ทุกอย่างรอบกายเงียบกริบ...ทหารทั้งหลายได้แต่ยืนอึ้งเมื่อได้เห็นภาพการต่อสู้ที่เหนือคำบรรยาย...
ปลายหอกจ่ออยู่ที่กลางหน้าผากของซาโซผู้ใช้เวทมนตร์วารีซึ่งทำให้ลีออนเกือบต้องตายเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
“คุณซาโซ...เก่งมากเลยนะครับ...”
ลีออนหันไปพูดกับซาโซด้วยรอยยิ้ม
แต่สิ่งที่ซาโซประทับใจคือน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ของนักรบผู้มีเกียรติอย่างลีออน
ลีออนมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สามารถผ่านการประลองทั้งสองรอบมาได้ แต่เขากลับไม่ทำอันตรายใครเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าตัวของลีออนจะเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วก็ตาม
องครักษ์เสื้อคลุมซาโซจึงเอามือลงก้มหน้าเป็นสัญญาณว่าเขายอมรับความพ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้โดยศิโรราบทั้งกายและใจ
“บางทีถ้า...ถ้าเป็นเจ้าหนุ่มคนนี้...อนาคตของเผ่าพันธุ์พวกเรา...อาจจะกลับไปเหมือนที่เคยเป็นก็ได้...??”
ซาโซมองไปที่แววตาของลีออน พรางคิดบางอย่างราวกับมีความหวังในใจ
...
......
ภาพในอดีตฉายย้อนไปเมื่อวัยเด็กของซาโซ เขาคือมนุษย์กบตัวน้อยที่กำลังไล่จับตั๊กแตนด้วยความร่าเริงอย่างสนุกสนาน
ฮึ้บบบบ...
“ได้อีกตัวแล้ว...เย้...!!!”
หนูน้อยซาโซค่อยๆ เอาตั๊กแตนที่จับได้ใส่ตะกร้าสานถี่ที่เตรียมไว้
เขาหันไปมองมนุษย์กบตัวน้อยตนอื่นที่กำลังเล่นต่อสู้อย่างสนุกสนาน
ซาโซเป็นเด็กตัวผอมที่ไม่ได้ไปร่วมเล่นต่อสู้กับเด็กคนอื่นๆ ร่างกายของเขาดูไม่ค่อยเหมาะนักที่จะไปสู้กับใครได้
“ซาโซมาเล่นด้วยกันเถอะ...อย่าไปกลัวเลยน่า ตอนโตนายจะปกป้องใครได้เนี่ย”
เสียงเพื่อนของเขาชวนไปร่วมกลุ่มด้วยความหวังดี
ตูมมมมมมมมมมม...!!!
เสียงระเบิดเกิดขึ้นดังออกไปไม่ไกล
ซาโซและเด็กๆ รีบวิ่งตามไปทันที ต่างก็หวังว่าจะไม่เป็นอย่างที่พวกเขาคิด
ติ๋งงงง...ติ๋งงงง...
น้ำตาของพวกเด็กๆ ไหลพรากเป็นสายธาร
หมู่บ้านริมหนองน้ำอันเคยสงบสุขของพวกเขาถูกจู่โจม
“จ๊ะเอ๋...ไปไหนมาจ๊ะเด็กๆ...!!!”
เสียงของผู้หญิงพูดขึ้นพรางจับไหล่ของเด็กสองคนเอาไว้
เมื่อซาโซและเด็กๆ หันไปดูก็พบว่าเธอคือมนุษย์ผู้หญิงร่างสูงใหญ่ผมสีส้ม เธอมีรอยแผลเป็นที่แก้มซ้ายราวกับเป็นรอยโดนมีดกรีด
“พาพวกกบตัวเล็กนี่ไปรวมกับพวกมันที่เหลือในหมู่บ้าน”
ผู้หญิงหน้าบากออกคำสั่งให้ลูกน้องพาซาโซและพวกเด็กๆ ไปขังรวมกับคนอื่น
เมื่อซาโซโดนพาตัวไปรวมกับเผ่ามนุษย์กบของเขาที่อยู่ในหมู่บ้าน ก็พบว่าหมู่บ้านของเขาถูกปล้นชิงโดยเผ่ามนุษย์เรียบร้อยแล้ว
“ทำไมพวกท่านถึงทำอย่างนี้...พวกเราไม่เคยสร้างปัญหาให้กับมนุษย์อย่างพวกท่านมาก่อนเลย...ปล่อยพวกเราไปเถอะ...”
เสียงผู้เฒ่าคนนึงที่ถูกขังอยู่ที่เดียวกับซาโซเอ่ยขอร้องขึ้นด้วยความเป็นห่วงลูกหลานชาวมนุษย์กบของเขา
“ฮ่าฮ่าฮ่า...ท่านพูดถูกแล้วล่ะ...แต่ท่านคงคิดผิด...พวกข้าน่ะเป็นกองโจร...พวกเราไม่สนหรอกว่าจะเป็นเผ่าไหน...เราปล้นไม่เลือก...ฮ่าฮ่าฮ่า...ไม่สิไม่สิ...เราเลือกเผ่าที่อ่อนแอกว่า...หรืออย่างน้อยก็ไม่มีเวทมนตร์อย่างพวกเจ้า...ฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงของชายตัวผอมมีแผลเป็นทั่วกายก้มหน้ามาพูดกับผู้เฒ่าด้วยสีหน้าท่าทางที่แสนน่ารังเกียจ
“ส่วนชีวิตของพวกเจ้าน่ะ...ไม่ต้องห่วง...เรามีเกมไว้ให้สำหรับพวกเจ้าบางคนอยู่...ฮ่าฮ่าฮ่า”
ชายตัวผอมหัวเราะราวกับคนวิกลจริต พรางชี้ไปทางวงล้อมขนาดใหญ่ที่กำลังมีการต่อสู้ของนักรบทั้งสองเผ่าตัวต่อตัวอยู่
ในอดีตนั้นมนุษย์กบเคยอยู่อย่างสงบสุขบนโลกภายนอกมาก่อนเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ทุกคน แต่ด้วยโชคชะตานำพาหายนะมาให้เจอกับเหล่ากองโจรอันชั่วร้ายที่ไม่ได้รับเชิญเข้าบุกโจมตีรุกรานปล้นชิง และจับพวกนักรบมนุษย์กบไปเป็นคู่ต่อสู้ให้กับพวกมนุษย์ที่คลั่งไคล้ในการต่อสู้
ผลปรากฏว่ากองโจรเหล่านี้พอใจในการต่อสู้กับเผ่ามนุษย์กบเหล่านี้ที่ไม่มีเวทมนตร์ มันทำให้ง่ายต่อการควบคุมและเป็นที่สนุกสนานในมุมมองของพวกโจรร้าย เผ่าพันธุ์มนุษย์กบจึงเป็นราวกับเป้าหมายหลักของพวกกองโจรเหล่านี้
...
......
กลับมาที่ปัจจุบันทางฝั่งไลลา เธอมาถึงปราสาทแห่งการเริ่มต้นแล้ว เธอยืนนิ่งอยู่ที่จุดวาร์ปกลางหอคอยเพื่อรอการอนุญาต เหล่าเจ้าหน้าที่กำลังใช้เทคโนโลยีสแกนร่างกายตรวจสอบเธอและเจ้าหญิงน้อยที่อยู่บนมือเพื่อพบหาสิ่งผิดปกติอยู่ เพราะว่าเธอไม่ได้มีใบอนุญาตในการขอออกไปทำกิจธุระภายนอก
“กรุณาแจ้งวัตถุประสงค์ครับ”
เสียงเจ้าหน้าที่ดังก้องมาจากที่ไหนสักแห่ง
“หนู...พาแฟรี่ที่ได้รับบาดเจ็บเข้ามารักษาค่ะ อยากจะไปหาอาจารย์การ์เล็ตด้วย และก็อยากจะขอให้ช่วยส่งคนไปช่วยเพื่อนๆ ของหนูที่กำลังตกอยู่ในอันตรายด้วยค่ะ”
ไลลาพูดรัวด้วยความตื่นกลัวจนลิ้นเกือบจะพันกัน แต่เธอยังตัดสินใจจะไม่บอกว่าแฟรี่ที่มานั้นคือเจ้าหญิง
ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ราวกับว่าเจ้าหน้าที่กำลังปรึกษาหรือหาข้อมูลอะไรบางอย่างอยู่
ไลลายืนตื่นเต้นมื่อสั่นแต่ก็พยายามประคองเจ้าหญิงเดซิลี่ที่กำลังหลับใหลให้นิ่งที่สุด
“รบกวนช่วยเร่งหน่อยนะคะ...เพื่อนๆ ของหนู่กำลังอยู่ในอันตรายนะคะ...ไม่มีเวลาแล้วค่ะ”
ไลลาขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเข้าใจในสถานการณ์ว่าเธอกำลังรีบอย่างมาก