปล่อยเรื่องวิธีการเปลี่ยนแปลงไปก่อน รู้แค่ว่าผมมีวิธีช่วยคุณจัดการก็พอ ตอนนี้มาฟังข้อตกลงอันเป็นความต้องการในข้อต่อๆ ไปของผมกันก่อนดีกว่า” เฉินเฟิงอวี๋แม้อยากรู้ถึงท่าทางมั่นอกมั่นใจของเซ็ทในบทบาทไซท์ แต่เขาก็ฉลาดมากพอที่จะโอนอ่อนไปตามสถานการณ์ เพราะอย่างไรเสียตอนนี้เซ็ทก็ถือไพ่เหนือกว่า“ได้ครับ ว่ามาเลย”“ข้อตกลงข้อต่อไป เก็บพวกกระจอกแก๊งเล็กแก๊งน้อย ทำให้เฮยอันซาภายใต้การปกครองของคุณเป็นใหญ่ในสังคมมืดในไทยซะ ต้องบอกว่าให้ครอบคลุมไปถึงพวกเฮยอันซาในจังหวัดอื่นๆ ด้วยล่ะนะ”“...คุณไซท์ นั่นถ้าทำได้มันก็ดี แต่มันคงเป็นไปไม่-”“มันเป็นไปได้ ใช้กำลังเข้ากดดัน ใช้อำนาจเงินในการยึดครอง หากมีพวกไม่เห็นด้วยและสร้างปัญหา สุดท้ายก็แค่เก็บมันซะ ตรงส่วนนั้นผมสามารถจัดการให้คุณได้แทบจะตลอดเวลา”เซ็ทขัดแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาคมฉายประกายของความอมหิตอยู่เพียงชั่วแวบเดียวก่อนจะจางหายไป รอมยิ้มบางกลับมาประดับอยู่ตรงมุมปากเช่นเดิม“ผมบอกแล้วไงว่าจะเป็นอำนาจเบื้องหลังให้คุณ เป็นพลังในเงามืดที่แก๊งไหนๆ ก็ทาบไม่ติด ระดับหัวหน้าอย่างคุณคงพอรู้อยู่บ้างว่าผู้มีกิ๊ฟพิเศษกว่าคนอื่นแค่ไหน และเพราะอะไร”“...ผมพอทราบครับ เพียงแต่ผมไม่ได้รู้นี่ว่าคุณมีกิ๊ฟอะไร?”เฉินเฟิงอวี๋ยิ้มตอบ พยายามจะไม่กดดันตัวเองจนสติแตกไปเสียก่อน จิตสังหารของคนเบื้องหน้าที่ปล่อยออกมาเพียงชั่วพริบตาเล่นทำเอาเขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความตาย และในเวลานี้เขาก็กำลังหาญกล้าท้าทายอำนาจมัจจุราชเพื่อล้วงความลับที่อีกฝ่ายเก็บงำไว้เพราะกิ๊ฟเป็นสิ่งที่พิเศษ คนที่รู้มีน้อยนัก คนที่ครอบครองยิ่งน้อยยิ่งกว่า ในการต่อสู้พลังอำนาจจากพลังพิเศษที่แปลกพิสดารสร้างความได้เปรียบให้แก่ฝั่งของคนที่มีผู้ครอบครองพลังนั้น จากบันทึกและคำบอกเล่าที่เขาได้รับรู้มา กิ๊ฟมีมากมายหลายประเภท บางอย่างก็เป็นพลังที่แปลกแยกมากล้นจนฝืนกฏธรรมชาติ หากแต่บางอย่างก็เป็นพลังอันเล็กจ้อยเหมือนมีไว้เพื่อหลอกลวง เขาไม่ได้คิดว่ากิ๊ฟของไซท์เป็นกิ๊ฟที่อ่อนด้อย เพราะเขาได้เห็นอีกฝ่ายไล่ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมมากับตาแล้ว“...หึ”เสียงหัวเราะในลำคอเล่นเอาเฉินเฟิงอวี๋กลืนน้ำลายแทบไม่ลง พยายามกดข่มร่างกายที่สั่นสะท้านให้นิ่งสงบต่อไปได้อย่างยากลำบาก รู้ว่าตัวเองกำลังเดิมพันด้วยชีวิต ทว่าหากต้องการจะเดินหน้าต่อให้ได้ตามที่อีกฝ่ายต้องการ ข้อมูลเป็นสิ่งจำเป็น...ไม่ว่าอย่างไร ข้อมูลของไซท์จะเป็นไพ่ไม้ตายในการพลิกสถานการณ์ไม่คาดฝันที่ขาดไม่ได้“...คุณนี่กล้าดีจริงๆ เอาเถอะ คุณรู้ไว้แค่ว่ากิ๊ฟของผมสามารถทำให้ผมฆ่าทุกคนที่ผมต้องการได้ก็เพียงพอ และต้องบอกก่อนนะว่าผมไม่ได้มีดีแค่กิ๊ฟ ...ให้สิ่งที่คุณได้เห็นในวันนี้เป็นตัวรับประกันผลงานของผู้เชี่ยวชาญอย่างผม บอกไว้เท่านี้พอจะทำให้รู้สึกเชื่อมือขึ้นมาบ้างรึยัง?”“...” เฉินเฟิงอวี๋ยกยิ้มอย่างยากลำบาก แม้จะได้รู้ได้เห็นในฝีมือด้วยสองตาของตัวเอง รู้ดีว่ากิ๊ฟของอีกฝ่ายต้องไม่แย่เหมือนๆ กับฝีมือ หากแต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ได้ข้อมูลอะไรมากขึ้นเลย“ดูจะไม่พอใจนะคุณเฉิน แต่คุณต้องรู้ไว้อย่าง ในสังคมของคนที่มีกิ๊ฟไม่มีใครยอมบอกข้อมูลของตัวเองง่ายๆ หรอก ยิ่งถ้าเป็นในสังคมเบื้องหลัง คนที่รู้ข้อมูลของเราได้จะมีแค่คนประเภทที่ไม่มีวันเอาข้อมูลของเราไปเผยแพร่ ซึ่งนั่นก็มีแต่...คนตาย คุณยังอยากรู้อยู่รึเปล่าล่ะ?”“มะ-ไม่ครับ ไม่อยากรู้แล้ว คุณไม่ต้องบอกก็ได้”เล่นข่มขู่ด้วยสายตาและน้ำเสียงแบบจัดเต็มซะขนาดนั้น เฉินเฟิงอวี๋จะกล้าอยากรู้อีกต่อไปได้ยังไง ดีไม่ดีหากอีกฝ่ายทำตามคำขู่ ทันทีที่เขารู้ความลับก็คงไม่วายถูกฆ่าปิดปาก เซ็ทค่อนข้างพึงพอใจกับท่าทางรู้ความนั้น แต่ก็ไม่วายขู่สมทบเพิ่มความเกรงกลัวและหยอกเอินไปพร้อมๆ กัน“ถ้าที่แสดงความโหดจากโชว์ฆ่าแบบสยดสยอง กับความเร็วในการปลิดชีวิตพวกการ์ด ยังไม่ดีพอให้เชื่อใจล่ะก็ ผมจะเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือของตัวเองอีกสักหน่อยก็ได้”ว่าจบเซ็ทก็หายไปจากด้านหน้าของเฉินเฟิงอวี๋ จากนั้นในชั่วพริบตาต่อมา เซ็ทก็กลับมาพร้อมหัวใจสดๆ ที่เลือดไหลนองทั้งยังเต้นตุ้บๆ แผ่วเบา แผละ!เซ็ทโยนก้อนเนื้อในมือก้อนนั้นลงบนโต๊ะจนเลือดบางส่วนกระเด็นไปโดนเฉินเฟิงอวี๋ เจ้าตัวสะดุ้งโหยงถอยหลังกรูดจนตกโซฟา หากแต่ก็ยังสติแข็งพอจะกัดปากกลั้นเสียงกรีดร้อง“...!!”“ว่าไง น่าเชื่อถือมากขึ้นมั้ย นั่นควักให้สดๆ มาจากนักโทษในห้องขังเลยนะ จากนี้ก็ไปตรวจสอบดูได้” เซ็ทหัวเราะโรคจิตก่อนจะนั่งลงบนโซฟา ป้ายเลือดที่ติดอยู่ที่มือไปกับโซฟาหนังแท้จนมันสกปรกไปหมด“...ค-ครับ ผมเชื่อแล้วครับ พอเถอะครับคุณไซท์ ไม่ต้องแสดงอะไรเพิ่มแล้ว”เฉินเฟิงอวี๋รีบพูด เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลก่อนจะนั่งให้ห่างจากเจ้าก้อนเนื้อที่เต้นแผ่วลงๆ จนหยุดเต้นไปในที่สุดด้วยความหวาดกลัว ดีแค่ไหนแล้วที่อีกฝ่ายไม่ควักหัวใจเขาโชว์เซ็ทพยักหน้าน้อยๆ ไม่ถ่วงเวลาสนทนาให้ยืดยาว เข้าข้อตกลงข้อต่อไปทันที “เมื่อผมทำให้ข้อตกลงข้อแรกเป็นจริง และเป็นอำนาจในเงาให้คุณตามข้อตกลงข้อที่สอง ผมต้องได้อยู่ใน ‘จุด’ ที่ได้ประโยชน์และสามารถสั่งคนของเฮยอันซาได้ หากคำสั่งของผมไม่ได้ส่งผลเสียต่อพวกเฮยอันซา คนของคุณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” “คุณ...” เฉินเฟิงอวี๋ยังไม่ทันอ้าปาก เซ็ทก็ยกมือเป็นเชิงห้ามว่าอย่าพึ่งขัด“แน่นอนว่าหากคุณเห็นว่าคำสั่งของผมไร้เหตุผลหรือเป็นภัยต่อพวกคุณเอง คุณก็สามารถทักท้วงหรือยกเลิกได้ตามสมควร”“ถ้าอย่างนั้นผมคาดว่าไม่มีปัญหา ไม่ต้องเป็นห่วงเลย หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทุกอย่างที่คุณต้องการจะเป็นไปตามข้อตกลง”เฉินเฟิงอวี๋นิ่งคิดสักพักก่อนจะตอบรับอย่างหนักแน่น เขาเข้าใจความนัยจากคำอธิบายความต้องการดังกล่าวของไซท์เป็นอย่างดี ต้องไห้อำนาจที่เท่าเทียมกับเขาหากแต่ไม่ได้มากไปกว่ากัน ในขณะเดียวกันไซท์ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรหรืออยู่เบื้องล่างเขา...เหอะ เขายังกลัวตายอยู่นะ กับคนเบื้องหน้าแค่ดูก็เห็นๆ กันอยู่ว่าไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวรับใช้ใคร หากร้องขอและแลกเปลี่ยนกันด้วยสิ่งที่เท่าเทียมมันก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่ถ้าหาญกล้าออกปากสั่งดีไม่ดีเขาได้โดนเหยียบจนกระโหลกแตกแน่“งั้นก็ข้อสุดท้าย รักษาข้อตกลงข้อแรก หากละเมิดชดใช้ด้วยชีวิต”“เอ่อ...นั่นผมคิดว่า...”“ไม่ต้องห่วง หากเป็นการกระทำโดยพลการของพวกลูกน้อง เจ้าตัวก็ต้องเป็นคนชดใช้ หากแต่ถ้าเป็นการกระทำที่มาจากคำสั่งของคุณ คุณจึงค่อยเป็นคนที่ต้องชดใช้ อย่างไรก็ตามแต่ ในฐานะหัวหน้าคุณก็ควรที่จะคุมลูกน้องตัวเองให้อยู่ในกฏระเบียบให้ได้มากที่สุดด้วย”เซ็ทยังคงขัดอีกหน ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลด้วยเหตุใด ซึ่งเมื่อได้ฟังเฉินเฟิงอวี๋แม้จะสั่นกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ตอบรับอย่างหนักแน่น ตำแหน่งฐานะในโลกเบื้องหลังของเขาอาจจะทำให้เขาดูเป็นคนไม่ดี แต่ความจริงแล้วเขาเป็นคนดีมากกว่าคนบางคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกสว่างเสียอีก“...ผมจะพยายาม แต่มั่นใจได้เลยว่ามันจะไม่เกิดจากคำสั่งของผมแน่นอน” ...อาชญากร ฆาตกร โรคจิต หรืออีกหลายๆ คำเรียก บางครั้งเป็นภัยเงียบที่โผล่ออกมาให้พบบ่อยๆ ในคราบผู้ดี หากคนสองคนเป็นฆาตกรเหมือนกัน ถ้าเทียบคนหน้าโหดที่ทำให้ผู้พบเห็นระวังตัวโดยอัตโนมัติ กับคนหน้าตาดีแต่ภายในจิตใจจริงๆ บิดเบี้ยวกว่าคนทั่วไป คิดว่าใครจะมีโอกาสก่อเหตุได้มากกว่ากัน...เพราะคนเรามันรู้หน้าไม่รู้ใจ คนบางคนแม้จะอยู่ในจุดที่เลวร้ายที่สุด แต่ใช่ว่าจิตใจจริงๆ ของเขาต้องเลวร้ายตามนี่...“ผมไม่ได้เชื่อในคำสัญญาปากเปล่าหรอกนะ เมื่อไหร่ก็ตามที่ข้อตกลงถูกละเมิด ไม่ใช่แค่คุณที่ต้องตายคามือผมแน่”“ผมทราบ เพียงแต่ถ้าทำได้ตามที่ตกลงกับคุณ ทางผมเองก็ได้ประโยชน์ ดังนั้นมันจะไม่มีทางเกิดการละเมิดข้อตกลง ถ้าคุณไม่เชื่อในคำพูด ก็ขอให้รอดูด้วยการกระทำ”“...สมที่เบื้องหน้าเป็นนักธุรกิจนะคุณเฉิน ได้ ผมจะรอดู อ๋อ ในเมื่อตกลงกันได้ คนที่คุณเรียกมาก็ให้กลับไปได้แล้ว จริงๆ ต่อให้เข้ามาทั้งหมดก็ทำอะไรผมไม่ได้ หากอยากให้พวกเขาตายเปล่าก็เรียกเข้ามาเลย”“...แหะ...แหม่ ก็เป็นแค่มาตรการรับมือน่ะครับ ก็ตอนแรกคุณเล่นตั้งท่าเป็นศัตรู แถมยังฆ่าไม่เลี้ยงซะขนาดนั้นนี่นา แต่ในเมื่อจบเรื่องด้วยการพูดคุยได้ เรื่องการใช้กำลังก็ไม่ควรเกิดขึ้นเนอะครับ ได้โปรดละเว้นลูกน้องผมด้วยเถอะนะครับคุณไซท์”เฉินเฟิงอวี๋พูดรัวจนลิ้นแทบพันกันมั่ว ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ที่คนเบื้องหน้ารู้ว่าตอนนี้คนของเฮยอันซาหรือลูกน้องของเขา เตรียมพร้อมตรึงกำลังจับผู้สร้างความวุ่นวายด้วยกำลังทั้งหมดที่มี แน่นอนว่าการจะจับนั้นจะเป็นจับเป็นหรือจับตายก็ไม่เกี่ยง แต่หลังจากได้นั่งสนทนา เฉินเฟิงอวี๋ก็รู้ได้โดยสัญชาติญาณว่าอีกฝ่ายไม่ได้คลายการระมัดระวังตัวแต่อย่างใด ท่าทางความมั่นใจในการต่อรองและทุกอย่างๆ เป็นเพราะมั่นใจในพลังที่เหนือกว่า ที่เมื่อครู่หายไปชั่วแวบหนึ่งนั่น หากไม่ได้ไปฆ่าก็คงหนีได้ทันทีเช่นกัน“เห็นแก่ที่คุณกล้าหาญใช้ตัวเองถ่วงเวลาให้ลูกน้องทั้งๆ ที่อาจจะถูกฆ่าเมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งยังช่วยป้องกันความสูญเสียจากฝีมือผมที่อาจจะลุกลามใหญ่โตไปพร้อมกัน ผมขอนับถือการเตรียมใจที่จะตายและความเป็นผู้นำของคุณ ดังนั้นผมจะไม่ทำอะไรตามที่คุณขอ”“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณจริงๆ ผมจะให้พวกเขาแยกย้ายทันที”เซ็ทลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะจากไป เพียงแต่ก่อนที่เซ็ทจะหายตัวไปในพริบตา เขาทิ้งท้ายคำพูดประโยคหนึ่งไว้ คีย์กุญแจอันแสนสำคัญที่จะทำให้เฮยอันซาในเมืองไทย เปลี่ยนแปลงไปตามที่ต้องการ“...ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงที่คุณควรทำ ผมทิ้งแผนงานและข้อมูลในการปฏิบัติไว้ในคอมของคุณแล้ว กลับไปดูซะ แล้วผมจะติดต่อหาคุณเอง”“...ครับ”หัวหน้าเฮยอันซาสาขากรุงเทพอย่างเฉินเฟิงอวี๋ค่อนข้างตกตะลึงหากแต่ไม่ได้แปลกใจนัก ในเมื่ออีกฝ่ายรู้ชื่อจริงของเขาและอาจจะรู้ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด กับอีแค่เข้าถึงคอมของเขาเหตุใดจะทำไม่ได้เล่า ที่อยู่ๆ ก็หายวับออกจากห้องไปยังน่าตกใจกว่าอีกเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกไปยังคนสนิท สั่งงานพร้อมสอบถามนิดหน่อยก็วางสายไป ก่อนที่ร่างสูงจะไถลร่างนอนลงบนโซฟา ต่อให้ซากหัวใจจะชวนหลอน แต่เวลานี้เขาต้องการหลับตาพักสมองมาก “ฉันเอง...อา แยกย้ายได้แล้ว หมดเรื่องแล้ว นายเห็นเขาคนนั้นในละแวกใกล้ๆ มั้ย? ไม่ ไม่มีอะไร ไม่ต้องตามหา ต่อให้บังเอิญพบก็ปล่อยเขาไป อา แค่นี้นะ”...หากแผนงานที่ไซท์ทิ้งไว้ทำให้เฮยอันซาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ เฉินเฟิงอวี๋จะไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะกระทำตาม หรือหากใช้จริงไม่ได้เขาก็จะดำเนินการไปตามแนวทางเขาต่อไปทีละขั้นนั่นแหละ ยังไงเปิดดูสักหน่อยก็ไม่ได้เสียหาย ดีไม่ดีอาจจะมีเซอร์ไพรส์รอเขาอยู่ก็เป็นได้...แบบวันนี้ที่มีแต่เรื่องน่าตกใจนี่แหละ เหมือนอายุจะสั้นลงไปเป็นสิบปีเลย เฮ้อ!...เซ็ทหลบเข้าห้องน้ำสาธารณะแล้วจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดเดิมถูกถอดโยนใส่ช่องเก็บของ แต่เพราะเนื้อตัวเปื้อนเลือดมากเกินไป ขืนกลับห้องทั้งๆ อย่างนี้ต้องได้มีสักคนได้กลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวเขาไปแหงๆ เซ็ทหยิบเจ้าเครื่องทำความสะอาดออกมา ก่อนจะลองสั่งให้มันทำความสะอาดตัวเขาเจ้าเครื่องครึ่งวงกลมวิ่งไต่ไปไต่มาบนร่างกายเซ็ทหลายต่อหลายรอบ เซ็ทรู้สึกเหมือนถูกลมร้อนเป่าผิวให้พออุ่น แต่แล้วคราบเลือดสกปรกทั่วตัวก็หายไปอย่างที่ต้องการ “ใช้แบบนี้ก็ได้แหะ”{ระบบไร้ประโยชน์นี่ดูจะมีดีแค่ไอเทมจริงๆ นะ}“จัดการกล้องวงจรปิดให้เรียบร้อยล่ะโร ถึงจะเหลือเวลานอนไม่มากก็ดีกว่าไม่ได้นอน กลับบ้านกันดีกว่า อเล็กซ์ เฮ้ อเล็กซ์?” เซ็ทเก็บเครื่องทำความสะอาดพลางปิดปากหาว ดูเหมือนว่าเจ้าอเล็กซ์ที่เกาะอยู่บนหัวแทะเส้นผมของเซ็ทแทนขนมกินเล่นก็หลับปุ๋ยไปนานแล้วเรียกยังไงก็ไม่ตื่น เซ็ทล่ะอดที่จะอิจฉามันไม่ได้ที่สัตว์เลี้ยงดูจะใช้ชีวิตสบายกว่าเจ้าของอย่างเขาเยอะเลย กินๆ นอนๆ ชิวจริงๆ{ไม่ว่าเจ้าของหรือสัตว์เลี้ยงก็ใช้ชีวิตชิวกว่าผมทั้งนั้นแหละน่า}ไม่เป็นโรคงจะไม่เข้าใจ ถึงในชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสได้ออกไปช่วยเซ็ทบู๊ในฉากหน้า หากแต่งานเอกสาร วิเคราะห์ แผนงาน หาข้อมูล คอยตรวจสอบความคืบหน้า ติดตามผลลัพธ์ หรือแม้แต่การบ้านของเซ็ทก็ล้วนเป็นโรที่ต้องทำ และทำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงในทุกๆ วันซะด้วย ต่อให้เซ็ทจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้หมด แต่ก็ไม่สะดวกรวดเร็วเท่ามีโรหรอกน่า“เลิกบ่นแล้วไปพักกันก่อนเถอะโร ไม่ได้ใช้กิ๊ฟจริงๆ จังๆ ขนาดนี้มานานแล้ว ร่างกายใหม่เองก็ดูจะไม่คุ้น รู้สึกเหมือนตัวจะระเบิดยังไงก็ไม่รู้”เซ็ทว่าเอื่อยๆ ตัวชาดิ้กๆ แถมยังเจ็บจึ้กๆ ไปทั่วทั้งตัว ถึงไม่นานเดี๋ยวก็หาย แต่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่น่าอภิรมณ์ซะที่ไหน...กิ๊ฟนั้นอาจจะเป็นความสามารถที่แสนโกง หรือเป็นกิ๊ฟตลกๆ ที่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ แต่ยังไงซะหนึ่งคนก็มีกิ๊ฟได้แค่หนึ่งชนิด เป็นสิ่งที่ทุกคนในอดีตจะเข้าใจดี เพราะกิ๊ฟเกิดขึ้นมาได้เพราะมวลสารของอุกาบาตไปทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในร่างกายตั้งแต่ระดับดีเอ็นเอ ไม่ต่างจากการวิวัฒนาการที่ถ้าสำเร็จก็อาจจะทำให้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด หรือถ้าล้มเหลวก็แลกด้วยชีวิตทว่าภายใต้กิ๊ฟทั้งห้าประเภทที่กองทัพเป็นผู้จำแนก กิ๊ฟทุกชนิดมีข้อดีและก็มีสิ่งแลกเปลี่ยนในตัวมันเอง ยิ่งใช้กิ๊ฟมากเท่าไหร่ สิ่งที่ต้องจ่ายก็จะแพงขึ้นเท่านั้น หากหลงระเริงในการใช้กิ๊ฟมากจนเกินขีดจำกัดที่ร่างกายรับไหวขึ้นมา ความตายยังสบายซะกว่า{ต้องกังวลให้มากด้วยเหรอ ยังไงนั่นก็เป็นกิ๊ฟที่คุณเคยใช้จนคุ้นชินแล้ว}“ใช้จนชินมันก็ใช่ แต่เมื่อก่อนเคยมีความรู้สึกซะที่ไหนล่ะ พึ่งเคยได้สัมผัสกับความรู้สึกหลังใช้กิ๊ฟก็คราวนี้เนี่ยแหละ” เซ็ทท้วงด้วยการเอาความจริงมาเถียงในช่วงเวลาที่พูดคุยกันไปมา เซ็ทก็เปิดประตูระเบียงกลับเข้าไปในห้อง มือหนาดึงหน้ากากออก ถอดเสื้อคลุมตัวนอกที่สวมลวกๆ ก่อนจะปาไปข้างเตียง จากนั้นก็ทิ้งร่างลงบนเตียงนอนอันแสนนุ่ม ความเจ็บปวดยังแล่นไปทั่วร่างหากแต่เซ็ทก็หลับตาข่มความเจ็บ แต่ถึงร่างจะเจ็บแค่ไหน ก็เจ็บไม่เท่าในสมองที่ภาพทั้งหลายยังคงตัดสลับไปสลับมา‘...การทดลองครั้งที่...-หมายเลข-...-รหัส....’‘...วัตถุดิบ-...สาย-....-เข้ากันได้’‘การทดลอง-...-ประสบความสำเร็จ’...ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบันเซ็ทก็ยังเป็นคนที่พิเศษ...ไม่ใช่แค่เพราะว่าเซ็ทมีโรอยู่ในสมอง......อย่างไรก็ตามสำหรับปัจจุบันนั้น เซ็ทอาจจะยิ่งพิเศษยิ่งกว่าที่ใครจะคาดคิดได้...“เจ้าอเล็กซ์ยังไม่ยอมตื่นอีกเหรอเนี่ย?”พอหายปวดหัวเซ็ทก็บ่นพึมพำในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปแงะอเล็กซ์ให้หลุดออกจากศีรษะของตัวเอง แต่ด้วยความที่ว่ามันเกาะแน่น เซ็ทเลยต้องค่อยๆ แกะขาป้อมๆ ของมันออกทีละข้าง พอร่างเล็กของเจ้าจิ้งจกหลุดออกจากหัว เซ็ทก็วางมันลงข้างหมอน เจ้าอเล็กซ์ส่งเสียงร้องครางราวกับคนนอนฝัน พลิกตัวไปมาจนได้ท่าที่นอนสบายแล้วก็หลับลึกอีกรอบ“...มุ...กิ้ว”“...เจ้าตัวน่าอิจฉานี่”เซ็ทว่าพลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยพุงป้อมๆ ของอเล็กซ์เล่น แต่แล้วเซ็ทก็ต้องเงยหัวขยับตัวไปจ้องพุงแน่นๆ ของมันใกล้ๆ เนื่องเพราะสัมผัสที่ปลายนิ้วมันไม่เหมือนกับทุกที เซ็ทเขี่ยพิสูจน์อีกหลายครั้งก่อนจะพูดขึ้น“...นี่มัน...ขน?”{มันโตขึ้นมั้งเซ็ท}“จิ้งจกโตขึ้นแล้วมีขน บ้าไปใหญ่แล้ว?” เซ็ทหัวเราะฝืดๆ แต่ก็เขี่ยพุงอเล็กซ์เล่นต่อ{มันก็บ้ามาตั้งแต่เจ้านั่นออกมาจากกล่อง ตัวสีฟ้า ร้องมุกิ้ว กินเลือดคุณเป็นอาหาร สูบคนทั้งตัวเข้ากระเพาะ แถมยังไม่ถ่ายของเสียอีกต่างหาก มีส่วนไหนในตัวมันไม่บ้าบ้าง?}เซ็ทกรอกตา ไม่เถียงกับโรให้เสียเวลาเพราะรู้ว่าเถียงไปก็เท่านั้น เจ้าอเล็กซ์มันเป็นจิ้งจกที่อยู่นอกเหนือสามัญสำนึกมาตั้งนานแล้วจริงๆ ปลายนิ้วเรียวยังคงลูบท้องป่องๆ ที่มีเส้นขนนิ่มๆ ปกคลุมอย่างพึงพอใจ สัมผัสนิ่มๆ ลื่นๆ ชวนให้ลูบเล่นเรื่อยๆ...ถ้าเจ้าอเล็กซ์ตัวโตกว่านี้อีกหน่อยน่าจะลูบสนุกมือกว่านี้แหะ
เด็กหญิงคนหนึ่งหยิบสีเทียนขึ้นมาระบายสีไปบนพื้น เวลาผ่านไปพักใหญ่ห้องสีขาวก็ถูกสีจำนวนมากทาบทับ รูปมากมายที่ไม่มีใครเข้าใจถูกวาดรูปแล้วรูปเล่า ทับกันไปทับกันมาจนมองไม่ออกว่ารูปตรงหน้าคือรูป“วาดรูปอะไรอยู่เหรอ บอกพี่ได้มั้ย?”พี่เลี้ยงหญิงพยายามตะล่อมถาม หากแต่เด็กน้อยก็ยังคงวาดต่อไป เธอวาด วาด แล้วก็วาด โดยไม่สนใจเสียงจากโลกภายนอกแม้แต่น้อย “...กำลัง...มา...กำลัง...มา...”เธอพึมพำซ้ำๆ ราวกับคนเสียสติ ทันทีที่ลายเส้นสุดท้ายถูกขีด เด็กหญิงก็ล้มฟุบลงกับพื้น พี่เลี้ยงที่เฝ้าระวังอยู่ไม่ไกลรีบพุ่งไปรับร่างเล็กไว้ไม่ให้ล้มหัวฟาดพื้น เธอช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มก่อนจะมองลายเส้นมั่วซั่วที่ดูไม่รู้เรื่องนั้น“...ยังกับตัว Z เลยแฮะ?”
‘การเจรจาที่ดีที่สุด คือต้องได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ด้วยข้อแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน’
---------------------------------จบไปอีกตอน เชื่อว่าหลายๆ คนคง งง กับกิ๊ฟเซ็ทน่าดู ปมเยอะเนอะ เอาปมไรก่อนดี ผูกแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนจะเป็นเงื่อนตายไม่ต้องคลายมันแล้ว 555+ จริงๆ ก็คือแมวทิ้งทุกอย่างไว้ในเนื้อเรื่อง ไปหาให้เจอสิ (เลียนเสียงราชาโจรสลัด) //หยอกๆสเกลเรื่องนี้ค่อนข้างใหญ่มั่ก เราก็ค่อยๆ ไปกันทีละติ้ดๆ แบบสโลว์ไลฟ์เนอะ แมวไม่รีบนักอ่านก็ไม่รีบใช่บ่? 5555+ //ให้ตอบได้แค่ไม่รีบ ไม่มีสิทธิปฏิเสธ (เซ็ทเข้าสิง //โดนเซ็ทเหยียบหัว)ส. อา. นี้ แมวก็ขอตัวลาไปพักผ่อน ถ้าไหวจะลุกมาเขียนตอนพิเศษให้นะคะ (ตอนพิเศษจะไม่ยาวเท่าตอนหลักเด้อ แต่ไม่ติดเหรียญ)ขอบคุณทุกการติดตาม คอมเม้นท์ ทุกการเปย์ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านทั้งใหม่เก่า ขอบคุณมากจริงๆ ช่วยตามแมวกันไปนานๆ ด้วยนะค้าาา