การเจรจาระหว่างแคว้นเจียงหนานและแคว้นหนานหลงดำเนินไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยปัญญา อ๋องหนานเฟิง ผู้ปกครองแคว้นหนานหลงรู้สึกประทับใจในความชาญฉลาดและรอบคอบของ ถานจง เสนาบดีคลังของหลงเฟย และรู้สึกทึ่งในความเมตตาและความสามารถของ ซูเหวิน สตรีผู้ชาญฉลาดด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล
ในท้องพระโรงของแคว้นหนานหลง อ๋องหนานเฟิงนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่แกะสลักอย่างสวยงาม เบื้องหน้าของเขามีถานจงยืนอยู่ด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและเปี่ยมด้วยปัญญา "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าในยุคที่เต็มไปด้วยสงครามและการแก่งแย่งอำนาจ จะมีผู้นำที่ใช้ความเมตตาในการปกครองแคว้น" อ๋องหนานเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก "อ๋องหลงเฟยเป็นผู้นำที่แตกต่างจากผู้นำคนอื่น ๆ ที่ข้าเคยพบเจอ"
ถานจงยิ้มบางๆ "ท่านอ๋องขอรับ อ๋องหลงเฟยไม่ได้ต้องการที่จะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เขาต้องการที่จะสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่จะนำความสงบสุขกลับคืนสู่แผ่นดิน" คำพูดของถานจงทำให้ อ๋องหนานเฟิงรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก "เราไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่เรามาเพื่อสร้าง" ถานจงกล่าวต่อ "การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเจียงหนานไม่ได้หมายถึงการยอมจำนน แต่หมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ ที่จะปกป้องแคว้นของท่านจากภัยคุกคามภายนอก"
ในขณะเดียวกัน ซูเหวิน ได้ใช้ความรู้ด้านการแพทย์ของเธอในการช่วยเหลือผู้คนในแคว้นหนานหลงที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้ผู้คนในแคว้นหนานหลงรู้สึกประทับใจในความเมตตาของหลงเฟยเป็นอย่างมาก พวกเขาต่างพากันรวมตัวกันที่หน้าท้องพระโรง และเรียกร้องให้อ๋องหนานเฟิงเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเจียงหนาน "อ๋องหลงเฟยคือความหวังของเรา! อ๋องหลงเฟยคือความหวังของเรา!" เสียงตะโกนของประชาชนดังขึ้นไม่ขาดสาย
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง อ๋องหนานเฟิงก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเจียงหนาน เขาลงจากบัลลังก์และเดินเข้าไปจับมือกับถานจง "ข้ายินดีที่จะร่วมเป็นพันธมิตรกับอ๋องหลงเฟย" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าเชื่อว่าอ๋องหลงเฟยจะสามารถนำความสงบสุขกลับคืนสู่แผ่นดินได้" การเข้าร่วมของแคว้นหนานหลงเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลงเฟยจนถึงปัจจุบัน เขาไม่ได้ใช้กำลังทหารในการรุกราน แต่เขาใช้การทูตและเศรษฐกิจในการชนะใจผู้คน ทำให้ชื่อเสียงของหลงเฟยในฐานะผู้ปกครองที่เมตตาแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดิน