รุ่งเช้าที่ปราสาทเคาน์ราเชน
“เบื้องต้นเวนนี่แทบไม่มีส่วนในการบริหารต่างๆ แต่เขาฝึกกับกองทหาร ก็น่าจะมีข้อมูลของการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และยวดยานในการศึกบ้างไม่มากกก็น้อยในฐานะลูกลายคนเล็กของตระกูลบริทเทรย์ แต่คิดว่าเขาน่าจะรู้อะไรมากกว่านี้ แค่เขาเปิดเผยให้เลดี้แอนรู้เพียงเท่านี้”....ราเชนวิเคราะห์
“ครับ ข้าก็คิดเช่นนั้น ข้าไปในคราบเงาปีศาจกับเงาปีศาจนายอื่นจะลองลอบเข้าปราสาทป้อมกราการของวินบริคดู เผื่อจะเจออะไรบ้าง”...อลันเสนอตัว
“จะดีเหรอท่านอลัน?”.....ราเชนถาม
“ทำไมไม่ดี?”....อลันถามกลับ
“ก็คืนนี้เลดี้แอนคนดังได้รับเชื้อเชิญให้ไปงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ปราสาทน่ะสิ”....อิเรเน่กอดอกบอกอลัน
“ห๊ะ!?”...อลันตกใจและหันมาหาแอน
แอนค่อยๆชูเทียบเชิญที่เพิ่งส่งมาที่ปราสาทเมื่อเช้าตรู่
“ไอ้ขี้เก็ก ไอ้ขี้หลี ไอ้เลวว.ว.ว..ว.ว.วบังอาจจ.จ.จ.จ.จ.!!”...อลันโวยวายยกใหญ่
“หรือเราจะให้อลันที่ติดตามข้า อาศัยโอกาสนี้ลอบเข้าสำรวจปราสาท?”...แอนถามพร้อมเสนอแนวคิด
“ไม่ได้ค่ะนายหญิงใหญ่ ถ้านายท่านที่ติดตามดุจเงาตามตัวท่านหายไปในงาน รับรองว่าพวกมันจะส่งสัญญาณกระซิบให้คนของมันตรวจหาเข้มแน่นอน อะไรที่มันกังวลก็จะโดนรีบเอาไปซุกซ่อนก่อนเราจะค้นเจอ
ทุกคนเงียบ เพื่อใช้ความคิด
“เดี๋ยว .... ปราสาทวินบริคจัดงาน ตระกูลบริทเทรย์รู้ว่าข้ามากับไวเคานเตสแอน แต่ไม่เชิญข้าเนี่ยนะ!?”....อิเรเน่ท้วงถาม
“จริงด้วย”....เคานราเชนเดินไปชะเง้อดูใบเทียบเชิญของแอน
“แบบนี้ออกแนวบังอาจ พวกตระกูลบริทเทรย์ที่คุมกำลังพลมักสมอ้างว่าพวกตนภักดีราชสำนักและราชวงศ์เวอร์รากีอุสเวลาแสดงความชอบธรรม แต่เวลาทำอะไรกลับไม่เห็นหัวคนในราชวงศ์”....อลันกล่าว
“แต่มันไม่น่าข้ามหัวราชวงศ์ขนาดนี้ เพราะยังไงหลานชายของดยุคโอเอนก็คือองค์ชายลำดับ 2 เอรากอส ที่มีแนวโน้มจะได้เป็นรัชทายาทต่อจากเกียเวอร์น”....ราเชนออกความเห็น
“เรื่องนี้เสด็จพี่เอียนน์คาดคิดถึงจุดนี้ไว้บ้างแล้วก่อนหน้านั้น เค้ามองว่าเกียเวอร์นแม้จะมีนิสัยต่ำตมแต่ยังรักและภักดีกับพระราชาผู้เป็นพระราชบิดาโดยกอบโกยผลประโยชน์ต่างๆนาๆ แต่ก็เอาเข้าราชสำนักเสียส่วนมาก”....อิเรเน่อธิบายถึงสิ่งที่เอียนน์ประเมินไว้ แล้วกล่าวต่ออีก
“แต่ผิดกับเอรากอสที่เอนเองไปทางตระกูลของพระมารดาของเขาที่เป็นพี่สาวของดยุคโอเอนแห่งตระกูลบริทเทรย์ และลองคิดสิ.....เสด็จพ่อมองตระกูลบริทเทรย์เป็นหอกข้างแคร่มาตลอดไหนเลยจะยกราชบังลังก์ให้เอรากอส”
“อืม....ถ้าเป็นแบบนี้เรามี 2เรื่องให้กังวลแล้วคือ
1.เมื่อเอรากอสมีแนวโน้มไม่ได้เป็นรัชทายาท ตำแหน่งนี้คงไม่พ้นโอรสผู้มากความสามารถและผุ้คนนิยมชมชอบอย่างเอียนน์ที่เป็นองค์ชายลำดับ3 แน่นอนว่าเอียนน์คือเป้าหมายที่ชัดเจนของตระกูลบริทเทรย์แน่นอน
2.ถ้าเป็นแบบนี้เอรากอสก็เป็นแค่เบี้ยของตระกูลบริทเทรย์ การล้มราชวงศ์เวอร์รากีอุสจะช้าหรือเร็วขึ้นกับเวลาแล้วเท่านั้น”....อลันเสนอแนวคิดมา2 ข้อ
“เดี๋ยวค่ะอลัน สำหรับข้อ 2 ทำไมเอรากอสยังเป็นแค่เบี้ยล่ะ?”...แอนถาม
“เอรากอสไม่ได้รับโปรดให้สืบราชสมบัติแน่ๆดังนั้นมีประโยชน์ที่เขาจะผลักดันร่างทรงที่ไม่มีสิทิ์แต่แรก พวกมันแค่อาศัยเอรากอสเป็นฐานในการเกาะราชวงศ์บังหน้า ลองคิดสิครับนายหญิง หากมันชนกับพระราชาจริงๆ สมมุติว่ามันชนะและครองแผ่นดินได้ พวกมันจะดันเอรากอสที่เป็นคนตระกูลเวอรร์รากีอุสขึ้นทำไมก็ในเมื่อมันมีสามารถขึ้นปราบดาภิเษกตนเองให้เป็นกษัตริย์ได้ ยังคนเชื้อสายตระกูลบริทเทรย์ให้ขึ้นนั่งสืบบังลัก์อีก”....อลันอธิบาย
“คนโตก็มิลัวร์ที่เป็นพี่สาว คนรองอย่างฟราเชสท์ก็ทำตัวกะเรกะราด โอเอนมันจะให้ ..... อ๊ะ...หรือว่า..........!?”....อิเรเน่ตกใจ
“ใช่ ก็คงไม่พ้นเวนนี่ที่มากด้วยความสามารถ แต่ไม่ได้รับตำแหน่งผู้สืบตระกูลนั่นแหล่ะ”....อลันพยักหน้าตอบ
“แบบนี้เวนนี่ก็อันตรายสินะคะ?”...แอนขมวดคิ้ว
“ดังนั้น เวนนี่ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่หน้าของอิเรเน่ที่เป็นแค่องค์หญิงลำดับที่ 5 เลยสินะ”....ราเชนเริ่มเครียด
“ร้ายกาจที่สุด องค์ชายเอียนน์และองค์หญิงอิเรเน่คือนายเหนือหัวของข้า พวกเขากล้าไม่เห็นพระพักตร์องค์หญิงและองค์ชายเอียนน์รวมไปถึงพระราชา ข้าจะปฏิเสธงานเลี้ยงนี้”....แอนทำหน้าจริงจัง
“ไม่ได้นะแอน ถ้าท่านปฏิเสธมันออกจะ..........”...อิเรเน่ท้วง
“ได้สิเพคะ .... ไม่เพียงจะแสดงออกว่าหม่อมฉันไม่ยอมให้หยามเจ้านายแล้ว เวนนี่ต้องส่งคนมาพูดคุยถ่ถามข้าแน่ ดีไม่ดีเขาอาจจะมาเอง ถ้าที่ปราสาทไม่มีเขา พวกอลันจะลอบเข้าสบายขึ้นมาก”
....แอนกล่าวมามีเหตุผล....
แอนตั้งใจจะไม่ส่งหนังสือปฏิเสธคำเชิญเร็วนัก นางเลือกเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึงเวลาเริ่มงาน จึงส่งหนังสือปฏิเสธไปหาเวนนี่เป็นการส่วนตัวก่อนแทนที่จะส่งไปหาดยุคโอเอนที่เป็นเจ้าของงาน
เป็นไปตามคาด
พล่ำค่ำรถม้าเร็วแล่นมาที่ปราสาทเคาน์ราเชน
เวนนี่รีบลงมาจากรถขอเข้าปราสาท
“แม่หญิง ข้าทำสิ่งใดผิดไปเหตุใดท่านจึงปฏิเสธคำเชิญของข้า?”...เวนนี่เอามือทาบอกถามด้วยสีหน้าผิดหวัง
“ท่านส่งเทียบเชิญข้าไวเคานเตส แต่ไม่เชิญองค์หญิงของข้าเนี่ยนะคะ...ท่านข้ามหัวทั้งเจ้านายข้าและราชวงศ์ข้าคงรับคำเชิญที่ข้าหัวเจ้านายข้าไม่ได้ค่ะ”......แอนไม่คิดจะขอโทษที่ปฏิเสธ นางแสดงให้เห็นว่าอักฝั่งต่างหากที่ต้องขอโทษนาง
เวนนี่นั่งชันเข่าลง
“ข้าผิดไปแล้วแม่หญิงผู้เป็นความฝันของข้า ข้าจะรีบเชิญองค์หญิงอิเรเน่เดี๋ยวนี้”
“เชิญ? .... ท่านเชิญหลังจากข้ามหัวองค์หญิงมาแล้วครึ่งวันเนี่ยเหรอคะ เชิญตอนนี้เหมือนเชิญแบบขอไปที องค์หญิงของข้าจะเอาเกียรติไปไว้ที่ไหน?”....แอนกอดอกคุย
“เลดี้แอนแข็งขึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”....อิเรเน่ที่หลบแอบดูจากอีกห้องซุบซิบถามบีน
“ไม่ทราบเพคะ หม่อมฉันรู้จักนายหญิงทีหลังองค์หญิงอีกนะเพคะ”....บีนกระซิบตอบ
“ชู่วส์ รอดูกันไปก่อน เดี๋ยวต่อไปตาข้าจะออกโรงมั่ง”...ราเชนกระซิบบอก
“แอน ท่านจะให้ข้าทำยังไง โปรดบอกข้ามาเถอะ ขอเพียงท่านหายโกรธข้า ข้ายินดีทำทั้งนั้น”...เวนนี่ยังไม่ลุกขึ้น
“ก็ได้ค่ะ งั้นเชิญองค์หญิง แล้วท่านก็ต้องให้ขบวนท่านนำองค์หญิงเข้างานอย่างเป็นทางการ ส่วนข้าจะตามหลังไป ถ้าข้ารู้สึกว่าตัวเองได้รับเกียรติมากกว่าองค์หญิง ข้าจะไม่พบท่าน ไม่พูดคุยกับท่านอีก”....แอนใช้จุดที่รู้ว่าเวนนี่ชอบตนให้เป็นประโยชน์
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมสนทนากันเสียงดัง เป็นอะไรกันรึเปล่า?”....ราเชนเข้ามา
“ไต้เท้าราเชนมาพอดีเรียนเชิญองค์หญิงให้ข้าทีได้มั้ยครับ?”....เวนนี่ถาม
“องค์หญิงเพิ่งออกไปข้างนอกเมื่อสักครู่ นางเห็นว่าไม่ได้รับเชิญไปงาน จึงชวนอลันและลูกน้องคนอื่นๆไปเดินเที่ยวในเมือง ทิ้งบีนไว้ให้คอยติดตามแอนเท่านั้น”...ราเชนตอบ
“แอลทีร์ ไปตามหาองค์หญิงให้พบ แล้วรีบเชิญเสด็จมาเข้าขบวนเรา ไป!!”....เวนน่าสั่งเสียงเกรี้ยวกราด
“ค่ะ!!”.....นักผจญภัยระดับเหรียญตราเพชรถึงกับรีบวิ่งแจ้นพาสมุนไปตามหาองค์หญิง
อิเรเน่รีบพาเหล่านักบัญชีและทหารจำนวนหนึ่งออกไปอีกทาง แล้วทำทีเดินในเมือง
อลันและลูกน้องเหล่าเงาปีศาจได้เข้ามาเหยียบปราสาทวินบริคแล้ว....
ด้านหน้าที่เป็นสวนในเขตปราสาทคือตัวงานที่จัดอยู่ด้วยโคมไฟประดับรายทางเพื่อใช้เป็นที่จอดรถม้า จากนั้นจึงจะเข้ามาที่ตัวงาน
พวกอลันแอบบุกเข้าห้องของตระกูลบริทเทรย์ทุกคน สำหรับห้องเก็บเอกสารที่ใหญ่โต พวกเขาต้องเอาไว้ทีหลัง เพราะไม่สามารถค้นไหวจริง
“หัวหน้า ข้าเจอนี่เข้าครับ”...เงาปีศาจนายหนึ่งพบเอกสารบางอย่าง
อลันกางดูพบว่าเป็นหนังสือคู่สัญญาการสั่งตีอาวุธชุดเกราะของกองทัพวินบริค
เมื่อมีหนังสือสัญญา บัญชีรายรับรายจ่ายต้องอยู่ที่นี่แน่
ที่นี่คือห้องของโอเอน ดยุคตระกูลบริทเทรย์
สิ่งของไหนติดตั้งตายตัวยกไม่ได้พวกเขาต่างลองเคลื่อน เลื่อนหรือหมุน จนกระทั่งพบช่องลับหลังชั้นหนังสือ
“หึ..ทางลับคลาสสิค”...อลันพูดขึ้นมา
แล้วเข้าไปสำรวจ
เป็นห้องประชุมที่มีเก้าอี้โซฟารายล้อม คาดว่าน่าจะใช้คุยประชุมเรื่องสำคัญกับบุคคลที่ให้เห็นตัวไม่ได้ อลันหยิบเอกสารต่างๆ ในห้องนี้มาดู ถ้ามันหายไปพวกเขาต้องพยามสังหารคนที่เกี่ยวข้อทั้งหมดเพื่อปิดปากแน่
จะคัดลอกก็ไม่มีเวลา แต่อลันมีตัวช่วย
เขาชักสมาร์ทโฟนออกมา ทำการถ่ายภาพของเอกสารเหล่านี้ทั้งหมดเท่าที่ถ่ายได้และรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นเตรียมถอนตัว
ขบวนงานเลี้ยงมาถึง เหล่าขุนนางท้องถิ่นและบรรดาคุณหญิงคุณนายพร้อมทั้งคุณหนูทั้งหลายต่างมางานเลี้ยงนี้ ขบวนองค์หญิงอิเรเน่มาถึง ตามมาด้วยรถม้าที่แอนโดนสาร
เวนนี่ยื่นมือประคององค์หญิงลงจากรถตามพิธี ผู้คนในงานต่างจับจ้องอิเรเน่
“นั่น องค์หญิงลำดับ 5 อิเรเน่ งามจริงๆ นางคือราชธิดาองค์โปรดของพระราชาเลยนะ”...ผู้คนฮือฮากับคนของราชวงศ์ที่ไม่คิดว่าจะพบเจอในเมืองแถบนี้
เวนนี่เชิญอิเรน่กับแอนมายังโต๊ะใหญ่ที่มีคนของตระกูลบริทเทรย์นั่ง
โอเอนบริทเทรย์ยืนขึ้นพยักหน้าต้อนรับ ลูกๆทุกคนลุกจากที่นั่งเดินเข้ามาถวายพระพร
เก้าอี้เสริมถูกยกมา เห็นได้ชัดว่าตระกูลบริทเทรย์ไม่ได้ตระเตรียมไว้ให้อิเรเน่แต่แรก
“เป็นเกียรติจริงๆ ที่องค์หญิงเสด็จมายังงานเล็กๆของบ้านเรา”...โอเอนกล่าว
“ข้ามาโดยไม่ได้บอกกล่าว พอดีคุณชายเวนนี่ให้คนไปตามข้าที่ตลาดในเองให้เข้าร่วมงานเพื่อเป็นเกียรติ ข้าจึงมาด้วย ขอท่านดยุคอย่าได้มากพิธี”...อิเรเน่พยักหน้าด้วยทีท่าสุขุมมีมารยาทต่างจากตอนที่อยู่กับพวกอลัน
“ที่ข้าไม่ได้เชิญองค์หญิงแต่แรก เพราะกะว่าจะจัดงานเล็กๆ ง่ายๆ หากเชิญองค์หญิงมาเกรงจะไม่สมพระเกียรติ ขององค์หญิงอย่าถือสา” ...โอเอนอธิบายอย่างมีมารยาท

บรรยากาศชวนอึดอัดจนแอนหายใจแทบไม่ออก
พวกชนชั้นสูงใส่หน้ากาเข้าหากันแต่แท้จริงพวกเขาฟาดฟันเสียดสีกันจนคนที่อยู่รอบๆยังรู้สึกได้
[นี่องค์ใช้ชีวิตโดยต้องเผชิญคนพวกนี้อยู่ตลอดเหรอเนี่ย?]….แอนเพิ่งเข้าใจ การเป็นชนชั้นสูงหาใช่เรื่องง่าย แต่ละวันต้องทำเรื่องยากๆ อึดอัด ไม่อาจทำตามใจ
ชีวิตคนเรามีความยากง่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละสภาวะทางสังคม ก่อนที่เราจะอิจฉาใครหากเรารู้ว่าเขาต้องเผชิญอะไรมันอาจไม่ได้น่าอิจฉาแบบที่เราคิดก็ได้
แล้วคนพวกนี้พยามแย่งชิงอะไรกัน? พวกเขาทำไปเพื่ออะไร?
นี่คือสิ่งที่แอนส่ายหน้าถามแต่ไม่คิดจะหาคำตอบ
“เอ่อ ว่าแต่ คนไหนแอน?...ไวเคานเตสที่ทำให้ลูกคนเล็กข้างอแงเป็นเด็ก ขู่ข้าไม่ยอมรับคฤหาสน์หลังใหม่ที่ข้าสร้างให้เขาถ้าไม่ยอมให้พานางมาแนะนำต่อหน้าข้า”...โอเอนถาม
“แอน ฟีลด์ค่ะ”...แอนเอามือทาบอกย่อตัวเล็กน้อย
“อืม.ม.ม....น่ารักดี ใช้ได้ มีหลายจุดที่ข้าจะติ แต่เกรงว่ามันจะทำให้เวนนี่ทะเลาะกับข้าจนงานกร่อยเปล่าๆ ... มา นั่งๆ ร่วมทานอาหารกับพวกข้า ข้าอยากรู้จักเจ้ามากกว่านี้สาวน้อย”....โอเอนสั่งไปในทางเชื้อเชิญ
ทั้งหมดร่วมรับประทานอาหารค่ำ ขณะที่ในงานมีการสังสรรค์ การแสดง และเต้นรำ
“แหม แอนตัวเล็กแบบนี้อุ้มง่ายเลยนะ ฮ่าๆ..”...ฟราเชสท์ทำท่าขยำมือแล้วหัวเราะขบขัน
“พี่ฟราเชสท์ ถ้าพูดกับนางไม่ดีอีก ข้าไม่เกรงใจนะ”....เวนนี่ทำเสียงเย็นชาเหลือบมองพี่ชาย
ฟราเชสท์หน้าเสียทันที
“..ช..เชอะ...ข้าก็แค่ล้อเล่นกับแขกของเจ้าเท่านั้น แบบนางน่ะข้าไม่สนหรอกเจ้าก็รู้แนวข้า ขุนางหญิงบ้านนอกหน้าตาเชยๆ ข้าขอผ่าน”.....ฟราเชสท์ผายมือตอบ
“ข้าบอกแล้วไง อย่าพูดถึงนางไม่ดี.....ดูท่าข้าจะพูดไม่ชัด...”...เวนนี่เริ่มกำส้อมกับมีดในมือจนหักดังเป้ง! ..จนทุกคนที่ร่วมโต๊ะพากันเงียบ
“อ..อะไรเล่า...ก็ข้าแค่จะให้เจ้าแน่ใจว่าข้าจะไม่ยุ่งกับนางไง จะเอาอะไรอีก”....ฟราเชสท์โวยวายแบบเลิกลัก
“พอได้แล้วฟราเชสท์ เจ้าเคยเห็นเวนนี่มันออกตัวให้ผู้หญิงคนไหนที่ไหน แสดงว่านางคงมีอะไรดีนั่นแหล่ะน่า ถ้าของเจ้านี่ชอบอะไรหรือใครแล้ว แม้แต่ท่านพ่อก็ฉุดไม่อยู่หรอกนะ”...มิลัวร์พูดไปเช็ดปากไป
“เจ้าเองก็เหมือนกันเวนนี่ ไว้หน้าทายาทผู้นำตระกูลหน่อย”....มิลัวร์หันไปพูดกับเวนนี่
“ข้าไว้หน้าพี่เค้าอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ล้ำเส้นน่ะนะ”...เวนนี่พูดพลางเอามือรับส้อมกับมีดที่เมดยื่นให้ใหม่
แอนและอิเรเน่เห็นชัดว่าสิ่งที่อลันพูดมาน่าจะเป็นจริงสัก90% ได้
เวนนี่คือลกที่มีศักยภาพตัวจริง และเป็นคนที่น่าจะได้เป็นผู้สืบบัลลังก์หากตระกูลบริทเทรย์ชิงบังลังก์สำเร็จ ส่วนฟราเชสท์เป็นแค่ผู้นำตระกูลบริทเทรย์ตามเพศสภาพบังคับหลังยึดอาณาจักรได้
ทีนี้ต้องมาดูกันว่า พี่สาวคนโตจะได้คุมอะไร
จริงๆ ไม่น่าถาม คนรับใช้ที่ดูคล้ายทหารนักรบแบกทวนศึกของนางอยู่ คาดว่าอำนาจกองทัพต้องยกให้นางแน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้น แอนก็ต้องตระหนักถึงบทสนทนาตั้งแต่แรกยันจบ
ทั้งตระกูลบริทเทรย์ออกตัวว่าเวนนี่ชอบนางและตั้งใจจะแนะนำนางให้โอเอนรู้จักมักคุ้นไว้ ถึงขนาดไม่ยอมรับของขวัญชิ้นใหญ่จากพ่อ แสดงว่างานนี้เขาเอาจริง เวนนี่ตั้งใจจะหาทางเอาแอนแต่งเข้าตระกูลบริทเทรย์
“เต้นรำกับข้านะ”...เวนนี่ลุกมาชวนแอน
“ค่ะ”....แอนยื่นมือรับตามมารยาท
“องค์หญิงให้เกียรติเต้นรำกับกระหม่อมนะพระเจ้าข้า”....ฟราเชสท์เองก็ลุกมาชวน
ฟราเชสท์พยามแนบชิดอิเรเน่บ่อยครั้ง มือพยามเลื่อนต่ำ แต่อิเรเน่ไม่ยอมง่ายๆ
ส่วนเวนนี่พยามเต้นรำไปชวนแอนคุยไป
“นี่แอลทีร์”....มิลัวร์ถามคนคุ้มคนสนิทของเวนนี่
“คะ?...คุณหนูมิลัวร์”....แอลทีร์หันมารับคำถาม
“เขาว่ากันว่าพ่อบ้านตระกูลฟีลด์ของแอนที่ชื่ออลันเป็นคนรูปงามและเก่งกาจสารพัด ไหนล่ะเขา?...เห็นว่าเป็นคู่หมั้นองค์หญิงอิเรเน่ด้วยนี่ ข้าอยากเจอเขา”....มิลัวร์ผู้ขึ้นชื่อลือนามเรื่องชอบหาหนุ่มหล่อมาเสพสมเริ่มมองหาอลัน
“ตอนแรกไปหาองค์หญิงที่ตลาดในเมืองเพื่อเชิญมางาน แต่ไม่ยักจะเจออลันค่ะ เห็นทหารคนอื่นๆ ของที่นั่นบอกว่า เขาตระเวนหาซื้อของมาเตรียมอาหารให้ทุกคนที่นั่น”....แอลทีร์ตอบ
“น่าเสียดาย ไม่งั้นคืนนี้เรา 3 พี่น้องก็ได้คนครบคู่ ฮึๆๆๆ...ว่าแต่เจ้าเคยเห็นเค้ามั้ย?”...มิลัวร์ถามอีก
“เคยค่ะ หล่อเหลาไม่เบาค่ะ”...แอลทีร์ตอบ
ตูม!!!!!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวที่ห้องคลัง
ผู้คนพากันแตกตื่น