ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่75 เมจิกเชี่ยน

    มิวสิคตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวัน เธออยู่ในห้องนอนสีขาวแสนแปลกตา แรกเห็นคือประหลาดใจเจือความหวาดกลัว

    แต่แล้วหลังจากได้สำรวจเสื้อผ้าที่ใส่ตั้งแต่เมื่อวาน มันยังคงอยู่ดี ค่อยจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    “นี่เรา...หลับบนเรือของเจ้านายเหรอเนี่ย?” มิวสิคพึมพำเสียงเบา

    นั่นเป็นคำอธิบายเดียวที่เธอพอจะนึกออก

    ไม่งั้นแล้วทำไมถึงได้มานอนในห้องสีขาวแคบๆ จะบอกว่าเป็นห้องในโรงแรมก็ไม่เชิง

    ในสภาพหาวหวอด มิวสิคลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู หล่อนเดินออกมาจากห้องทั้งยังอยู่ในชุดบิกินี่สีเหลืองตัวจิ๋ว

    ครั้นเดินออกจากห้องมาหล่อนยิ่งมั่นใจว่ายังอยู่บนเรือยอร์ช

    ได้กลิ่นน้ำทะเล เสียงคลื่นกระทบบนผิวน้ำ ถัดมาคือจำได้ว่าส่วนที่ยืนอยู่เป็นห้องนอนไม่ไกลจากห้องน้ำ

    มิวสิคย่างกรายจากห้องนอนได้ไม่กี่ก้าว ก็พบกับชายหนึ่งหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่บาร์ในครัว

    คล้ายกับเห็นคนที่เข้ามา ผู้หญิงผมยาวที่อยู่ในชุดเสื้อคอกลมสีดำกล่าว

    “อ้าวมิวสิค ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง เมื่อคืนหลับสบายดีไหม”

    มิวสิคตอบสนองแทบไม่ทัน

    อะไรคือหลับสบาย...แล้วทำไมรุ่นพี่ถึงได้ใส่เสื้อผู้ชาย...

    แต่อย่างใดก็ตามเธอยังไม่ทันได้เอ่ยถาม ก็ถูกขอให้ไปอาบน้ำเสียก่อน ค่อยมาทานข้าวเช้าด้วยกัน

    มิวสิคพยักหน้ารับแบบงุนงง

    หลังจากอาบน้ำเสร็จ หล่อนนำชุดอื่นที่ใส่มาก่อนขึ้นเรือ นำมาสวมทับบิกินี่สีเหลือง ค่อยเดินไปบาร์ นั่งลงด้วยดวงตากระจ่างใส ก่อนจะถามถึงเรื่องที่ค้างคาใจเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

    “พี่เบียร์ ชุดที่พี่ใส่มันไม่ใช่ชุดที่พี่เอามาเมื่อวานนี่นา ชุดใครเหรอ แล้วเมื่อคืนฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่นอนห้องเดียวกับฉันหรือเปล่า แล้วฉันเข้าไปในห้องนั่นได้ไง”

    รุ่นพี่ดาวคณะฯ เผยรอยยิ้มกระอักกระอ่วน

    หลังจากรวบรวมคำพูดสองสามวินาที มองตาเจมส์ปริบๆ แล้วจึงให้คำตอบ “อ๋อ...นี่เป็นชุดของเจมส์น่ะ เมื่อคืนเธอนอนคนเดียว ดังนั้นไม่ต้องกังวลนะ อีกอย่างเจมส์เป็นคนอุ้มเธอไปเอง หากปล่อยให้เธอนอนอยู่ท้ายเรือ ตื่นเช้ามาคงไม่สบาย”

    นอนคนเดียว...แล้วถ้าแบบนั้นพี่ไปนอนที่ไหน

    นั่นคือสิ่งที่มิวสิคอยากถาม ทว่าหลังจากทวนคำพูดของรุ่นพี่ดาวคณะฯ ดีๆ จะทราบว่าเธอได้อธิบายคำตอบทุกอย่างชัดเจน

    มิวสิคเหลือบมองเจมส์ จ้องตาเขม็ง จนชายหนุ่มอดไม่ได้ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

    ส่วนเบียร์ก็ค่อนข้างกระอักกระอ่วน

    เหตุการณ์เมื่อคืนที่เกิดขึ้น มาเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว

    แต่อย่างใดก็ตามถึงมันจะเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ แต่เธอกลับไม่เสียใจที่มอบครั้งแรกให้เขา

    “ทานข้าวกันเถอะครับ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน” นั่นเป็นสิ่งแรกที่เจมส์เอ่ยหลังจากมิวสิคนั่งลงบนโต๊ะ

    เธอบุ้ยปาก แล้วตักข้าวเข้าปากอย่างงอนๆ แต่ถึงกระนั้นมิวสิครู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรกับเจมส์ จึงไม่ควรทำตัวงี่เง่าต่ออีกฝ่าย

    ทานข้าวเช้าจนอิ่ม เจมส์พาทั้งคู่มาส่งที่ชายหาด ระหว่างนั้นเขาพูดกับรุ่นพี่ว่า “พี่เบียร์ ถ้ายังไงย้ายมาอยู่กับผมบนเรือก็ได้นะ ผมเชื่อว่าเรือของผมดีกว่าหอพักของพี่ไม่รู้กี่เท่า”

    “เอ๋...มันจะดีเหรอ” ริมฝีปากเธอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    บางทีอาจเป็นเพราะรู้สึกดีใจ อย่างน้อยหลังจากมีอะไรกัน เขาก็ไม่ได้เงียบไปเฉยๆ แต่ยังมีความรับผิดชอบ ถึงขนาดให้มานอนบนเรือ

    “ดีสิครับ” เจมส์เดินเข้ามาสางผมให้เธอ ลูบไล้แก้มขาวเจือเลือดฝาดอย่างอ่อนโยน

    “บรรยากาศบนเรือยอร์ชดีกว่าหอพักไม่รู้กี่เท่า หลายคนอยากนอนบนเรือก็ทำได้แค่ฝัน เพราะแค่ค่าเช่าต่อชั่วโมงก็แพงมากแล้ว อีกอย่างคือ บนเรือวิวทะเลสวย อากาศถ่ายเท ไม่ต้องทนอยู่แต่ในห้องอุดอู้แคบๆ บนเรือสิดีกว่า แถมถ้าเบื่อๆ ยังตกปลาแก้เซ็งได้ด้วยนะ”

    “แล้วจะให้พี่นอนที่ไหนละ?” เบียร์ถาม

    “พี่อยากจะนอนห้องไหนก็เลือกได้เลย แต่อย่างที่รู้ว่าเรือยอร์ชของผมมีแค่ 2 ห้อง”

    “งั้นห้องของเจมส์...”

    “ได้สิครับ ถ้าพี่อยากมานอน”

    “พูดแล้วนะ”

    เบียร์อมยิ้มหน่อยนึง เขย่งปลายเท้า หอมแก้มรุ่นน้องเจ้าของถุงมือดำไปหนึ่งฟอด

    กล่าวด้วยความสัตย์จริงเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน ต่อให้มีรุ่นพี่หน้าตาหล่อเหลามาจีบ ยังคงไม่เข้าตา แต่เจมส์ต่างจากคนเหล่านั้นชัดเจน เขาเป็นรุ่นน้องที่มีความคิดและสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นประเภทที่เธอชอบ

    อีกอย่างคือเมื่อคืนมีอะไรกันแล้ว ดังนั้นการหอมแก้มจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ควรทำเพื่อแสดงความรัก

    เห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้ามิวสิคค่อนข้างไม่โอเค และพอได้ยินว่าเจมส์ชวนเบียร์มานอนบนเรือเธอถึงกลับกัดฟันกรอด

    ที่ตรงนั้นมันควรจะเป็นของเธอ!

    ได้นอนบนเรือยอร์ชสุดหรู!

    ไม่ใช่อยู่แต่ในหอพักราคาถูก!

    แต่อย่างใดก็ตามสิ่งที่วาดฝันไว้ทั้งหมด กลับถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตาโดยรุ่นพี่ที่ไว้ใจ ทั้งยังแสดงความรักกันอย่างออกนอกหน้า เห็นแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน

    “ที่ผ่านมาคงแค่แสดงสินะ มิน่าล่ะรุ่นพี่หน้าตาดีมาจีบหลายคนจีบยังไงก็ไม่ติด ที่ไหนได้เธอหวังจับคนรวยเป็นผัวนี่เอง อีดอกเอ๋ย นางงูพิษ!” มิวสิคบ่นอุบอิบในใจ ทว่าใบหน้ายังแสร้งยิ้ม ปราศจากอารมณ์เกรี้ยวกราดโดยสิ้นเชิง

    ความจริงหลังจากพูดแบบนั้นกับรุ่นพี่ไป เจมส์ไม่คิดเลยว่าวันต่อมา เธอจะบอกให้ไปช่วยขนของหน่อย จะย้ายมานอนบนเรือแน่ะ

    ในฐานะสุภาพบุรุษ แถมยังได้ครั้งแรกของเธอไปเจมส์ไม่มีปัญหาอยู่แล้วที่ให้เธอนอนบนเรือ แต่ครั้นมองเรือ'AMERIA'ที่มีห้องนอนขนาดเล็กเพียงสองห้อง ทำให้เขาครุ่นคิดถึงบางอย่าง

    เมื่อคืนหลับนอนกับรุ่นพี่ดาวคณะฯ ขอบอกตามตรงว่านอนไม่ค่อยหลับ

    ส่วนหนึ่งคงเพราะตื่นเต้นที่ได้ครั้งแรก อีกส่วนคือห้องมีขนาดเล็ก แทบจะขยับตัวไม่ได้ จึงนอนหลับได้ยาก

    หลังจากขบคิดถึงปัญหา เจมส์ได้บอกให้ทอยไปจัดการเรื่องของเบียร์ ส่วนตัวเขานั่งอยู่ท้ายเรือ เปิดหน้าหนังสือหาเรือลำใหญ่

    ใช้เวลาไปร่วมห้าสิบนาที เจมส์เจอเรือยอร์ชลำใหญ่กว่าลำเดิม เขาไม่ลังเล ถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์เสร็จ จึงดึงออกจากหน้าหนังสือทันที

    เช่นเดียวกับทุกครั้ง แสงสว่างสีฟ้าจากตรีศูลสว่างไสวทั่วลำเรือ ตามด้วยผืนน้ำแยกออก เรือสีแดงลำใหญ่เผยโฉม!

    'เรือยอร์ชแห่งโลกอนาคต 'เมจิกเชี่ยน'มันถูกสร้างขึ้นโดยดอกเตอร์ฟอร์ด ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์มากความสามารถ เรือขับเคลื่อนด้วยน้ำทะเลฯ'

    'ผลเสียด้านลบ มีความเร็วที่ค่อนข้างช้ากว่าเดิม 2 เท่า'

    เจมส์ที่ขึ้นไปบนเรือยอร์ชลำใหม่ต้องลอบยกนิ้วโป้งชื่นชมดอกเตอร์ฟอร์ด

    นี่คือเรือยอร์ชที่มีขนาดใหญ่กว่าของจอร์ส ไมรดัสชัดเจน

    หรูหรา มีระดับ เพียบพร้อมด้วยความสูงศักดิ์ ที่เห็นแล้วแทบไม่กล้าย่างกรายขึ้นบนเรือ

    มันปรากฏในหนังสือ'เจ้าหนูยอดนักตกปลา' ในขณะที่จอร์ส ไมรดัส กำลังจะสร้างเรือลำใหม่ เขาได้หาแรงบันดาลใจไม่ต่างจากพวกศิลปิน และเจ้า'เมจิกเชี่ยน'นี่แหละที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาได้สร้างผลงาน

    เมจิกเชี่ยนมีกำลังขับไม่ต่างจากอสูรกาย ด้วยเครื่องยนต์จากศตวรรษที่ 41 ต่อให้มันได้รับผลเสียด้านลบ ความเร็วก็ยังมากอยู่ดี

    ตัวเรือภายในมีทุกสิ่งทุกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทำอาหาร ตกปลา พื้นที่สำหรับเลี้ยงปลา ห้องนอนสิบห้อง ห้องน้ำส่วนตัวอีกสิบและแบบรวมอีกสาม ดาดฟ้าเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์

    ลองนึกภาพดู ตัวเรือต้องมีขนาดใหญ่โตมากแค่ไหน ถึงได้มีห้องเยอะแยะมากมายขนาดนี้ เหนือสิ่งอื่นใดแต่ละห้องมีความหรูหรายิ่งกว่า'จอมเขมือบ'

    จากที่เจมส์เดินสำรวจดูชั่วขณะหนึ่ง เขาได้พบว่า ภายในห้องนอนพวกนั้นมีเครื่องประดับจำพวกเพชรพลอย สร้อย แหวน กำไล เป็นจำนวนมาก ทุกอย่างทำจากไพลิน เพชร ทอง ทองคำขาวฯ

    เจมส์ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่เขาสามารถประเมินได้อย่างง่ายๆ ว่ามูลค่าของมันต้องมีมากมายมหาศาล

    แต่ถึงกระนั้นเขากลับไม่คิดนำออกไปขาย

    วัตถุประเภททำกำไรได้มหาศาลแต่กลับไม่รู้แหล่งที่มาแน่ชัด ผลที่ตามมาย่อมเลวร้าย ดังนั้นการเก็บมันไว้ที่นี่ เอาไว้ใส่ไปข้างนอกประดับบนร่างกายเล่นๆ จะเป็นความคิดที่ฉลาดกว่า

    แต่อย่างใดก็ตามเจมส์ไม่คิดวางทิ้งไว้อย่างนั้น ก่อนเบียร์มาถึงเขาย้ายเครื่องเพชรทั้งหมดไปไว้ในห้องห้องเดียว เวลาใช้ค่อยมาเลือกหาที่นี่

    ...

    เนื่องจาก'เมจิกเชี่ยน'มีขนาดใหญ่เกินไป เจมส์จึงไม่คิดนำมันไปจอดเทียบท่า เขาเลือกเรือลำเล็กอย่าง'AMERIA'ไปรับทอยและเบียร์

    ของที่รุ่นพี่ดาวคณะฯ นำมาด้วยมีไม่กี่อย่าง

    นอกจากกระเป๋าเสื้อผ้าและหนังสือเรียน ที่เยอะสุดคงเป็นเครื่องสำอาง

    ก็นะผู้หญิงเป็นเพศที่ต้องดูดีไว้ก่อน เครื่องหน้าต้องเยอะ ทำอะไรต้องเป๊ะ ไปไหนหน้าสดไม่ได้ ดังนั้นเจมส์จึงไม่ได้ว่าอะไร

    “เจมส์ จะพาพี่ไปเที่ยวไหนเหรอ?” เบียร์ถาม เมื่อเห็นเรือขับออกไปไกลจากฝั่งเรื่อยๆ

    ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดเสื้อชายทะเล ให้คำตอบเชิงลึกลับ “เดี๋ยวพี่ก็รู้เอง”

    เบียร์เก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะเข้าไปคลอเคลียรุ่นน้องโดยไม่ปิดบัง

    ทว่าไม่นานหล่อนต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็นเรือยอร์ชสีแดงลำใหญ่จอดอยู่กลางทะเล มันมีขนาดใหญ่โตมาก และหากพิจารณาให้ละเอียด มันมีด้วยกันถึง 3 ชั้น!

    “เจมส์...นี่มัน...”

    “เรือของผมไง ชอบหรือเปล่าครับ”

    “ชอบสิ มันหรูหรามากเลย”

    “แล้วอันนี้ละ ชอบไหม”

    เจมส์สวมสร้อยคอที่ทำจากเพชรให้จากด้านหลัง มันเป็นหนึ่งในของมีค่าจากเรือลำใหม่ ที่เขานำติดมือมาด้วย

    ดวงตาของเบียร์เบิกกว้างอีกครั้ง ถามเสียงสั่น “นี่มัน...”

    “ของขวัญไง หรือจะบอกว่าเป็นของหมั้นก็ได้ ผมไม่รู้ว่าพี่ชอบอะไรก็เลยซื้อสร้อยเพชรมา”

    “มันสวยมาก แน่นอนว่าพี่ชอบ แต่จะให้พี่ก็...”

    “ของที่ผมบอกว่าให้แล้วก็คือให้ ถ้าพี่ไม่ชอบแค่โยนทิ้ง”

    “ใครบอกว่าพี่ไม่ชอบ แค่คิดว่า...พี่คู่ควรกับมันหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

    “คู่ควรสิครับ”

    “ถ้าเจมส์ว่าแบบนั้น...ขอบใจมากนะ พี่จะดูแลมันให้ดีเอง”

    กล่าวจบเบียร์จูบริมฝีปากเจมส์อย่างดูดดื่ม กระทั่งลืมไปว่ามีทอยอยู่ด้วย