เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    อนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ด หนังกลางแปลง

    ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ด หนังกลางแปลง

    มีคำกล่าวว่าหนังกลางแปลงนั้นมีเอาไว้ให้ผีดู

    หนังที่เจ้าภาพจัดบนการดูหนังไว้เจ็ดวันเจ็ดคืนในบางทีทั้งที่คนธรรมดามีจำนวนน้อยแต่ก็ยังจะมีผีหรือวิญญาณเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าที่มานั่งดูด้วย

    นับเป็นสิ่งบันเทิงสำคัญที่เป็นที่นิยมของผู้ที่ทั้งเป็นมนุษย์และภูตผี

    ทั้งอ้อยควั่นที่หวานฉ่ำถั่วต้มที่เคี้ยวมัน กับมะยมดองที่สีแดงสดใส

    ทั้งหมดเป็นอาหารของทานเล่นที่นิยมของทั้งผู้คนและภูตผีเช่นกัน

    รวมไปถึงลูกโป่งสวรรค์ที่ได้รับการผลิตจากวิชาเคมีของคนขายลูกโป่งที่ได้จากการใช้กรดกัดเซาะสังกะสี

    นับเป็นการแสดงความคิดสร้างสรรค์และความก้าวหน้าในวิชาเคมีของชาวบ้านอย่างยิ่ง

    ที่สามารถคิดค้นลูกโป่งบรรจุแก๊สได้โดยไม่ต้องผ่านการซื้อแก๊สจากทางรัฐบาลหรือสัมปทานต่างๆของทางภาครัฐหรือแม้แต่จะผ่านร้านขายของชำ

    มีข้อเสียคือลูกโป่งนั้นอาจจะระเบิดได้หากติดไฟแต่อย่างน้อยความคิดสร้างสรรค์ก็น่าชื่นชมอย่างมาก

    มีคำกล่าวว่าคนรวยในเมืองหลวงนั้นชอบมองคนจนอย่างโรแมนติกว่าเป็นคนซื่อสัตย์รักคุณธรรมแต่ขาดความรู้ต่างๆ

    แต่หากเราได้อยู่ร่วมกับพวกเขาจะรู้ว่าไม่ใช่เลย

    คนจน ชนบทต่างๆอาจจะดูเหมือนคนโง่ตามสายตาของคนเมือง

    แต่พวกเขามีวิทยาการและแนวคิดหลายอย่างเพื่อเอาตัวรอด

    และบางครั้งก็ทำตนไม่ต่างจากนิยายเรื่องมหาสงครามชิงบัลลังก์

    ที่หากว่าพี่ชายตายทั้งครอบครัวจะกดดันให้ลูกสะใภ้แต่งงานกับน้องชายต่อไปเพื่อให้มรดกของครอบครัวไม่รั่วไหลไปหาบุคคลภายนอก

    นับว่ามีแนวคิดที่ปฏิบัตินิยมอย่างยิ่งสำหรับชาวบ้าน

    ศีลธรรม จรรยา..มาที่หลังความปฏิบัตินิยมในหลายๆเรื่องๆ

    แน่นอนเราจะเป็นคนที่ตำหนิชาวบ้านที่ไม่ต้องการให้สมบัติรั่วไหลก็ใช่ที่ในเรื่องของการให้แต่งงานกับม่ายสาวสามีตาย

    หากราชาแห่งบริเตนใหญ่ยังทำอย่างนั้นได้เพื่อรักษาพันธมิตรกับสเปน

    ทำไมชาวบ้านถึงทำแบบเดียวกันไม่ได้?

    หรือแนวคิดการเสพยาแบบน้ำต่างๆที่หากดูวิธีแล้วคือการกลั่นลำดับส่วนของความรู้วิชาเคมีที่ว่าจะทำให้ได้เสพได้สะใจกว่าเดิม

    คนที่คิดประดิษฐ์คนแรกๆน่าจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์แม้จะไม่ได้เรียนวิชาเคมีอย่างเป็นทางการก็ตาม

    แต่น่าเสียดาย

    ที่พวกเขามีครบทุกอย่างทั้งความคิดสร้างสรรค์ความฉลาด ความช่างสังเกตฯลฯ

    แต่สิ่งที่ฉุดรั้งพวกเขาเอาไว้คือแนวคิดที่จะพัฒนาชีวิตตนเองให้ดีขึ้นนั่นเอง

    เพราะหากเรามีคุณสมบัติครบทุกอย่าง

    แต่เอาความสามารถและพรสวรรค์ทางเคมีของเราไปไว้สูบยามันก็เท่านั้น

    ตอบสนองกิเลสของตนเองแทนที่จะใช้มันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

    แบบเดียวกับที่มีคาถาเรียกคนตายมาได้แต่เอามานอนกับผีแทนที่จะเอามาใช้ทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์กว่านั้น

    ลูกเด็กเล็กแดงเอาเสื่อหนังสือพิมพ์ต่างๆมาทำที่นั่งล้อมรอบหนังกลางแปลง

    บางคนก็เสพกัญชาจากบ้องคุยไปหัวเราะไปโดยที่คนภายนอกมองว่าคุยอยู่คนเดียวทั้งที่จริงแล้วเขาคุยกับผีอยู่

    เด็กบางคนก็แบ่งน้ำแดงให้กับเด็กที่ได้เจอในงานดื่มด้วยกัน

    โดยไม่รู้ตัวว่าเด็กที่ขอดื่มน้ำแดงด้วยนั้นคือผี

    ว่ากระทั่งผีร้ายแค่ไหน

    แต่อย่างน้อยก่อนที่หนังจะจบ

    พวกเขาคือคนเอ๊ย ผี เอ๊ย มวลชนที่มาดูหนังกลางแปลงด้วยกันอย่างสงบ

    นับเป็นสถานการณ์พิเศษอย่างเดียวกับที่ว่าแม้แต่สองประเทศจะรบกันหนักแค่ไหนคนตายนับหมื่นนับแสน

    แต่เราต้องมีสถานที่ที่ทุกฝ่ายรักษาความสงบเอาไว้เพื่อให้เศรษฐีต่างๆมีชีวิตกันได้อย่างสงบสุข

    ต่อให้ผีฟ้าจะอยู่ตรงนี้และออกล่าเหยื่อผีฟ้าก็จะทำแค่ล่อเหยื่อออกไปที่เปลี่ยวๆมืดๆแต่จะไม่ฆ่ากันในช่วงที่มีหนังฉายอยู่อย่างเด็ดขาด

    ไม่มีใครชอบหากมีคนทำลายแหล่งบันเทิงของตนเองไม่ว่าคนหรือผีก็ตาม

    “และก่อนที่เราจะฉายเรามาขายน้ำมันดีงูก่อนนานายจ๋า”

    บาบูและบาบอนเริ่มเปิดล่วมยาออกมาก่อนที่จะมีการฉายหนัง

    โห่

    สร้างเสียงบ่นให้กับทั้งคนทั้งผีที่ตั้งตารอคอยอย่างยิ่ง