หลังออกจากโพรงใตู้เา
บรรยากาศภายในหมู่บ้านดูเหมือนจะกลับสู่ความสงบ
แต่สำหรับหลินเซวียน
ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปแล้ว
คืนนั้น
เขานอนหลับได้ไม่นาน
เสียงกระซิบแ่เบาก็ดังขึ้นข้างหู
“ผู้ถือโคม...”
“ข้าเฝ้ารอมานานแล้ว...”
หลินเซวียนสะดุ้งตื่นทันที
ภายในห้องมืดสนิท
ไม่มีใครอยู่
ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรง
ราวกับยังได้ยินเสียงนั้นอยู่
ตลอดหลายวันหลังจากนั้น
อาการประหลาดเริ่มเกิดขึ้นบ่อยขึ้น
บางครั้ง
เขาเห็นเงาดำเดินผ่านหางตา
เมื่อหันกลับไปมอง
กลับไม่พบอะไร
บางครั้ง
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าในยามค่ำคืน
ราวกับมีใครบางคนเดินอยู่รอบวัด
แต่เมื่อออกไปตรวจสอบ
กลับพบเพียงความว่างเปล่า
และทุกครั้งที่หลับตา
เขาจะเห็นเมืองสีดำแห่งเดิม
กำแพงสูงตระหง่าน
โซ่ั์พันธนาการท้องฟ้า
ตะเกียงนับไม่ถ้วนส่องสว่างอยู่ท่ามกลางความมืด
ราวกับความทรงจำของโลกอีกใบ
หลินเซวียนไม่รู้ว่ามันคือฝัน
หรือเป็สิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริง
สิ่งเดียวที่เขารู้คือ
มีบางอย่างกำลังจับตามองเขาอยู่
่บ่ายวันหนึ่ง
เฉินเยี่ยนชิวเรียกหลินเซวียนมาพบตามลำพัง
ภายในห้องพักชั่วคราวของหอเฝ้าราตรี
โต๊ะไม้ตัวหนึ่งตั้งอยู่กลางห้อง
ม้วนคัมภีร์เก่าเรียงรายอยู่โดยรอบ
เฉินเยี่ยนชิวนั่งเงียบอยู่ด้านหลังโต๊ะ
ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“่นี้ เ้าเห็นอะไรบ้าง”
หลินเซวียนชะงัก
แต่ยังตอบตามจริง
“บางครั้งข้าเห็นเงาคน”
“บางครั้งได้ยินเสียง”
“และข้าฝันถึงเมืองสีดำอยู่บ่อยครั้ง”
เฉินเยี่ยนชิวนิ่งเงียบ
ก่อนถามต่อ
“ดวงตาของเ้ามองเห็นสิ่งใดที่คนอื่นมองไม่เห็นใช่หรือไม่”
หลินเซวียนลังเลเล็กน้อย
ก่อนพยักหน้า
“บางครั้ง... ข้าเห็นบางอย่าง”
เฉินเยี่ยนชิวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าวช้า ๆ
“บางครั้ง ผู้ที่เห็นมากเกินไป จะตายเร็วกว่าคนอื่น”
คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลง
หลินเซวียนไม่ตอบ
แต่เขาเข้าใจความหมาย
โลกใบนี้มีความลับมากมาย
และบางความลับ
อาจไม่ควรถูกมองเห็น
หลังจากเงียบอยู่พักหนึ่ง
หลินเซวียนจึงถามขึ้น
“ดินแดนตงอวิ๋นกว้างเพียงใด”
เฉินเยี่ยนชิวหัวเราะเบา ๆ
ก่อนตอบ
“หมู่บ้านแห่งนี้ เป็เพียงเม็ดทรายในทะเลทราย”
“นอกูเาแห่งนี้ ยังมีเมืองผู้ฝึกตน”
“ยังมีสำนักเต๋านับไม่ถ้วน”
“ยังมีเขตอัปมงคลที่แม้แต่หอเฝ้าราตรีก็ไม่อยากเข้าใกล้”
“และยังมีซากอารยธรรมโบราณที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินมานานนับหมื่นปี”
หลินเซวียนฟังอย่างเงียบงัน
เป็ครั้งแรกที่เขารู้ว่า
โลกกว้างใหญ่เพียงใด
คืนนั้น
เฉินเยี่ยนชิวนั่งอยู่เพียงลำพัง
ภายในห้องพัก
แสงตะเกียงส่องสว่างเหนือม้วนคัมภีร์เก่า
เขาค่อย ๆ เปิดคัมภีร์เล่มหนึ่งออก
กระดาษหลายหน้าผุพังไปแล้ว
เหลือเพียงข้อความบางส่วน
เขากวาดสายตาอ่านอย่างเงียบงัน
ก่อนชะงัก
ข้อความหนึ่งยังคงพอมองเห็นได้
“เมื่อเก้าตะเกียงส่องสว่าง...”
บรรทัดถัดไปเสียหายไปครึ่งหนึ่ง
เหลือเพียง
“ผนึกสุดท้ายจะ...”
จากนั้นข้อความทั้งหมดก็ขาดหาย
ราวกับถูกใครบางคนตั้งใจลบออก
เฉินเยี่ยนชิวขมวดคิ้ว
ก่อนปิดคัมภีร์ลงช้า ๆ
ยามดึก
ทั่วทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความเงียบ
ทันใดนั้น
กริ๊ง—
กริ๊ง—
กริ๊ง—
เสียงกระดิ่งเตือนภัยดังขึ้นอย่างรุนแรง
คนทั้งหมู่บ้านสะดุ้งตื่น
แสงไฟปรากฏขึ้นตามบ้านเรือน
สมาชิกหอเฝ้าราตรีรีบวิ่งออกจากที่พัก
สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไปทันที
เมื่อมองไปยังเชิงูเา
ในความมืด
มีเงาร่างจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหว
ทีละร่าง
ทีละร่าง
ออกมาจากทุกทิศทาง
พวกมันคือิญญาเร่ร่อน
จำนวนมากกว่าที่เคยพบทั้งหมดรวมกัน
แต่สิ่งที่แปลกที่สุดคือ
พวกมันไม่ได้มุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน
ไม่ได้โจมตีผู้คน
ไม่ได้ส่งเสียงคำราม
พวกมันเพียงเดิน
เดินอย่างช้า ๆ
มุ่งหน้าไปยังูเา
ราวกับกำลังตอบรับเสียงเรียกบางอย่าง
หลินเซวียนเปิดดวงตาแห่งกรรมโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น
ภาพที่เขาเห็นก็เปลี่ยนไป
เหนือร่างิญญาทุกดวง
มีเส้นบางอย่างเชื่อมโยงอยู่
เส้นสีดำจำนวนมหาศาล
ทอดยาวไปยังจุดเดียวกัน
ใตู้เา
ใต้ผนึกโบราณ
ราวกับผู้แสวงบุญที่กำลังเดินทางกลับบ้าน
หลินเซวียนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง
ก่อนจะเงยหน้ามองความมืดของูเาเบื้องหน้า
และในวินาทีนั้นเอง
เขาก็เข้าใจบางอย่าง
บางสิ่งใตู้เา
กำลังเรียกหาพวกมัน...