ตอนที่ 4 เซ็นสัญญา
"จะมองอีกนานไหม" เสียงของเขาปลุกให้เธอตื่นออกจากภวังค์ความคิดฟุ้งซ่านเมื่อสักครู่
"สวัสดีค่ะ หนูชื่อน้ำมนต์ค่ะ"เธอรีบยกมือไหว้คนตรงหน้าทันที พร้อมกับเอ่ยแนะนำตัว
"นั่งลงก่อนสิ"เขาผายมือเชิญให้เธอนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเขา
"ขอบคุณค่ะ"น้ำมนต์หย่อนก้นนั่งลงไปที่เก้าอี้ด้านหน้าเขา ในขณะนี้เองทั้งสองได้สบตากันในระยะชิดใกล้ ราเมศรู้สึกถูกใจใบหน้าสวยหวานนี้พอสมควร ส่วนน้ำมนต์เธอไม่คิดว่าเ้านายของเธอจะหล่อล่ำขนาดนี้ สิ่งที่เธอเห็นตอนนี้ตรงข้ามกับสิ่งที่เธอคิดมาตลอดทางอย่างสิ้นเชิง
บรรยากาศภายในห้องทำงานนี้กว้างขวางสะอาดสะอ้าน มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาทางด้านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งสบาย อากาศด้านในเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่อุณหภูมิยี่สิบห้าองศาเซลเซียส
"ชื่อน้ำมนต์เหรอ"เขาใช้ภาษากลางคุยกับเธอ
"ค่ะ"เขาพยักหน้ารับทราบ จากนั้นจึงหยิบเอกสารสัญญายื่นให้เธอเซ็น
"ทุกคนที่นี่มักจะเรียกฉันว่านายหัว"เขา้าให้เธอเรียกเขาว่านายหัวเหมือนกับลูกน้องคนอื่นๆ
"หนูทราบ พี่เพชรบอกหนูแล้วค่ะ"
"นี่เป็เอกสารสัญญาของเรา"น้ำมนต์ไม่ได้อ่านเอกสารที่เขายื่นมาให้ เธอหยิบปากกาได้ก็เซ็นชื่อลงไปทันที จากนั้นเธอก็ยื่นสัญญาฉบับนั้นคืนให้เขา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าการที่เธอไม่ยอมอ่านเอกสารก่อนเซ็น จะนำพาให้เธอลำบากใจในภายภาคหน้า
"จะไม่อ่านก่อนเซ็นสักหน่อยเหรอ"น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม นั่นจึงทำให้น้ำมนต์ยิ่งรู้สึกเกรงใจ เธอรีบส่ายหน้าให้เขาทันที
"ไม่ต้องหรอกค่ะ"ราเมศพยักหน้าโอเค เพราะคิดว่าเธอเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว ส่วนคนเซ็นก็มัวแต่ดีใจ ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุข โดยที่ไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ตัวเองจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
"ทำอะไรเป็บ้าง"น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคนตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าจะมีความสุขซะเหลือเกิน เขาหมายถึงกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันกับเธอ
"หนูทำได้หมดค่ะ แล้วแต่นายหัวจะสั่งเลยค่ะ"เธอพูดไปยิ้มไป ท่าทางน่ารักสดใสสมวัย ทำเอานายหัวหนุ่มรู้สึกพอใจยิ่งนัก
"นอนดึกหน่อยได้ไหม"ประโยคคำถามประโยคนี้แน่นอนว่าเขาหมายถึงเื่บนเตียง เพราะ่หัวค่ำ เขายังคงชอบนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานห้องนี้ ซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันของเขา
"ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา เงินเดือนตั้งแสน ให้หนูนอนสว่าง หนูก็ยอม"คนตอบคำถามไม่รู้ว่าเขาหมายถึงเื่นั้น เธอเข้าใจว่าเขาหมายถึงเื่งานทำความสะอาดบ้านทั่วๆไป แต่คนฟังนั้นกลับรู้สึกพอใจในคำตอบนี้เหลือเกิน โดยเฉพาะประโยคหลังที่พูดว่า...ให้นอนสว่างหนูก็ยอม!
"ต้องใช้ถุงทุกครั้ง...(เพื่อความปลอดภัย)"
"ค่ะ!"เขายังพูดไม่ทันจบประโยคดี เธอก็รีบตอบรับคำทันที นั่นจึงทำให้ประโยคที่เขา้าจะพูดขาดหายไป
คนพูดสื่อความหมายชัดเจน แต่คนฟังนั้นกลับไม่เข้าใจในสิ่งที่เขา้าจะสื่อ เนื่องจากประโยคเมื่อสักครู่นี้ของเขา บังเอิญเธอเหลือบสายตาไปเห็นถุงขยะสีดำที่สวมอยู่ในถังขยะ มันถูกวางอยู่มุมห้องถัดออกไปไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของเขา เธอจึงเข้าใจไปเองว่าเขาน่าจะหมายถึงถุงขยะ แต่ไม่ว่าเขาจะหมายถึงอะไร เธอก็โอเคทั้งนั้น เพราะเงินเดือนที่เขาจ่ายให้ มันมากเกินกว่าที่เธอจะคัดค้าน
"นอกจากเื่นั้น ฉันมีงานบางอย่างให้เธอช่วย"น้ำเสียงของเขาประโยคนี้ค่อนข้างจริงจังบ่งบอกว่าไม่ได้พูดเล่น เขา้าให้เธอช่วยเล่นละครเป็ภรรยาของเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณแม่
"งานอะไรคะ"ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา บ่งบอกว่าเต็มใจช่วยทุกเื่
"ฉัน้าให้เธอช่วยเล่นละครเป็เมียของฉันและเราก็รักกันมาก"เขาพูดแค่นี้ โดยที่ยังไม่ได้อธิบายถึงรายละเอียดอื่นๆ
"......." น้ำมนต์มีสีหน้างุนงงเล็กน้อย เธอกำลังคิดในใจว่า...หน้าตาดีขนาดนี้เขายังไม่มีเมียอีกเหรอ แต่เวลาต่อมาเธอก็คิดขึ้นมาได้ว่า ค่าแรงที่เธอได้รับน่าจะเป็เพราะเื่นี้ด้วยมั้ง
"เล่นละครเหรอคะ"เธอถามด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็อมยิ้ม พลางแอบคิดในใจว่า...ถ้าเธอได้มีแฟนหน้าตาดีขนาดนี้จริงๆก็คงดีน่ะสิ
"ช่วยหน่อยแล้วกัน อย่าให้ถูกจับได้เด็ดขาด"เขาต้องอาศัยความร่วมมือจากเธอ
"ตกลงค่ะ"เขาไม่ได้อธิบายว่าให้เล่นละครตอนไหน กับใคร เมื่อไหร่ นั่นจึงทำให้น้ำมนต์เข้าใจว่าทุกวินาทีที่อยู่ที่นี่ เธอต้องแสดงละครเป็เมียของเขาและเราก็รักกันมาก!
"ระหว่างเราไม่ควรมีความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น เื่นี้เธอต้องจำให้แม่น"ประโยคนี้น้ำเสียงของเขาจริงจัง บ่งบอกว่าไม่ได้พูดเล่น ซึ่งในเอกสารสัญญาฉบับที่เธอเซ็นไปเมื่อสักครู่ มีระบุไว้ชัดเจนแต่เธอไม่ได้อ่าน
"ค่ะ"ความรู้สึกที่เขาว่า...ความรู้สึกอะไร?เธอไม่เข้าใจ!แต่ก็ยอมพยักหน้าโอเคทั้งหมด
"ชั้นบนมีสองห้องนอน เดี๋ยวเธอเดินขึ้นไป้า ห้องซ้ายมือคือห้องนอนของฉัน ส่วนห้องขวามือให้เธอพักที่ห้องนั้นแล้วกัน"ฟังแล้วก็งงๆ บ้านหลังนี้ออกจะใหญ่โต ไม่มีที่พักสำหรับแม่บ้านเลยเหรอ แต่ก็ทำได้แค่งงต่อไป เธอไม่กล้าถาม เกรงว่าเขาจะหาว่าเธอเื่มาก
"มีอะไรจะถามฉันอีกไหม อีกสักพักจะได้เวลากินข้าวเที่ยงแล้ว"และแน่นอนว่าน้ำมนต์ได้สิทธิ์นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกับเขา
"เงินเดือนออกวันไหนบ้างคะ ออกให้เดือนละสองครั้งหรือว่าเดือนละหนึ่งครั้งคะ"นี่คือผลประโยชน์ของเธอ ไม่แปลกถ้าเธอจะถามตรงๆ
"เธอร้อนเงินเหรอ"เขาเลิกคิ้วสูงถาม
"ก็ไม่เชิงค่ะ ถามดูเผื่อๆไว้"เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ผู้หญิงที่รับทำงานแบบนี้ได้ ก็คงหนีไม่พ้นเื่เงิน
"ฉันจะโอนเงินให้เธอก่อนครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งจะจ่ายให้สิ้นเดือน เงินเดือนออกเดือนละหนึ่งครั้ง เหมือนกับลูกน้องและพนักงานคนอื่นๆ"เขาอธิบายให้เธอฟังอย่างใจเย็น
"ขอบคุณค่ะ"เงินครึ่งแรกถ้าเธอได้มาเธอจะโอนไปให้แม่ เพื่อให้เป็ค่าใช้จ่ายส่งน้องๆเรียน
"เธอขึ้นชั้นบนเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องของเธอ แล้วลงมากินข้าวเที่ยงกับฉัน ห้องของเธออยู่ขวามือ ให้เวลาสิบนาทีฉันจะรอ"
"ค่ะ"น้ำมนต์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่เธอนั่งอยู่ แล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องทำงานขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านตามที่เขาบอก โดยไม่ลืมที่จะแบกกระเป๋าสองใบของตัวเองขึ้นไปด้วย
ทันทีที่เธอผลักประตูเข้าไปด้านในห้อง ห้องที่เขาบอกว่าให้เธอใช้พักผ่อน
"ว้าว..."ขนาดห้องกว้างขวางใหญ่โต มีห้องน้ำในตัว ห้องแต่งตัวแยกต่างหาก มีเตียงนอนขนาดหกฟุตพร้อมกับฟูกนุ่มๆ หมอนสีขาวสะอาดใบใหญ่ ถัดออกไปไม่ไกลมีชุดโซฟาหนังขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็ครบ กลิ่นหอมอ่อนๆ ภายในห้องทำให้เธอที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางรู้สึกผ่อนคลายได้มากเลยทีเดียว
แต่เมื่อคิดได้ว่าเขาให้เวลาเธอแค่สิบนาที เธอจึงรีบวางกระเป๋าลง แล้วเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ล้างหน้าล้างตาจากนั้นจึงรีบเดินลงชั้นล่างไป
❤️❤️❤️❤️❤️