“ฉันคิดว่า ด้วยความช่วยเหลือของเขา ปัญหาของเหลียวชาชาจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป” ฉินเฉาเหมือนจะเต็มไปด้วยความมั่นใจกับบุคคลคนนั้นมาก ทำให้หยูลู่โล่งใจนิดหน่อย
“คนคนนั้นเป็นใคร?” หยูลู่ขจัดความสงสัยของเธอไม่ได้ ฟังจากน้ำเสียงของฉินเฉา ชายคนนี้ดูเหมือนจะทรงพลังมาก
“เดี๋ยวก็รู้” ฉินเฉายิ้มอย่างลึกลับ
“เขาอยู่ในเมืองตงชวนเหรอ?” หยูลู่คิดว่าเธอไม่เคยได้ยินซินแสมีชื่อในเมืองตงชวนแห่งนี้
“ไม่ เขาอาศัยในที่ห่างไกล” ฉินเฉายังเล่นปริศนาต่อ “แต่เขาอยู่ทุกที่”
“คนคนนี้ดูน่ากลัวนะ...” หยูลู่อดสั่นออกมาไม่ได้ กอดแขนฉินเฉาไว้ และถามว่า “นายไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่มั้ย”
“ทำไมฉันถึงต้องล้อเธอเล่นด้วย” ฉินเฉาอดบีบจมูกน่ารักๆ ของเธอเล่นไม่ได้ “ในเวลาอย่างนี้ ฉันจะไปคิดเรื่องล้อเล่นทำไม”
“ฮึ นายก็มีอารมณ์เล่นตลอดนั่นแหละ” หยูลู่บุ้ยปาก และอดไม่ได้ที่จะจ้องฉินเฉาอย่างดุร้าย
ฉินเฉายิ้มอย่างขลาดๆ ลูบจมูกตัวเอง
“ได้ ได้ มาเริ่มกันเถอะ ถ้าเรายังลากถ่วงต่อไป ฉันกลัวว่าชาชาน้อยจะคอยไม่ไหว” พร้อมกันนั้น ฉินเฉาก็ปล่อยตัวหยูลู่ ก้าวไปข้างหลังสองก้าว สร้างระยะห่างจากเธอ
จากนั้น ในแหวนของเขา เขาหยิบเอาหัวกะโหลกขาวๆ ของมนุษย์ออกมา
“กรี๊ดดด!” เมื่อเห็นฉินเฉาเอาหัวกะโหลกออกมา หยูลู่ ถึงยังไงก็เป็นผู้หญิง อดตะโกนออกมาเสียงดังไม่ได้ และแทบจะวิ่งออกจากบ้านไปเพราะความกลัว
“นะ นั่นอะไรน่ะ!” หยูลู่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ หันหัวหนีไม่กล้ามองไปที่ฉินเฉา และร้องไห้ออกมา “ฮือ ฮือ”
“ดูเธอสิ มีอะไรต้องกลัวกัน...” ฉินเฉามองหยูลู่ที่เป็นอย่างนั้น อดแหย่เธอไม่ได้ “ดูสิ เจ้านี่น่ารักจะตาย”
พร้อมกันนั้น ขณะที่หยูลู่หันหัวกลับมาดู ขาก็ยื่นลิ้นออกมา และทำท่าเหมือนกับกำลังเลียหัวกะโหลกนั่น
“อ๊าาาา!” น้ำตาหยูลู่ไหลออกมาเป็นสายอีกครั้ง ทรุดลงกับพื้นข้างโซฟา และสะอื้นไห้ออกมา “ฮือ ฮือ ฮือ ฉินเฉา เจ้าตัวร้าย...ฮือ ฮือ ฮือ นายเลียไอ้นั่นได้ยังไง...จากนี้ไป ห้ามนายจูบฉัน...”
“โอ้ เธอกลัวอะไร มาเลียด้วยกันสิ รสชาติดีออกจะตายไป” จริงๆ แล้ว ฉินเฉาไม่ได้เลียกะโหลกนั่น เขาแค่อยากทำให้หยูลู่กลัวเท่านั้น เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของหยูลู่ เขาก็ยิ่งกลายเป็นร้ายกว่าเดิม ขยับเข้าไปใกล้ และถือกะโหลกไว้ตรงหน้าอกหยูลู่
“อ๊าาาา ฉินเฉา ฉันจะตีนาย!” หยูลู่ร้องออกมา กำหมัดของเธอและทุบเข้าที่เอวของฉินเฉา
“เจ้านี่มีอะไรน่ากลัว ดูสิ หัวเล็กๆ นี้ สวยออกจะตาย? เส้นนี้ กระดูกนี้ หึหึ...นอกจากโลกนี้....”
ฉินเฉาถือกะโหลก ขยับเข้าไปใกล้ๆ ยิ้มอย่างน่ารังเกียจ
“ฉันไม่อยากจะเห็นมัน!” หยูลู่กลัวจนบ้าไปแล้ว ทันใดนั้นก็หันมาและตบหัวกะโหลกนั่นปลิวไป!
ตุบ! หัวนั่นเหมือนจะเปราะ แต่เมื่อตกลงกับพื้น กลับไม่แตก กลับกัน มันกลิ้งตลบอยู่หลายรอบ และในที่สุดก็หยุดเมื่อมันชนเข้ากับขอบโต๊ะ ฉินเฉาส่ายหัว
“บาป บาปแล้ว...” ฉินเฉารีบทำท่าคำนับไปที่กะโหลกนั่น และจากนั้นก็จ้องไปที่หยูลู่อย่างไม่พอใจ “นี่เป็นหัวของคนอื่นนะ เธอไปขว้างมันลงพื้นได้ยังไง”
“ฮือฮือฮือ คำนี้น่ากลัวไปแล้ว...ฉินเฉา นายมันน่ารังเกียจ!”
น้ำตายังไหลอาบหน้าสวยๆ ของหยูลู่ ซึ่งตรงกันข้ามกับใบหน้าของหญิงสาวมากความสามารถที่แสดงต่อหน้าจงเหลียงกัวเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง “ฉัน ฉันกับนาย เรามาสู้กัน”
“เอาล่ะ เอาล่ะ นี่ก็แค่หัวกะโหลก” ฉินเฉายื่นมือออกไป หัวกะโหลกที่ตกอยู่บนพื้น ทันใดนั้นก็ลอยมาสู่มือของฉินเฉา “เมื่อนายน่ารำคาญ งั้นฉันจะทุบนายและเอานายไปทำซุปกินดีมั้ย”
“ฉินเฉา!” หยูลู่โกรธขึ้นมาจริงๆ ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าทำไมเหลียวชาชาถึงโกรธจนแทบกระอักกับฉินเฉาคนนี้ ฉินเฉานี้น่ารำคาญจริงๆ น่ารำคาญจนตาย!
“ฉันแค่บอกว่า...อย่าเอาหัวฉันมาเล่น...” ในตอนนี้เอง เสียงผู้ชายก็ลอยเข้ามาในหูของฉินเฉา
เขาหันกลับไป และเห็นยมทูตหลี่ที่มีใบหน้าห่อเหี่ยวใจ ที่ยืนอยู่ที่ทางเข้าห้องรับแขก มองมาที่กะโหลกในมือฉินเฉาอย่างสงสาร
หัวกะโหลกนี้เป็นของหลี่ ซึ่งเขาทิ้งไว้ให้ฉินเฉา ดังนั้น เมื่อเขาต้องการ ฉินเฉาจึงสามารถติดต่อกับเขาผ่านสิ่งนี้ได้
แต่หลี่ไม่คิดจริงๆ ว่าฉินเฉาจะใช้กะโหลกของเขาไปก่อกวนหญิงสาว นี่เป็นสิ่งที่ ‘ลุงทนได้ แต่ป้าจะไม่ทน’ จริงๆ
“หึหึ ก็แค่ล้อเล่น อย่าใส่ใจน่า อย่าใส่ใจ” ฉินเฉาเอามือลูบจมูกอย่างอายๆ และจากนั้นก็เก็บหัวกะโหลกกลับเข้าไปในแหวน
“ตอนนี้ ฉันสามารถเอามันกลับได้แล้ว ใช่มั้ย...” ตอนนี้หลี่เริ่มเสียใจที่ให้กระดูกของเขากับชายคนนี้ สุดท้ายแล้ว ชายคนนี้ก็เป็นผู้ฝึกตนเส้นทางปีศาจ เป็นพวกหน้าไม่อาย...ครั้งหน้า บางทีชายคนนี้อาจจะทุบกะโหลกเขา และเอาไปทำน้ำซุปกินจริงๆ ก็ได้
“จะได้ยังไงล่ะ ของที่ให้ไปแล้ว จะเอาคืนไม่ได้!” ฉินเฉารีบส่ายหัว ตบคำขอของหลี่ทิ้งไป
“ฉินเฉา...นาย นายกำลังคุยกับใคร...” หยูลู่มองไปที่ทางเข้าห้องรับแขก และพบว่าที่นั่น นอกจากประตูภาพวาดสีดำแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีกเลย
เธออดรู้สึกหนาวขึ้นมาไม่ได้ พิงเข้ากับฉินเฉาโดยไม่ต้องคิด ทิ้งกลิ่นหอมจากร่างของเธอไว้ในอ้อมแขนของฉินเฉา “นายขู่ฉันใช่มั้ย ถ้านายทำ ฉันจะไม่สนใจนายอีกเลย”
“หลี่ มีทางทำให้เธอเห็นนายมั้ย มันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่” ฉินเฉาตบไหล่หยูลู่เบาๆ บอกเป็นนัยให้เธออย่ากลัว
“มีทางอยู่” หลี่ ทันใดนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ท่าทางน่ากลัว
“พูดมา!”
“บดกระดูกของฉัน ละลายในน้ำ และเอาให้เธอดื่ม....”
“เอิ่ม....” ฉินเฉาพูดไม่ออก ย่นคิ้ว “มีแค่ทางเดียวเหรอ? ถ้าทำอย่างนั้นเธอก็ฆ่าฉันน่ะสิ”
“ล้อเล่นน่า....” หลี่รีบเดินเข้าไปหาหยูลู่ และสั่นมือของเขาตรงหน้าดวงตาที่สับสนของเธอ
ฉินเฉายอมแพ้ การล้อเล่นนี้ เป็นการจุดไฟเผาบ้านเขาชัดๆ
ในเวลานี้ หลี่ทันใดนั้นก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกมา แต่ละมือกุมใบไม้ไว้ เอาใบไม้ทั้งสองใบถูเข้ากับดวงตาของหยูลู่ ขณะเดียวกัน ปากของหลี่ก็ท่องประโยคออกมา
“เบิกเนตร!” หลังจากที่หลี่อุทานคำนี้ออกมา หยูลู่รู้สึกแจ่มใสกว่าแต่ก่อน ในขณะเดียวกัน ในห้องรับแขก ชายในชุดคลุมสีขาวพร้อมกับใบหน้าห่อเหี่ยวยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“อ๊า!” เพียงแค่มองเห็นชายคนนั้น หยูลู่ก็รู้สึกคลื่นความเสียวสะท้านไหลขึ้นมาจากเท้าของเธอ ขวัญหาย เธอปล่อยตัวเองร้องไห้ออกมา และเข้าไปอ้อมกอดฉินเฉา
“ผี ผี!”
“ขอโทษที...” ฉินเฉายักไหล่ของเขาให้หลี่ “เธอเป็นแค่หญิงสาว เมื่อเห็นหน้าคนตายของนาย เธอเลยทนไม่ไหวน่ะ”
“...” หลี่ยากจะพูดออกมา “ฉันชินแล้วล่ะ...ถึงอย่างไงก็ตาม หน้าของฉันไม่ใช่หน้าคนตาย เทียบกับยมทูตด้วยกันแล้ว ฉันถือว่าเป็นคนหล่อคนหนึ่งเลยนะ”
“หึหึ ลู่ลู่ ได้ยินมั้ย” ฉินเฉาอดแหย่ออกมาไม่ได้ “แต่งกับยมทูตก็ไม่เลวนะ อย่างน้อย เขาก็ยังเป็นข้าราชการ”
หยูลู่และหลี่พูดไม่ออก มีแต่ฉินเฉาเท่านั้นที่มีความสุข
“รีบพูดธุระมาได้แล้ว ทำไมนายถึงเรียกฉันมา” พร้อมกับน้ำเสียงเย็นๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยน หลี่ถามออกมาตรงๆ “ฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลามาเล่นกับนายหรอกนะ”
“ช่วยฉันหน่อย ดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ” ฉินเฉาสลายรอยยิ้มไป และชี้ไปที่เหลียวชาชาที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา และถามออกมา
หยูลู่ได้เปิดหูเปิดตา คิดว่า ฉินเฉานี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เขาเรียกยมทูตมาช่วยได้จริงๆ หรือว่าเขาจะเป็นหมอผี?
“วิญญาณออกจากร่าง” เพียงแค่มองไปที่เหลียวชาชาครั้งเดียว หลี่ก็รีบพูดออกมา “แต่พลังหยางยังอยู่ ยังไม่เข้าสู่วัฏจักรเวียนว่ายตายเกิด”
“มีวิธีอะไรเอาวิญญาณเธอกลับมามั้ย?” ฉินเฉาถาม “เมื่อกี้นี้มีวิญญาณร้ายเข้าสิงเธอ แต่ฉันเอามันออกไปแล้ว”
“ยากนิดหน่อย...” หลี่พูด “วิญญาณออกจากร่าง จะต้องเข้าไปในโลกของภูตผี ถ้าฉันเดาถูกล่ะก็ เธอจะต้องมุ่งหน้าไปที่ถนนทั้ง 6 แห่งการเกิดใหม่ แต่ถึงแม้ฉันจะหาเธอพบ เธอก็ไม่รู้จักฉัน และคงจะไม่กลับมากับฉัน”
“ทำไม?” ฉินเฉาถามอย่างไม่ลังเล “นายเป็นยมทูตไม่ใช่เหรอ พาเธอกลับมาไม่ได้เหรอ?”
“เพราะว่าหลังจากที่ตายไป พวกเขาจะมีกรรมเป็นตัวนำทาง เพื่อเข้าสู่วัฏจักร หรือลงสู่นรก แม้ว่าเธอจะไม่มีกรรมเป็นตัวกำหนด ถ้าเธอเป็นคนดีล่ะก็ ผู้พิทักษ์ก็จะมารับเธอไป แม้ว่าจะไม่มีผู้พิทักษ์ ประตูแห่งการเกิดใหม่ก็เหมือนกับเค้กแสนอร่อย มันจะดึงดูดวิญญาณเข้าไป พวกเรายมทูต มีหน้าที่แค่จับกุมวิญญาณที่ออกจากเส้นทางนี้ ฉะนั้น ที่นายถามฉันให้พาเธอกลับมา มันเป็นเรื่องยากอย่างมาก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”
“งั้น...จะทำยังไงดี...” เมื่อได้ยินอย่างนี้ หยูลู่ก็แสดงท่าทางเสียใจออกมา “จะทำยังไงให้ชาชากลับมา?”
“มีแค่ทางเดียว” หลี่ยื่นนิ้วออกมา และเผยให้เห็นรอยยิ้มที่มืดมิด “ต้องมีคนที่เธอรู้จักและห่วงใยเธอ เพื่อนำวิญญาณที่ออกจากร่างกลับมาจากยมโลก”
“ฉันจะไป!” ในตอนนี้เอง หยูลู่ไม่มีความกลัวแม้แต่นิดเดียว รีบร้องออกมา “ชาชา และฉันมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เธอต้องฟังฉันแน่ๆ”
“เธอจะไป?” หลี่มองไปที่หยูลู่ และจากนั้นก็พยักหน้าอย่างช้าๆ “ดี เธอมากับฉัน แต่อย่าปล่อยให้กรรมยั่วยวนและสับสนไปกับมันล่ะ....”
“อย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของเธอ นี่เป็นเรื่องของเรา งานของผู้ชาย จะปล่อยให้ผู้หญิงจัดการได้ยังไง”
ฉินเฉามองไปที่หยูลู่ วางเธอไว้ข้างหลังและพูดกับหลี่ “ฉันจะเป็นคนไปเอง อย่าลืม ฉันเป็นผู้ฝึกตน แม้ว่าวิญญาณจะออกจากร่าง แต่อย่างน้อยฉันยังมีวิญญาณหยิน ซึ่งแข็งแรงกว่าวิญญาณของคนทั่วไป”
“ดี” หลี่พยักหน้า “ความแข็งแกร่งของวิญญาณของนายน่ากลัวมาก พวกสิ่งรบกวนในเส้นทางพวกนั้น จะไม่สร้างปัญหาให้กับนาย”
“เธอเห็นแล้วนะ!” ฉินเฉาตบเข้าที่ไหล่ของหยูลู่ “เอาตามนี้ ฉันจะจัดการเอง”
“ฉินเฉา...” หยูลู่มองมาที่ฉินเฉาด้วยน้ำตาอาบหน้า กอดเอวเขาไว้ ฉินเฉาคิดว่า หญิงสาวนางนี้ไม่อยากให้เขาเสี่ยง ทันใดนั้นหัวใจของเขาก็รู้สึกอบอุ่น และกอดตอบเธออย่างหนักแน่น
“อย่าห่วงเลย ลู่ลู่ที่รัก ฉันไม่เป็นไร.....”
“ไม่...ฉันต้องบอกนาย จำไว้ เอามือถือนายถ่ายรูปตามทางมาด้วย เมื่อกลับมา ฉันจะดูมัน...ฉันจริงจังนะ อยากจะรู้จริงๆ ว่ายมโลกจริงๆ แล้วเป็นยังไง....”
“เวร...เอ๊ย...”
จบตอน