ผ่านไปสามวัน นนท์จัดแจงเรื่องราวต่างๆในสำนักแล้วเสร็จ ทั้งยังกลั่นโลหิตตนเองอีกยี่สิบเอ็ดหยด เวลานี้โลหิตล้ำค่าของนนท์เทียบเคียงได้กับมังกรแดงที่โตขึ้น
" หากเรามีขั้นพลังที่สูงขึ้นโลหิตที่กลั่นได้ก็จะมีพลังมากขึ้น " นนท์พึมพำ
" ไปหาพี่เหอ และพ่อตาเจ้าเมืองดีกว่า " นนท์ชวนห้าภรรยาออกไปเที่ยวนอกสำนัก
" สามีเราจะไปโดยวิธีใด ข้าจะให้ศิษย์ไปเตรียมไว้ " หลางจี้เสวี่ยถามนนท์
" ไม่ ข้ามีวิธีเดินทางแบบพิเศษ " นนท์บอกหลางจี้เสวี่ย
" จะไปโดยวิธีใด " หลางจี้เสวี่ยยังงุนงง นนท์ยิ้ม นนท์พาทั้งห้าภรรยาเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม แล้วกำหนดจิตไปที่ป่าใกล้เมืองจาง
" ถึงแล้ว " นนท์บอก หลางจี้เสวี่ยยังทำหน้างุงงง
เมื่อทั้งหกออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยม หลางจี้เสวี่ยและหลิงซือซือต่างตะลึง
" สามี ท่านทำได้เช่นไร " หลางจี้เสวี่ยสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
" เพราะพลังของเจดีย์แปดเหลี่ยม ทำให้เราเดินทางได้เพียงพริบตา ทั้งยังปลอดภัยยิ่งนัก " นนท์ตอบหลางจี้เสวี่ยที่ยังคงสงสัย
" คารวะองค์หญิงและราชบุตรเขย " ทหารยามหน้าประตูค้อมกาย
" อืม " จูเม่ยเสียนพยักหน้า นนท์ยื่นหินปรานปฐพีให้กับทหารยามเหล่านั้น และลอบสังเกตุขั้นฝึกฝน
ขณะที่เดินเข้ามาในเมือง " เสียนเอ๋อร์ท่านพ่อตาแจกโอสถรวมปรานให้กับกองทหารฝึก เวลาเพียงไม่นานกองทหารแข็งแกร่งขึ้นมาก " นนท์บอก
" ไปหาพี่เหอก่อนดีกว่า " นนท์นำห้าภรรยาไปที่บ้านของหวังเหอ
" พี่เหอ อาซ้อ " นนท์ทัก
" ฮ่าๆๆ น้องนนท์เจ้ามาแล้ว " หวังเหอเดินเข้ามากอดนนท์ สายตาจ้องมองไปที่ห้าภรรยาของนนท์ ดวงตาเบิกกว้าง " เจ้าสำนักหลาง " หวังเหอพึมพำ
" พี่เหอ อาซ้อ นี่เป็นภรรยาทั้งห้าของข้า " นนท์แนะนำห้าภรรยาของตน
" เสวี่ยเอ๋อร์ เย่เอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ ซือเอ๋อร์ คารวะพี่ชายพี่สะไภ้สามี " ห้าภรรยาย่อตัวเพื่อทำการคารวะหวังเหอและหวังลี่ชุน
" ฮ่าๆๆ น้องนนท์เจ้านี่ เจ้าพาแต่น้องสะไภ้มาให้ข้า แล้วไม่มีหลานให้ข้ารึ " หวังเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม นนท์กับหวังเหอนั้นได้กล่าวสาบานเป็นพี่น้องบุญธรรมกันนานแล้ว
" น้องสะไภ้ทั้งห้าของข้านี่ ช่างงดงามจริงๆ สาวงามล่มเมืองแห่งแคว้นเหลยเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน สามในหกสาวงามแห่งแคว้นเหลยยุคนี้
และหนึ่งสาวงามที่เพิ่งปรากฎ น้องนนท์ เจ้ายังคิดจะมีสาวงามเพิ่มอีกรึไม่ " หวังสี่ชุนกล่าวชื่นชมห้าภรรยา และเหน็บนนท์ นนท์ได้แต่ยิ้มเจื่อน
" พี่เหอ อาซ้อ ท่านสร้างบ้านหลังใหญ่ขึ้น ช่วงที่ผ่านมารายได้คงมากมายยิ่งนัก " นนท์กล่าวพร้อมกับอมยิ้ม
" น้องนนท์เป็นเพราะเจ้า ส่วนแบ่งจากยอดขายโอสถรวมปรานนั้นมากมายยิ่งนัก " หวังเหอกล่าว
" พี่เหอพาข้าไปที่ห้องลับ " หวังเหอลุกพานนท์ไปที่ห้องลับ นนท์ได้ติดตั้งค่ายกลเร่งเวลา
และได้ติดตั้งค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน พร้อมบอกวิธีใช้งาน นนท์ได้ให้เลือดล้ำค่าหกหยดแก่หวังเหอและหวังลี่ชุน
" พี่เหอ อาซ้อท่านหลอมเลือดล้ำค่านี้เถิด ข้าจะพิทักษ์ให้ " นนท์บอก
เมื่อหวังเหอหลอมเลือดล้ำค่าของนนท์เสร็จ ขั้นฝึกตนทะยานไปที่ราชันย์เทวะขั้นที่สาม ส่วนหวังลี่ชุนไปอยู่ที่เทวะขั้นที่แปด ทั้งสองดีใจเป็นอย่างยิ่ง
นนท์เดินออกมานอกห้องได้ทำการติดตั้งค่ายกลสังหารและบอกวิธีการใข้ นนท์ยื่นโอสถฝึกกายจิต หญ้าวิญญาณ น้ำจากน้ำพุวิญญาณ
ผลึกจันทราโดยได้กำชับว่าให้ปิดเป็นความลับอย่าได้แพร่งพรายไปโดยเด็ดขาด เพราะจะนำหายนะมาสู่ตน
" เสียนเอ๋อร์ไปพบบิดาเจ้า " นนท์พาสี่ภรรยาเข้าไปในเจดีน์แปดเหลี่ยม แล้วเดินทางไปที่วังของพ่อตา
ถึงหน้าวัง " คารวะองค์หญิงและราชบุตรเขย " ทหารยามค้อมตัวทักทาย
" อืม " จูเม่ยเสียนพยักหน้าแล้วจึงพานนท์เข้าไปในวัง
องครักษ์ที่อยู่หน้าวังต่างวิ่งมาคารวะองค์หญิง โดยเฉพาะนนท์ที่ตกเป็นเป้าหมายของเหล่าองครักษ์ เพื่อหวังว่าจะได้ของติดไม้ติดมือ
" ลำบากพี่ชายทั้งหลายแล้วที่ต้องเสี่ยงชีวิตทุกวัน " ว่าแล้วนนท์จึงยื่นแหวนมิติให้เหล่าองครักษ์
เหล่าองครักษ์รับแหวนแล้วหยดเลือดใช้งานพลางเปิดดูสมบัติในแหวน ต่างดวงตาเบิกโพลง
" นี่มัน หินปรานปฐพีมากถึงหนึ่งพันชั่ง โอสถรวมปรานหนึ่งร้อยเม็ด โอสถฟื้นฟูร้อยเม็ด โอสถรักษาร้อยเม็ด " เหล่าองครักษ์ต่างแข็งค้าง
" ขอบคุณอาจรย์โจว ไม่ใช่ ราชบุตรเขย " องครักษ์ต่างขอบคุณนนท์ยกใหญ่
" พระบิดาเราอยู่รึไม่ " จูเม่ยเสียนถามองครักษ์
" น้องหญิง " เสียงลอยทักมา
" คารวะท่านพี่ " องค์ชายสี่หรือจูเว่ย เดินมาทัก
" คารวะองค์ชายสี่ " นนท์กล่าวทักเป็นพิธี เพราะรู้สึกว่าองค์ชายสี่ผู้นี้เป็นคนลึกลับ
" ยินดี น้องเขย นัองหญิงเจ้าอยากพบพระบิดารึ " องค์ชายสี่ถามน้องหญิงของตน องค์ชายสี่พาจูเม่ยเสียนและนนท์เข้าไปในวัง
ที่ห้องว่าราชการ " องค์ชายสี่ องค์หญิง และราชบุตรเขยเสด็จ " เสียงของกงกงดังลั่น เมื่อองค์ชายและองค์หญิงกล่าวคารวะบิดาตนเสร็จ
" คารวะท่านเจ้าเมือง องค์รัชทายาท องค์ชายสอง " เมื่อคารวะเจ้าเมืองเสร็จ นนท์จึงทำการคารวะเหล่าขุนนางต่อ
" ท่านพ่อตา นี่เป็นโลหิตล้ำค่ามังกรทองวัยเยาว์ขอรับ " เมื่อนนท์พูดจบเสียงอื้ออึงลั่นห้องว่าราชการ
นนท์เปิดขวดหยก โลหิตล้ำค่าสีทองของตนลอยออกมาจากขวดหยก หมอกควันสีทองปกคลุมไปทั่วห้อง
แรงกดดันระดับจักรพรรดิ์เทวะแผ่กระจายทุกคนในห้องถึงกับอึดอัดหายใจลำบาก บางคนที่ขั้นฝึกตนต่ำถึงกับกระอักเลือด
โลหิตล้ำค่าสีทองสามหยดแผดกลิ่นอายของมังกรทอง โลหิตล้ำค่าสีทองสาดส่องแสงสีทองกำจายรัศมีเรืองรองไปทั่ว
" โฮก " เสียงคำรามของมังกรทองทำเอาผู้ที่อยูในห้องถึงกับเข่าอ่อน พลันกลุ่มหมอกควันสีทองควบรวมแปรเปลี่ยนเป็นร่างเงามังกรทองสามตน ลอยวนเวียนอยุ่ในห้องว่าราชการ
ทุกคนในห้องว่าราชการหน้าซีดขาสั่น ทำอะไรไม่ถูกเกรงว่าร่างเงามังกรทองจะขยี้ตน นนท์เห็นดังนั้นจึงเรียกโลหิตล้ำค่าสามหยดเก็บลงในขวดหยก
" หวังว่าโลหิตล้ำค่าสามหยดนี้จะถูกใจท่านพ่อตา " นนท์ยื่นขวดหยกให้พ่อตาเจ้าเมืองที่ยังตัวสั่น
" ลูกเขยตัวแสบ เจ้าบอกข้าว่าเจ้ามีเพียงสามหยด แต่บุตรชายของข้ามีสามคน เจ้าจะให้ข้าแบ่งให้คนละหยดรึ " พ่อตาเจ้าเมืองกล่าวทั้งที่ตัวยังสั่นราวลูกนกตกกน้ำ
" ท่านพ่อตา ข้าได้เตรียมไว้แล้ว นี่เป็นส่วนขององค์รัชทายาท องค์ชายสอง องค์ชายสี่ ขอรับ " นนท์ยื่นแหวนมิติที่ภายในบรรจุ หินปรานปฐพีนับล้านชั่ง โอสถต่างๆอย่างละนับพันเม็ดให้สามองค์ชาย
" ท่านพ่อตา ห้องลับที่ข้าให้ท่านสร้างเสร็จรึยังขอรับ " เจ้าเมืองพานนท์ไปที่ห้องลับ เมื่อถึงห้องลับ นนท์ได้ติดตั้งค่ายกลเร่งเวลา และค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน
" ลูกเขยตัวแสบ ค่ายกลทั้งสองดียังไง " พ่อตาเจ้าเมืองถาม
" ท่านพ่อตา ค่ายกลเร่งเวลานั้น หากเราอยู่ในค่ายกลห้าชั่วยาม จะเท่ากับเวลาด้านนอกหนึ่งชั่วยาม
ส่วนค่ายกลตัฟ้าดินเมื่อเปิดใช้งานค่ายกลตัดฟ้าดิน ขั้นพลังจะไม่ถูกกดดไว้เพียงราชันย์เทวะขั้นที่เก้า เราจึงสามารถหะลวงพลังขึ้นไปที่ขั้นจักรพรรดิ์และทะลวงพลังขั้นที่สูงกว่าได้ " นนท์กล่าวจบ
นนท์เปิดค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน นนท์ได้อธิบายวิธีเปิดใช้งานทั้งสองค่ายกลให้ทุกคนในห้องฟัง
" ลูกเขยตัวแสบเจ้าอยู่ที่ขั้นพลังจักรพรรดิ์เทวะแล้วรึ ลูกหญิงด้วย " เจ้าเมืองตกใจ นนท์และจูเม่ยเสียนยิ้ม
" ท่านพ่อตา ค่ายกลทั้งสองนี้ขอให้เก็บเป็นความลับนะขอรับ " นนท์ย้ำ
" ได้ ข้าจะเก็บเป็นความลับ " เจ้าเมืองย้ำหนักแน่น
" ท่านพ่อตา รัชทายาท องค์ชายทั้งสอง ข้าว่าท่านหลอมโลหิตล้ำค่าเถิด ข้าจะคอยพิทักษ์ให้ " นนท์กล่าว
เมื่อหลอมโลหิตเสร็จสิิ้น เจ้าเมืองทะลวงขั้นพลังมาอยู่ที่จักรพรรดิ์ รัชทายาทและองค์ขายทั้งสองอยู่ที่ราชันย์เทวะ
" ค่ายกลตัดฟ้าดินยอดเยี่ยมยิ่งนัก เสียดายที่เอาไว้ใช้เพียงอย่างเดียว " เจ้าเมืองพึมพำ
" ท่านพ่อตายังใช้ได้อีกอย่าง หากประมือในค่ายกลนี้จะสามารถใช้พลังได้เต็มที่ขอรับ " นนท์กล่าว
" ท่านพ่อตา โอสถต่างๆหมดรึยัง " นนท์ถาม
" ข้านึกว่าเจ้าจะมิถาม " นนท์จึงยื่นแหวนมิติให้กับเจ้าเมือง
" ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้าที่เขาอสูรเขตกลางนั้น ได้ปรากฎสิ่งสืบทอดเหล่าผู้ฝึกตนจึงพากันไปที่นั่น ข้าว่าเจ้าน่าจะพาเสียนเอ๋อร์ไปดู " เจ้าเมืองบอก นนท์และจูเม่ยเสียนต่างอมยิ้ม
" เจ้ายิ้มอันใด " เจ้าเมืองสงสัย
" พระบิดา สิ่งสืบทอดนั้น ท่านพี่ของเสียนเอ๋อร์เป็นผู้สร้างขึ้นเจ้าค่ะ " จูเม่ยเสียนบอกบิดา ทุกคนในห้องลับพลันแข็งค้าง
" เป็นเรื่องจริงรึ " พ่อตาเจ้าเมืองเสียงสั่น
" ท่าพ่อตาท่านอยากได้รึไม่ " นนท์ถาม
" ลูกเขยตัวแสบไม่น่าถาม อ้อ มีอีกอย่างหนึ่งเหตุใดเจ้าไม่พาภรรยาที่เหลือของเจ้ามาพบข้าด้วย
ข้าเป็นพ่อตาของเจ้า ก็เท่ากับว่าข้าเป็นพ่อของเจ้าด้วย " พ่อตาเจ้าเมืองอยากเห็นภรรยาของนนท์
" ท่านพ่อตาเมื่อถึงเวลาท่านจะได้เจอพวกนางทุกคน ข้าอยากได้อาคารหลังหนึ่งไว้สร้างสิ่งสืบทอด " นนท์กล่าว
" พระบิดา ข้าจะพาน้องเขยของข้าไปเลือกอาคาร " องค์รัชทายาทเสนอตัว
" น้องเขย เชิญ " รัชทายาทนำนนท์ออกไป
" รัชทายาท รบกวนแล้ว " นนท์กล่าวอย่างสุภาพ รัชทายาทพานนท์เดินเลือกอาคารในบริเวณวังนนท์เลือกเป็นด้านหลังของวัง
" รัชทายาท หลังนี้แหละ " นนท์บอก รัชทายาทจึงสั่งการให้ทหารตามเสด็จเก็บกวาดอาคาร
" เริ่มกันเลย " นนท์นำดินจากแปลงปลูกสมุนไพรในเจดีย์แปดเหลี่ยม มาผสมกับดินด้านนอก แล้วนำไปวางไว้ในอาคารพร้อมกับหว่านเมล็ดสมุนไพรล้ำค่ามากมายพร้อมติดตั้งค่ายกลเร่งเวลา และวางค่ายกลทดสอบ
นนท์นำเอาอาวุธหลายระดับวางไว้ในค่ายกลทดสอบ ตำราวิชาต่างๆ พร้อมนำแท่งหินขนาดเล็กวางลงและได้ฝังจิตทัศนะลงในแท่งหิน วางค่ายกลทดสอบที่หน้าทางเข้าเป็นอันเสร็จสิ้น
" ลูกเขยตัวแสบ เจ้าเป็นผู้ใด อาจารย์ของเจ้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ท่านไหนถึงสอนเจ้าได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " เจ้าเมืองสงสัยในตัวของนนท์
" ท่านพ่อตา เมื่อถึงเวลาข้าจะบอกท่านเอง " นนท์กล่าวปฏิเสธ นนท์เริ่มวางค่ายกลสังหารไว้ป้องกันวัง พร้อมบอกวิธีใช้
เมื่อพูดคุยกันจนหนำใจทั้งพ่อตาและพี่ภรรยา นนท์และจูเม่ยเสียนจึงออกมาจากวัง ทั้งคู่หาที่ลับตาแล้วเข้าไปที่เจดีย์แปดเหลี่ยม
" พรุ่งนี้ข้าว่าจะไปทดสอบเลื่อนระดับอาจารย์หลอมโอสถ " นนท์บอกห้าภรรยาหลังเสร็จศึกที่น้องหญิงเล็ก ใช้รอยแยกที่สวยงามสยบมังกรน้อยเอาไว้และนอนอยู่บนตัวของนนท์