แม้ว่าศาลากลางน้ำแห่งนี้จะอยู่ในพื้นที่ของจวนแม่ทัพ แต่เสี่ยวป๋ายกลับไม่เคยย่างกรายเข้ามาเลยนับั้แ่แต่งเข้ามา
จำได้เพียงอดีตตอนที่ตนนั้นยังเป็เด็กได้เคยติดตามบิดามาจวนแม่ทัพอยู่บ้างและสระบัวแห่งนี้ก็เป็ที่ชื่นชอบของเสี่ยวป๋ายที่สุดเสี่ยวป๋ายชื่นชอบดอกบัวเป็อย่างมากและดอกบัวสีชมพูก็บานสะพรั่งเต็มสระอยู่เสมอ
ลู่เกอเคยถามนางว่าชื่นชอบดอกบัวสีชมพูหรือไม่ เสี่ยวป๋าย กลับส่ายหน้านางตอบว่าดอกบัวที่นางชื่นชอบที่สุดคือดอกบัวสีม่วงแต่ท่านแม่ชอบบอกว่าสีม่วงคือสีแห่งความรักที่เศร้าหมองผู้คนจึงนิยมปลูกดอกบัวสีชมพูหรือสีขาวเสียมากกว่า
คิดไม่ถึง สระบัวในจวนแม่ทัพเวลานี้ กลับมีแต่ดอกบัวสีม่วงสีแห่งความรักอันเศร้าหมอง บุรุษเช่นท่านมีเื่อันใดให้ต้องเศร้าหมองกับความรักได้อีกหรือ
กาลก่อน เสี่ยวป๋าย ไม่เคยคิดคล้อยตามถึงความหมายนั้นแต่เหตุใดครานี้ เมื่อเพ่งมองดอกบัวในสระนางกลับรู้สึกโศกเศร้าเสียใจและไร้เรี่ยวแรงได้ถึงปานนี้
‘จิตใจของข้าเอ๋ย เ้าจักอดทนอีกซักเดือนสองเดือนได้หรือไม่หนอเสี่ยวป๋ายได้แต่ทอดถอนใจ’
เสี่ยวป๋ายพูดคุยและร่วมดื่มชากับหลันฮวาเพียงลำพังมาสักพักเมื่อรอบพิจารณาแล้ว หญิงสาวตรงหน้าผู้นี้ช่างมีใบหน้าอ่อนหวาน น้ำเสียงนุ่มนวลพูดจาฉะฉาน นับั้แ่ร่วมสนทนากันมาไม่มีประโยคใดที่อีกฝ่ายนั้นจะเอ่ยออกมาเหน็บแนมหรือกล่าวว่าให้นางรู้สึกไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามกลับมีน้ำใจคอยหาเื่ราวสนุกๆมาพูดคุยเพื่อให้นางรู้สึกผ่อนคลายเสียมากกว่า
และเมื่อเป็เช่นนั้น เสี่ยวป๋ายก็ยอมเปิดใจให้อีกฝ่ายอยู่บ้างพร้อมทั้งลงความเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าช่างเหมาะสมกับลู่เกอ ดีแล้ว ดีแล้วเสี่ยวป๋ายได้แต่เฝ้าปลอบประโลมใจตัวเอง
เมื่อเวลาล่วงเลยมาสักพัก ทั้งคู่ก็เตรียมแยกย้ายกันกลับเรือนตนเองแต่เนื่องด้วยจากศาลาตั้งอยู่บริเวณเกือบกลางสระมีเพียงเสี่ยวป๋ายเดินนำและเป็หลันฮวาที่เดินรั้งท้าย แต่ครั้นเดินออกมาจากศาลาได้เพียงครู่เดียวเท่านั้นเสี่ยวป๋ายพลันได้ยินเสียงคนร่วงตกน้ำจากทางด้านหลัง ซึ่งนั่นก็ไม่แคล้วว่าเป็หลันฮวาที่หน้ามืดและได้ร่วงลงไปยังสระน้ำเสียแล้วนั่นเอง
เสี่ยวป๋ายพยายามร้องะโให้คนมาช่วยเหลือ และในขณะนั้นด้วยความร้อนใจ เมื่อไม่เห็นหลันฮวาโผล่ขึ้นเหนือน้ำก็คาดได้ว่าอีกฝ่ายคงว่ายน้ำไม่เป็คิดได้ดังนั้นก็รีบะโลงสระตามไปในทันที
เนื่องจากเสี่ยวป๋ายเองนั้นก็ตัวค่อนข้างที่จะเล็ก อีกทั้งชุดที่สวมใส่ก็ออกจะหนาอยู่บ้างเนื่องจากเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ทั้งคนทั้งชุดนั้นออกจะหนักไปเสียหน่อย
สองมือเล็กน้อยๆของเสี่ยวป๋าย พยายามควานหาร่างของ หลันฮวาอย่างยากลำบากและเมื่อจับมืออีกฝ่ายได้แล้ว เสี่ยวป๋ายก็ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายในการดันอีกฝ่ายให้ขึ้นสู่เหนือน้ำได้สำเร็จ
หากแต่เมื่อส่งหลันฮวาขึ้นสู่ผืนน้ำออกไปแล้วนั้น ร่างกายของเสี่ยวป๋ายก็เกิดอาการชาและไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาในทันทีก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆจมลงสู่ก้นสระ
นี่คงเป็ความเงียบงันที่สุดในชีวิตข้าแล้วกระมัง ความเหน็บหนาวปวดร้าวไปจนถึงกระดูก เื่ราวมากมายข้าควรปล่อยวางได้แล้วใช่หรือไม่
ลู่เกอ...ข้าช่วยชีวิตหญิงในดวงใจของท่านไว้ได้เชียวนะ
เื่ราวระหว่างสองสกุลที่ติดค้าง ข้าขอชดใช้ทั้งหมดด้วยชีวิตนี้เถิดนับจากนี้ ท่านกับข้า..อย่าได้ติดค้างกันอีกเลย
และแล้วทุกอย่างก็ได้ก้าวเข้าสู่ความมืดมน