ณ สำนักศึกษาหุบเขาเมฆาสถานที่ซึ่งขึ้นชื่อเื่ความสงบและกฎระเบียบอันเคร่งครัด เหล่าศิษย์ต่างพากันเดินจงกรมอย่างสำรวมภายใต้แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมาเป็ลำแต่บรรยากาศอันเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังมาจากลานฝึกยุทธ์
"อะไรกันน่ะ! ใครอนุญาตให้ติดป้าย 'พักผ่อนตามอัธยาศัย' ตรงลานฝึกได้!"เสียงอาจารย์หลิวผู้มีหนวดเคราสีดอกเลาและขึ้นชื่อเื่ความเข้มงวดะโลั่นด้วยความโกรธจัด
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาท่านอาจารย์คือป้ายไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกแขวนเด่นอยู่เหนือธงประจำสำนักแทนที่จะเป็คำขวัญอันศักดิ์สิทธิ์ กลับกลายเป็ข้อความเขียนด้วยลายมือหวัดๆที่อ่านแล้วชวนให้ลมจับ
"แล้วใครเอาเชือกราวตากผ้ามาขึงเต็มลานแบบนี้!พวกเ้าคิดว่าที่นี่เป็ตลาดหรืออย่างไร!"อาจารย์หลิวชี้ไปยังเชือกที่โยงระเกะระกะพร้อมด้วยผ้าเช็ดหน้าสีสดใสและถุงเท้าลายประหลาดที่ถูกตากเรียงรายอยู่
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเองฮวาเสี่ยวชีในชุดศิษย์สีขาวสะอาด แต่มีรอยเปื้อนดินทรายประปรายกำลังยืนยิ้มแป้นอยู่บนหลังคาโรงฝึก มองลงมาด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้านนางมาอยู่ที่สำนักแห่งนี้ั้แ่อายุหกขวบ ด้วยนิสัยซุกซนและไม่เคยชินกับกฎระเบียบจึงมักจะก่อเื่วุ่นวายอยู่เสมอ แม้จะผ่านมาเก้าปีแล้วความป่วนของนางก็ยังคงเป็ที่เลื่องลือในสำนัก
ในขณะที่อาจารย์หลิวกำลังจะะเิโทสะออกมาเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่ อาจารย์หลิว?"
ร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดสีม่วงเข้มเนื้อผ้าไหมชั้นดีปักลาย พยัคฆ์สีทองอร่าม กำลังก้าวเข้ามาในงานพิธีอย่างสง่าผ่าเผยทุกการเคลื่อนไหวของเขามีพลังและอำนาจแฝงอยู่ใบหน้า คมเข้ม ราวกับถูกสลักเสลา ดวงตา ดุจเหยี่ยว คู่นั้นกวาดมองไปทั่วบริเวณด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึงสันจมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป เสริมให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดู เด็ดเดี่ยวและน่าเกรงขาม ผิวพรรณสีเข้มเล็กน้อยยิ่งขับให้ความหล่อเหลานั้นดู แข็งแกร่ง และ มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาของผู้คนให้จับจ้องราวต้องมนต์
ทุกอิริยาบถของเขาบ่งบอกถึง อำนาจ และ บารมี ที่มิอาจมองข้ามได้บุคคลผู้นี้ดูสง่างามและมีรัศมีอำนาจจนทำให้เหล่าศิษย์ที่ยืนอยู่โดยรอบต่างก้มหน้าด้วยความเคารพ
ฮวาเสี่ยวชีที่อยู่บนหลังคาเองก็ชะงักไปเล็กน้อยมองบุคคลที่เพิ่งเข้ามาด้วยความสงสัย ใครกันช่างมีท่าทางน่าเกรงขามเช่นนี้?
อาจารย์หลิวรีบหันไปคารวะด้วยความเคารพ"ถวายบังคมท่าน... เอ่อ... ท่าน.."อาจารย์หลิวถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์บนอาภรณ์ของผู้มาใหม่
องครักษ์ข้างกายรีบกระซิบเตือน "จิ้นอ๋อง"
อาจารย์หลิวรีบทรุดตัวลงกับพื้นทันที"ถวายบังคมจิ้นอ๋องพะยะค่ะกระหม่อมผิดไปแล้วที่ไม่ทราบว่าท่านอ๋องเสด็จมาถึง"
อี้เฟยหลงเลิกคิ้วเล็กน้อยมองไปยังป้ายประหลาดและราวตากผ้าที่ขึงขวางลานฝึกก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปยังหลังคาโรงฝึก ที่ซึ่งร่างเล็กๆ ของฮวาเสี่ยวชียังคงนั่งมองมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ไม่มีความหวาดกลัวหรือเคารพยำเกรงเหมือนผู้อื่น
เสี่ยวชีมองบุรุษผู้นั้นอย่างพิจารณาเครื่องแต่งกายของเขาดูหรูหราและสูงส่งท่าทางก็ดูเคร่งขรึมแต่ก็มีเสน่ห์อย่างประหลาดนางไม่เคยเห็นใครที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน
อี้เฟยหลงเองก็สังเกตเห็นเด็กสาวบนหลังคาที่มองเขาอย่างเปิดเผยเช่นกันในแววตาคมกริบนั้นปรากฏร่องรอยของความประหลาดใจเล็กน้อย
"เด็กผู้นั้นเป็ใคร?" ท่านอ๋องตรัสถามอาจารย์หลิวด้วยน้ำเสียงราบเรียบสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ฮวาเสี่ยวชี อาจารย์หลิวรีบตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น"เรียนท่านอ๋อง นางคือ เสี่ยวชี นางมาอยู่ที่นี่ั้แ่อายุหกขวบ...เป็เด็กที่... มีความพิเศษพ่ะย่ะค่ะ"อาจารย์หลิวพยายามหาคำพูดที่สุภาพแต่ก็สื่อถึงความป่วนของนาง
อี้เฟยหลงพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะละสายตาจากฮวาเสี่ยวชี"ดูแลนางให้ดี" ตรัสเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินนำองครักษ์เข้าไปภายในสำนัก
ฮวาเสี่ยวชียังคงนั่งอยู่บนหลังคามองตามแผ่นหลังกว้างสง่าของบุรุษผู้นั้นด้วยความสงสัย ใครกันนะ... จิ้นอ๋อง... ช่างหน้าตาหล่อเหลาเสียจริง
ความสงสัยใคร่รู้ฉายชัดในดวงตากลมโตของฮวาเสี่ยวชีนางไม่เคยพบเห็นใครที่มีท่าทางสง่างามและมีอำนาจเช่นนั้นมาก่อนในชีวิตแม้แต่ขุนนางที่มาเยี่ยมเยียนจวนของท่านปู่ก็ยังดูแตกต่างจากบุรุษผู้นี้รัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างสูงนั้นราวกับดึงดูดสายตา นางเผลอมองตามจนกระทั่งร่างนั้นลับหายเข้าไปในตัวอาคารของสำนัก
"จิ้นอ๋อง..."เสี่ยวชีพึมพำชื่อนั้นเบาๆ ราวกับกำลังลิ้มลองรสชาติของคำ นางไม่รู้ว่า 'จิ้นอ๋อง' เป็ใครแต่จากท่าทีที่อาจารย์หลิวและเหล่าศิษย์แสดงออกก็พอจะเดาได้ว่าบุคคลผู้นั้นมีสถานะที่ไม่ธรรมดา
ความคิดซุกซนเริ่มก่อตัวขึ้นในสมองน้อยๆ ของนางสำนักศึกษาแห่งนี้ดูน่าเบื่อหน่าย เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ที่นางไม่เข้าใจการปรากฏตัวของบุคคลที่ดูพิเศษเช่นท่านอ๋อง อาจจะเป็สีสันใหม่ๆในชีวิตอันแสนจืดชืดของนางก็เป็ได้
"จิ้นอ๋อง..." เสี่ยวชีทวนชื่ออีกครั้งดวงตากลมโตเป็ประกายวาววับด้วยความสงสัยใคร่รู้นางรู้สึกราวกับว่าได้พบเจอบางสิ่งที่น่าค้นหาและน่าติดตาม
"ข้าอยากจะรู้ว่าท่านเป็ใครกันแน่!"เสี่ยวชีตัดสินใจในใจ ก่อนจะะโลงจากหลังคาอย่างคล่องแคล่วราวกับแมวโดยไม่ทันสังเกตว่าอาจารย์หลิวกำลังเดินตรงมาทางนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เสี่ยวชี! เ้ายังไม่สำนึกอีกหรือ!ขึ้นไปทำอะไรบนหลังคา! คราวนี้ข้าจะลงโทษเ้าอย่างหนัก!"เสียงตวาดของอาจารย์หลิวดังลั่น แต่ในใจของฮวาเสี่ยวชีกลับไม่ได้ใส่ใจนักความคิดของนางตอนนี้มีเพียงเื่ของ 'ท่านอ๋อง.....จิ้น อ๋อง'เท่านั้น
ฮวาเสี่ยวชีถูกอาจารย์หลิวลงโทษให้คัดลายมือบทกฎของสำนักจนข้อมือแทบหักแต่ใจของนางก็ยังคงล่องลอยไปยังบุรุษผู้มีนามว่าท่านอ๋องหนุ่มช่างหล่อเหลาสูงใหญ่ตรงใจนางเสียจริง ฮวาเสี่ยวซีนั่งเอามือค้ำคางทั้งสองข้างอย่างใจลอย
นางพยายามสอบถามเหล่าศิษย์พี่ศิษย์ศิษย์น้องถึงเื่ราวของท่านอ๋องแต่ส่วนใหญ่ก็รู้เพียงว่าเป็เชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ที่นานๆครั้งจะเสด็จมาที่สำนักเพื่อเยี่ยมเยือนอาจารย์ใหญ่
หลายวันผ่านไป ฮวาเสี่ยวชียังไม่มีโอกาสได้พบท่านอ๋องอีกเลยจนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่นางกำลังแอบปีนต้นไม้ใหญ่ในสวนหลังสำนักเพื่อหลีกหนีการคัดลายมือนางก็สังเกตเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในบริเวณนั้นบุคคลที่เดินนำหน้าในชุดสีม่วงเข้มนั้นคุ้นตาอย่างประหลาด
"ท่านอ๋อง......จิ้นอ๋อง!" ฮวาเสี่ยวชีอุทานเบาๆด้วยความตื่นเต้น นางรีบหลบหลังพุ่มไม้ใหญ่เพื่อแอบมองอย่างใกล้ชิดท่านอ๋องในระยะใกล้ช่างสง่างามกว่าที่นางเห็นเมื่อหลายวันก่อนเสียอีก ใบหน้าคมคายดวงตาที่ดูสุขุมลุ่มลึก และท่าทางที่แฝงไว้ด้วยอำนาจทำให้หัวใจดวงน้อยของเด็กสาววัยสิบห้าปีเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ท่านอ๋องและกลุ่มคนติดตามหยุดอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นที่ฮวาเสี่ยวชีกำลังแอบอยู่ท่านอ๋องเงยหน้าขึ้นมองกิ่งก้านของต้นไม้ ราวกับกำลังมองหาสิ่งใดบางอย่าง ฮวาเสี่ยวชีรีบหมอบต่ำลงด้วยความใกลัวว่าท่านอ๋องจะเห็นนาง
"แถวนี้ร่มรื่นดี"เสียงทุ้มต่ำของท่านอ๋องดังขึ้นใกล้ๆ "ข้าอยากจะพักผ่อนสักครู่"
เหล่าองครักษ์รีบจัดเตรียมผ้าปูและหมอนอิงใต้ต้นไม้ท่านอ๋องทรุดตัวลงนั่งอย่างสบายๆ หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านเสี่ยวชีแอบมองสถานการณ์อย่างใจจดใจจ่อนี่เป็โอกาสดีที่จะได้ทำความรู้จักกับท่านอ๋อง แต่จะเข้าไปทักทายอย่างไรดีล่ะ? ด้วยนิสัยซุกซนและไม่คิดหน้าคิดหลังเสี่ยวชีตัดสินใจบางอย่างขึ้นมาในทันที
นางค่อยๆ ขยับตัวออกจากหลังพุ่มไม้ปีนป่ายไปตามกิ่งไม้เงียบๆ อย่างชำนาญ ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของต้นไม้เป้าหมายของนางคือการลงไปยังกิ่งที่อยู่เหนือศีรษะของท่านอ๋อง... พร้อมกับ 'ของขวัญ' พิเศษที่นางเตรียมไว้
ด้วยความคล่องแคล่วราวกับลิงน้อยเสี่ยวชีปีนป่ายไปตามกิ่งไม้จนกระทั่งอยู่เหนือศีรษะของท่านอ๋องอย่างเงียบเชียบนางมองลงไปยังบุรุษรูปงามที่กำลังอ่านหนังสืออย่างตั้งใจแสงแดดยามบ่ายส่องลอดใบไม้ลงมาต้องใบหน้าคมคายของเขาทำให้เสี่ยวชีรู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกด