ตูม ! ทั้งสองคนใช้วิธีหยุดเวลา แล้วปะทะกัน ในระหว่างมิติ ที่ทั้งสองหยุดเอาไว้
ทำให้แต่ละฝ่ายสามาถรู้ว่าใครจะหยุดเวลาไว้กี่นาที ถึงแม้สือโฮ่วจะเป็นหินกาลเวลาที่อยู่มานานจนกลายเป็นคนแล้ว แต่ก็ไม่สามารถ หยุดเวลาแล้วไปอัดเทียนได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะว่าเทียนนั้นก็มีหินมิติเวลาเหมือนกัน ทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ในการต่อสู้กันใหม่ เทียนเปิดตาที่สามดูการเคลื่อนไหวทางจิตวิญญาณของ สือโฮ่วแทนการเคลื่อนไหวด้วยร่างกาย ซึ่งเวลานี้ได้ทำการหยุดเวลาได้มากกว่าที่เทียนสัมผัสได้ เทียนสามารถหยุดเวลาได้เพียง 1 นาที
แต่คราวนี้ สือโฮ่วหยุดเวลาเอาไว้ ถึง 3 นาที ทำให้เทียนไม่สามารถใช้วิธีเดิมๆได้ แต่ถ้ามองจิตวิญญาณเทียนก็จะรู้เลยว่า สือโฮ่วกำลังจะเคลื่อนตัวไปตอนไหน เทียน เปรี้ยง เทียนใส่สันมือกระแทกกับคอหอย ร่างของสือโฮ่วล้มทั้งยืน มึนไปหมดไม่คิดว่าเทียนจะขยับตัว มาต้านได้ทัน เทียนพุ่งร่างเข้าไปอัดด้วยหมัดดาวนพเก้าเข้าหน้าอกของสือโฮ่ว ร่างระเบิดเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยทันที
แต่ว่าร่างใหม่ของสือโฮ่วก็ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ แกไม่มีทางทำอะไรข้าได้หรอก ข้าบรรลุระดับ เซียนสวรรค์แล้ว”
สือโฮ่วยิ้มอย่างมั่นใจว่าเทียนไม่สามารถทำอะไรได้ เทียนไม่สนใจพอรู้เช่นนี้ก็พุ่งร่างผ่านมิติเข้าไปต่อยอีกหลายหมัด ตูม ตูม ! เปรี้ยง ถึงแม้สือโฮ่วจะใช้การหยุดเวลา หรือ ฉีกมิติออกไป ก็ไม่อาจรอดพ้นเนตรสวรรค์ ที่จับพิกัดไว้หมดแล้ว เทียนอัดไม่ยั้ง ทั้งเตะ ต่อย ศอก เข่า จนร่างของสือโฮ่ว กลายเป็นกระสอบทรายเคลื่อนที่ไปแล้ว ถึงแม้ว่าไม่ตาย แต่ก็รู้สึกว่า ตายซะดีกว่าอยู่ จนมีเสียงหนึ่งลอยออกมาจากฟากฟ้า แสนไกล เทียนถึงได้หยุดมือ ร่างของสือโฮ่วล้มไปกองกับพื้น
เทียนกระทืบศรีษะไปอีกที หัวของเทพกาลเวลาจมธรณีไปเลย
“ พอได้แล้ว อาเทียน”
“ ท่านพระอาจารย์ยูไล” เทียนเอ่ยอย่างตกใจ เพราะจำเสียงของท่านได้
แล้วร่างของท่านพระอาจารย์ยูไลก็ปรากฏขึ้น อยู่ต่อหน้าทุกๆ คน เป็นร่างพระยูไลนั่งขัดสมาธิลอยอยู่บนฟ้า ร่างใหญ่กว่าครึ่งที่เทียนเคยเรียกออกมา
“ อาตมาต้องขออภัยแทนลูกศิษย์ด้วย เขายังเด็กนัก ผิดพลาดไป ก็ลืมๆ มันไปซะ
ท่านเง็กเซียน เจ้าแม่หวังหมู่ท่านเห็นด้วยไหม”
“ อาฑิตย์ก่อน ท่านสือโฮ่ไปขออนุญาตท่านแล้ว และท่านก็อนุญาตแล้วด้วยมิใช่หรือ”
“ อาตมาเพื่งออกจากฝึกตน ไม่เคยได้รับการถามไถ่ จากท่านสือโฮ่วแต่อย่างใด”
เจ้าแม่หวังหมู่กับเง็กเซียน รู้ได้ทันทีว่าโดนหลอกเข้าแล้ว จึงหันมามองสือโฮว่ที่จมดินไปแล้ว
“ แต่เขาทำผิดกฏสวรรค์ต้องถูกลงโทษ” เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยเสียงแข็ง จนท่านเง็กเซียนต้องดึงชายเสื้อเจ้าแม่เอาไว้กลัวพระยูไลจะโกรธ
“ เขาเป็นศิษย์ของอาตมา หากเขาผิดจริงอาตมาจะลงโทษเขาเอง ใครก็ห้ามเตะต้องเขา หวังว่าเจ้าแม่คงจะเข้าใจ”
“ ข้าเข้าใจ ปล่อยให้ท่านจัดการก็ได้” เง็กเซียนรีบบอกทันที
“ ไม่ได้ เขาฆ่านักรบสวรรค์ ช่วยนักโทษ บุกแดนสวรรค์ ผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกท่านยังจะช่วยเขาอีกหรือ” เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยอย่างไม่ยินยอมเท่าใด
“ มิได้ มิได้ อาตมาไม่ได้มาช่วยเขา แต่มาช่วยพวกแดนสวรค์ของพวกท่านต่างหาก ท่านลองดูรอบๆ ซิ หากอาตมาไม่มาหยุดยั้ง ท่านคิดว่าแดนสวรรค์ยังจะมีที่ให้พวกท่านเหลืออยู่อีกหรือ?” พระยูไลเอ่ยจบ ทุกคนก็หันมองไปรอบๆ แดนสวรรค์บัดนี้ถูกทำลายโดยพายุสายฟ้าที่น่ากลัวไปเกือบหมดสวรรค์แล้ว ถึงได้ตกใจ มัวแต่มองการต่อสู้ ของเทียนกับสือโฮ่ว
“ เรื่องนี้...” เจ้าแม่หวังหมู่กำลังจะพูดอีกแต่ถูก เง็กเซียนกระแทกเสียงใส่อย่างไม่กลัวเกรงอีกต่อไปแล้ว
“ พอเสียที ท่านหยุดพูดได้แล้ว ซันเซิ่งหมู่ต่อไปนี้เจ้าเป็นอิสระ ไม่ใช่นักโทษอีกต่อไป หลี่เทียน ความผิดของเจ้ายกให้ท่านพระยูไลเป็นคนจัดการแต่เพียงผู้เดียว”
“ ท่านพี่”
“ หยุด” เง็กเซียนห้ามเจ้าแม่หวังหมู่พูดเรื่องนี้อีกต่อไป
“ ขอบพระทัยเสด็จตา” ซันเซิงหมู่คุกเข่าคำนับเง็กเซียนทันที
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องขอท้อเซียนให้บุตรชายข้าด้วยนะ เจ้าแม่หวังหมู่” หงอคงขออนุญาตแล้วหายไปในทันที ไม่รอให้เจ้าแม่หวังหมู่เอ่ยอนุญาตเลย
เจ้าแม่หวังหมู่พอได้ยินหงอคงพูดเช่นนั้น ลมแทบใส่ เพราะรู้ว่างานนี้ลูกท้อเซียนที่ปลูกเอาไว้ได้หมดสวรรค์แน่เลย
“ อาเทียนเจ้าทำลายสวรรค์ไปกว่าครึ่ง อาจารย์จะลงโทษเจ้าทำภารกิจสวรรค์ 9 ภารกิจ เจ้ายินยอมไหม” พระอาจารย์ยูไลหันมามองเทียน
“ ได้ขอรับ” เทียนรับคำทันที
จากนั้นก็มีแสงส่งเข้ามาในสมองเทียนเก้าสาย เทียนหลับตารับข้อมูลทั้งหมดทันที
ในที่สุดเทียนก็ลืมตาขึ้นมา 9 ภารกิจสวรรค์
“ เมื่อเจ้าพร้อมเจ้าก็ไปทำภารกิจได้เลย” พระยูไลเอ่ยเสร็จก็หายไป
เทียนกับลูกศิษย์มาหาเสี่ยวหลงที่สวนท้อสวรรค์ ที่สองคนพ่อลูกแข่งกันเด็ดท้อสวรรค์กันอย่างสนุก เห็นนางฟ้าฉางเอ๋อ ยืนส่งยิ้มให้เทียน
“ ในที่สุดท่านก็มาจนได้”
“ แค่พาเสี่ยวหลงมาส่งให้พ่อเขาเท่านั้น”
“ ฮึ ทำลายสวรรค์ไปกว่าครึ่ง สังหารนักรบสวรรค์ไปกว่าห้าพันคน ช่วยนักโทษสวรรค์ ต่อยราชโองการสวรรค์ที่ไม่เคยมีใครขัดได้เสียพังยับเยิน โค่นเทพกาลเวลาสือโฮ่วลงได้ แล้วยังเดินลอยนวลเหมือนคนไม่ได้ทำผิดอะไรเลย
ท่านยังมีหน้ามาบอกว่า แค่พาลูกคนอื่นมาส่งเนี่ยนะ?” ฉางเอ๋อพูดด้วยความหมั่นไส้
“ นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจทำสักหน่อย”
“ ถ้าท่านตั้งใจ แดนสวรรค์คงไม่มีที่ให้ข้ายืนอยู่แล้ว ท่านคือโฮ่วอี้กลับชาติมาเกิด
ใหม่หรือไม่นี่” ฉางเอ๋อเดินเข้ามาเพ่งมองเทียนอย่างใกล้ชิด เทียนไม่หลบแต่หันไปมองหน้าเทพธิดาฉางเอ๋อ อย่างไม่ถอยเช่นกัน
“ ท่านอยากให้ข้าเป็นโฮ่วอี้ของท่านไหมล่ะ” เจอคำตอบของเทียนไปทำให้ฉางเอ๋อถึงกับหยุดนิ่งทันที
“ แม่จ๋า แม่จ๋า ท้อเซียน ท้อเซียน” เสี่ยวหลงขัดจังหวะ พุ่งร่างมาหาเทียนพร้อมอุ้มท้อเซียนลูกเบ้อเริ่ม ใหญ่เท่าตัวหลงเอ๋อ
“ นี่มันลูกท้อเซียนยักษ์หรือยังไงกัน ทำไมมันใหญ่พอๆ กับโอ่งมังกรเลย”
“ นี่คือท้อหมื่นปี 1 ปีมันจะออกเพียงลูกเดียว เจ้าแม่หวังหมู่หวงมากบอกให้พวกข้าห้ามพวกเจ้าเอาไปโดยเด็ดขาด” ฉางเอ๋อบอกกับทุกๆ คน
ไม่ทันพูดอะไร เสี่ยวหลงก็อ้าปากงับเข้าไปแล้ว หมับ หมับ เสี่ยวหลงใช้สองมือจับเข้าปากตัวเองแล้วยัดเข้าปากเทียนไม่สนใจใคร ซุนหงอคงมาถึง เสี่ยวหลงก็ป้อนด้วยเช่นกัน จากนั้นทุกคนก็กินท้อหมื่นปีลูกนี้จนหมด
ถึงเวลาเทียนต้องไปทุกคนก็ได้แต่อำลาอาลัยเป็นเรื่องปกติ แต่เสี่ยวหลงไม่ยอมจะไปอยู่กับเทียน ซุนหงอคงต้องกอดเสี่ยวหลงไว้แน่น เสี่ยวหลงได้แต่กัดแขนซุนหงอคงให้ปล่อย แล้วร้องไห้ทั้งน้ำตา พยายามยกมือสองข้างตะโกนเรียกเทียน
“แม่จ๋า แม่จ๋า ไปด้วย” แต่เทียนก็ไม่หันหลังกลับมาอีก เพราะว่ากลัวใจตัวเอง ไว้วันหนึ่งเสี่ยวหลงโตขึ้นก็จะเข้าใจเรื่องนี้ดี ร่างเทียนค่อยๆ สลายหายไปจากมิติแห่งนี้มาปรากฏใน โลกมนุษย์ เทียนถูกซ่งเจียงเรียกตัวไปที่สำนักงานยูเรนัส
“ อาเทียน พวกเราพร้อมแล้ว ฉันจะแนะนำ คนที่จะไปร่วมคณะไปในครั้งนี้
หัวหน้าทีม คือผู้พันเจมส์ และนี่คือ ชาลีเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์สามารถปิดเปิด เครื่องย้ายมวลสารนี้ได้ ส่วนอัลฟ่า เบลต้า จารดีนและ เมย่า จะดูแลเรื่องความปลอดภัย”
“ ยินดีได้รู้จักทุกคนครับ”
“ ได้เวลาเดินทางแล้วพวกเราไปกันเถอะ”
ทั้งหมดมายืนแท่นส่งตัว เครื่องเคลื่อนย้ายทำงานหมุนด้วยความรวดเร็ว พรึบ
ร่างของทั้ง 7 คนมาปรากฏตัวที่แท่นส่งตัวอีกแห่งหนึ่ง ซ่งมีคนคอยควบคุมอยู่เช่นกัน พอทั้ง 7 คน เคลื่อนย้ายมา ก็ถูกนักรบหลายสิบคนจับกุมทันที ผู้พันเจมส์บอกว่าให้ยอมถูกจับเพื่อที่จะให้พวกเขาพาไปพบกับคนอื่นๆ เทียนเห็นนักรบที่มาจับ ทุกคนมีแต่งชุดคล้ายกับพวกชนเผ่าโบราณ ใช้ทวนเป็นอาวุธ สวมใส่ชุดเกราะ แต่ว่ามีเทคโนโลยีทันสมัย ทำไมไม่ใช้ปืน มองดูแล้วไม่ค่อยเข้ากันเท่าไร
“ เผ่ามนุษย์โลก มากันอีกแล้วหรือ พาพวกมันไปอยู่ใช้แรงงานให้หมด ส่วนผู้หญิงส่งไปตำหนักใน”
“ ผู้พันเอายังไงดี” อัลฟ่าเอ่ยออกมาก่อน
“ ใจเย็น รอให้พวกมันพาไปหาพรรคพวกของเราก่อน”
“ ผมว่า จัดการพวกมันก่อน เรื่องช่วยคนไม่ยากหรอก” เทียนตวัดมืออกไปทีเดียวนักรบที่เข้ามาจับกุม ถูกกระแทกสลบทุกคน หัวหน้าที่คุมพื้นทีเห็นแบบนี้ก็เรียกทหารมาอีก ร้อยคน แต่ละคนถูกเทียนอัดร่วมไปพร้อมกัน เทียนตบเปรี้ยงเข้าที่หน้าของหัวหน้าควบคุม
“ บอกมา มนุษย์มาจากโลก ถูกพวกแกส่งไปไหนบ้าง” เทียนเป่ามนต์สะกดใจมันเลยบอกทุกอย่าง
“ ส่วนใหญ่อยู่ในเหมืองทอง ผู้หญิงอยู่ในตำหนักใน ขององค์หญิง อมินทรา”
“ ชาลี คุณไปตรวจสอบดูว่าเครื่องส่งตัวกลับสามารถใช้ได้หรือไม่”
เทียนสั่งการไปทุกคนเลยหายตกใจ ไม่คิดว่าแค่พริบตาเดียว ทหารทั้งหมดถูกเทียนจัดการง่ายดายเช่นนี้ ชาลีไปตรวจสอบ ทุกคนเตรียมอาวุธพร้อม
“ เหมืองทองอยู่ห่างจากจุดที่เรายืนอยู่ไปทางตะวันตกประมาณ 50 กิโล ส่วนตำหนักใน ห่างไปทางตะวันออก 25 กิโล ผมจะไปช่วยคนที่เหมืองก่อน ทุกคนไม่ต้องไป ผมจะไปเพียงคนเดียว”
เทียนให้ทุกคนประจำที่นี่เพื่อความปลอดภัยเทียนออกไปด้านนอก ก็รู้ได้ถึงพลังอันแปลกประหลาดไม่เคยรู้สึกมาก่อน เทียนมองเห็นชายชราคนหนึ่งมีลูกธนูปักคาอก พาหญิงสาววิ่งหนีเงาดำที่ลอยตามมาบนฟ้า เป็นจำนวนมากและยังถูกคนแต่งชุดดำ ไล่ตามมาด้านหลังอีกหลายคน ชายชราวิ่งจนสุดทางไม่มีหนทางหนี คนชุดดำทั้งบนฟ้า แล บนดิน ระดมยิงธนูใส่เข้ามาหลายสิบดอก เทียนมายืนขวางเอาไว้ ลูกธนูทุกดอกพุ่งเข้าชน รัศมีพลังเซียนที่เทียนปล่อยออกมา ลงไปกองกับพื้นทั้งหมด คนชุดดำบนฟ้าลงที่พื้นดินใช้ดาบเข้าฟันเทียน ต่อเทียนแค่ยกมือออกไป ร่างคนชุดดำบนฟ้า สิบกว่าคนถูกพลังฝ่ามือร่างระเบิดกลายเป็นฝุ่นไปทันที คนชุดดำบนดินเห็นเช่นนั้น วิ่งหนีทันที ได้ยินเสียงชายชรารีบเอ่ยบอกเทียน
“ อย่าปล่อยมันไป”
“ ท่านไม่ต้องห่วง ข้าอยากให้พวกมันมาเพิ่ม หรือมาให้หมดยิ่งดี พวกท่านจะได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น” เทียนเดินมาที่ชายชราแล้วช่วยรักษาโดยตัดลูกธนูทิ้งไปเปิดใช้มีดกรีดปากลูกธนูออกแล้วนำลูกธนูออกมาแล้วก็ใช้พลังเทพบริสุทธิ์รักษา ชายชราก็หายเป็นปกติ
“ ขอบคุณที่ช่วยชีวิต” ชายชราเอ่ย
“ ทำไมพวกมันมากมายต้องไล่ฆ่าพวกท่านด้วย”
“ ข้าชื่อ ไท่ซัน เป็นหัวหน้าองครักษ์วังหลวงเมืองซีหยาง นี่คือองค์หญิง ซู่หนิงเป็นทายาทที่เหลือเพียงคนเดียวของราชวงศ์ จ้าว พวกมันไม่รู้เป็นใครมาจากไหน
พวกมันช่างโหดร้ายนัก มันฆ่าพวกเราทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ข้าไม่เคยเจอคนพวกนี้มาก่อน โชคดีว่าข้ากับองค์หญิง หลบหนีมาทางทางลับได้ทัน แต่ยังถูกพวกมันตามล่าอยู่ดี จนได้ท่านมาช่วยเหลือ” เทียนเดินมาสัมผัสวิญญาณนักฆ่าเหล่านี้
เทียนไม่รู้ว่าพลังของมันเป็นแบบใด แต่คงมีพลังอยู่ระดับ พลังเซียนขั้นต้นแทบทุกคน แค่นักฆ่า ก็เปรียบได้พลังเซียนแล้วหรือนี่ แสดงว่า หัวหน้าใหญ่ของพวกมันต้องมีพลังยิ่งใหญ่กว่านี้แน่นอน ขณะที่กำลังคิด ก็มีลมหมุนพุ่งมาหาเทียนด้วยความเร็วสูงสุด เทียนสะบัดมือดีดแรงลมหมุนนี้ กระเด็นออกโดนต้นไม้ หักไปหลายสิบต้น
“ แกเป็นใคร บังอาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ เรื่องของเทพฟ้า” ชายที่คลุมผ้าเอ่ยเสียงเย็น
“ ข้าคือ ตัวแทนของพระเจ้าถูกส่งให้มาสังหารเทพฟ้า และพวกลิ่วล้อทั้งหมดของมันยังไงล่ะ”
“ บังอาจนัก กล้าพูดเช่นนี้ก็ตายไปเถอะ” ชายคลุมผ้าเอ่ยจบก็ยกสองมือมีลมหมุนออกมาสองลูก ทั้งสองฝ่ามือ แล้วปล่อยเข้าใส่เทียน เทียนใช้มือหมุนพลังลมที่ชายคลุมผ้าส่งมา แล้วใช้มือหมุนรวมเป็นลูกเดียว แล้วปล่อยกลับไปพร้อมใส่สายฟ้าเข้าไปอีก กลายเป็นพายุสายฟ้า เข้าใส่ชายคลุมผ้า ตูม เปรี้ยง ชายคลุมผ้าเสื้อคลุมหลุดรุ่ย กลายเป็นชายชราผอมเหลือแต่หนังกระเด็นไปเข้าไปในพายุสายฟ้า จนร่างแหลกรานเป็นฝุ่นผงไปในทันที
“ ท่านราชันวายุ” ลูกน้องตกใจเห็นเจ้านายที่มีพลังวายุ กลับถูกวายุจัดการร่างกลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว รีบหนีไปจนหมด เทียนไม่ได้ตามแต่หันมาที่ชายชราที่ยืนมองเทียนเหมือนเห็นพระเจ้า
“ ท่านเทพเซียนได้โปรดช่วยชาวเมืองและองค์หญิงด้วยเถิด” ท่านไท่ซันรีบคุกเข่าขอร้อง เทียนทันที องค์หญิงน้อยซู่หนิงวัย 15 ปีก็คุกเข่าตามด้วยอีกคน
“ ข้าช่วยแน่ท่านอย่าได้ห่วง แต่ข้าต้องไปที่เหมืองทองช่วยคนของข้าก่อน แล้วข้าจะไปช่วยพวกท่านจัดการกับ เทพฟ้า” เทียนรับปากจัดการกับเทพฟ้า แล้วพาพวกเขาไปอยู่กับ เพื่อนๆ ของเทียนก่อน จากนั้นเทียนก็หายตัววับมาอยู่ที่เหมืองทองแห่งหนึ่ง...