หลังจากอาบน้ำแต่งชุดขอทานเรียบร้อยชายหนุ่มก็เดินไปยังห้องอาหารของโรงเตี๊ยมเพราะเหตุวุ่นวายเมื่อคืนเช้านี้เลยมีผู้คนในห้องอาหารไม่มากนัก
“อาหารของที่นี่รสชาติเยี่ยมยอดจริงๆ” ชายหนุ่มกล่าวชมไปด้วยพลางกินไปด้วยไม่หยุดผู้คนโดยรอบหันมามองแต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงว่ากล่าวอะไรพวกเขาล้วนเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์เมื่อคืนกันหมด
“ไปหาซื้อชุดใหม่ก่อนก็แล้วกัน” พอทานเสร็จชายหนุ่มก็เดินทางออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมรถเข็นคู่ใจ
“เหมือนจะลืมอะไรสักอย่าง? คงคิดไปเอง” แต่พอกำลังจะพ้นรั้วโรงเตี๊ยมเขาก็กล่าวออกมา แล้วเดินออกไป
ภายในเมืองยังคงเป็นเหมือนเช่นเมื่อวานมีผู้คนสัญจรไปมา รถม้าแล่นไปตามถนน พ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าบ้างก็เดินตามตื๊อให้ซื้อสักหน่อยชายหนุ่มที่มาพร้อมรถเข็นสีชมพูและป้ายร้านดึงดูดสายตาของผู้คนให้เข้ามาสอบถามได้ไม่น้อยยามแรกได้ยินสรรพคุณล้วนตาโต ยามต่อมาฟังราคาตาโตยิ่งกว่าพร้อมก้าวถอยหลังหนีไป
“อะไรกัน ทดลองซื้อไปก็รู้แล้วแท้ๆ” ชายหนุ่มบ่นออกมา
“โอ๊ะ ร้านนี้ก็น่าสนใจ”ชายหนุ่มสะดุดตาเข้ากับร้านแห่งหนึ่งที่มีรูปปั้นขนาดเท่าคนจริงสวมชุดเกราะแบบนักรบจีนโบราณสีทองครบชุดตั้งเด่นอยู่หน้าร้าน
ตัวร้านมีขนาดใหญ่ประมาณห้าหมู่มองขึ้นไปเหนือซุ้มประตูมีอักษรเขียนคำว่า มู่ฉี เขียนเอาไว้ จะเรียกว่าร้านก็ไม่น่าจะได้เรียกว่าอาคารคงจะเหมาะกว่า อาคารหลังนี้สร้างมาจากก้อนอิฐและปูนอย่างดีทาสีขาวสะอาดตามีการวาดลวดลายของอาวุธ เสื้อผ้า ชุดเกราะไว้บนกำแพงได้อย่างลงตัว
ตั้งแต่ชายหนุ่มถูกย้ายมายังโลกแห่งนี้เขาก็สังเกตนานแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นภาษาตัวอักษร การพูด อ่าน เขียน ล้วนเป็นภาษาจีนตามโลกเก่าที่เขาเคยอาศัยอยู่ถึงจะแปลกใจแต่เขาก็ไม่ได้สนใจมันมากนัก
“ทำแตก รับหมื่นทอง”ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่ารูปปั้นที่สวมชุดเกราะมีป้ายแขวนไว้เขาเลยเดินเข้าไปอ่านพลางเอื้อมมือไปจับชุดเกราะตัวนั้น
“ตัวชุดเกราะไม่หนาแต่ให้ความรู้สึกได้ถึงความแข็งของวัสดุที่ใช้ทำ แถมส่วนข้อต่อก็ดูยืดหยุ่นหากสวมใส่คงไม่ลำบากในการเคลื่อนไหว” ถึงจะไม่เคยใส่มาก่อนแต่ชายหนุ่มก็วิเคราะห์ออกมาตามที่เขาคิดจะถูกหรือผิดก็คงต้องให้ผู้รู้มาตัดสินอีกที
“พ่อหนุ่มเจ้าสนใจจะเข้าร่วมท้าทายการทำลายชุดเกราะรึ?”มีเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขาเมื่อหันไปดูก็ได้พบเข้ากับชายกลางคนหนวกเครารุงรัง ผมสีน้ำตาลยาวมัดรวบไปด้านหลัง
ชายคนนี้น่าจะสูงสองศอกนิดๆหน้าตาหยาบกร้าน สวมถุงมือหนังและชุดของช่างตีเหล็กเหมือนเป็นคนแคระช่างตีเหล็กที่หลุดมาจากนิยายก็ไม่ผิด
“เปล่า ข้าแค่เห็นชุดนี้มันเด่นรวมถึงป้ายแผ่นนี้เลยเดินเข้ามาดู” ชายหนุ่มตอบกลับไป
“แล้วที่เจ้าถามข้ามันคืออะไร?” ชายหนุ่มถามกลับเมื่อตอบสิ่งที่คนแคระถามมาเสร็จแล้ว
“มันเป็นกิจกรรมของร้านน่ะขอแค่มีใครทำลายชุดเกราะนี้ได้ ไม่สิ แค่ทำให้มันเสียหายได้สักนิดนึงทางร้านจะมอบเงินให้คนผู้นั้นทันทีหมื่นเหรียญทอง”คนแคระตอบกลับมา
“แต่ต้องมีค่าเข้าร่วมนะ คนละสิบเหรียญทองจะใช้อาวุธหรือเคล็ดวิชาอะไรก็ได้ ไม่จำกัด ที่ผ่านมามีคนมาลองแล้วหลายร้อยรายมันไม่เคยมีใครทำสำเร็จเลย” คนแคระยืดอกขึ้นแล้วตบดังปัก ปักเหมือนจะโอ้อวดเล็กน้อย
“ฟังดูเหมือนมันจะแข็งแกร่งมากเลยนะ” ชายหนุ่มกล่าวออกมา
“แน่นอนไม่อย่างนั้นคงไม่อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้หรอก”ปากกล่างอย่างนั้นแต่ในใจของคนแคระรู้ดีที่สุด
ความจริงเงินแค่หมื่นเหรียญทองสำหรับผู้ฝึกตนแล้วก็คือสิบผลึกมันดึงความสนใจได้แค่จากผู้ฝึกตนระดับแรกเท่านั้นแหละแถมชุดเกราะนี้ยังเป็นชุดเกราะระดับสูง ผู้ฝึกตนระดับแรกไม่มีทางทำลายได้เด็ดขาดยกเว้นจะมีอาวุธที่ระดับเท่ากันหรือสูงกว่าถึงจะทำได้
[“ตรวจสอบ”]ชายหนุ่มเรียกใช้ทักษะทันที
ชุดเกราะทองคำรุ่นผลิตจำนวนมาก
ระดับ : สูง
*เนื่องจากเป็นงานผลิตจำนวนมากถึงแม้จะจัดอยู่ในระดับสูงแต่ก็นับว่าแค่ฝืนเท่านั้นประสิทธิภาพที่แท้จริงก็แค่ระดับกลางค่อนไปสูง
“ข้าขอลองหน่อย จ่ายเงินที่ไหน?” ชายหนุ่มกล่าวถาม
“เจ้าเอาเงินมาให้ข้าแล้วโจมตีได้เลยจำกัดแค่หนึ่งนาทีนะ” หลังคนแคระกล่าวจบชายหนุ่มก็ยื่นเหรียญทองให้ไป
“ทุกคน! เชิญเข้ามาชมกันได้ตอนนี้คุณชายท่านนี้จะทดลองทำลายเกราะแตก แจกหมื่นทอง มาดูกันว่าจะสำเร็จหรือไม่!”คนแคระตะโกนออกมาเสียงดังทำให้ผู้คนโดยรอบเริ่มให้ความสนใจเดินเข้ามามุงเพื่อรับชม
ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการโฆษณาร้านให้ผู้คนได้เห็นว่าชุดเกราะของร้านเขาแข็งแกร่งขนาดไหนถึงมันจะเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากราคาถูกก็เถอะ แต่ใครจะไปรู้กัน!
“เอาอีกแล้วเจ้าแคระนั่นชอบสร้างเรื่องเสียจริง”ชาวบ้านคนหนึ่งที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์จึงกล่าวขึ้น ก่อนจะเดินจากไปเพราะเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นทุกวัน
“เงินรางวัลแค่นั้นใครจะไปสนใจแถมเกราะนั่นก็แข็งแกร่งไม่น้อยคิดว่าในเขตนี้มีผู้ฝึกตนระดับสองขั้นสูงๆมากนักหรือไง”ผู้ฝึกตนอีกคนกล่าวตาม เขากำลังนั่งดื่มสุราอยู่ที่โรงเตี๊ยมตรงข้ามพอดี
“ไอ้หนุ่มนั่นก็น่าสงสารดูจากชุดคงเป็นชาวบ้านที่ถูกเงินล่อลวงอีกราย ใช้เงินเก็บมาเสี่ยงโชค” มีผู้คนโชคร้ายมากมายที่โดนเจ้าของร้านแห่งนั้นหลอก
ในเขตนี้ผู้ฝึกตนส่วนมากจะอยู่แค่ระดับหนึ่งและสองเท่านั้นผู้ฝึกตนระดับสามเกือบทั้งหมดจะเข้าไปยังเขตเมืองหลวงแทนเพราะที่นั่นจะเต็มไปด้วยความเจริญมากกว่าจนที่นี่เทียบไม่ติดแถมยังพอพบเห็นผู้ฝึกตนระดับสี่ ราชาปราณได้อีกด้วยคนระดับนี้ส่วนมากจะเป็นเจ้าตระกูลหรือบุคคลระดับสูงของอาณาจักรเป็นส่วนใหญ่
“ข้าคาดหวังเหลือเกินที่จะมีผู้ใดสักคนสามารถทำลายมันได้อย่างน้อยสร้างรอยขีดข่วนสักนิดก็ยังดี” คนแคระกล่าวต่อเริ่มเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
“เฮ้อ โล่งช่างกว้างใหญ่ใยชุดเกราะร้านข้าถึงแข็งแกร่งนัก เลยไม่มีผู้ใดทำสำเร็จสัก....”
ตู้ม!
ยังไม่ทันทีคนแคระจะโม้จบก็มีเสียงดังสนั่นมาจากทิศทางที่ชุดเกราะตั้งอยู่เมื่อสายตาของเขาหันไปมองก็พบกับภาพอันน่าเหลือเชื่อแขนข้างหนึ่งของชายที่เหมือนคนธรรมดาผู้นั้น ทะลุผ่านกลางชุดเกราะจนเป็นรูขนาดใหญ่
“เรียบร้อย เอาเงินมา”ชายหนุ่มดึงแขนข้างที่ต่อยออกไปกลับมาก่อนจะยื่นมือไปแบไว้ที่หน้าคนแคระซึ่งตอนนี้นิ่งเงียบไปเสียแล้ว
“....” เงียบกันหมดทั้งคนแคระเจ้าของร้านและผู้ชมรอบด้าน
“ขะ ขอเชิญท่านที่ด้านในก่อนนะขอรับข้าจะให้เด็กในร้านพาท่านไปรับเงิน”คนแคระที่ได้สติคนแรกก็รีบเรียกพนักงานในร้านมาพาชายหนุ่มตรงหน้าของเขาเข้าไปในร้านทันที
หลังจากเห็นว่าชายหนุ่มผ่านประตูร้านเข้าไปแล้วเขาจึงหันมากล่าวกับทุกคนว่า“อะแฮ่ม! ทุกท่านไม่ต้องตกใจไปพอดีชุดเกราะตัวนี้เป็นสินค้ามีตำหนิ และคุณชายท่านนั้นก็เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับสูงจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ชุดเกราะจะถูกทำลายชุดเกราะของร้านข้าล้วนผลิตขึ้นมาอย่างใส่ใจ พิธีพิถันทุกขั้นตอนคุ้มค่าทุกเม็ดเงินที่ท่านจ่ายแน่นอน!”
คนแคระกล่าวจบก็เดินแบกรูปปั้นที่สวมชุดเกราะซึ่งมีรูโหว่กลางลำตัวเข้าร้านไปผ่านไปแค่ครึ่งก้านธูป เขาก็ออกมาอีกครั้งพร้อมรูปปั้นที่สวมชุดเกราะตัวใหม่ซึ่งเหมือนตัวก่อนเป๊ะ!
“เป็นเพราะว่าไม่อยากให้กิจกรรมนี้ไร้ซึ่งคนทำสำเร็จข้าจึงเอาชุดเกราะมีตำหนิมาให้ผู้คนได้ท้าทายถ้าเปลี่ยนเป็นชุดเกราะที่สมบูรณ์พร้อมตัวนี้ก็ไม่แน่ว่าคุณชายท่านนั้นจะทำสำเร็จไม่เชื่อก็มาลองได้เลย!”
หน้าด้าน!
ไร้ยางอาย!!
ผู้คนโดยรอบต่างคิดเห็นตรงกัน