จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 135 เก็บกวาด Re

            เสียงการต่อสู้ดังขึ้นกลางป่าอย่างต่อเนื่อง  สัตว์อสูรทดลองที่ได้รับยา  ทำให้ร่างกายของมันมีอัตราการฟื้นตัวที่เร็วมาก  ปกติขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์อสูรก็แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ 1 ช่วงชั้นปราณอยู่แล้ว  ยิ่งมีการฟื้นตัวที่รวดเร็วอีก  ทำให้มันเหมือนจะเป็นอมตะเลยทีเดียว


            “อ๊าก” ชายคนหนึ่งถูกกรงเล็บของสัตว์อสูรทดลองตะปบเข้าที่ช่วงท้อง  ทำให้ไส้ของเขาไหลออกมากองกับพื้น  นี่ขนาดเขามีปราณคุ้มครองตัวเองนะ  ถ้าหากไม่มี  ป่านนี้เขาคงตัวขาดครึ่งไปแล้ว


            “รับโอสถนี้ไปซะ  จัดการรักษาให้เรียบร้อย” หลงเทียนหมิงโยนขวดโอสถไปให้ชายอีกคน  เพื่อให้เขาช่วยรักษาคนที่โดนสัตว์อสูรตะปบจนไส้ไหลออกมา  ชายคนนั้นทำการรักษาด้วยการนำไส้กลับไปไว้ในช่องท้องของผู้บาดเจ็บ  จากนั้นนำโอสถ 1 เม็ดให้ผู้บาดเจ็บกิน  แล้วให้ผู้บาดเจ็บโคจรลมปราณเพื่อดูดซึมโอสถรักษา  ส่วนตัวเขาก็ส่งพลังปราณที่ฝ่ามือไปที่ช่วงท้องที่เปิดอยู่  เพื่อใช้ปราณเร่งการรักษาตัว  ใช้เวลาเพียงชั่วครู่  ช่วงท้องของผู้บาดเจ็บก็สมานหายสนิทราวกับไม่เคยมีบาดแผลมาก่อน


            “ยาของท่านอวี้กงดียิ่งนัก  พลังการรักษาสุดยอดมาก  แต่เจ้าสัตว์อสูรทดลองตรงหน้ากลับมีความสามารถในการฟื้นตัวราวกับมันเป็นอมตะขนาดนี้  จะฆ่ามันยังไงกัน  ยี่ซี ก็หนีไปซะได้” หลงเทียนหมิงกล่าวอย่างหงุดหงิด  เพราะแม้จะงัดทุกวิชามาสู้หรือรุมโจมตี  แผลของมันก็สมานกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว


            “ทำยังไงดีครับประมุขน้อย  พวกเราหลายคนเริ่มเหนื่อยล้ากันแล้ว  คนเจ็บก็เพิ่มขึ้นทุกที” ชายคนหนึ่งตะโกนถามหลงเทียนหมิง


            “ติดต่อท่านพ่อ  ขอกำลังเสริมมาด่วนเลย  ทางนี้คงยันได้อีกสักพัก” หลงเทียนหมิงกล่าว


            ทางด้านหมอวิปลาส ยี่ซี ที่วิ่งสุดฝีเท้าด้วยวิชาตัวเบา  ตอนนี้เขาได้มาถึงท่าเรือแล้ว  บริเวณที่เขามาถึงนั้นเต็มไปด้วยตู้สินค้ามากมาย  เขากำลังมุ่งหน้าไปยังเรือบรรทุกสินค้าที่เทียบท่าอยู่


            “หมอวิปลาส ยี่ซี  คุณจะหนีไปไหนเหรอครับ” เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น  ทำให้ ยี่ซี ต้องหันมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง  ก่อนที่จะมีกระบี่โปร่งแสงพุ่งปักลงที่พื้นใกล้ ๆ  โดยบนด้ามกระบี่นั้นมีร่างของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา  ยืนกอดอกมองลงมาที่เขา


            “แกเป็นใคร” ยี่ซีถามพร้อมกับมีเข็มที่มีของเหลวสีเขียว  แดง  น้ำเงิน  เหลือง    โผล่มาที่ระหว่างนิ้วของมือทั้ง 2 ข้างของตน


            “หืม  เข็มฉีดยาเหรอ  สมแล้วที่ได้ชื่อว่าหมอวิปลาส  ของเหลวสีเขียวเป็นพิษที่หากมันแตกออกจะเปลี่ยนสภาพเป็นก๊าซพิษ  ส่วนสีเหลือง เน้นโจมตีให้โดนตัวศัตรู  เพราะมันคือพิษอัมพาต  สีน้ำเงินเป็นพิษจากงูที่ส่งผลต่อระบบประสาท  ส่วนสีแดงเป็นพิษจากแมงมุมแม่หม้ายดำสินะ” ชายหนุ่มกล่าว


            “สามารถบอกได้ทันทีที่มอง  เท่าที่ฉันรู้จักไม่มีใครสามารถแยกพิษเหล่านี้ออกด้วยการมองเพียงแวบเดียวเท่านั้น  ทำให้ฉันชักจะสนใจแกขึ้นมาซะแล้วสิ” ยี่ซีกล่าว


            “ฉันอาจเป็นคนที่แกไม่อยากเจอมากที่สุดตอนนี้ก็ได้  หมอวิปลาส ยี่ซี” ชายหนุ่มกล่าว


            “โฮ่ งั้นบอกมาซิว่าทำไมฉันต้องกลัวเด็กที่ขนหน้าแข้งเพิ่งขึ้นด้วย” ยี่ซีเริ่มกล้าขึ้น  เมื่อพบว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีพลังปราณเพียงแค่ปราณขั้นต้นเท่านั้น


            “เพราะว่าฉันคืออวี้กงยังไงล่ะ” กล่าวจบด้านหลังชายหนุ่มก็ปรากฏเจตจำนงกระบี่นับพันเล่มทอประกายแสงพร้อมกับส่งกลิ่นอายที่ทรงพลังเข้ากดดัน ยี่ซี ทันที


            “บะ...บ้าน่า  เทพกระบี่งั้นเหรอ  ถ้างั้นก็ต้องมาลองกันสักตั้ง” ยี่ซีปาเข็มที่มีของเหลวสีเขียวใส่ก่อน  แต่เพียงแค่ไป่ฉียื่นฝ่ามือออกไป  กระบี่ก็เรียงตัวกันเป็นลักษณะของโล่เข้ามาป้องกัน  ทำให้เข็มที่พุ่งมากระแทกแตกออก  แล้วของเหลวสีเขียวก็กลายเป็นก๊าซพิษ  แต่กระบี่ที่เรียงตัวกันเหมือนกับโล่เริ่มหมุน  ทำให้ก๊าซพิษถูกพัดและสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว


            “งั้นลองนี่ดูบ้าง” ยี่ซี ปาเข็มสีแดง  น้ำเงิน  เขียวให้ชนกันเหนือหัวของไป่ฉี  หลังตัวเข็มแตกออกพวกมันก็กลายเป็นก๊าซผสมกันกลางอากาศและหายไป  แต่ไป่ฉีกลับกระโดดถอยออกพร้อมกับโบกมือเพียงครั้งเดียว  สายลมหอบใหญ่ก็พัดไปหา ยี่ซี


            “บัดซบ” ยี่ซีรีบเคลื่อนที่เปลี่ยนทิศทางทันที  ด้วยรู้ว่าพิษกำลังจะพัดมาทางเขา  การโจมตีที่เขาใช้เมื่อกี้คือก๊าซพิษที่ไร้สี  ซึ่งยากต่อการตรวจจับ  แต่ดูเหมือนเทพกระบี่จะระวังตัวอย่างมาก  ถึงได้ใช้พลังปราณซัดให้เกิดกระแสลมตีกลับมาทางเขา


            “รับนี่ไปซะ” เพียงยี่ซีตวัดมือ  ปรากฎเข็มฉีดยาที่ข้างในมีของเหลวสีต่าง ๆ คละกันเป็นจำนวนมาก  เขาใช้พลังปราณบังคับเข็มให้พุ่งเข้าโจมตีใส่ไป่ฉีทันที


            “เคยได้ยินคำที่ว่าหมองู ตายเพราะงูไหม” ไป่ฉีนำกระบี่พลังปราณออกมา  เร็วเท่าความคิด  ใบกระบี่ยืดออก  พร้อมกับกลายเป็นตาข่ายแสงพุ่งเข้าตัดทำลายเข็มฉีดยาที่พุ่งเข้ามาทั้งหมด และเขาก็ใช้พลังปราณซัดให้เกิดกระแสลมพัดเข้าใส่ยี่ซีอีกครั้ง  หากแต่คราวนี้ยี่ซีที่คิดจะพาตัวเองหลบให้พ้นทิศทางของก๊าซพิษ  กลับต้องเจอตาข่ายแสงปิดกั้นทางหนีของเขาเอาไว้


            “อ๊าก อ็อก แคก ๆ” ยี่ซี สูดเอาก๊าซพิษของตนเข้าไปเต็ม ๆ ทั้งพิษอัมพาตที่ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้  รวมถึงพิษอื่น ๆ ตอนนี้เขาได้รู้ซึ้งถึงคำว่าหมองูตายเพราะงูแล้ว


            “ขอบคุณสำหรับความรู้และงานวิจัยที่มีประโยชน์  ลาก่อน” ไป่ฉีกล่าว  ส่วนยี่ซีแม้จะใกล้ตาย  แต่ก็มองหน้าเขา  ด้วยสงสัยในคำพูดที่เขาเพิ่งพูดออกไป


            “แก....ว่า.....อะไร...นะ  อ๊ากกกกก” หลังยี่ซีพูดจบ  ร่างของเขาก็ถูกเพลิงสีทองเผาร่างทั้งเป็น  มีเงาร่างของมังกรปรากฎขึ้นด้านหลัง  มันเป็นมังกรที่มี 4 ตา  ดวงตาของมันเป็นดวงตาที่ปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาเผาร่างยี่ซีนั่นเอง  ซึ่งรูปแบบนี้เรียกว่าเนตรเพลิง  ขอเพียงศัตรูอยู่ในระยะสายตาของมัน  ย่อมไม่อาจหลบพ้นเพลิงของมันไปได้


            “เพลิงชั่วพริบตา  ใครที่ถูกจ้องมองโดยมังกรเพลิงตัวนี้จะถูกมันแผดเผาด้วยเพลิงอัสนีที่รวดเร็ว  ไม่มีทางหลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” ไป่ฉีกล่าว  ร่างของยี่ซีถูกเผาจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า


            “คืนนี้ได้ข้อมูลมาเยอะจริง ๆ” ไป่ฉีก็หยิบเอาไดร์ฟที่มีความจุ 10 TB ออกมา  เขาทำการถ่ายโอนความทรงจำที่เขาได้มา  รวมถึงข้อมูลที่ได้จากคนของพรรคตะวันดับทั้งหมด  รวมถึงเจียงซือกับยี่ซีลงในไดร์ฟ  โดยคัดเอาเฉพาะข้อมูลสำคัญเท่านั้น  ใช้วิธีคล้าย ๆ กับตอนที่เขาดึงเอาความทรงจำของคนออกมานั่นเอง


            เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง  เขาก็ทำการบรรจุข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อย  ก่อนจะใช้พลังปราณตรวจสอบการต่อสู้ของสัตว์อสูรทดลองกับกลุ่มของหลงเทียนหมิง  ก็พบว่าสัตว์อสูรยังคงอยู่ดี  เพียงแต่ฝั่งหลงเทียนหมิงกำลังเสียเปรียบอย่างมาก


            “ไม่คิดว่าจะต้องให้ช่วยเลยแฮะ” ไป่ฉีเกาหัว  เขารู้สึกหนักใจกับฝีมือของผู้ฝึกยุทธ์ของโลกนี้จริง ๆ กล่าวจบเขาก็เปิดประตูมิติและเดินเข้าไปทันที


            ทางด้านของหลงเทียนหมิงและคนของตำหนักเทพมังกรคราม

            “ทุกคน  โจมตีอย่างต่อเนื่องไปที่จุด ๆ เดียว  ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำลายเจาะไปให้ถึงหัวใจของมันให้ได้” หลงเทียนหมิงกล่าว


            ไม่นาน  สัตว์อสูรทดลองก็ถูกโจมตีจนหัวใจของมันถูกทำลาย  ร่างของมันล้มลง  แต่ทุกคนยังไม่ทันได้ดีใจ  สัตว์อสูรทดลองก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง  พร้อมกับแผลที่อกตรงหัวใจที่ทะลุสมานกลับมาเป็นเหมือนเดิมราวกับมันไม่เคยมีแผลสาหัสมาก่อน


            “บัดซบ  พวกเราแทบจะไม่เหลือพลังปราณแล้ว  ประมุขน้อย  สั่งถอยเถอะครับ” ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งของตำหนักเทพมังกรครามเสนอ


            “ฉันขอ 9 คนอยู่ที่นี่กับฉัน  เพื่อต้านมันไว้  แล้วให้คนอื่นหนีไปก่อนล่วงหน้า” หลงเทียนหมิงกล่าว  หากจะรอกำลังเสริมให้มาถึง  เกรงว่าคนกว่าครึ่งของเขาจะสิ้นลมหายใจไปซะก่อน  ดังนั้นในฐานะประมุขน้อยของตำหนักเทพมังกรคราม  เขาควรที่จะต้องเสียสละเพื่อช่วยเหลือคนในปกครองของเขา  การกระทำของหลงเทียนหมิงในครั้งนี้ทำให้เหล่าคนในปกครองต่างซาบซึ้งในความเสียสละของประมุขน้อยของพวกเขา


            “ไม่ต้องหรอก  เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง” ไป่ฉีปรากฏตัวขึ้นแล้วเดินมายืนขวางด้านหน้าหลงเทียนหมิงเอาไว้


            สัตว์อสูรทดลองพุ่งเข้าใส่กลุ่มของหลงเทียนหมิงทันทีที่มันฟื้นตัวเสร็จ  แต่ไป่ฉีก็ใช้เจตจำนงกระบี่ที่หุ้มด้วยพลังปราณจักรพรรดิขั้น 10 ของเขาเข้าปะทะ  ด้วยค่ายกลระฆังกำราบมาร  สัตว์อสูรทดลองถูกขังไว้ในค่ายกลก็จริง  แต่มันยังคงพยายามโจมตีเพื่อที่จะดิ้นรนหนีออกจากค่ายกล  ด้วยพลังของมันนั้นสูงกว่าไป่ฉี 1 ช่วงชั้น  เขาจึงต้องใช้อักขระลมปราณ [อ่อนแอ] กับ [ดูดซับปราณ] เข้าช่วย  โดยทำการดูดเอาพลังปราณของสัตว์อสูรทดลองมาฟื้นฟูค่ายกลที่มันโจมตีจนเกิดความเสียหายแทนที่จะใช้ปราณของตนในการฟื้นฟูค่ายกล


            “ที่เหลือก็แค่รอให้พลังปราณของมันหมด  คงยื้อได้อีกพักใหญ่  รอให้ปราณคุ้มกายของมันอ่อนแอลงค่อยลงมือสังหารมัน” ไป่ฉีกล่าว


            “ไม่มีประโยชน์  ไม่ว่าจะโจมตีสักกี่ครั้ง มันก็ยังฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  ราวกับมันเป็นอมตะ  เมื่อครู่ขนาดพวกเราช่วยกันทำลายหัวใจของมันไปแล้ว  แต่มันก็ยังฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกพร้อมกับหัวใจดวงใหม่ถูกสร้างขึ้น” หลงเทียนหมิงกล่าว


            “ต้องใช้ไฟเผาพวกมันเท่านั้น  ความรุนแรงของเปลวเพลิงนั้นจะไล่ตามสีเหมือนสีของสายรุ้ง  โดยแต่ละสีความยาวคลื่นจะแตกต่างกันรวมถึงอุณหภูมิความร้อนที่แตกต่างกันด้วย  โดยสีแดงนั้นจะร้อนน้อยที่สุด และสีม่วงจะร้อนมากที่สุด  ซึ่งนอกจากนี้ยังมีเพลิงที่รุนแรงกว่านั้นคือเพลิงสีทองกับสีขาว  หากจะทำลายพวกมันอย่างน้อยต้องใช้เพลิงสีน้ำเงินหรือสีม่วงในการฆ่ามันให้ตายแบบฟื้นตัวกลับมาไม่ได้อีก  ซึ่งในที่นี้ฉันยังไม่เห็นใครสามารถใช้เพลิงทั้ง 2 สีนี้ได้  กลับไปพวกท่านคงต้องไปศึกษาและปรับปรุงวิชาเพลิงของพวกท่านด้วย” ไป่ฉีกล่าว


            “ท่านคิดจะจัดการกับมันด้วยตัวเอง” หลงเทียนหมิงถาม


            “ใช่  เพราะยาของเจียงซือ  มันอันตรายอย่างมาก  น่าเสียดายที่แม้ตัวของเจียงซือจะตายไปแล้ว  แต่ข้อมูลงานวิจัยของมันก็ถูกส่งต่อให้กับพรรคตะวันดับไปแล้วแน่นอน  คาดว่าหลังจากนี้พวกมันคงหาหรือลักพาตัวนักวิจัยอัจฉริยะ  เพื่อสานต่องานวิจัยของเจียงซือเป็นแน่” ไป่ฉีกล่าว


            “ชิ ยาน่ารังเกียจนี่ไม่น่าเกิดขึ้นมาเลย” หลงเทียนหมิงไม่พอใจมาก  ขนาดสัตว์อสูรแบบนี้แค่ตัวเดียว  พวกเขายังฆ่ามันไม่ตาย  หากมีมากกว่านี้บุกโจมตีตามตำหนักเทพต่าง ๆ  เกรงว่าพวกเขาทั้งหมดคงจะสิ้นชื่อลงอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้เลย


            “ไม่ต้องห่วง  เดี๋ยวฉันจะหาทางจัดการกับเรื่องนี้เอง” ไป่ฉีกล่าว


            “รบกวนท่านแล้ว” หลงเทียนหมิงคำนับอวี้กงในความช่วยเหลือครั้งนี้


            ใช้เวลาสักครู่  กำลังเสริมของตำหนักเทพมังกรครามก็มาถึง  ภาพที่พวกเขาเห็นคือสัตว์อสูรทดลองยังคงดิ้นรนเพื่อที่จะออกจากค่ายกลระฆังกำราบมารของอวี้กง  สภาพของมันตอนนี้ที่พวกเขาสัมผัสได้คือ พลังปราณของมันเหลือน้อยเต็มที  ที่มันโจมตีค่ายกลอยู่ตอนนี้คือกำลังกายของมันล้วน ๆ


            “อีกเดี๋ยวพลังปราณของมันก็จะหมดแล้ว” ไป่ฉีใช้มือข้างหนึ่งเรียกเปลวเพลิงสีทองออกมา  ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าผู้มาใหม่  เป็นที่รู้กันว่าเพลิงสีทองนั้นมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า เพลิงศักดิสิทธิ์หรือเพลิงเทวะ  แล้วก็เป็นอย่างที่อีกฝ่ายเพิ่งบอกพวกเขาไปเมื่อครู่


            ไม่ถึง 5 นาที  พลังปราณของสัตว์อสูรก็ถูกค่ายกลที่มีอักขระลมปราณ [ดูดปราณ] สูบออกไปจนหมด  ทำให้ปราณคุ้มกายของมันไม่มีอีกต่อไป


            “เพลิงมังกร  ลูกบอลเพลิง” กล่าวจบลูกบอลเพลิงในมือของไป่ฉีก็เปลี่ยนจากเปลวไฟสีทองที่วูบไหว  กลายเป็นลูกบอลแสงสีทอง  ก่อนที่เขาจะเขวี้ยงเข้าใส่สัตว์อสูรทดลอง  โดยการเปิดค่ายกลเพียงเสี้ยววินาที


            บอลเพลิงนั้นแทนที่จะทะลุตัวของสัตวอสูร  มันกลับพุ่งหายเข้าไปในร่างของสัตว์อสูรแทน  เพียงไม่นานผิวของสัตว์อสูรทดลองก็เริ่มปริแตก  เผยให้เห็นเส้นแสงสีทองและความร้อนที่อยู่ภายใต้ผิวของมัน


            “ก๊าซซซซซซ” สัตวอสูรที่ถูกบอลเพลิงเข้าไปร้องเป็นครั้งสุดท้าย  ก่อนที่เปลวเพลิงสีทองจะพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกผิวหนังของมัน  เพียงพริบตาร่างของมันก็ถูกเพลิงสีทองเผาจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า  ทุกคนโดยรอบ  รวมถึงหลงเทียนหมิงต่างปากอ้าตาค้าง  พวกเขาไม่คิดว่าอวี้กงจะกำจัดสัตว์อสูรทดลองได้ด้วยตัวคนเดียว  ขนาดพวกเขาร่วมมือกันยังไม่สามารถกำจัดมันลงได้  เปลวเพลิงเทวะนี้เกรงว่าคงมีเพียงผู้ใช้เพลิงอย่างชำนาญราวเทพอัคคีเท่านั้นถึงจะสามารถใช้มันได้  หลายคนคิดได้ดังนั้นปากก็เริ่มพูดบางอย่างขึ้น


            “ทะ...เทพอัคคี  เทพอัคคี” ไม่รู้ว่าใครพูดขึ้นมาก่อน  แต่หลังจากนั้นก็มีคนพูดขึ้นต่อ ๆ กัน


            ไป่ฉีได้แต่ทำสีหน้าเหนื่อยใจ  นี่เขาได้ฉายาเทพกระบี่มาแล้ว  ยังได้ฉายาเทพอัคคีอีก  หลังจากนี้ต้องเรียกเขาว่าอะไรดีล่ะ  เทพกระบี่อัคคี อวี้กง งั้นเหรอ


            'ฉายาข้าชักจะเริ่มยาวจนเรียกยากแล้ว  เห็นทีหากคราวหน้าข้าใช้วิชาน้ำแข็ง  เกรงว่าจะได้ฉายา เทพกระบี่อัคคีเหมันต์ กระมัง' ไป่ฉีคิด


            “พวกท่านเงียบได้แล้ว  ฉันจะเปิดประตูมิติให้พวกท่านกลับไปยังสมาคมการค้าตะวันจันทราก่อน  ยังต้องมีการประชุมแผนกวาดล้างพวกพรรคตะวันดับขั้นต่อไปอีก” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้า  ก่อให้เกิดการบิดเบี้ยวของอากาศ  เหล่าคนของตำหนักเทพและหลงเทียนหมิงเดินเข้าไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พวกเขาไม่เคยเดินทางผ่านประตูมิติมาก่อน และปิดท้ายด้วยไป่ฉีที่เดินเข้าไปเป็นคนสุดท้าย  ตามด้วยการปิดตัวลงของประตูมิติ


            บนยอดไม้ห่างไปไม่ไกลนัก  มีเงาของหลวงจีนยืนอยู่  รอบตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยกลีบดอกบัวที่หมุนวนไปมา  ดวงตาของไท่ซื่อคงทอดมองไปยังจุดที่ต่อสู้กันเมื่อครู่


            “อมตะไม่ปรากฏ  มีเพียงความเกิดขึ้น  ตั้งอยู่ และดับไปเท่านั้นที่เกิดขึ้นไร้สิ้นสุด  เมื่อยังคงแสวงหาและติดอยู่ในความโลภ  อยากได้อยากมี  ทางแห่งความเป็นนิรันดร์จักปิดสนิท  มีเพียงปล่อยวางสิ่งที่ยึดมั่นถือมั่นเพียงเท่านั้นจึงเปิดประตูนิรันดร์ได้” เมื่อไท่ซื่อคงกล่าวจบ  ปรากฏดวงวิญญาณของเจียงซือ  ยี่ซี และวิญญาณของคนที่กลายร่างเป็นสัตว์อสูรทดลองก้มลงกราบไท่ซื่อคง


            “จงไปชดใช้กรรมที่พวกเจ้าก่อเถิด  เราขอให้พวกเจ้าสามารถกลับสู่ภูมิมนุษย์ได้สักวันหนึ่ง” กล่าวจบวิญญาณของทั้ง 3 ก็สลายหายไป  ส่วนหลวงจีนไท่ซื่อคงก็สลายหายไปหลังจากนั้นเช่นกัน

    ____________________________

    ฝากเพจนิยายด้วยครับ


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810