“พี่เฉิน นั่นเสียงน้องสาวซ่างกวนไม่ใช่หรือ” เ้าอ้วนจางหันมาส่งรอยยิ้มแปลก ๆ
“เราไปชวนนางมาที่นี่ดีไหม” หลิวชวนกล่าวอย่างเสนอแนะ
ในบรรดาเพื่อนวัยเด็กนอกจากสหายสองคนนี้ โจวเฉินยังมีอีกหนึ่งคนซึ่งก็คือน้องสาวซ่างกวน สตรีที่มีภูมิหลังไม่ธรรมดานั่งอยู่ที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสี่ในตอนนี้
“ไม่จำเป็ อย่าไปรบกวนนาง”
หลังกล่าวจบ โจวเฉินก็หันมาสนใจที่งานประมูลต่อไป
สำหรับบทสรุปสุดท้ายของหอกเกลียวิญญาราคาจบลงที่ 10,000 หินิญญา และผู้ที่ได้ไปก็คือสตรีบนชั้นสี่อย่างไม่ต้องสงสัย
เพราะไม่เพียงราคาที่เสนอจะสูงเกินกว่าปกติ แต่การที่นางสามารถใช้ห้องส่วนตัวบนชั้นที่สี่ได้นั้น บ่งบอกถึงภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา
ต่อให้มีความกล้า ผู้ฝึกฝนส่วนใหญ่ก็ไม่คิดจะไปสร้างความขุ่นเคือง แม้ว่านางอาจจะมิได้ตั้งใจใช้สถานะกดดันเลยก็ตาม
“ต่อไปคือกระบี่ไผ่ลมเขียว อาวุธระดับหนึ่งขั้นสูง แต่ความแข็งแกร่งของกระบี่เล่มนี้แทบไม่เป็รองอาวุธระดับหนึ่งชั้นยอดเลย” ผู้ดูแลการประมูลน่าหลันว่านเอ๋อร์อธิบายกระบี่เล่มเล็กสีเขียว พร้อมพูดถึงราคาของมันหลังจากนั้น
สำหรับคุณภาพของวิเศษในโลกการฝึกพลังแห่งนี้ แบ่งออก 5 ขั้น มีวิธีการเรียกไม่ต่างกับระดับรากิญญา นั่นก็คือ ด้อยกว่า ต่ำ กลาง สูงและชั้นยอด
ส่วนระดับในของวิเศษจะสอดคล้องกับระดับของผู้ฝึกฝน อย่างเช่นระดับหนึ่งเทียบเท่ารวบรวมพลัง ระดับสองก็คือวงล้อิญญานั่นเอง
“กระบี่ไผ่ลมเขียว 6,500 ครั้งที่หนึ่ง”
“6,500 หินิญญา เคาะครั้งที่สอง”
“6,500 หินิญญา เคาะครั้งที่สาม ขอแสดงความยินดีกับห้องหมายเลขสี่ที่ชั้นสามด้วย”
หลังจบการประมูลกระบี่ไผ่ลมเขียว จากนั้นก็มาถึงอาวุธอย่างเตาสี่ขา ธง ระฆังแล้วจบด้วยของป้องกันอย่างเกราะอ่อนและโล่
รายการต่อมาส่วนใหญ่เป็เม็ดยาที่ใช้เฉพาะในผู้ฝึกฝนรวบรวมพลัง ตบท้ายด้วยวัสดุแปลก ๆ ที่ปกติจะถือเป็ของหายากในระดับนี้
ถัดจากนั้น ก็มาถึงสิ่งที่ทำให้โจวเฉินรู้สึกสนใจ ก่อนจะไปสู่่สำคัญที่มักจะมีสมบัติ์นำขึ้นไปประมูล เพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของงานในครั้งนี้ด้วย
“ใกล้จะถึงผลเมฆอัคคีแล้วนะพี่เฉิน เ้าสนใจสมบัติ์ชิ้นนี้ไหม” สายตาของจางเหลียงจับจ้องรายการพลางอธิบาย
“ว่ากันว่าหากกลืนผลเมฆอัคคีเข้าไป มีโอกาสปลุกพลังลึกลับธาตุไฟด้วยนะ” หลิวชวนหยุดหายใจเล็กน้อย แล้วเอ่ยต่อว่า “ถึงจะมีโอกาสน้อยมาก ๆ เลยก็เถอะ แต่อย่างน้อยถ้าไม่สำเร็จมันก็เพิ่มฐานพลังให้โดยไม่มีผลข้างเคียง”
เ้าอ้วนจางกล่าวอีกว่า “ไม่ผิดหรอก แต่น่าเสียดายที่ของประเภทนี้หนึ่งคนดูดซับได้แค่ครั้งเดียวตลอดชีวิต”
“แล้วพวกเ้าไม่สนใจอะไรบ้างเลยหรือยังไง ข้าเห็นเอาแต่พูดจาชมพี่สาวน่าหลันมาตลอด”
โจวเฉินส่ายหัวให้กับสหายทั้งสองของเขา ที่จมดิ่งสู่หลุมลึกเช่นความอ่อนโยนของสตรีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
จากนั้นความสนใจของเขาก็กลับไปยังของที่ถูกนำขึ้นประมูล ซึ่งเป็ไข่ของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ดูเหมือนพลังชีวิตจวนจะเหือดแห้ง
แทบจางหายไปจนหมดเกือบจะััความมีชีวิตชีวา จากภายในนั้นไม่ได้เลย
“4,200 หินิญญา”
กลายเป็โจวเฉินที่เรียกราคาเป็คนที่สอง ถัดจากคุณชายผู้หนึ่งที่อยู่ในห้องสุดท้ายของชั้นที่สามซึ่งเป็คนแรก
“4,300”
น้ำเสียงของคุณชายหวังเปล่งดังขึ้นมาในทันที แต่คำพูดต่อมามิใช่มาจากโจวเฉิน กลับเป็คุณชายที่อยู่ภายในห้องสุดท้ายนั่น
“4,400” คุณชายคนดังกล่าวเอ่ยขึ้น จากนั้นยังพูดต่ออีกว่า “ข้าคือหลานซิง ทุกท่านโปรดให้หน้าตระกูลหลานสักครั้ง”
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่หลายคนได้ยินชื่อตระกูลหลาน บางคนที่้าเสี่ยงโชคเข้าร่วมประมูลก็เริ่มเปลี่ยนใจ
ไม่มีใคร้าทำให้ผู้มีอำนาจไม่มีความสุข แต่ทว่ามิใช่ทุกคนจะคิดเช่นนั้น
“ตระกูลหลานแล้วยังไง ข้าศิษย์สำนักชิงหยุนไม่กลัวเ้า” น้ำเสียงเยาะเย้ยดังมาจากห้องหนึ่งบนชั้นที่สาม
“ก็แค่ตระกูลหลาน หน้าตาของพวกเ้าไม่ได้มีค่าต่อหน้าตระกูลหวงของข้าขนาดนั้น” นี่คือเสียงของสตรีที่มาจากห้องส่วนตัวในชั้นที่สามเช่นเดียวกัน
“อย่าได้คิดใช้ภูมิหลังมาข่มขู่เลย นิกายสุริยะม่วงของข้าไม่ให้หน้าใครทั้งนั้น”
ในขณะนั้น ผู้ที่อยู่ในห้องส่วนตัวพากันหยิบยกภูมิหลังของตนขึ้นมา ราวกับกำลังประกาศตัวก็ไม่ปาน
หลานซิงคุณชายจากตระกูลหลานที่ได้ยินดังนั้น ทำได้เพียงกำหมัดแน่นพ่นลมฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจ
แต่เขาคงไปต่อต้านอะไรไม่ได้ เมื่อเผชิญกับขุมพลังที่ไม่ด้อยกว่าตระกูลหลานมากมายขนาดนี้
“4,500” สุ้มเสียงของโจวเฉินเปล่งดังทำลายบรรยากาศแปลก ๆ จนในที่สุดการประมูลก็ดำเนินต่อไปอย่างปกติ
ทว่าผู้ที่้าและเสนอราคาในการประมูลจริง ๆ กลับมีเพียงสามคนได้แก่ โจวเฉิน หวังหย่งและหลานซิงเท่านั้น
“4,600 หินิญญา”
“4,700”
บทสรุปสุดท้ายยังคงกลายเป็โจวเฉินที่เอาชนะไปได้ ด้วยราคาที่สูงกว่าที่ควรจะเป็อย่างมาก
“ก็แค่ไข่ที่ใกล้จะตาย เห็นแก่ที่เ้าอยากได้จริง ๆ ข้าจะทำใจกว้างสักครั้งยกให้เ้าก็ได้ ฮ่า ๆ” หวังหย่งถือโอกาสกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยจากภายในห้อง
“น่าขำชะมัด มีอย่างที่ไหนซื้อไข่ใกล้ตายที่แทบจะเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ในราคาตั้ง 9,500 หินิญญา”
“ข้านึกว่ามีแต่คนโง่ที่ยอมจ่าย ที่ไหนได้อัจฉริยะกระบี่ตระกูลโจวของเราก็ยอมจ่ายด้วยหรือนี่”
“สมแล้วกับชื่อเสียงผู้พ่ายแพ้คนแรกในการประลองนักศิลปะต่อสู้ที่ผ่านมา ไข่เน่า ๆ คู่ควรกับเ้าดี ฮ่า ๆ”
สามพี่น้องหม่าก็ยังไม่ลืมที่จะส่งเสียงเยาะเย้ย ผู้ที่ชนะการประมูลในครั้งนี้ด้วย
อันที่จริงการที่ทั้งสองที่เป็คู่แข่งไม่กล้าสู้ราคา สาระสำคัญคือการที่พวกเขามาเพราะของประมูลชิ้นถัดไปต่างหาก
และเพื่อการณ์นั้น พวกเขาจึงจำเป็ต้องรักษาทุนที่นำมาให้ได้มากที่สุด
เพราะสมบัติ์อย่างผลเมฆอัคคี ย่อมเป็ที่ปรารถนาสูงสุดในงานประมูลนี้ ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินเป็จำนวนมากในการต่อสู้ก็เป็ได้
นี่จึงเป็เหตุผลสำคัญที่ทำให้หวังหย่งที่ตั้งใจสร้างความลำบากยอมถอดใจ แม้แต่หลานซิงที่อยากได้ในตอนแรกยังยอมปล่อยผ่านไปอีกด้วย
ไข่เน่างั้นหรือ ฮ่า ๆ คนทั่วไปอาจนำไปใช้เป็วัตถุดิบในการปรุงยาบางชนิด หรือใช้ทำอย่างอื่นเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ข้าไม่เหมือนกับพวกเ้าหรอกนะ ข้าให้ชีวิตใหม่แก่มันได้
ใบหน้าของโจวเฉินเผยรอยยิ้มมุมปากขึ้นน้อย ๆ ความสุขที่ได้รับในสิ่งที่้าเขาแทบปิดไม่มิด
แท้ที่จริงแน่นอนว่า ทุกคนในงานต่างรู้จักคุณค่าของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในไข่ใบนี้เป็อย่างดี
เพียงแต่มูลค่าของมันแทบสูญสิ้นไปกับสถานะใกล้ตายไร้ทางแก้ไข แม้จะรู้สึกเสียดายแต่ผู้ที่นำขึ้นประมูลทำได้แค่นี้เท่านั้น
หากสามารถฟักไข่ดังกล่าวออกมาได้จริง ๆ คุณค่าและความหายากของมันสูงกว่าผลเมฆอัคคีอย่างเทียบไม่ติด
ความหายากของมันขนาดที่ว่า ต่อให้กวาดตามองไปทั่วทั้งจักรวรรดิ อาจหาไม่พบที่ยังมีชีวิตแม้แต่ตัวเดียว
การที่มีไข่ใบนี้หลุดเข้ามาในการประมูลได้ ชัดเจนว่าจะต้องผ่านความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว ถึงจะสามารถนำขึ้นประมูลในฐานะวัตถุดิบอย่างหนึ่งเช่นนี้
“คุณชายโปรดตรวจดูสิ่งที่ประมูลได้แล้วชำระเงิน”
ไม่ช้าคนของโรงประมูลก็มาที่ห้องส่วนตัวของโจวเฉินพร้อมคนคุ้มกัน ภายหลังการตรวจสอบไข่เสร็จสิ้น เขาก็เร่งชำระเงินจำนวน 9,500 หินิญญาทันที
ภายใต้สายตาแปลก ๆ ของสหายที่มองมายังเขา หนึ่งในนั้นก็อดใจไม่ไหวเร่งเปิดปากขึ้น
“พี่เฉิน ทำไมเ้าต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อประมูลไข่ที่ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องตายด้วยล่ะ”
“เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอกหลิวชวน เอาเป็ว่าข้าไม่ได้ขาดทุนก็แล้วกัน” โจวเฉินตอบกลับหลิวชวนด้วยรอยยิ้ม แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยความสามารถอะไร แม้จะเป็สหายคนสนิทก็ตามที
เ้าอ้วนจางที่เห็นดังนั้น ความอยากรู้อยากเห็นก็ยิ่งเพิ่มพูนยิ่งขึ้น แต่ไม่ว่าคะยั้นคะยออย่างไร สุดท้ายอีกฝ่ายก็ไม่ยอมบอก
แม้จางเหลียงจะเกิดความน้อยใจอยู่บ้าง แต่การประมูลที่กำลังเกิดขึ้นได้ดึงความสนใจกลับไปสู่เวทีอีกครั้ง
คราวนี้กลายเป็ผู้เชี่ยวชาญ ที่นำผลไม้สีแดงคล้ายเมฆที่ดูราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชนออกมา
เพียงแค่การปรากฏเผยโฉมสู่ภายนอก ความร้อนภายในโรงประมูลก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้ในโลกแห่งการฝึกฝนจะมีอีกหลายวิธีที่ใช้การโจมตีจากเปลวไฟได้ แต่หนึ่งในวิธีการที่ทรงพลังที่สุด
นอกจากได้มาโดยรากิญญาแล้ว นี่ถือเป็อีกวิธีที่จะทำให้สามารถพลังประเภทนี้ได้
เกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้น จู่ ๆ ภายในห้วงจิตสำนึกของเขาพลันััได้ถึงอะไรบางอย่าง ความรู้สึกนี้บ่งชี้ว่ามีเื่สำคัญกำลังเกิดขึ้นกับสมุนิญญาของเขา
ถูกสัตว์อสูรฆ่างั้นเหรอ รึจะเป็ฝีมือของผู้ฝึกฝนที่ลงมือ เลิกเดาดีกว่าข้าต้องไปดูเอง
โจวเฉินดันตัวลุกขึ้นเมื่อััได้ว่า การเชื่อมต่อระหว่างเขาและสมุนิญญาเ่าั้ ค่อย ๆ ถูกตัดขาดหายไปทีละดวง
อีกทั้งในความรู้สึกยังดูเหมือนว่า ้าให้เขารีบไปหาพวกมันอีกด้วย
“พี่เฉิน เ้าจะไปไหน”
“หลิวชวน เ้าอ้วนจางข้าคงต้องไปก่อน เพิ่งนึกได้ว่ามีเื่สำคัญที่ต้องทำ” โจวเฉินบอกกับเพื่อนทั้งสอง ก่อนเตรียมตัวจะจากไป
“งั้นก็ระวังตัวด้วยนะพี่เฉิน”
“พวกเ้าทั้งสองก็ด้วย ระวังเ้าหวังหย่งกับสามคนนั้นให้ดี”
กล่าวจบ เขาก็หายไปทางประตูแล้วมุ่งตรงออกไปจากโรงประมูลแห่งนี้ทันที
แต่ทว่า การจากไปครั้งนี้ไม่เพียงมีแค่สหายสองคนที่รู้เท่านั้น ในมุมลับตายังมีใครบางคนสังเกตเห็นสิ่งนี้อีกด้วย