เฟิ่งหยูได้ฟังถึงกับตะลึงกับสิ่งที่ตนได้รับตอนนี้เท่ากับว่าเขามีเวลาฝึกมากว่าคนอื่น ๆโดยเฉพาะเื่การหลอมโอสถซึ่งปัจจุบันเขาได้เรียนรู้วิธีหลอมโอสถจากท่านปู่หลงและเขายังมีคัมภีร์โอสถ์ ดังนั้นเขาขาดแค่สมุนไพรแต่ตอนนี้เขาไม่ห่วงเื่สมุนไพรที่จะต้องหาแล้วเพราะถ้าเขานำมันมาปลูกในเจดีย์ฟ้า์นี้เวลาแค่ 100 วัน เขาสามารถมีสมุนไพรอายุ 100 ปี หากเขาหาสมุนไพรหายาก อายุมากมาปลูกไว้เขาก็จะยิ่งได้สมุนไพรดี ๆ ไว้สำหรับหลอมโอสถได้ตลอดเวลาและเขายังสามารถนำบุคคลที่เขารัก อย่างพ่อ แม่และคนใกล้ชิดเขาเข้ามาบ่มเพาะภายในได้ด้วย
เขาสามารถนำผู้เฒ่าในหมู่บ้านซึ่งเป็ผู้สั่งสอนเขามาตลอดเขาคำนับเหล่าผู้าุโเป็ท่านปู่ ท่านยายเขาจึงอยู่ในตำแหน่งของหลานชายของพวกเขาอย่างแท้จริงซึ่งเป็ความคิดของเหล่าผู้เฒ่าและยายฮวา ดังนั้นเฟิ่งหยูเปรียบเสมือนมีญาติ ๆาุโเพิ่มขึ้นทีเดียว สิบคนซึ่งเขาเองก็ไม่รังเกียจที่นับผู้าุโทั้งสิบเป็เสมือนปู่ย่าตายายของเขาจริง ๆเพราะทุกคนดูแลเฟิ่งหยูดีกว่าคนในตระกูลของเขาอีกด้วยซ้ำซึ่งเขาจะต้องทดแทนพระคุณเหล่าผู้าุโอย่างไม่คิดชีวิตแน่นอน
หลังจากเวลาผ่านไปการฝึกวิชาภายในเจดีย์ฟ้า์ผ่านไป 3 วัน เฟิ่งหยูก็พบว่าปราณชีวตของเขาเริ่มเข้มข้นขึ้น ร่างกาย แข็งแกร่งขึ้นพละกำลังเต็มเปี่ยม เฟิ่งหยูออกจากเจดีย์ฟ้า์
เมื่อมอง ไปรอบๆ เฟิ่งหยูก็พบว่าเขามองหาผู้าุโใหญ่ไม่เจอวเขาครุ่นคิดและเหลียวมองสำรวจรอบๆ แต่ก็ไม่พบเจอ เฟิ่งหยูเดินตามหาไปทั่วจนกระทั่งเขาสังเกตเห็นถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่กลางเขา เฟิ่งหยูสำรวจรอบๆ ถ้ำพบว่าภาพที่เห็นดึงดูดใจเขา และทำให้เฟิ่งหยูรุดเท้าเข้าไปใกล้ในทันที
ไม่นาน เฟิ่งหยูสำรวจรอบๆถ้ำเสร็จเขาเดินมาหน้าถ้ำที่อยู่กลางเขาลูกเล็กๆ อันเต็มไปด้วยพืชไม้เขียว ชอุ่ม เฟิ่งหยูค่อยๆก้าวเข้าไปในถ้ำด้วยความระมัดระวัง เฟิ่งหยูเดินเข้าไปลึกเข้าไปเรื่อย ๆทั่วผนังถ้ำนั้นมีหินแร่อยู่มากมาย
เฟิ่งหยูเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังพลันได้ยินเสียงดังจากด้านหน้าเฟิ่งหยูจึงรีบหลบซ่อนตัวไม่นานนักเฟิ่งหยูก็พลันมองเห็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่เลื้อยผ่านหน้าของเขาไปเฟิ่งหยูแทบจะกลั้นหายใจเอาไว้ เพราะสัตว์อสูรตัวนี้มีขนาดใหญ่ และยาวมาก
แม้จะเป็เพียงระยะเวลาสั้นๆแต่ดูเหมือนยาวนานเป็อย่างมาก
“เ้างูตัวนั้นคงออกไปหาอาหารข้างนอกคงใช้เวลาชั่วระยะเวลาหนึ่งเป็แน่”
เฟิ่งหยูนิ่งคิดภายในใจจากนั้นจึงรีบออกจากที่ซ่อนและมุ่งหน้าไปยังรังของสัตว์อสูรตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
ไม่ไกลจากจุดที่เฟิ่งหยูเข้ามาเฟิ่งหยูมองสำรวจไปรอบๆ พลันเห็นสมุนไพรระดับสามและระดับสี่มากมายตามรายทางที่ผ่านมา มันอายุน่าจะราว ๆ หลายร้อยปีจากที่เฟิ่งหยูดูคร่าวๆ
เฟิ่งหยูรีบเร่งเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงจุดที่อยู่ด้านในสุดเขามองดูวัตถุขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่งตั้งตระหง่าอยู่กลางถ้ำ มันมีขนาดใหญ่ราว ๆสองเมตรเห็นจะได้ มีพลังงานเอ่อล้นออกมาจากวัตถุชินนั้น มันคือหินจิติญญาขนาดใหญ่ เป็หินจิติญญาระดับสูงเฟิ่งหยูไม่รอช้าเขารีบเก็บหินิญญาระดับสูงนี้ไว้ในเจดีย์ฟ้า์โดยทันที
หลังจากนั้นเฟิ่งหยูสำรวจโดยทั่วและได้พบกับแอ่งน้ำแห่งหนึ่งมันมีสีแดงสดใส เพิ่งหยูลองััดูปรากฏว่าเป็แหล่งพลังงานชั้นยอดในการฝึกฝนมันคือแอ่งน้ำิญญา ใช้สำหรับแช่บ่มเพาะทำให้ความก้าวหน้าเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว
“นี่คงเป็แหล่งที่เ้างูตัวนั้นใช้สำหรับบ่มเพาะเป็แน่”เฟิ่งหยูไม่รอช้า เขารีบนำไปเก็บไว้ในเจดีย์ฟ้า์ในทันที จากนั้นเฟิ่งหยูจึงเร่งรีบออกมาเก็บสมุนไพรด้านนอกอย่างเร่งรีบเขาใช้เวลาในการเก็บสมุนไพรอยู่พอสมควร
สมุนไพรทุกต้นไม่ว่าจะมีอายุเท่าไหร่เฟิ่งหยูเก็บและโยนเข้าไปในเจดีย์ฟ้า์อย่างรวดเร็วเฟิ่งหยูรีบออกมาด้านนอกอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าหากเ้างูตัวนั้นพบว่าสิ่งของที่มันหวงแหนหายไปแล้วและกลับมาพบกับเฟิ่งหยู จะเป็คราวซวยของเขาแทน เขาได้รับสิ่งของมีค่ามากมายพอแล้ว
หลังจากออกจากถ้ำเฟิ่งหยูไม่รอช้าเขารีบทำค่ายกลไว้ด้านนอกถ้ำ หากเ้างูตัวนั้นกลับมาและไม่พบของมีค่าของมันมันคงโมโหและออกตามหาเขาอย่างแน่นอน
“ข้าต้องระมัดระวังตัวหน่อยกันไว้ดีกว่าแก้”
เฟิ่งหยูตั้งค่ายกลไว้ด้านในสองค่ายกลและด้านนอกอีกหนึ่งค่ายกลค่ายกลลวงตาติดตั้งด้านนอกเพื่อยืดระยะเวลาที่เ้างูนั่นหาถ้ำของมันเจอช้าหน่อย ยืดระยะเวลาหนีให้กับเฟิ่งหยู
“ค่ายกลนี้คงทำให้ข้าได้ยืดระยะเวลาหนีได้ไม่มากก็น้อยหละ”เฟิ่งหยูพึมพำ
ค่ายกลด้านในถ้ำนั้นเป็ค่ายกลกักขังคงถ่วงเวลาให้เฟิ่งหยูหนีได้อีกเป็ระยะเวลาหนึ่งช้าสุดก็หนึ่งวันเร็วสุดก็คงเป็ครึ่งวัน จากนั้นเขาก็เร่งรีบออกห่างจากถ้ำนั้นทันทีโดยไม่หันมามองด้านหลังด้วยความรีบเร่ง
หลังจากนั้นที่เฟิ่งหยูจากไปประมาณหนึ่งชั่วยามเ้างูตัวใหญ่สัตว์อสูรระดับหก
“งูเพลิงนิล”ตัวขนาดมหึมาเลื้อยกลับมาที่ถ้ำของมันมันวนเวียนอยู่ไม่นานพลันมุดเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็วค่ายกลลวงตาของเฟิ่งหยูแทบทำอะไรมันไม่ได้เลย
หลังจากมันกลับเข้าไปในถ้ำและเห็นสิ่งที่เฟิ่งหยูกวาดไปเรียบ มันส่งเสียงคำรามเสียงดังไปทั้งป่า
“ตึง ตึง ตึง”มันฟาดหางลงกับพื้นด้วยความโกรธ ทำเอาแผ่นดินโดยรอบสั่นไหวสัตว์อสูรระดับต่ำกว่ามันรีบมุดหัว หลบเลี่ยงอย่างรวดเร็ว
เมื่อมันเลื้อยจะออกมาตามหาคนที่เอาของของมันไปมันกลับมาเจอกับค่ายกลอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ทำให้มันโกรธยิ่งกว่าเดิม
มันต้องใช้ความพยายามในการทำลายค่ายกลทั้งสองของเฟิ่งหยูอยู่นานหลังจากออกมาได้ ป่าแถบนั้นถูกเผาเรียบ ด้วยโทสะของเ้าสัตว์อสูรตัวนี้
ซึ่งเฟิ่งหยูเองก็หนีออกมาได้ไกลมากแล้วจนงูเพลิงนิลไม่สามารถตามกลิ่นของเฟิ่งหยูได้มันจึงระบายอารมณ์ของมันกับผืนป่าแถบนั้นแทน
เฟิ่งหยูตะบึงหนีอย่างไม่คิดชีวิตเขาวิ่งไปเรื่อย ๆ จวบจนตะวันตกดิน เมื่อหาที่ปลอดภัยได้แล้วเฟิ่งหยูจึงรีบกลับเข้าไปอยู่ในเจดีย์ฟ้า์ และสำรวจสิ่งของที่ได้รับมาด้วยความตื่นเต้น
“ท่านผู้าุโสมุนไพรพวกนี้ข้าสามารถปลูกที่ใดก็ได้อย่างนั้นหรือ”
“ใช่เจ้าสามารถเลือกพื้นที่ทำเป็นแปลงสมุนไพรโดยเฉพาะได้เลยเพราะเวลา และพลังฟ้าดินที่นี่หนาแน่น สมุนไพรพวกนั้นสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและคุณภาพของสมุนไพรที่ได้จะสูงกว่าที่เติบโตข้างนอกด้วย” อู่หวังฉีอธิบาย