เมื่อเฉินหนาน องค์หญิงเหยาหนิง เข้ามาภายในหอตำราไม้หลังใหญ่ ให้ความรู้สึกหน้าครั่นคร้าม เหมือนมีมนต์ขลังตัวหนังสือ จะวิ่งออกมาจากหอตำราแห่งนี้ได้
ทุกชั้นวางเรียงราย ต่างก็เต็มไปด้วยหนังสือตำรา กระดาษเขียนเล่มหนา พร้อมกลิ่นฝนหมึกพู่กัน โชยติดจมูก ตั้งแต่หน้าทางเดินเข้ามา
ทว่าสายตาผู้อาวุโส ภายในสำนักกองทหาร ที่มองมา ค่อนข้างกดดัน เฉินหนานอยู่ไม่น้อย อาจเนื่องด้วยเขาได้รับอภิสิทธิ์ การเป็นผู้คุ้มกันให้องค์หญิงเหยาหนิง จึงสามารถเข้ามายังชั้นแรกของหอตำราแห่งนี้ได้
ย่อมสร้างความไม่พอใจ ของใครบางคนเป็นเรื่องธรรมดา
เหยาหนิง นางพลางประสานฝ่ามือ ออกไปอย่างนอบน้อม ให้ผู้อาวุโสคุมชั้นแรก ก่อนเสียงแหบพร่า ชายชรา กล่าวออกเรียบๆ “เชิญ!”
เหยาหนิง ยิ้มบาง พลางเดินออกหน้า ตรงไปยังชั้นตำราของชั้นที่หนึ่ง โดยมีเฉินหนานตามมาติดๆ
ก่อนมองศิษย์อ่านตำราฝึกฝนขั้นพื้นฐาน อยู่ชั้นล่างมีไม่มากนัก นางพลันบอกกล่าวบางอย่างให้เฉินหนานรับฟังอย่างใจเย็น “เจ้าเห็นหอคอยเก่าประหลาด ใจกลางเมืองเซียงโจหรือไม่ สถานที่นั้น จริงๆ เป็นเป้าหมายหลัก ของข้ากับท่านพี่เชียวนะ”
เฉินหนานที่กำลังสนใจตำราการฝึกฝนขั้นพื้นฐาน เขาพลันต้องเก็บมันกลับเข้าที่ไปอย่างเร็ว ทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กๆ ก่อนกล่าวออก “เหมือนข้าจะเห็นมันผ่านตาอยู่บ้างนะ หอคอยที่สูง หน้าตาประหลาด ไม่เข้ากับเมืองแห่งนี้”
เหยาหนิงระหว่างก้าวเดิน หันมาดึงตำราออกดู นางก็กล่าวต่อ “หอคอยประหลาดนั้น มันมีชื่อเรียกว่าหอคอยสายฟ้า อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเข้าปฏิทินใหม่ จะมีช่วงเวลาที่หอคอยสายฟ้า ลดทอนการป้องกันลงไป”
“ถึงตอนนั้นเมืองเซียงโจแห่งนี้ ต้องเต็มไปด้วยความยุ่งวุ่นวาย ของจอมยุทธ์ทั่วสารทิศมาเยือนอย่างแน่นอน แม้แต่คนจากโลกเบื้องบนก็ไม่มีข้อยกเว้น พวกเขาต้องถูกดึงดูด โดยหอคอยสายฟ้า มาพิชิตมันอย่างแน่นอน”
เฉินหนานถึงกับแปลกใจ “มีแบบนี้ด้วยหรือ แล้วพวกเจ้า มั่นใจได้อย่างไร ด้านบนสุดมีของล้ำค่า ยังไม่ถูกช่วงชิงออกไป”
เหยาหนิงคลี่ยิ้มทอประกาย “เจ้าไม่เคยเข้าไปคงไม่รู้หรอกเฉินหนาน แม้แต่คนจากโลกเบื้องบนเข้ามาลองพิชิต ยังพากันก้าวถอยฝีเท้ากลับออกมา ถอดใจกันเป็นแถบๆ เชียว”
“ส่วนด้านบนหอคอยชั้นสูงสุด มีอะไรอยู่ ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ว่ากันว่าหอคอยชั้นที่7 ไม่เคยเปล่งแสง ว่ามีคนเคยผ่านทะลุ แล้วกลับออกมาได้แบบมีชีวิตเลย”
เฉินหนานได้ยินถึงกับขมวดคิ้วมุ่นอย่างหนักใจ แค่ฟังจากที่นางเล่าก็อันตรายไม่น้อยแล้ว
พร้อมนางสำรวจมองท่าทีเฉินหนาน กล่าวเสียงจริงจังออกมาอีกครั้ง “เป้าหมายของข้ากับพี่ชาย จึงอยากจะพิชิตหอคอยสายฟ้า รักษาสมบัติของแผ่นดินไว้ อย่างน้อยที่สุด ก็อยากให้มันอยู่กับคนดินแดนเบื้องล่าง”
เฉินหนานระหว่างฟังก็ครุ่นคิดไปพลาง เขาเริ่มเข้าใจเหยาหนิงขึ้นมาบ้าง เมื่อโชค โอกาส พวกเขาคนดินแดนเบื้องล่าง ถูกคนจากโลกเบื้องบนเข้ามาเก็บเกี่ยว โชค วาสนาไปจากพวกเขาคนดินแดนเบื้องล่าง เป็นใครก็ต้องเผยความไม่จำยอมออกมาบ้าง ไม่มากก็น้อย
เฉินหนาน สูดลมหายใจเข้าไปลึก ถามตรงๆ “เหยาหนิง แล้วเจ้า คิดจะพิชิตหอคอยสายฟ้านั้นงั้นหรือ เจ้ามีความมั่นใจกี่ส่วน”
เหยาหนิงพยักหน้า ทว่าแววตานางไม่มีความมั่นใจเลย “ถูกต้องเฉินหนาน ถึงเวลานั้น หวังว่า เจ้าจะช่วยเป็นโล่คุ้มกัน ให้กับข้า”
พร้อมนางสั่งเฉินหนานหยุดรออยู่ตรงนี้ “ข้าจะขึ้นไปชั้นที่2ของหอวิชา พูดคุยกับผู้อาวุโสหลานเฮย หวังว่าจะติดสินบนชายแก่ เอาวิชามาให้เจ้าฝึกฝนได้บ้าง”
เฉินหนานได้ยินคำว่าฝึกฝนวิชา ดวงตาปลาตายไร้สี ถึงกับวูบไหวขึ้นมาทันใด
…ระหว่างรอเฉินหนานก็หยิบตำรา จำแนกวิชาระดับต่างๆ อ่านศึกษาไปพลาง เริ่มต้นจากระดับ สามัญวิชาขั้นพื้นฐาน วิชาระดับป้ายเงินดีขึ้นมาหน่อย แล้วตามด้วยวิชาระดับป้ายทอง หายาก ส่วนระดับชั้นดิน ระดับชั้นฟ้าแทบไม่ต้องพูดถึงมัน
จู่ๆ เฉินหนาน เปิดอ่านตำราดู พลันคุ้นชื่อต้นของผู้อาวุโสภายในหอตำราชั้นที่สอง ตามที่หนิงเหยาบอก “ผู้อาวุโสหลานเฮย หรือว่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับ ศิษย์พี่หญิง หลานน่าหลาน คนนั้นหรือเปล่า?”
ยังไม่ทันให้เฉินหนาน สลัดความคิดฟุ้งซ่าน…จู่ๆ ก็มีศิษย์ มาเรียกตัวเฉินหนาน ขึ้นไปยังหอวิชาชั้นที่สอง
เสียงฝีเท้าเงียบสงบ เฉินหนานเดินขึ้นไปด้วยความแผ่วเบา ทว่าดวงตาวาวโรจน์อยู่ไม่น้อย
ผู้อาวุโสหลานเฮยก็จ้องตาเขม็ง มาที่เฉินหนาน ด้วยสายตาไม่ค่อยชอบใจอีกฝ่าย คล้ายเกลียดกันมาแต่ชาติปางก่อนก็มิปาน
ก่อนกล่าวบอกองค์หญิง ด้วยน้ำเสียงเรียบแต่จริงจังในเวลาเดียวกัน “วิชาที่เจ้าหนุ่มเลือกได้หนึ่งวิชา ห้ามเป็นวิชาหลัก ของสำนักกองทหารของเราเด็ดขาด”
องค์หญิงเหยาหนิงได้ยินถึงกับขมวดคิ้วมุ่น “ผู้อาวุโสหลานเฮย แบบนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ?”
ชายแก่ทำเป็นไม่สนใจ “หนี้น้ำใจครั้งนี้ ตระกูลหลานของเรา ช่วยได้แค่นี้จริงๆ” ก่อนชายแก่ มองปฏิกิริยาพวกเฉินหนาน แอบลอบคลี่ยิ้มเล็กๆ
ครั้นเฉินหนาน ดึงแขนเสื้อเหยาหยิง ออก เบาๆ เขาก็เดินเลือกเคล็ดลับวิชา ที่ตนเองสนใจ เมื่อรับรู้พูดอะไรไป ชายแก่ก็คงไม่ยอม
เหยาหนิง นางเองก็ได้สิทธิ์เลือกวิชามาจากท่านอาจารย์เหมือนกัน จึงแยกกันเดินตามหาวิชาของตนเอง
พร้อมนางกล่าวย้ำเฉินหนานอย่างหนักแน่น “เจ้าเลือกวิชาให้ดี มีประโยชน์ต่อข้าล่ะ เฉินหนาน”
ชายหนุ่มได้แต่ โบกฝ่ามือไล่หลัง เมื่อเฉินหนาน ค่อยๆ จมดิ่งไปกับชั้นตำรารอบนอก ไม่มีผู้คนสนใจ
ตำราหนังสัตว์บางแผ่น ยังเต็มไปด้วยฝุ่นจับหนา ถูนิ้วมือออกมาเป็นปลื่นฝุ่น บ่งบอกว่าตำราเก่าบางเล่ม แทบไม่มีคนแตะมัน
แถมวิชากระดูกส่วนใหญ่ ตรงบริเวณเฉินหนานเลือก มักจะเป็นวิชาระดับสามัญ กับวิชาระดับป้ายเงินแทบทั้งสิ้น
วิชาฝึกกายเหล็กก็น่าสนใจ ทว่าเกล็ดสีม่วงราวกับโลหะทมิฬ ตอนเฉินหนานใช้พลังโกลาหล มันก็น่าจะแข็งแกร่งใกล้เคียงกับ วิชากายาเหล็ก เฉินหนานจึงไม่ได้เลือกมัน
…พริบตาเดียวที่เฉินหนานเลือกหาวิชาผ่านกองตำราวิชาเก่ามากมายที่ไม่มีใครแตะต้อง ก็ผ่านไปร่วมชั่วยามอย่างรวดเร็ว
เฉินหนานก็ยังไม่เจอ วิชา ถูกใจของเขา
ภาพเหตุการณ์นั้น ล้วนอยู่ในสายตาผู้อาวุโสหลานเฮย อดไม่ได้จะคลี่ยิ้มมุมปาก คล้ายให้เฉินหนาน ทำความสะอาดชั้นตำราเหล่านั้นไปในตัว
เฉินหนานแทบถอดใจ เมื่อเริ่มควานหาตำรา กองระเกะระกะด้านล่าง ไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปวางบนชั้นเหมือนตำราอื่นๆ กำลังถูกคัดออกไปเก็บภายในคลัง
จู่ๆ เฉินหนานดันไปสะดุดเข้ากับวิชาประทับค่ายกลสลายปราณพลัง ไว้ภายในกาย แปรเปลี่ยนเป็นพละกำลัง แถมระดับของมันเป็นสีทองเสียด้วย
เฉินหนานเผยรอยยิ้มประหลาด หยิบตำราค่ายกลสลายปราณพลัง เดินออกไปหน้าบริเวณทางออกชั้นที่2 มีองค์หญิงเหยาหนิง ยืนรออยู่ทันที
ครั้นยังจดจำ คำชายแก่เจียงได้ หากได้สลักวิชาค่ายกลไว้ภายในกาย ศักยภาพของเขา จะเพิ่มพูนขึ้นมาอีกไม่น้อย แม้จะเป็นวิชาดูไม่สมบูรณ์ก็ตาม
เหยาหนิงรอเอ่ยถามทันที “เจ้าเลือกวิชาอะไรมา เหตุใดถึงใช้เวลาเลือกนานขนาดนี้เล่า?” แม้แต่ผู้อาวุโสหลานเฮยยังยกยิ้ม
เฉินหนาน สายตาเรียบนิ่ง ส่ายหน้าน้อยๆ ในฝ่ามือมีแผ่นหนัง แห้งแผ่นหนึ่ง ก่อนส่งให้เหยาหนิง นางยักคิ้วแบมือออกมา
หญิงสาวตรวจดูคำอธิบาย ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นวิชาค่ายกลสลายปราณพลัง “คงไม่ใช่ว่า ไอ้ระดับวิชาแผ่นป้ายทอง มันตกเจ้าหรอกกระมัง เฉินหนาน?”
ผู้อาวุโสหลานเฮย เขายังคลี่ยิ้มอย่างชอบใจ ตำรากองนั้น เขาเตรียมเอาไปเก็บเข้าคลังนอนยาวอยู่แล้ว
ครั้นตรวจดูแล้วเผยข้อมูลวิชาด้านใน ส่งมอบให้เฉินหนาน เขาก็กล่าวบอก “หวังว่าเจ้าจะสลายปราณพลังภายในกาย เสริมศักยภาพสำเร็จนะเจ้าหนู”
เฉินหนานเผยรอยยิ้ม แปลกๆ ที่รับมัน “ขอบคุณผู้อาวุโส ไม่ต้องเป็นห่วงข้า” เสียงเขากล่าวอย่างมั่นใจ
ผู้อาวุโสหลานเฮย มองเฉินหนานกับองค์หญิงลงไปยังชั้นที่หนึ่ง เขาที่กล่าวเตือนอีกฝ่าย ยังหน้าบึ้งตึงขึ้นมา “ไอ้เด็กคนนี้มันอย่างไรกัน บอกไปขนาดนี้ยังยิ้มชอบใจอีก”
ระหว่างเดินออกมาจากหอตำรา ขึ้นไปยังที่พัก ก็คล้ายมีเสียงกัดกัน ดังเบาๆ มาตลอดทาง “เจ้าโง่หรืออย่างไร เฉินหนาน คิดจะขับเคลื่อนค่ายกลผนึกปราณพลังของตนเอง แบบนี้ก็เท่ากับตายเชียวนะ”
เฉินหนาน ได้แต่เกาหัว แกรกๆ เมื่อเห็นหน้าเหยาหนิง เผยอาการบุญไม่รับ
เฉินหนาน จุปาก อธิบายเบาๆ ให้นางเข้าใจ “เจ้าลืมไปแล้วหรือเปล่าเหยาหนิง ข้าไม่มีเส้นชีพจร ปราณพลังต้นกำเนิด ปราณพลังจากจุดตันเถียน ข้าก็ไม่สามารถรีดเค้นมันออกมาใช้ได้ ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีอยู่แล้ว”
ข้อนี้พลันทำให้นางติดสตั๊นไปชั่วขณะ หัวเราะออกมาแบบหลุดปาก “ฮ่าๆ ข้าลืมข้อนี้ไปเสียสนิท สามัญสำนึกปกติของจอมยุทธ์ทั่วไป ใช้ไม่ได้ผลกับเจ้าเฉินหนาน ฮ่าๆ”
เมื่อนางกอดคอตบไหล่เฉินหนานไปหลายที ชนิดหน้าแทบจะถูหน้ากัน
“ข้าจะถือว่าเป็นคำชมของเจ้าแล้วกัน เหยาหนิง” ก่อนเฉินหนานกระแอมไอ แค่ก! แค่ก!
ครั้นเห็นสายตาศิษย์เฝ้ามอง แม้แต่เฟิงจุน ศิษย์พี่ มารอนางอยู่ตรงหน้าทางเข้าเรือนพักองค์หญิง
ชายหนุ่มหล่อเหลา พลันเผยอาการไม่ค่อยพอใจ เฉินหนานขึ้นมาทันที ชิ! พร้อมเสียงเดาะลิ้น เส้นเลือดปูดนูนขึ้นหน้า
“ไอ้หนุ่มน้อยคนนี้มันอย่างไรกันแน่นะ?” ครั้นเห็นท่าทีสนิทสนมกันของทั้งสอง