นที
วันนี้เป็วันเสาร์ผมตื่นมาใน่สายของวัน บนเตียงขนาดคิงไซท์ที่ผมกำลังนอนอยู่นี้เมื่อหันไปข้างๆ ก็กลับไม่พบใครมีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้นที่อยู่ภายในห้องนี้ ผมได้แต่นอนคิดว่าเื่เมื่อคืนนี้คืออะไร เราทั้งคู่ไม่ได้จบแค่ที่โซฟาแต่มาต่อในห้องอีกหลายรอบ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมร่างกายนี้ถึงตอบรับและสนองต่อความ้าของปราบ
ที่ว่างข้างๆ ตัวตอนนี้ไร้ซึ่งเงาเ้าของตัวต้นเื่ ผมทำได้แค่มองหมอนที่ว่างเปล่าและคิดไปไกลว่าต่อจากนี้จะเป็ยังไงควรทำยังไงต่อ หรือควรตอบรับคำของปราบ แต่แล้วตอนนี้เขาหายไปไหน?
“ควรทำยังไงกับความสัมพันธ์นี้ดี”
ผมหลับตาลงอีกครั้ง คิดเื่ของผมกับปราบวนไปวนมาอยู่หลายรอบ คนอย่างเด็กคนนั้นนะหรอจะคบกับผมจริงๆ ผมพลอยหลับไปตอนไหนไม่รู้ แต่มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเหมือนเสียงเหมือนคนขนของ
สงสัยจะมีคนย้ายเข้ามาอยู่ห้องข้างๆ แล้ว ผมลืมบอกไปว่าชั้นที่ผมอยู่เป็ชั้นที่มีเพียงสองห้องเท่านั้น แต่นั้นก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่รู้สึกเหงาไปกว่านี้
ผมลุกจากเตียงไปอาบน้ำ ถึงจะเหมือนปกติดีแต่มันก็มีความรู้สึกเจ็บทางหลังอยู่ไม่น้อย ผมอาบน้ำแต่งตัวกำลังเดินออกไปจากห้องเพื่อไปหาอะไรกินแต่ก็ต้องใกับ อาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ มันไม่ใช่อาหารที่เลิศเลอ เป็เพียงข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวธรรมดาเท่านั้นเอง แต่มันทำให้ผมยิ้มได้
“รสชาติแย่ใช้ได้”
ถึงปากจะบ่นว่ามันแย่ แต่มารู้สึกตัวก็ตอนที่ข้าวในจานหมดแล้ว ผมเอาแต่นั่งยิ้มให้กับจานข้าว เหมือนคนที่บ้าไปแล้วเพราะคนดีที่ไหนเข้ายิ้มคนเดียวกัน
ปราบ
ผมมองคนตัวเล็กที่กำลังนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของผม ต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว ผมจะไม่ยอมให้ใครเป็เ้าของใบหน้าสวยนี้นอกจากผมคนเดียว ผมลุกออกมาจากเตียง คิดเพียงว่าต้องทำอะไรซักอย่าง
“ฮัลโหล ฉันจะซื้อคอนโดใหม่ช่วยจัดการให้ฉันด้วย”
คิดไม่ผิดหรอกครับ ผมจะซื้อคอนโดนี้เพราะห้องข้างๆ นทียังว่างอยู่ เพื่อไม่ให้ใครคนอื่นเข้าใกล้ชิดนทีนอกจากผม ผมเดินกลับเข้ามาในห้องเห็นว่านทีกำลังหลับอยู่และคงไม่ตื่นง่ายๆ เพราะขนาดโดนหอมแก้วฟอดใหญ่ขนาดนนี้ยังไม่ตื่นเลยตอนนี้คงเช้าเกินไปที่จะปลุก เพราะเมื่อคืนมันหนักมากจริงๆ ผมมองนทีที่หลับอยู่พักหนึ่งก่อนจะลุกออกมาทำอาหารไว้ให้นทีเพราะคิดว่าตื่นมาต้องหิวแน่นอน
แน่นอนว่าหนุ่มเพอร์เฟคอย่างผมการทำอาหารเป็เื่ง่ายๆ อยู่แล้ว กะเพราไก่ไข่ดาวถูกว่างไว้บนโต๊ะ ก่อนที่ผมจะออกมาปล่อยให้นทีหลับอยู่อย่างนั้น เพราะเมื่อตื่นมาต้องเจอกับเซอร์ไพรส์แน่นอน
วันอาทิตย์ของผมหมดไปกับการซื้อของเข้าห้อง ผมตั้งใจทำเสียงดังเพื่อให้นทีรู้ว่าห้องข้างๆ ไม่ว่างอีกต่อไป
“ไอพลุมึงช่วยยกโซฟาหน่อยดิวะ ออกแรงบ้างไอสัส”
“กูออกแรงแล้วมึงนั้นแหละออกแแรงบ้าง”
ไอบอมกับไอพลุทะเละกันอีกแล้ว ถ้าวันไหนพวกมันไม่ได้ทะเละกันคงนอนไม่หลับแน่นอน
“ไอปราบทำไมมึงไม่จ้างคนมาจัดห้องวะ พวกกูต้องเหนื่อยเลยเนี่ย”
“แค่โซฟาตัวเดียวทำบ่น กูไม่ได้ให้มึงจัดทั้งห้องซักหน่อย” แค่โซฟาตัวเดียวทำไอพลุบ่นไปครึ่งวัน
“แล้วมึงจะเอาไงต่อ นี่พี่นทีเขารู้ยังว่ามึงย้ายเข้ามาอยู้ห้องนี้เนี่ย” ไอบอมถามผมพร้อมกับเดินไปหยิบน้ำโยนไปให้ไอพลุแล้วกระดกน้ำเข้าปาก
“กูยังไม่ได้บอก กะจะเซอร์ไพรส์พรุ่งนี้แหละ” ผมกับไอบอมไอพลุนั่งดื่มกันนิดหน่อยก่อนที่พวกมันจะขอตัวกลับไป
“กลับกันดีๆ นะพวกมึง” อย่าลืมเื่ไปค่ายอาสาวันศุกร์นี้ด้วยนะ”
ผมบอกพวกมันก่อนจะส่งพวกมันลงลิฟท์ไป ตอนนี้เป็เวลาสามทุ่มนิดๆ ไม่รู้ว่าคนห้องข้างจะหลับไปหรือยังนะ
เช้าวันนี้ผมตื่นเช้าเป็พิเศษ อากาศวันนี้ชั่งเป็ใจเสียเหลือเกิน ผมลุกจากเตียงวิดพื้นซักหน่อยเพื่อไม่ให้กร้ามหน้าท้องหายไป การออกกำลังกายตอนเช้าทำให้ร่างการมีความตื่นตัวได้ดี พอมีเหงื่อเล็กน้อยก็ถึงเวลาอาบน้ำแล้วชุดนักศึกษาถูกหยิบขึ้นมาใส่อย่างคล่องแคล้วเพราะใส้ประจำเกือบทุกวัน น้ำหอมตัวโปรดถูกฉีดลงตามจุกชีพจรทั่วร่างกาย ก่อนจะหยิบกุญแจรถคันหรูออกมายืนรอนทีอยู่หน้าประตู พอนทีเปิดประตูออกมาต้องใแน่นอน
ผมยืนรออยู่หน้าประตูห้องในมือถือเสื้อช็อปกำลังยืนพิงกำแพงอยู่ ใครมองมาตอนนี้คงต้องละลายตายเพราะความหล่อของผมแน่นอน หลงตัวเองไม่มีใครเกินจริงๆ ผมยืนรอนทีอยู่นานก็แปลกใจทำไมนานจังปกติเวลานี้นทีควรออกไปทำงานได้แล้วนิหน่า คลาสแรกเริ่ม 9โมง แต่นี่มันก็ 8โมงกว่าแล้ว ผมเอามือถือขึ้นมากดเบอร์โทรไปหาเ้าของห้องที่อยู่หน้าผมในตอนนี้
ตู๊ดดดดด ตู๊ดดดดด ตู๊ดดดดด
ตู้ด ตู้ด ตู้ด
“กรุณาฝากข้อความเสียงหลังได้ยินเสียงสัญญาณค่ะ”
นทีไม่รับสาย ผมรู้สึกแปลกๆ หรือจะโกรธเื่คืนนั้น แต่มันก็น่าโกรธอยู่หรอกเพราะเล่นหายไปเลยตลอดทั้งวันอาทิตย์ คงไม่แปลกหรอกมั่งที่จะไม่อยากรับสายผม ไม่เป็ไรยังไงก็ต้องได้เจอกันที่มหาลัยฯ
......
ผมเดินเข้ามานั่งข้างๆ ไอบอมที่ฝั่งตรงข้ามคือไอพลุ ใต้ตึกวิศวะตอนเย็นแบบนี้ เป็ที่สำหรับนั่งคุยเล่นผ่อนคลายของพวกเราอยู่แล้ว
“วันนี้พวกมึงเห็นนทีบ้างปะวะ”
“กูไม่ได้สังเกตุอะวันนี้ไม่มีเรียนกับอาจารย์สุวดี” ไอพลุตอบคำถามผม
“ไอมันจะเห็นอะไร นอกจากมองแตหญิง แต่จะว่าไปวันนี้ก็ไม่เห็นเลย”
ผมเริ่มรู้สึกแปลกหรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนทีหรือป่าว ผมลุกออกมาจากโต๊ะก่อนที่จะเดินตรงดิ่งไปที่รถเพื่อกลับมาดูนทีที่คอนโด ระหว่างท่างที่ขับรถกลับมาคอนโดผมได้แต่คิดไปไกลว่าหรือว่านทีจะหนีผมไปแล้ว
รถขับเข้ามาจอดยังลานจอดรถของคอนโดผมรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังลิฟท์ที่ว่างอยู่ ในจังหวะที่ลิฟท์กำลังเปิดออกภาพที่ผมเห็นเมื่อลิฟท์เปิดก็คือ นทีที่ตอนนี้จะยังแทบไม่ไหว
“นที!!!”
ผมวิ่งเข้าไปรับตัวนทีที่เกือบจะล้มลงบนพื้นไว้ได้ทัน นทีตัวร้อนมากผมทำอะไรไม่ถูกจึงพาตัวนทีกลับเข้ามาที่ห้องของผมผมค่อยๆ วางตัวนทีลงบนที่นอนอย่างทนุถนอม มือขึ้นไปทาบบนหน้าผากเพื่อดูว่านทีตัวร้อนมากขนาดไหน
ตอนนี้ตัวนทีร้อนเหมือนไฟ ผมจะทำยังไงดีต้องเช็ดตัว เมื่อคิดยังงั้นได้ผมก็จึงเอาผ้าขนหนูชุบน้ำเพื่อมาเช็ดตัวให้นที เช็ดตัวต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนนะ ผมถอดเสื้อของนทีออกเริ่มเช็ดจากใบหน้า หน้าผาก แก้ม ต้นคอ ไล่ลงมาที่หน้าอก ข้อมือเช็ดลากขึ้นไปยังต้นแขน ปลายนิ้วทุกนิ้วถูกทำความสะอาดจนหมด ในขณะที่เช็ดตัวให้นทีผมยอมรับเลยว่าผมเกือบห้ามใจตัวเองไม่อยู่ แต่ก็ต้องข่มใจไว้ ผมเดินเข้าไปในตู้เสื้อผ้าเพื่อหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้กับนทีก่อนที่จะลงไปซื้อยาใต้คอนโด
“สวัสดีครับ” เสียงของเภสัชกรดังขึ้นเมื่อผลเปิดประตูเข้าไป
“คือแฟนผมไม่สบายครับ ผมมาซื้อยาไปให้”
“อาการเป็ยังไงครับ”
ผมบอกอาการเบื้องต้นเท่าที่ผมเห็นให้กับเภสัชกรฟัง เพียงครู่เดียวผมก็ได้ยาพร้อมกับวิธีการกินที่เภสัชอธิบายให้ผมฟัง
“อันนี้เป็ยาที่ต้องทานหลังอาหารนะครับ แนะนำให้กินให้หมดนะครับ ถึงอาการจะหายหรือว่าดีขึ้นก็ควรกินยาให้หมดครับ”
ผมกล่าวขอบคุณเภสัชก่อนที่จะออกมาจากร้าน ผมตรงดิ่งกลับมายังห้องที่มีนทีอยู่ ตอนนี้อาการตัวร้อนของนทียังคงไม่ดีขึ้น ยาที่ซื้อมาเมื่อครู่ถูกจัดเตียมเอาไว้ก่อนที่ผมจะเดินไปปลุกนทีให้ฟื้นขึ้นมาจากพิษไข้เพื่อกินยา
“นที นที ตื่นขึ้นมากินยาก่อนนะคนเก่ง”
ผมค่อยๆ พยุงตัวนทีให้ลุกขึ้นนั่งเพื่อที่จะได้กินยาได้อย่างสะดวก ยาเม็ดค่อยๆ กรอกลงปากก่อนที่จะดื่มน้ำตาม
“หนาว หนาวมาก”
เสียงของนาทีที่พูดออกมาอย่างแ่เบา ผ้าห่มผืนใหญ่หนาถูกห่มไปบนตัวของนที แต่เหมือนมันจะยังไม่พอ นทียังคงตัวสั่นเล็กน้อย ผมโน้มตัวลงไปถามนที
“ยังหนาวอยู่หรอ”
คนตัวเล็กไม่ตอบทำเพียงพยักหน้าเป็การบอกว่าเพียงแค่ผ้าห่มยังไงพอให้หายหนาว จะทำยังไงดีห้องนี้ผมพึ่งเข้ามาอยู่ของที่ซื้อมาก็มีเพียงชุดเดียว เขาว่าเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาวน่าจะช่วยได้ ผมค่อยๆ โน้มตัวลงนอนข้างๆ นทีก่อนที่จะประคองหัวให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนก่อนที่ผมจะตะแคงตัวไปโอบกอดนทีเพื่อให้ความอุ่นของผมส่งไปคลายหนาว มันได้ผลตัวของนทีหยุดสั่น ผมลูบหัวของนทีอย่างเบามือเพื่อกล่อมให้นทีหลับ แต่ดูเหมือนเราทั้งคู่จะหลับไปพร้อมกัน
แสงแดงที่สาดเข้ามาในห้องทำให้ผมลืมตาขึ้นมา ตอนนี้นทีกำลังหลับอยู่ในอ้อมแขนของผม ก่อนที่จะประทับจูบลงบนหน้าผากขาว กอดนทีให้แน่นขึ้น ผมไม่อยากลุกไปไหนเลยอยากออยู่กอดคนตัวเล็กแบบนี้ไปตลอด