โรงเรียนมัธยมปลายหลานเฉิงพิธีเปลี่ยนอาชีพ
“หลี่ตู้ เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จ”
เมื่อเห็นตัวอักษรเด่นชัดบนศิลาทดสอบแววตาของหลี่ตู้พลันหม่นแสงลง เหมือนที่คาดการณ์ไว้เขาหัวเราะเยาะตัวเองอย่างขมขื่น ก่อนจะเดินลงจากแท่นหินด้วยใจที่ว่างเปล่า
รอบกายผู้คนส่งเสียงซุบซิบกันเซ็งแซ่
“เฮ้อ ไม่ผิดจากที่คิด หลี่ตู้ล้มเหลวตามระเบียบ”
“พ่อแม่ของเขาก็แค่คนธรรมดาที่เปลี่ยนอาชีพไม่ได้แล้วเขาจะฝืนโชคชะตาได้อย่างไร?”
“ฉันเคยเตือนแล้วว่าอย่ามาเรียนเลย ไปขุดแร่แต่เนิ่น ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?”
“น่าสงสาร เขายังมีน้องสาวอีกคน ตัวเองเปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จก็แล้วไปแต่น้องสาวคงต้องอดอยากไปกับเขาด้วย”
“ใกล้สอบระดับชาติแล้ว เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จก็หมายความว่าไม่มีทางสอบผ่านหากเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ในอนาคตจะเข้าสมาคมหรือบริษัทไหนก็คงเป็ไปยากแล้วชีวิตนี้ของเขาเหลือแค่เส้นทางเดียว นั่นคือการเป็ทาสเหมือง”
“คนธรรมดาที่เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จพวกเขาถูกลิขิตให้ขุดแร่มาั้แ่เกิดแล้วไม่ใช่หรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดทิ่มแทงลึกถึงใจและดูถูกเหยียดหยามเช่นนั้นหลี่ตู้ก็รู้สึกโกรธแค้นเป็อย่างยิ่ง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จเขากลายเป็คนไร้ค่าั้แ่นี้ไป
คนพวกนั้นคงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเขาอีกแล้วโลกก็เป็เช่นนี้เอง
นี่คือโลกของผู้มีอาชีพเมื่อหลายร้อยปีก่อนได้เกิดหายนะครั้งใหญ่ที่ทำให้โลกทั้งใบเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ผู้คนสามารถปลุกอาชีพได้เมื่ออายุครบสิบแปดปีและกลายเป็ผู้มีอาชีพ
ผู้มีอาชีพหมายถึงผู้ที่มีพลังลึกลับสุดจะหยั่งถึงอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็ดาบและเวทมนตร์พลังจิต พลังิญญา การควบคุมอันเดด...ซึ่งทั้งหมดนี้เกินกว่าขอบเขตที่โลกนี้จะเข้าใจได้
ผู้มีอาชีพที่แข็งแกร่งที่สุดอาจสามารถเคลื่อนย้ายูเาถมทะเล และทำลายล้างทั้งโลกได้เลย
แต่ภายใต้ความรุ่งโรจน์ของผู้มีอาชีพกลับกลายเป็ความเศร้าของคนธรรมดา
ในโลกที่ผู้มีอาชีพเป็ใหญ่เมื่อปลุกพลังอาชีพได้ตอนอายุสิบแปดปี จะสามารถสอบระดับชาติศึกษาความรู้ระดับสูงเกี่ยวกับผู้มีอาชีพได้ หลังจากเรียนจบผู้มีอาชีพเหล่านี้ยังสามารถเข้าสมาคมใหญ่ ๆ เพื่อฝึกฝนต่อหรือกระทั่งกลายเป็ผู้มีอาชีพชั้นนำ กลายเป็บุคคลที่อยู่เหนือทุกสิ่ง
แต่คนธรรมดาที่เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จไม่มีพลังของผู้มีอาชีพ ย่อมไม่มีทางสอบระดับชาติได้
พวกเขาเป็เหมือนแมลงสาบในท่อระบายน้ำไม่ว่าไปที่ไหนก็ไม่มีใครต้อนรับ
สุดท้ายแล้วจุดจบของพวกเขาคงหนีไม่พ้นการไปขุดแร่ในโลกใต้พิภพ เป็ได้แค่ทาสเหมือง
เพราะคนเรามีโอกาสเปลี่ยนอาชีพได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นนั่นคือตอนทดสอบอาชีพเมื่ออายุสิบแปดปี หากเปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จก็ไม่มีทางเปลี่ยนอาชีพได้อีกเป็ครั้งที่สอง ชีวิตนี้ก็จะไร้ค่าไปตลอดกาล
พ่อแม่ของหลี่ตู้เป็คนธรรมดาหลังจากหลี่ตู้เกิด พ่อแม่ของเขาจำต้องไปเป็ทาสเหมืองเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวทำงานในเหมืองที่มืดมิดวันแล้ววันเล่า แต่ได้ค่าจ้างเพียงน้อยนิด
เมื่อสิบสองปีก่อนเกิดอุบัติเหตุเหมืองถล่ม พ่อแม่ของหลี่ตู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นแต่บริษัทเหมืองกลับชดเชยให้เพียงน้อยนิดอย่างกับดูถูกกัน
ตอนนั้นหลี่ตู้จึงตั้งใจแน่วแน่ เขาจะต้องเป็ผู้มีอาชีพให้ได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ไม่ว่าจะเพื่อแก้แค้นหรือเพื่อความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
เขาเบื่อหน่ายกับความอัปยศอดสูนี้เต็มทนแล้ว
ฉินอันหมินเห็นหลี่ตู้ในสภาพนั้นก็ถอนหายใจออกมาหลี่ตู้เรียนมัธยมปลายมาสามปี ฉินอันหมินเป็อาจารย์ประจำชั้นของนักเรียนคนนี้ตลอดสามปีที่ผ่านมา หลี่ตู้เป็คนที่มุ่งมั่นตั้งใจที่สุดเขามีความมุ่งมั่นที่ฉินอันหมินไม่เคยเห็นมาก่อน
เขาเคยคาดหวังกับหลี่ตู้ไว้มากแต่ไม่คิดว่าผลการทดสอบสุดท้ายจะเป็เหมือนน้ำเย็นที่สาดลงมาทำให้หลี่ตู้ถึงกับหมดสภาพเช่นนี้
“หลี่ตู้ อย่าเพิ่งท้อแท้ไป ผู้มีอาชีพไม่ใช่ทางเลือกเดียวหรอกนะถึงจะเปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จ เธอก็ยังมีอีกหลายเส้นทางให้เลือกเดิน...”
“ไปเป็ทาสเหมืองใช่ไหมครับ?”
ฉินอันหมินพูดไม่ออก
หลี่ตู้ยิ้มขมขื่นแล้วส่ายหน้าแม้อาจารย์จะหวังดี แต่ความเป็จริงก็ช่างโหดร้ายเหลือเกิน
“ครูครับ ถ้าผมไปวิหารเทพแห่งโชคชะตา ผมจะเปลี่ยนอาชีพได้สำเร็จไหมครับ?”
“เธอ... เธอพูดว่าอะไรนะ?” ฉินอันหมินใกับคำถามของหลี่ตู้
วิหารเทพแห่งโชคชะตาเป็วิหารที่พิเศษอย่างยิ่งในโลกใบนี้ที่นั่นจะมีสินค้าชุดใหม่มาวางขายเป็ประจำทุกวันซึ่งส่วนใหญ่เป็คัมภีร์เปลี่ยนอาชีพ
คัมภีร์เปลี่ยนอาชีพของวิหารเทพแห่งโชคชะตานั้นพิเศษมากมันสามารถทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนอาชีพได้โดยไม่ต้องสนใจว่าคนคนนั้นจะเปลี่ยนอาชีพในพิธีสำเร็จหรือไม่อย่างหลี่ตู้เอง แม้เขาจะเปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จเขาก็สามารถซื้อคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพจากวิหารเทพแห่งโชคชะตา และเปลี่ยนอาชีพของตัวเองได้
นี่เป็โอกาสสุดท้ายที่เหลือของคนธรรมดาที่เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จ
แต่โลกนี้ก็ยุติธรรมมีได้ก็ต้องมีเสีย
วิหารเทพแห่งโชคชะตาไม่รับเงินตราใดๆ ทั้งสิ้น รับเพียงอายุขัย นั่นหมายความว่า ถ้า้าคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพก็ต้องเอาชีวิตไปแลกและคัมภีร์เปลี่ยนอาชีพที่ไร้ค่าที่สุดในวิหารเทพแห่งโชคชะตาก็เริ่มต้นที่อายุขัยห้าสิบปี!
“เธอรู้ไหมว่ามันหมายความว่าอะไร?” ฉินอันหมินพยายามเกลี้ยกล่อมเขาไม่อยากเห็นหลี่ตู้ทำอะไรบุ่มบ่าม
“ครูครับ อย่าห้ามผมเลยครับ ผมรู้ดีกว่าใครว่าในโลกใบนี้การเปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จหมายถึงอะไร...”
ฉินอันหมินพูดไม่ออก
ไม่นานผลการทดสอบทั้งหมดก็ปรากฏ
โรงเรียนหลานเฉิงหมายเลขหนึ่งมีนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่ 3 ทั้งหมด 789 คน ในจำนวนนี้ 723 คน ประสบความสำเร็จในการปลุกอาชีพมีผู้ล้มเหลวเพียงไม่กี่คน ซึ่งสำหรับโรงเรียนหลานเฉิงหมายเลขหนึ่งนับว่าเป็ผลงานที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
เจิ้งหวารองผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้รับหน้าที่เป็ประธานในพิธี ประกาศเสียงดัง“นักเรียนทุกคนการปลุกอาชีพสำเร็จหมายความว่าพวกเธอได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนแรกของชีวิตแล้วอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะมีการสอบระดับชาติขอให้พวกเธอใช้่เวลานี้ไปเก็บเลเวลเพื่อเตรียมตัวสอบ”
“การสอบระดับชาติคือบันไดแห่งชีวิต หากพวกเธอทำคะแนนได้ดีในการสอบก็จะเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ และเรียนรู้ความรู้ขั้นสูงเกี่ยวกับผู้มีอาชีพได้หากมีความสามารถ เข้าสิบมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ก็แทบจะเท่ากับว่าก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่การเป็ผู้ไร้เทียมทานแล้ว”
“นอกจากนี้ อีกสิบวัน มหาวิทยาลัยต่าง ๆจะมาที่โรงเรียนเพื่อจัดการสอบคัดเลือกอิสระ หากผ่านการสอบคัดเลือกก็ไม่จำเป็ต้องเข้าร่วมการสอบระดับชาติอีก และจะได้รับโควตาเข้าเรียนโดยตรง”
หลังกล่าวจบเสียงปรบมือก็ดังกึกก้อง
เจิ้งหวาไม่ได้เอ่ยถึงชะตากรรมของผู้ที่เปลี่ยนอาชีพไม่สำเร็จเลยแม้แต่น้อยเพราะเขารู้ดีว่าคนเ่าั้ไม่มีอนาคตแล้ว
หลี่ตู้รู้สึกสับสนวุ่นวายใจและกำลังจะเดินออกไป ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งเรียกเขาไว้
“หลี่ตู้นี่นา อะไรกัน... นายจะไปแล้วเหรอ?”
คนที่เรียกเขาไว้เป็ชายหนุ่มร่างกำยำสวมชุดสูทหรูหรา ท่าทางหยิ่งผยอง
“เจี่ยงเหยียนิ นายมีอะไรอีก?”
ชายหนุ่มที่ชื่อเจี่ยงเหยียนิแสยะยิ้ม“อย่าลืมสิ นายยังติดหนี้ฉัน 500 แต้มเทพเมื่อไหร่จะเอามาคืน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นความโกรธแค้นที่อัดอั้นอยู่ในใจของหลี่ตู้ก็พลุ่งพล่านขึ้นมา
ย้อนกลับไปตอนนั้นหลี่ตู้กำลังจะกลับบ้าน ทันใดนั้นเจี่ยงเหยียนิที่ปั่นจักรยานอยู่ก็ล้มลงข้าง ๆแล้วกล่าวหาว่าหลี่ตู้เป็คนชนเขาทั้งที่คนเห็นเหตุการณ์ต่างรู้ดีว่าหลี่ตู้ยืนห่างจากเจี่ยงเหยียนิไกลเพียงใดแต่เขากลับกล่าวหาอย่างไม่ลดละ
“นายชนฉัน แถมยังขูดรถฉันด้วย! รถฉันแพงมาก คงซ่อมไม่ได้ถ้าไม่มี 500แต้มเทพ!”
แน่นอนว่าหลี่ตู้ไม่ยอมรับแต่เจี่ยงเหยียนิมีเื้ัที่แข็งแกร่ง พ่อแม่ของเขาเป็ผู้มีอาชีพระดับสูงและอยู่ในตำแหน่งใหญ่โต ด้วยการจัดฉากของอีกฝ่ายไม่ว่าหลี่ตู้จะบริสุทธิ์แค่ไหนก็ไม่อาจขัดขืน
เขาจึงต้องติดหนี้เจี่ยงเหยียนิ500แต้มเทพอย่างไม่ยุติธรรม
พูดถึงแต้มเทพมันคือสกุลเงินที่ผู้มีอาชีพใช้กัน และเป็สกุลเงินทั่วไปในโลกใบนี้ตลอดสามปีที่เรียนมัธยมปลาย หลี่ตู้ได้รับทุนการศึกษาหลายครั้งเนื่องจากความมุ่งมั่นในการเรียน ตลอดสามปีเขาเก็บสะสมแต้มเทพได้ประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยแต้ม
ด้วยเหตุนี้เจี่ยงเหยียนิจึงมาตามรังควานเขาแทบทุกวัน หากฉินอันหมินไม่เข้ามาห้ามปรามอีกฝ่ายคงจะยิ่งได้คืบเอาศอก
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แค่ตกลงว่าจะเลื่อนวันทวงหนี้ออกไปเป็หลังจากที่หลี่ตู้เปลี่ยนอาชีพเสร็จสิ้น
“ฮึ! ฉันเตือนนายครั้งสุดท้ายนะ จะคืนเงินไหม ถ้าไม่คืนก็ไม่เป็ไรให้น้องสาวนายมาเล่นกับฉันสักสองสามวันสิ แล้วหนี้ก้อนนี้ก็ถือว่าเจ๊ากัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่ตู้ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเจี่ยงเหยียนิถึงได้กล่าวหาเขาแบบนี้ที่แท้ก็หมายปองน้องสาวของเขานี่เอง
ในชั่วพริบตาใบหน้าของหลี่ตู้ก็บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต“เจี่ยงเหยียนิ! ถ้านายกล้าแตะต้องน้องสาวฉันถึงต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยนายไปแน่!”
“เฮอะ! ไม่ปล่อยฉันไป? นายมีสิทธิ์อะไรมาพูดว่าจะไม่ปล่อยฉันไป?เห็นว่าน่าสงสาร ฉันจะผ่อนผันให้นายอีกหนึ่งวันแต่พรุ่งนี้ฉันต้องเห็นแต้มเทพ!”
“ถ้าไม่มีแต้มเทพ ก็ให้น้องสาวนายชดใช้หนี้แทนหรือไม่นายกับน้องสาวนายก็ไปขุดแร่ หาแต้มเทพมาชดใช้ฉันซะ!”
พูดจบเจี่ยงเหยียนิก็พ่นลมหายใจ แล้วเดินจากไป
หลี่ตู้รับรู้ถึงความอัปยศหากเขาแข็งแกร่งมากพอ เจี่ยงเหยียนิจะกล้าพูดกับเขาแบบนี้หรือ
“วิหารเทพแห่งโชคชะตา... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตครึ่งหนึ่ง ฉันก็ยอมเสี่ยงฉันไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้อีกต่อไปแล้ว”
แววตาของหลี่ตู้แน่วแน่ขึ้นและเขาก็เดินออกจากโรงเรียนไป มุ่งหน้าสู่วิหารเทพแห่งโชคชะตา
ที่นี่คือวิหารโอ่อ่าตระการตามองขึ้นไปราวกับมองเห็นปาฏิหาริย์ สินค้าของวิหารอยู่ที่้าเพียงแค่จ้องมองเข้าไป ก็จะเห็นข้อมูลของสินค้า
“ตรวจพบว่าคุณยังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพ ไม่สามารถเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัว้าเปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวฟรีหรือไม่?”
“้า”
“เปิดใช้งานสำเร็จ คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวได้”
จากนั้นหลี่ตู้ก็เปิดหน้าต่างข้อมูลส่วนตัวของเขา
[ชื่อ: หลี่ตู้]
[เลเวล: 0]
[อาชีพ: ยังไม่ปลุกอาชีพ]
[อุปกรณ์: ไม่มี]
[พลังชีวิต: 100]
[มานา: 0]
[พละกำลัง: 11 (คนธรรมดาคือ 10)]
[พลังจิต: 14 (คนธรรมดาคือ 10)]
[ความแข็งแกร่ง: 12 (คนธรรมดาคือ 10)]
[ความว่องไว: 13 (คนธรรมดาคือ 10)]
[พร์: ะ (ขั้นต้น): คุณได้รับสกิลดูดซับชีวิตการสังหารสัตว์อสูรจะได้รับอายุขัย ปัจจุบันอัตราการดูดซับคือ 1 วัน/สัตว์อสูร 1 ตัว]
[อายุขัย: 82 ปี 73 วัน 12ชั่วโมง 37 นาที 6 วินาที...5 วินาที...]
[ค่าประสบการณ์พร์: 0/10,000 (ได้รับ 1 แต้มประสบการณ์ต่อการสังหารสัตว์อสูร 1 ตัว)]
หลี่ตู้ไล่ดูข้อมูลบนหน้าต่างของเขาไปทีละบรรทัด
เมื่อเขาเห็นคำว่า‘พร์’ ตรงบรรทัดสุดท้ายรูม่านตาของเขาก็หดตัวเล็กลง แม้แต่ลมหายใจก็ยังหนักหน่วงขึ้นหลายส่วน