ตรอกหินสายยาวตัดผ่านย่านพ่อค้าเก่า
ไม่แคบพอจะเรียกว่าทางหนี
แต่ก็ไม่กว้างพอให้ใครเดินอย่างสบายใจ
แสงตะเกียงแขวนเรียงเป็นช่วง ๆ
เว้นช่องมืดระหว่างกันพอดี
ไม่ใช่เพราะตะเกียงขาดการดูแล
แต่เพราะ มีคนตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้
ทรัซก้าวเข้าไปในตรอกนั้น
ไม่ใช่ก้าวของคนหลงทาง
แต่เป็นก้าวของคนที่รู้ว่า
ทุกสายตาที่อยู่ในเงามืด
กำลังนับจังหวะการเดินของเขาอยู่
ไม่มีใครถืออาวุธให้เห็นชัด
แต่เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ จากใต้เสื้อคลุม
บอกชัดเจนว่าทุกคน “พร้อมใช้”
คนในตรอกไม่ได้มองหน้าเขานาน
พวกเขามอง ตำแหน่งที่เขาเหยียบ
มองว่าก้าวถัดไปจะตกในเงา หรือในแสง
เพราะที่นี่ คนที่ก้าวผิด ไม่ได้ล้มทันที
แต่จะถูกล้อม ก่อนจะรู้ตัวว่าพลาด
> “นี่ไม่ใช่เขตภารกิจของสมาคม”
เรกัลป์กล่าวในจิต เสียงต่ำ
“แต่เป็นพื้นที่ที่เงินเดินได้…โดยไม่ต้องผ่านระบบ”
ทรัซหยุดยืน ตรงตำแหน่งที่พื้นหินบิ่นเล็กน้อย
จุดเดียวกับที่คนเฝ้าตรอกจะลังเลก่อนพุ่งเข้าใส่
เขาเลือกหยุดตรงนั้น
เพราะมันเป็น จุดที่ทุกฝ่ายยังไม่แน่ใจ
ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากด้านข้าง
เสื้อคลุมสีน้ำตาลเรียบ ไม่มีสัญลักษณ์
มือไม่จับอาวุธ
แต่ไหล่เอียงในองศาของคนที่พร้อมดึงมีดในครึ่งลมหายใจ
“ที่นี่ไม่รับคนแปลกหน้า” ชายคนนั้นพูด
น้ำเสียงไม่ข่ม แต่เป็นน้ำเสียงของคนที่เคยเห็นศพมากพอ จนไม่จำเป็นต้องตะโกน
“ข้าไม่ได้มาหางาน” ทรัซตอบ
“ข้ามาหาคนที่ทำให้เด็กต้องขนของกลางคืน”
คำว่า เด็ก ทำให้บรรยากาศในตรอกขยับ
ไม่ใช่เสียง แต่เป็นน้ำหนักของอากาศที่กดลงมา
> “ระวัง” เรกัลป์เตือน
“คนพวกนี้ไม่ใช่นักล่า พวกเขาไม่สู้ตามกติกาเดียวกัน”
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ
“เด็กพวกนั้นรับเงินเอง ไม่มีใครบังคับ”
ทรัซไม่เถียง เขาก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว
ก้าวที่ทำให้เงาของตะเกียงด้านหลัง
ซ้อนทับกับเงาของชายตรงหน้า
ไม่ใช้เวท ไม่ใช้กลลวง
แค่การทำให้สายตา ประเมินระยะผิดไป
ครึ่งช่วงแขน
มือของชายคนนั้นขยับ มีดถูกดึงออกมา
แต่ปลายมีดพลาดตำแหน่งที่ตั้งใจแทง
เพราะเท้าที่ก้าวตาม เหยียบพื้นในมุมที่ไม่คุ้น
เสียงโลหะกระทบหินดังชัด
ไม่ดังพอให้คนทั้งย่านได้ยิน
แต่ดังพอให้ทุกคนในตรอกรู้ว่า
มีคนพลาดแล้วหนึ่ง
ทรัซไม่โจมตีซ้ำ เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้น
ในตำแหน่งที่ใครก็ตามจะเข้ามา
ต้องเลือกว่าจะเหยียบแสง หรือเหยียบเงา
ไม่มีใครขยับ ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะเริ่มคำนวณว่า
ถ้าเข้าไป…จะเสียคน หรือเสียหน้า
> “นี่ไม่ใช่การชนะ” เรกัลป์กล่าว
“แต่มันคือการทำให้ต้นทุนสูงเกินกว่าจะลอง”
ทรัซถอยหลังหนึ่งก้าว
เปิดช่องทางเดินออกจากตรอก
โดยไม่หันหลังให้ใคร
“บอกคนของเจ้า อย่าใช้เด็กเป็นค่าทดลอง”
เขาพูด
“ครั้งหน้า ข้าอาจไม่เลือกหยุดตรงจุดที่พวกเจ้าคาดไว้” เขาเดินออกไป
ทิ้งความเงียบที่ไม่ใช่ความสงบไว้เบื้องหลัง
คืนนั้น
ไม่มีศพ ในตรอกสายนี้
ราคาของการทำงานของตรอกนี้
ถูกปรับขึ้นโดยไม่มีใครประกาศ
และทุกคนรู้ว่า มีพื้นที่หนึ่งในเมือง
ที่เริ่ม ไม่คุ้มจะฝืนกฎที่มองไม่เห็น