เซี่ยซือซือเดินกลับมายังห้องครัวของบ้านเห็นนางถานกำลังหิ้วเนื้อหมูหนึ่งก้อนขึ้นมา สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความสงสัย
“นี่มันเนื้อหมูน้ำหนักสองจิน[1]ใช่ไหมซือซือ”
“เ้าค่ะท่านแม่พวกข้าขาดเนื้อมาหลายปีแล้วอยู่ที่บ้านหลังเก่าท่านย่าไม่เคยให้พวกข้ากินเนื้อเลยเ้าค่ะพอวันนี้มีเงินก็อยากซื้อเนื้อมาให้น้อง ๆ ได้กินบ้างท่านแม่ท่านอย่าหาว่าข้าใช้เงินเปลืองเลยนะเ้าคะ น้อง ๆ ของข้าอยู่ในวัยกำลังโตพวกเขาควรได้กินของดี ๆ บ้าง”
อย่าว่าแต่เนื้อเลยอาหารดี ๆยังหากินได้ยาก ส่วนใหญ่พวกนางสามพี่น้อง มักได้อาหารเหลือกินของทุกคนด้วยซ้ำเพราะไม่มีบิดามารดาคอยหนุนหลัง ทุกคนจึงเอารัดเอาเปรียบอยู่ร่ำไปเ้าของร่างเดิมเป็คนไม่มีปากเสียง ถือเื่กตัญญูต่อผู้าุโมาก่อนแม่เฒ่าเซี่ยบอกให้ไปซ้าย นางจะไม่มีวันไปทางขวาเด็ดขาด
“ข้าจะไปว่าเ้าได้อย่างไรซือซือเงินนั้นเป็ของเ้า ดีแล้วที่เ้าคิดถึงเื่พวกนี้น้องของเ้ารวมถึงตัวเ้าด้วยผ่ายผอมเกินไปจริง ๆ” นางถานวางเนื้อหมูที่เดิมนางเข้าใจความคิดของลูกสะใภ้เป็อย่างดี เพียงแต่ว่าเมื่อเซี่ยซือซือทำอาหารย่อมแบ่งให้นางกับลูกชายกินด้วย นี่ไม่ถือว่าตนเอาเปรียบเด็กพวกนี้หรอกหรือ
“ท่านแม่ท่านอย่าได้คิดมากเ้าค่ะต่อไปข้าจะต้องหาเงินมาซื้อของดี ๆ ให้ทุกคนในบ้านกินท่านเมตตารับน้องของข้าเข้ามาอยู่ด้วย ข้าย่อมต้องตอบแทนบุญคุณท่านอยู่แล้ว”
“ไหนเลยข้าจะดีเช่นนั้นเ้าก็รู้”
“เอาเถอะเ้าค่ะท่านออกไปนั่งกินซาลาเปากับพวกเขาต่อเถอะ เดี๋ยวมื้อเย็นข้าจะเป็คนลงมือทำเองวันนี้ข้าซื้อเครื่องปรุงมาด้วย อาหารต้องรสชาติดีขึ้นแน่”
“ตามใจเ้าข้าจะรอกินฝีมือเ้าก็แล้วกัน” นางถานเดินกลับไปหาเด็ก ๆที่นั่งกินซาลาเปาอยู่ในห้องโถง
“ท่านป้าถานข้าจะไปช่วยท่านพี่ทำอาหารเ้าค่ะ”
“เ้าหยุดเลยซานซานเ้าเพิ่งฟื้นขึ้นมาอย่าเพิ่งขยับตัวให้มากนักนั่งเล่นกับน้องชายของเ้าตรงนี้แหละ”
“เ้าค่ะ”เซี่ยซานซานย่อมเชื่อฟังผู้ใหญ่ นางนั่งเล่นกินถังหูลู่กับน้องชายต่อน้องชายของนางก็ช่างจ้อ สรรหาถ้อยคำมาพูดได้สารพัดเื่ขนาดท่านป้าถานฟังไปยังอดหัวเราะตามไม่ได้
กลิ่นหอมของเนื้อที่ลอยมาแตะจมูกของคนในบ้านเริ่มทำให้ทุกคนนั่งกันไม่นิ่ง กระทั่งถานจ้านที่อยู่ในห้องยังรู้สึกแปลกใจเขาได้กินซาลาเปาสามลูกสามไส้เมื่อครู่ มีทั้งไส้หมูไส้เนื้อและไส้ผักนี่ยังได้กลิ่นอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ภายในบ้านอีก เขาอธิบายความรู้สึกความรู้สึกของตนเองในยามนี้ไม่ออกจริงๆ
เด็กจากบ้านสกุลเซี่ยเข้ามาอยู่ในบ้านเพียงไม่กี่วันบ้านเขามีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็เสียงเด็กเล็กวิ่งเล่น เสียงหัวเราะกระทั่งเสียงพูดคุยของมารดากับลูกสะใภ้ของนางถานจ้านเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม คือบรรยากาศภายในบ้านมันไม่เงียบเหงาอีกต่อไป
มื้อเย็นของวันนี้มีอาหารจานเนื้ออยู่สองจานคือหมูตงพอกับผัดหน่อไม้ใส่เนื้อหมู ส่วนข้าวก็เป็ข้าวขาวฟูเต็มถ้วย
“ไอหยา !วันนี้ข้ามีเนื้อกินอีกแล้ว” เซี่ยซือหยางจ้องเนื้อหมูบนจานตาเป็มันน้ำลายทำท่าจะไหลตรงมุมปาก บ่งบอกว่าเ้าตัวน้อยไม่ได้เห็นเนื้อหมูบนจานมานานมากแล้ว แม้แต่เซี่ยซานซานนางก็ตาวาวเหมือนไม่เคยเจอ
สองแม่ลูกสกุลถานเห็นท่าทางของเด็กทั้งสองคนอดรู้สึกเศร้าใจตามไปด้วย นางถานพลันเข้าใจว่าทำไมลูกสะใภ้ของนางถึงอยากพาน้องทั้งสองคนมาอยู่ที่นี่ด้วยอีกทั้งพอมีเงินก็ซื้อเนื้อหมูมาทำให้กินในวันนี้
“ข้าไม่เห็นรู้ว่าบ้านเรามีหน่อไม้ด้วย”นางถานมองผัดหน่อไม้ใส่เนื้อหมูตรงหน้า
“ท่านแม่ข้าขึ้นเขาไปเมื่อวานอย่างไรเล่าข้าเอาใบไม้มาซ้อนแล้ววางเห็ดเยื่อไผ่ไว้้า ท่านเลยไม่ทันเห็นเ้าค่ะ”ความจริงนางเกือบจะลืมหน่อไม้ไว้ในมิติพิเศษแล้วเหมือนกันดีที่วันนี้เข้าไปหยิบเครื่องปรุงรสเลยเห็นเข้าพอดี
“เ้านี่เก่งไปเสียทุกอย่างเลยนะซือซือขึ้นเขาไปวันเดียวก็ได้ของกินกลับมามากมาย แถมยังขายได้เงินมาซื้อเนื้อหมูกินอีก”นางถานนึกทึ่งในความสามารถของลูกสะใภ้คนนี้
“ข้าคิดว่าจะขึ้นเขาไปหาของป่าบ่อย ๆภายภาคหน้าพวกเราทุกคน จะได้มีเนื้อกินกันทุกวัน”
“อันตรายเกินไปเ้าขึ้นเขาคนเดียวไม่ได้ ครั้งนี้โชคดีครั้งหน้าล่ะใครจะรับรองว่าเ้าจะไม่เจอสัตว์ร้าย” ถานจ้านที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นบ้าง
“ข้าจะขึ้นเขาไปเป็เพื่อนท่านพี่เองพี่เขยท่านไม่ต้องเป็ห่วง” เซี่ยซานซานมองไปทางพี่สาวด้วยสายตาละห้อยนางอยากขึ้นเขาไปกับพี่สาวของนางใจจะขาด อยากช่วยพี่สาวหาของป่าให้ได้เยอะ ๆ
“ท่านพี่กับพี่รองอย่าลืมข้าคนนี้เสียละ”เซี่ยซือหยางไม่ยินยอม เขาไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว กะพริบตาปริบ ๆ ขอร้อง
“ไม่ได้เ้ายังเด็กอันตรายเกินไป”คำพูดนี้นางถานเป็คนเอ่ย “เ้าอยู่บ้านกับข้านี่แหละ ช่วยข้าทำงานบ้านด้วย”
“ขอรับท่านป้า”เ้าตัวน้อยทำปากขมุบขมิบ นึกไม่ออกว่างานบ้านอะไรบ้าง ที่ร่างกายน้อย ๆของเขาสามารถทำได้
“เอาละ ๆกินข้าวกันเถอะเดี๋ยวอาหารที่ซือซือทำเย็นชืดหมดเสียก่อน นางอุตส่าห์ลงมือทำอาหารต้อนรับการฟื้นของซานซานเชียวนะ” นางถานโบกมือให้ทุกคนกินข้าวได้แล้ว
มื้อแห่งความสุขนี้ทำเอาทุกคนอิ่มหนำกันถ้วนหน้ารสชาติของอาหารนั้นสุดแสนจะวิเศษ เซี่ยซือหยางเอ่ยคำว่า “ท่านพี่ ! ท่านดีที่สุด !” นับครั้งไม่ถ้วนส่วนสองแม่ลูกสกุลถานแม้ไม่ได้เอ่ยชมออกมาอีก แต่สีหน้าอิ่มเอมใจนั้นปรากฏออกมาอย่างชัดเจน เซี่ยซือซือพลอยรู้สึกปลาบปลื้มใจตามไปด้วยอาหารรสชาติธรรมดาตรงหน้า กลายเป็ของสุดแสนจะอร่อยของทุกคนภายในบ้าน
หลังกินข้าวอิ่มกันหมดแล้วเซี่ยซานซานอาสาเป็คนล้างจานเอง เซี่ยซือซือยังกังวลกับเื่น้ำที่ใช้กันอยู่ปกตินางถานเป็คนออกไปหาบน้ำที่ลำธารเข้ามาใช้ลำพังอยู่กันสองคนน้ำในถังน่าจะพอใช้ แต่พอพวกนางเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยน้ำเลยดูไม่พอสำหรับการใช้อาบ
“วันนี้พวกเราไม่ต้องอาบน้ำกันหรอกท่านพี่ให้ท่านป้าถานกับพี่เขยใช้ไปเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะเป็คนไปหาบเอง”เซี่ยซานซานออกความเห็น
“เอาอย่างที่เ้าว่าไปก่อนก็แล้วกัน”
ในความทรงจำของร่างเดิมนั้นคนในหมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่เคยพากันขุดบ่อน้ำภายในบริเวณบ้านของตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะขุดอย่างไรก็ไม่เจอตาน้ำสักทีเซี่ยซือซือลองเดินออกไปนอกบ้าน แล้ววางฝ่ามือลงบนพื้น นางมองหาทางน้ำไหลใต้พื้นรอยยิ้มปรากฏขึ้นอย่างพึงพอใจ ด้านหลังบ้านของนางถาน มีทางน้ำไหลผ่านจริงด้วย
เซี่ยซือซือกลับเข้าไปภายในบ้านตรงไปหานางถานที่ห้องนอน “ท่านแม่อยู่ในห้องหรือเปล่าเ้าคะ”
“อยู่สิเข้ามาได้เลย”
“เ้ามีอะไรหรือเปล่าซือซือ”
“ท่านแม่ข้าอยากหารือท่านเื่ขุดบ่อน้ำเ้าค่ะ”
“ขุดบ่อน้ำ ? เหตุใดถึงอยากขุดล่ะ พวกเ้าหาบน้ำกันไม่ไหวหรือ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะอาซานหาบน้ำทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่ข้าเห็นว่าหลังบ้านของท่านแม่มีความชุ่มชื้นของดินด้านล่างน่าจะมีทางน้ำไหลผ่านข้าเลยอยากจะลองขุดบ่อน้ำดูเ้าค่ะ หากเจอน้ำจริงต่อไปพวกเราไม่ต้องลำบากออกไปหาบน้ำอีกแล้วนะเ้าคะ”
“แต่ว่า”
“ข้าจะออกเงินเองเ้าค่ะ”
“เ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีกรึซือซือ”
“ย่อมต้องมีเหลืออยู่ข้าไม่โง่ใช้เงินหมดหรอกเ้าค่ะ เดี๋ยวขุดบ่อน้ำเสร็จแล้วข้าจะขึ้นเขาไปหาของป่าลงมาขายอีก ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงไป”
“เอาเถอะ ๆ เ้าอยากทำอะไรก็ทำไปหากขุดไม่เจอน้ำเสียเงินเปล่าประโยชน์ เ้าอย่ามาบ่นภายหลังก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะท่านแม่ หากขุดแล้วไม่เจอน้ำข้าจะยอมรับในโชคชะตาแต่โดยดีเ้าค่ะ” เซี่ยซือซือยิ้มทำหน้าทะเล้นไม่อยากให้นางถานต้องเครียดไปกับเื่พวกนี้
“ซือซือน้ำขิงของเ้าช่วยลดอาการไอของข้าได้ดีจริงๆ วันนี้ทั้งวันข้าไอแค่สองครั้งเอง เ้าพอจะต้มน้ำขิงให้ข้าได้อีกหรือไม่”
“ได้เ้าค่ะท่านแม่เดี๋ยวก่อนนอนข้าเอาเข้าไปให้ท่านนะเ้าคะ” เซี่ยซือซือตั้งใจหยดน้ำพุวิเศษวันละสองหยดให้แม่สามี คิดว่าภายในครึ่งเดือนอาการป่วยของนางถานต้องหายขาดอย่างแน่นอน
“ท่านแม่ท่านแน่ใจหรือว่าเป็เพราะดื่มน้ำขิงของข้า ไม่ใช่เพราะยาของท่านหมอที่กิน”นางย่อมกันไว้ดีกว่าแก้ ไม่อาจยอมรับได้ว่า น้ำขิงของตนมีสรรพคุณดีเลิศปานนั้น
“ข้ากินยาของท่านหมอในตำบลมาเป็ปี ๆอาการไอไม่เคยหายมีแต่จะหนักขึ้น พอได้กินน้ำขิงของเ้าครั้งเดียวข้ารู้สึกว่าร่างกาย เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเมื่อหมอช่วยไม่ได้ก็ใช้วิธีบ้าน ๆ ของเ้านี่แหละ”
บ้าน ๆ ที่ไหนท่านแม่นี่มันผลของน้ำพุวิเศษเชียวนะ
เซี่ยซือซือมองนางถานสลับกับนึกหน้าของลูกชายของนางไปด้วยค่อย ๆ รักษาไปทีละคนแล้วกัน ขืนหายป่วยหายพิการพร้อมกันคนที่จะสงสัยเื่นี้คนแรกคือท่านหมออวี่นั่นเอง
ตกดึกเซี่ยซือซือกำลังหลับอย่างสบายใจแต่เสียงดังเหมือนคนเดินชนอะไรบางอย่าง ทำให้นางลืมตาตื่นขึ้นมารีบเดินไปจุดตะเกียงเพิ่มแสงสว่าง เห็นถานจ้านนั่งทำหน้าเคร่งเครียดอยู่บนเตียงเพราะไม่อยากปลุกนางเลยควานหาไม้ค้ำ แต่ดันพลาดชนโน่นนี่ไปทั่ว
“พี่จ้านท่านอยากได้อะไร”
“ข้า เอ่อ” ถานจ้านเม้มปากเข้าออกเบา ๆอับอายเกินกว่าจะเอ่ยมันออกมา
“พี่จ้านท่านบอกข้ามาตรง ๆ เถอะอย่าได้อาย”
เ้ารู้อยู่แล้วยังจะทำเฉยอีก“หยิบกระโถนให้ข้าที”
“นี่เ้าค่ะเสร็จแล้วก็เรียกข้านะ”นางยื่นกระโถนให้เขาไป เปิดประตูออกไปยืนรออยู่ข้างนอกทำเป็ไม่ได้ยินเสียงน้ำที่ไหลออกมาเบา ๆ นั่น นี่มันเื่ธรรมชาติของคนยุคนี้แม้ว่าถานจ้านบอกให้นางเป็คนใช้ แต่เขาไม่เคยเรียกใช้งานนางเลยสักครั้งนี่นับว่าเป็ครั้งแรก
“เข้ามาได้”
เซี่ยซือซือรีบเปิดประตูกลับเข้าไปนางเห็นถานจ้านหันหน้าหนีไปทางอื่น ไม่กล้าสู้หน้านางด้วยซ้ำ เลยเดินไปหยิบกระโถนนำออกไปเททิ้งพร้อมล้างน้ำให้เรียบร้อย กลับเข้ามาอีกหนเห็นคนบนเตียงนอนนิ่งคล้ายว่าหลับไปแล้ว นางอมยิ้มเล็กน้อย ไม่เห็นต้องอายกันเลยเ้าเด็กนี่
[1] หนึ่งจิน เท่ากับ500 กรัม