สถานศึกษานิวอีร่า เวลา 14.00 น
โดมินิคและคณะเดินตามหุ่นยนต์ตัวหนึ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดที่ห้องอาหาร เนื่องจากความวุ่นวายในช่วงเช้า ทุกคนในกลุ่มจึงยังไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
เฟรีสจึงชดเชยพวกเขาด้วยการจัดเตรียมอาหารราคาแพงหลากหลายเมนู แต่ละจานเป็นอาหารสูตรใหม่ที่ยังไม่เคยวางจำหน่ายในภัตตาคารนิวอีร่า
ส่วนผสมในหลายจานประกอบด้วยพืชผักและเนื้อสัตว์จากต่างดาว ซึ่งได้ถูกเก็บเกี่ยวมาในระหว่างการเดินทางสู่อวกาศเมื่อคราวก่อน
"นี่มันเนื้ออะไรเนี่ย!" โดมินิคอุทานหลังจากตักสิ่งที่ดูคล้ายลูกปิงปองเข้าปาก
มันมีลักษณะเหมือนแมงกระพรุนใสกลมๆ ข้างในเต็มไปด้วยน้ำซุปแสนอร่อย ผสานเข้ากับสัมผัสนุ่มนวลแต่เด้งสู้ฟัน จนประธานาธิบดีเฒ่าถึงกับกินเข้าไปหลายชิ้น
เมื่อทุกคนอิ่มหนำสำราญกันจนแทบขยับไม่ไหว มื้ออาหารสุดพิเศษจึงได้สิ้นสุดลง แขกทั้งหลายพากันลุกขึ้นและค่อยๆ เดินออกจากห้องไปพร้อมกับท้องที่บวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"เชิญตามกระผมมาเลยครับ นายท่านจัดเตรียมที่พักไว้ให้แล้ว" เจ้าผึ้งมัคคุเทศก์เอ่ยขึ้นทันทีที่ทุกคนก้าวออกจากห้องอาหาร
มีอะไรจะดีไปกว่าการได้นอนพักหลังอิ่มท้องอีกล่ะ? เจ้านายของเจ้าผึ้งช่างเข้าใจกิเลสของมนุษย์ดีเสียจริงๆ
เจ้าผึ้งนำคณะทั้งหมดลงลิฟต์ไปยังชั้น G1 ซึ่งเป็นชั้นแรกของชั้นใต้ดินและลึกจากพื้นดินเพียง 5 เมตร
ชั้นนี้ถูกออกแบบให้เป็นเขตที่พักอาศัย หอพักของเด็กๆ เองก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
นอกจากนั้นยังมีห้องพักสำหรับแขก ฟิตเนส โรงภาพยนตร์ ห้องเล่นเกม โรงอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ อีกมากมาย (ไม่มีอบายมุขเพราะเป็นโรงเรียน)
เมื่อมาถึง ทุกคนก็พบว่าห้องพักส่วนตัวถูกตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่าจนแทบไม่ต่างจากโรงแรมห้าดาว หรือบางทีอาจดูดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะแต่ละห้องมีหุ่นยนต์เอชคอยรับใช้อยู่ด้านในนั่นเอง
แขกสามารถสั่งให้มันนวดคลายความเมื่อยล้า ทำอาหาร หรือทำอะไรอีกหลายอย่างได้ตามใจชอบ ยกเว้นแค่เรื่องอุ่นเตียงเท่านั้นที่มันทำให้ไม่ได้
ทว่า สิ่งที่น่าดึงดูดใจที่สุดในห้องกลับไม่ใช่หุ่นยนต์เหล่านั้น แต่กลับเป็นแว่นตาและเก้าอี้อัจฉริยะที่วางอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องต่างหาก
แทบทุกคนพอเห็นพวกมัน ต่างก็รีบตรงเข้าไปหยิบขึ้นมาและเปิดใช้งานทันที
ทว่า กลับมีบางคนที่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้... เช่นแจ็ค เป็นต้น
----------------------------------
ภายในห้องพักวีไอพี
ประธานาธิบดีเฒ่ากำลังเอนตัวพักผ่อนด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ขณะที่หุ่นยนต์เอชด้านหลังคอยนวดต้นคอให้อย่างชำนิชำนาญ
ระหว่างที่เขาเอียงคอไปทางขวาเพื่อให้หุ่นนวดได้ถนัดขึ้น โดมินิคเหลือบไปเห็นแจ็คซึ่งยืนอยู่ด้วยสีหน้าบูดบึ้งราวกับวิญญาณพลาดรับส่วนบุญ
"ฮะฮะฮะ ดูหน้าพวกแกสิ! ฉันมีหุ่นสองตัวนี้คุ้มครองอยู่แล้ว วันนี้ไปสนุกให้เต็มที่เถอะ" โดมินิคหัวเราะออกมา
ช่วยไม่ได้ที่วันนี้เป็นวันที่แจ็คและลูกทีมอีกสามคนต้องเข้าเวรพอดี เพื่อนที่ไม่ต้องเข้าเวรต่างพากันหัวเราะเยาะในความโชคร้ายของพวกเขา
เนื่องจากแว่นตาและเก้าอี้อัจฉริยะยังไม่ได้วางจำหน่าย โอกาสเดียวที่จะได้ใช้งานจึงมีเพียงตอนอยู่ที่นี่เท่านั้น
ทันทีที่ได้รับอนุญาต หญิงเทียมและหนุ่มแท้อีกสามคนก็รีบวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่รอช้า แม้แต่คำขอบคุณเจ้านายก็ยังไม่มี ทิ้งให้ชายชราอยู่ตามลำพังในห้องอย่างน่าสงสาร
จริงๆ แล้วเหตุผลสำคัญที่โดมินิคปล่อยทั้งสี่คนไปไม่ใช่เพราะสงสารแต่อย่างใด แต่เพราะเขามีนัดส่วนตัวกับเฟรีสต่างหาก
"เอาล่ะ ไปกันเถอะ" ชายชราบอกเจ้าผึ้งตัวน้อย ก่อนจะเรียกเจ้าเอสเอชมาใส่สวม ในเมื่อบินได้แล้ว จะเดินไปทำไมล่ะ จริงไหม?
โดมินิคหลงใหลชุดสูทเกราะนี้มากจนถึงขั้นน่ารำคาญ เขามักสวมมันบินไปรอบๆ เพื่ออวดให้คนอื่นอิจฉาเล่นอยู่เสมอ
ชายชราตามเจ้าผึ้งไปจนมาถึงลิฟต์ความเร็วสูงแบบเดียวกับที่แอนโทนี่เคยขึ้น หลังจากนั่งเรียบร้อย ลิฟต์ก็พุ่งลงด้วยความเร็วสูงราวกับเครื่องเล่นในสวนสนุก
โชคดีที่เป็นคนชอบความตื่นเต้น เขาจึงรู้สึกสนุกแทนที่จะกลัวต่างจากชายหัวล้านโดยสิ้นเชิง
ลิฟต์เคลื่อนลงมาเพียงไม่กี่วินาทีก็มาหยุดที่ชั้น G15 หลังจากนั้นโดมินิคก็ตามเจ้าผึ้งมาที่ห้องๆ หนึ่งซึ่งมีป้ายเขียนว่า "ทะเลเทียม"
พอเปิดประตูเข้าไป ปรากฎว่าภายในเป็นเพียงห้องแคบๆ ว่างเปล่า ขณะที่กำลังจะถามว่ามาผิดห้องหรือเปล่า
วื้ดดด!
กำแพงตรงหน้าชายชราก็เลื่อนแยกออก เผยให้เห็นทางเลื่อนอัตโนมัติที่ทอดยาวไปข้างหน้า เมื่อก้าวขึ้นไปยืน ทางเลื่อนก็เคลื่อนตัวช้าๆ
ห้องว่างเปล่าที่เข้าใจในตอนแรกนั้น แท้จริงแล้วมันคือแอร์ล็อกต่างหาก
ไม่นานนัก ชายชราและผึ้งตัวน้อยก็มาถึงปลายอุโมงค์ เมื่อประตูแอร์ล็อกชั้นสุดท้ายเปิดออก โดมินิคก็ถึงกับตะลึงจนอ้าปากค้าง
"บะ...บ้าไปแล้ว!" ประธานาธิบดีเฒ่าพึมพำ
เบื้องหน้าของเขาคือทะเลที่สมจริงราวกับของแท้ มันมีกระทั่งท้องฟ้าสีครามและดวงอาทิตย์
ที่สำคัญคือกว้างมากๆ เพราะเฟรีสได้ขยายพื้นที่ออกไปอีกถึง 50 ไร่ และสร้างเป็นทะเลเทียมทั้งหมด
ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะให้มันใหญ่กว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ด้วยเวลาจำกัดจึงทำแค่ที่จำเป็นไปก่อน
อันที่จริง การทำเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมาย จริงอยู่ที่กฎหมายนั้นไม่ได้จำกัดความลึกไว้ เจ้าของสามารถขุดลงไปเท่าไรก็ได้ แต่ความกว้างจะต้องไม่เกินขอบเขตของที่ดินด้านบนของตน ซึ่งกรณีของเฟรีสนั้นถือว่าเกินไปมาก
แต่ใครจะมาตรวจสอบได้ล่ะ ทะเลเทียมแห่งนี้อยู่ลึกจากพื้นดินถึง 110 เมตร แถมยังมีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดอีก ไม่ใช่ว่าใครจะลงมาได้ง่ายๆ
"ท้องฟ้านั่นไม่ใช่ของจริงหรอกเป็นแค่โฮโลแกรม แต่น้ำกับทรายเป็นของจริง 100% ผมเลยต้องทำแอร์ล็อกเพื่อป้องกันความชื้นเล็ดลอดออกไปด้านนอกไงล่ะ"
หุ่นยนต์เอชตัวหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับโดมินิคที่ยืนตะลึงอยู่
"นั่นแกหรือ เจ้าหนุ่ม?" โดมินิคถามเพราะจำเสียงเฟรีสได้
"ใช่ครับ ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ที่นี่ เลยต้องใช้หุ่นยนต์มาต้อนรับปู่แทน" เฟรีสโกหก เพราะจริงๆ แล้วเขากำลังเล่นน้ำกับเด็กๆ อยู่ที่นี่นั่นแหละ
"นั่งก่อนสิ" เฟรีสชวนชายชรานั่งลงบนเก้าอี้ชายหาดสีรุ้ง ส่วนตัวเองก็บังคับหุ่นนั่งลงข้างๆ
"เฮ้อ...สงบสุขดีจริงๆ" หลังจากนั่งมองวิวและจิบเครื่องดื่มรสเปรี้ยวหวานเย็นชื่นใจ โดมินิคก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย
ซ่าาา...
เสียงคลื่นซัดฝั่งผสานกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ พวกเขากำลังเล่นน้ำและโยนลูกบอลกันอย่างสนุกสนาน
ทันใดนั้น จู่ๆ ลูกบอลสีเขียวก็กลิ้งมากระทบเท้าของประธานาธิบดีเฒ่า
"เฮ้! เก็บบอลให้หนูหน่อย!" เด็กอ้วนจ้ำม่ำคนหนึ่งตะโกนบอก
ชายชราพอได้ยินก็เกิดนึกสนุกขึ้นมา เขานึกย้อนไปถึงสมัยวัยรุ่นที่เคยเป็นกัปตันทีมฟุตบอลของโรงเรียน
"เจ้าหนูอ้วน คอยดูฝีเท้าฉันให้ดีล่ะ ฮ่าฮ่า!"
ป้าบ!
โดมินิคเตะลูกบอลสีเขียวเต็มแรง
ทันใดนั้น เสียงอุทานหลายเสียงก็ดังขึ้นพร้อมกัน
"อย่าาา!"
"อ๊ากกก!"
"เหี๊ยกกก!"
เสียงแรกเป็นของเฟรีสที่ตะโกนห้ามด้วยความตกใจ แต่ดูเหมือนจะสายเกินไปซะแล้ว
เสียงที่สองเป็นของโดมินิคที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาพบว่าลูกบอลนั่นมันแข็งกว่าที่คิด จนเกือบทำให้กระดูกข้อเท้าแก่ๆ ของเขาหัก
ส่วนเสียงสุดท้ายมาจากเจ้าลูกบอลนั่นเอง มันคือ "กูอีก้า" ต่างหากไม่ใช่ลูกบอล
และนี่คือการพบกันครั้งแรกระหว่างมนุษย์ยุคปัจจุบัน (ไม่นับเฟรีสกับเด็กๆ) กับมนุษย์ต่างดาวที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึกไว้ และก็คงไม่มีใครกล้าบันทึกด้วย
โดมินิคพอได้ยินเสียงร้องจากลูกบอลก็ตกใจจนล้มก้นจ้ำเบ้า แต่ก็ต้องตกใจหนักขึ้่นไปอีกเมื่อเจ้าลูกบอลนั่นลืมตาทั้งสองข้างและยืดแขนขารวมถึงหางออกมา
"ไอ้โรคจิต! จู่ๆ มาทำร้ายกันทำไม จะเอาเรอะ! ข้าจะทำให้แกเสียใจเอง!"
กูอีก้าตะโกนด้วยความโกรธจัด พร้อมควงสว่านที่หางเพื่อเร่งความเร็วเตรียมพุ่งชน แต่ดันลืมไปว่าตอนนี้อยู่บนบก การควงหางไม่ได้ช่วยอะไรเลย
"เฮ้ เฮ้ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด โดมินิคเป็นเพื่อนฉัน เขาไม่ได้ตั้งใจเตะนาย แค่เข้าใจว่านายเป็นลูกบอลเท่านั้น" เฟรีสรีบอธิบายเมื่อเห็นเจ้าตัวกลมโกรธจัด
"ลูกบอล? ลูกบอลคืออะไร? ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรทำร้ายมันอยู่ดี ไม่มีใครสมควรถูกเตะโดยไม่มีเหตุผล ต่อให้เป็นลูกบอลก็ตาม"
กูอีก้าโกรธจนตัวเปลี่ยนเป็นสีแดง เฟรีสมองการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยความทึ่ง พลางคิดในใจว่าจะเปลี่ยนไปได้อีกกี่สีกันนะ อยากจับมาผ่าดูข้างในเสียจริง
"เอ่อ...จริงๆ แล้วลูกบอลไม่ใช่สิ่งมีชีวิตนะ มันเป็นอุปกรณ์กีฬาทรงกลมชนิดหนึ่งที่เรามักเอามาเตะเล่นกัน...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ...ทรงกลมที่ว่าไม่ได้หมายถึงนาย...ให้ตายสิ!"
เฟรีสรู้สึกปวดหัวตุ้บ ทำไมเขาต้องมาอธิบายเรื่องลูกบอลด้วยเนี่ย
หลังจากอธิบายซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ กูอีก้าก็เริ่มคลายความโกรธลงบ้าง แต่ก็ยังไม่หายสนิท เขามองโดมินิคแวบหนึ่งด้วยสายตาเคืองๆ ก่อนจะกลิ้งกลับไปเล่นกับพวกเด็กๆ ต่อ
จนถึงตอนนี้ ชายชรายังคงนั่งจุมปุ๊กอยู่บนพื้นทราย เขาไม่ได้ตกใจแบบนี้มานานแล้ว
"นั่น...มันตัวอะไรกัน?" เมื่อตั้งสติได้ เขาถามด้วยความสงสัย
"ยินดีด้วยครับ ปู่เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เตะก้นมนุษย์ต่างดาว" เฟรีสพูดพร้อมฝืนยิ้ม
เขาไม่คิดว่าการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่จะเลวร้ายขนาดนี้
“…..”
โดมินิคถึงกับพูดไม่ออก แต่ที่แน่ๆ คือเขาไม่ภูมิใจกับเรื่องนี้แน่นอน
"เขาชื่อกูอีก้า มาจากดาวอีโนโนก้า ปู่ควรหาโอกาสขอโทษเขาด้วยนะ ดูท่าจะโกรธไม่น้อยเลย"
เฟรีสพูดพร้อมชี้ไปที่เจ้าตัวกลมสีเขียว ซึ่งกำลังถูกเด็กๆ จับโยนเล่นอีกครั้ง
"ดาวของพวกเขากำลังถูกทำลาย และอีกไม่นานทั้งหมดก็จะอพยพมาที่นี่…" เฟรีสเริ่มเล่าเรื่องราวของกูอีก้าให้ชายชราฟังอย่างละเอียด รวมไปถึงแผนการสร้างที่พักบางส่วนให้เด็กกำพร้าตัวกลมในทะเลเทียมแห่งนี้ด้วย
"เอาล่ะ อย่ามัวอ้อมค้อม แกต้องการให้ฉันทำอะไร?" หลังจากฟังจบ โดมินิคก็ได้เอ่ยถาม เขาเชื่อว่าเฟรีสคงไม่ได้พามาเพื่อดูมนุษย์ต่างดาวเฉยๆ แน่นอน
"ผมต้องการให้ไอโนว่ารับรองสิทธิของพวกเขาให้เท่าเทียมกับมนุษย์" เฟรีสตอบตรงๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายเหตุผล
"ในการอพยพครั้งใหญ่ของชาวดีโนก้าที่กำลังจะมาถึง ด้วยจำนวนมากมายขนาดนั้นการปิดบังการมีอยู่ของพวกเขาย่อมไม่เป็นไปไม่ได้
วิธีที่ดีที่สุดคือไม่ต้องปกปิด แต่ต้องทำให้เผ่าพันธุ์นี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลแทน รวมไปถึงการมีสิทธิมนุษยชนเท่าเทียมกับมนุษย์ด้วย
ไม่เช่นนั้น พวกเขาก็อาจถูกเอาเปรียบ เช่น ถูกจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ทดลอง เป็นต้น
แต่การจะได้สิทธิเท่าเทียมก็จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากนานาชาติ ถ้าได้ประเทศของปู่ซึ่งเป็นผู้นำรับรองก่อนเพื่อนมันก็จะง่ายขึ้นหลายเท่า "
หลังจากฟังเฟรีสอธิบายจบ โดมินิคก็ยกมือขึ้นจับปลายคางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดขึ้น
"ถ้ามีเรื่องของประเทศมาเกี่ยวข้อง ฉันคงต้องถามก่อนว่าไอโนวาจะได้ประโยชน์อะไรจากการรับรองนี้"
โดมินิคแยกแยะชัดเจนระหว่างผลประโยชน์ของชาติกับความสัมพันธ์ส่วนตัว เขาไม่มีวันปล่อยให้ทั้งสองอย่างปะปนกันเด็ดขาด
"พลังงานสะอาด" เฟรีสตอบสั้นๆ แต่กลับจุดประกายความสนใจของชายชราทันที
ในปัจจุบัน ทรัพยากรที่ใช้ผลิตพลังงานเริ่มร่อยหรอลงทุกวัน ส่งผลให้เอิร์ทเทร่าจะเข้าสู่วิกฤตขาดแคลนพลังงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
"ดาวของพวกเขามีผลไม้ชนิดหนึ่ง เมื่อถูกนำมาแปลรูปแล้วจะให้พลังงานสูงอย่างเหลือเชื่อ ทั้งยังสะอาดและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือมันปลูกบนดาวนี้ได้ด้วย.…แต่ทั้งหมดนั่นต้องใช้เทคนิคเฉพาะของผม หึหึ"
เฟรีสพูดพร้อมแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ หากปราศจากเทคโนโลยีแห่งอนาคต ผลเรดไชน์ก็เป็นแค่ผลไม้พิษของมนุษย์ยุคนี้เท่านั้น
"อืม.…ฉันเชื่อว่าแกพูดจริง เอาเป็นว่าฉันจะผลักดันให้ แต่แกต้องดูแลความเป็นอยู่ของพวกเขาเอง รวมถึงรับผิดชอบด้วยถ้าเกิดพวกตัวกลมก่อเรื่องขึ้นมา"
"ตกลงครับ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลย พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่รักสงบโดยธรรมชาติ...อาจมากกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ" เฟรีสตอบอย่างมั่นใจ
"ดีล่ะ! ในเมื่อตกลงกันได้แล้ว คราวนี้มาคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า ในเมื่อพาเจ้าลูกบอลนั่นมาได้ แปลว่าแกไปอวกาศมาแล้วสินะ"
โดมินิคพูดด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"พาฉันไปด้วยสิ!"
การสำรวจอวกาศคือความฝันสูงสุดของเขามาโดยตลอด ก่อนตายโดมินิคอยากเห็นมันด้วยตาตัวเองสักครั้ง
"ผมขอปฏิเสธ" เฟรีสตอบสั้นๆ
คำตอบนั้นทำให้แววตาเปล่งประกายของชายชราหม่นลงราวกับเขาแก่ขึ้นอีกหลายสิบปีในพริบตา