ตอนที่แปดสิบหก ไร้ซึ่งมลทินมัวหมอง
“ไม่ต้องพูดมาก ทำงานให้เสร็จไวไวแล้วค่อยไปทำอย่างอื่น”
ผมกล่าวตอ่ไอห้อยไอ้โหน
“จ้าลูกพี่”
พวกเราควบม้าเดินทางไปตามที่เราต้องการแบบไม่ใส่ใจคนที่สัญจรไปมาด้วยเท้าตามทาง
เพราะผมคือไอ้เจิดลูกชายกำนันไม่ต้องสนกฎจรจรใดใดเมื่อผมเป็นเจ้าของตลาด
ช่วงที่ผมต้องไปบำเพ็ญเพียรสร้างตบะรักษาศีลอยู่หลายวันนั้นก็อาศัยไอ้ห้อยไอ้โหนและเจ็กฮงเป็นผู้ช่วยดูแลทางการเงิน
ประดุจดั่งไวยาวัจกรช่วยทำหน้าที่ดูแลด้านการเงินแทนพระ
เพาะสร้างนิสัยให้ประชาชนทั่วไปคิดว่า
“ขอเพียงพระเป็นคนดีไม่จับเงินแต่ไวยาวัจกรจับเงินทำเรื่องราวต่างๆแทนพระถือว่าพระนั้นมีศีลธรรมครบถ้วนดีแล้ว”
แบบเดียวกับพ่อแม่ใช้ไอ้แดงให้เอาถุงที่มัดหนูหลายตัวรวมกันเอาไปถ่วงน้ำ
เพราะพ่อแม่ไม่ต้องการเห็นการฆ่า ไม่ยินดีในการฆ่าและไม่ได้ฆ่าโดยตรง
โดยใช้ไอ้แดงมันไปทำจะได้ไม่เห็นเวลาที่ถุงหนูนั้นจมน้ำหรือขาดอากาศหายใจจนตายไปทั้งถุง
ก็คิดว่าตนเองไร้บาป ไร้มลทินดีแล้ว
ทั้งที่คนมีสติปัญญาก็คิดหน่อยได้ว่า
หากเป็นตามกฎหมายน่ะ
คุณคือผู้ใช้หรือตัวการร่วมที่ทำให้ความชั่วหรือการกระทำผิดกฎหมายนั้นเกิดขึ้น
แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
กฎแห่งกรรมหรือเวทย์นั้นย่อหย่อนกว่ากฎหมายที่ทุกคนมองว่าเป็นกฎของคนชั่วอีกด้วยซ้ำ
ว่าผมไม่สัมผัสเงิน
แต่ยังสามารถใช้ไอ้ห้อยไอ้โหนและเจ็กฮงตอบสนองความต้องการของผมได้อย่างไม่ผิดคลำแต่ประการใด
“เจ้าอาวาสไม่ได้โกงลูกศิษย์ของท่านโกงเอง”
คนที่พยายามป้องกันท่านเจ้าอาวาสเช่นนั้นอีกความหมายหนึ่งคือคนที่กล่าวหาว่าลูกศิษย์ของท่านหลอกลวงท่านเจ้าอาวาส
โดยเจ้าอาวาสไม่ได้รู้เห็นกับการกระทำนั้นๆด้วย
ระหว่างซีอีโอกับผู้จัดการแผนกในบริษัท
เราคิดว่าใครมีอำนาจสั่งการใครได้?
แต่ท่าทางคนกำหนดกฎเกณฑ์คลำหรือกฎของจักรวาลในด้านเวทย์นี้ค่อนข้างย่อหย่อนอย่างมาก
ราวกับว่าเป็นกฎของจักรวาลที่สร้างมาเพื่อให้คนรวยมีอำนาจไม่ต้องรับผิดชอบกับการกระทำความชั่วร้ายทุกอย่างที่ทำลงไป
แต่ให้ไอ้พวกลูกน้องนั้นตกนรกหมกไหม้กันไปเพราะเจ้าอาวาสหรือเจ้านายนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใย
ไร้มลทินมัวหมองและคำครหาใดใดทั้งสิ้น
เป็นที่มาของการที่ระดับสส.แม้จะด่าว่าฟ้องร้องกันแค่ไหน
ก็ยังนับว่าซอฟต์กว่าระดับท้องถิ่นที่ไล่ยิงกันแบบป่าเถื่อนอย่างมาก
คนมีอำนาจหรือคนรวยที่ได้รับการปกป้องจากสถานะทางสังคม
ไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องนี้ว่าระดับสส.นั้นปลอดภัยกว่าท้องถิ่นอย่างมหาศาล
ในห้องเช่าของพ่อกำนันที่เปิดในตลาด
ได้จัดเป็นที่ประชุมทางเศรษฐกิจหรือการเล่นแชร์
ได้มีคนมาออกันจำนวนมาก
“เอ้า เอ้าพวกลื้อรับบักคิวแล้วไปต่อตามคิวหน่อ”
เจ็กฮงได้แจกบัตรคิวคนเล่นแชร์กันอย่างขยันขันแข็ง
จากที่คิดว่าจะมีแค่ไม่กี่คนในตลาด
ตอนนี้เริ่มกลายมาเป็นนับร้อยคนแล้วจนต้องไปขอเก้าอี้มาเพิ่มจากหลวงพ่อในวัดและให้เงินช่วยทำบุญขอใช้ค่าเก้าอี้ไปบ้าง
ผมสามารถสั่งให้ซื้อเก้าอี้ใหม่เพิ่มได้
แต่ผมคิดว่าการแบ่งเงินให้หลวงพ่อท่านบ้างก็ไม่เลวตามหลักวัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่งที่เราเคารพกันเสมอมา
การเอาวัดมาปกป้องตัวผมเองเสมอก็เป็นเรื่องที่ดี
เพราะแทนที่วัดจะสั่งสอนเรื่องของการ
“ข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม”
“เก็บดอกเบี้ยคือศัตรูของอิสลาม”
ทางวัดกลับสั่งสอนเรื่องของการ
“เป็นหนี้ไม่ชดใช้เกิดชาติหน้าต้องเป็นวัวเป็นควายชดใช้เขา”
ทำให้กิจการของพวกเราเกื้อหนุนกันอย่างมาก
ผมทำแบบที่คงทำให้พระเยซูโมโหโดยการเอาพระพุทธรูปและน้ำมนต์ปลุกเสกมาให้คนที่จะกู้เงินดื่มน้ำสาบานก่อนที่จะทำการกู้ยืมเงิน
พระเยซูคงโมโหที่ว่า
“เอาสถานที่เคารพพระเจ้ามาเปลี่ยนเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเงินตรา”
แต่ชาวยิวในสมัยไบเบิ้ลนั้นคิดดีแล้ว
การทำให้คนคิดว่าพิธีกรรมทางการเงินศักดิ์สิทธิ์จะทำให้เรากระทำตามสัญญาต่างๆได้อย่างได้ผลยิ่งขึ้น
“อาเจิก มามา อั๊วขอต้องรับทั่นปะทางของเรา”
เจ็กฮงกล่าวอย่างดีใจ