Ep. 38
เช้าวันต่อมา
ตอนนี้เราอยู่ที่บ้านคุณสิงห์ เพราะฉันอยากจะมาพบคุณปู่ก่อนที่จะพาท่านไปเจอคุณพ่อคุณแม่น่ะ แต่ว่า.....นี่มันบ้านหรือคฤหาสน์กันนี่ บ้านหลังมหึมาแค่นั้นยังไม่พอ ขับรถผ่านประตูใหญ่เข้ามาข้างในก็เจอกับเหล่าผู้ชายใส่ชุดสูทสีดำเดินสวนกันขวักไขว่ไปมา เหมือนกับว่ากำลังตรวจตราดูบริเวณรอบคฤหาสน์หลังใหญ่นั้น
" สวัสดีครับคุณสิงห์ " ก่อนจะได้เดินเข้าไปในบ้านผู้ชายร่างหนาในชุดสูทสีดำที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็กล่าวสวัสดีขึ้นมา
" คุณปู่ตื่นแล้วยัง? "
" ครับ นายท่านตื่นแล้วครับ " ฉันได้แต่ก้มหน้าเดินตามเขาเข้าไปในบ้านหลังใหญ่
ผู้ชายสูงอายุคนหนึ่งดูจากหน้าตาด้านข้างจากมุมนี้แล้วฉันคิดว่าเขาน่าจะมีเชื้อสายจากทางตะวันตกผสมเอเชีย ถึงว่าทำไมคุณสิงห์เขาถึงได้ตัวสูงเกินมาตรฐานชายไทย หน้าตาคมเข้มหล่อเหลาเหมือนกับถูกปั้นแต่งประติมากรรมโดยนักปั้นมือทองซะขนาดนี้เพราะได้เชื้อตะวันตกผสมเอเชียอย่างลงตัวมาจากคุณปู่ของเขานี่เอง หน้าตาคุณปู่ยังดูสดใส บ่งบอกถึงการดูแลตัวเอง และดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ท่านกำลังนั่งไขว่ห้าง จิบกาแฟอยู่บนโซฟาตัวหรูกลางห้องโถงใหญ่ ด้วยบุคลิกนิ่งๆ ของท่านทำให้ดูน่าเคารพจังเลย
" คุณปู่..สวัสดีครับ "
" อ่าว มากันแล้วหรอ ไหนล่ะหนูเรนนี่? " ฉันที่ยืนซ้อนหลังคุณสิงห์อยู่ก็เขยิบตัวออกมานิดหน่อยเพื่อให้ท่านได้เห็นใบหน้าคร่าตาเมื่อได้ยินคุณปู่ถามถึงชื่อฉัน
" สวัสดีค่ะ " กล่าวสวัสดีพร้อมยกมือขึ้นไหว้อย่างอ่อนช้อยแล้วก็ไม่ลืมที่จะส่งยิ้มหวานให้ท่าน
" โอ้ หวัดดีลูก อื้มมม ดูน่ารักสดใส ตาถึงนี่หว่าเจ้าสิงห์ ฮ่าาๆๆๆ " คุณปู่เดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือตบลงที่บ่าคุณสิงห์เบาๆแต่หนักแน่น จากนั้นท่านก็หันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้ฉัน
" เอ้า พาน้องไปกินข้าวกันก่อนไป น้อยตั้งโต๊ะได้เลย! " คุณปู่กล่าวสั่งคุณป้าแม่บ้านที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
" หิวหรือยังหนูเรนนี่? แล้วนี่แพ้ท้องบ้างหรือเปล่าหือ? "
" เอ่อ...สำหรับหนูไม่ค่อยเท่าไหร่นะคะคุณปู่ แต่ช่วงอาทิตย์ก่อน ก่อนที่จะรู้ว่าเรนนี้ท้อง คุณสิงห์เขาเหม็นอาหารแล้วก็อ้วกหนักมากเลยค่ะ " ฉันเล่าถึงอาการคุณสิงห์อย่างเป็นห่วง ก็พอจะเคยอ่านเจอในกูเกิ้ลมาบ้างนะ ว่าถ้าคุณพ่อคนไหนที่แพ้ท้องแทนคุณแม่นี่คือ หมายถึงว่าผู้ชายคนนั้นรักแฟนมาก แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงรึเปล่า มันก็ตื้นตันอยู่นะถ้ามันเป็นเรื่องจริงน่ะ แต่ฉันก็อดเป็นห่วงคุณสิงห์ไม่ได้ เพราะถ้าวันไหนที่เขาเหม็นอาหารแล้วเกิดอ้วกขึ้นมานี่คือวันนั้นทั้งวันเขาก็จะซึมไปเลยนะ แล้วก็เป็นฉันนี่ไงที่ต้องคอยกังวลถึงเรื่องสุขภาพร่างกายเขาอีกที มาถึงตอนนี้ก็อย่าเพิ่งมองบนกันนะคะทุกคน ก็ฉันเป็นห่วงเขามากจริงๆนี่ ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างไหม~~ >///<
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า~ จริงหรือเจ้าสิงห์ เหมือนปู่ตอนที่ย่าเขาตั้งท้องพ่อของแกเลยนี่หว่า! ฮ่าๆๆๆ " คุณปู่พูดแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจใหญ่เลย จนคุณสิงห์ได้แต่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก สงสัยจะไม่เคยได้ยินเรื่องแพ้ท้องแทนเมียมาก่อนล่ะสิ เฮ้อออ ทำหน้าตางงงวยได้น่ารักจริงๆเล้ย ฉันละอยากจะหอมแก้มเขาสักฟอด แต่ติดตรงที่ตอนนี้เราอยู่ต่อหน้าคุณปู่กันเนี่ยสิ -////-
ที่บ้านเรนนี่
หลังจากที่ทานข้าวเช้าพร้อมคุณปู่เรียบร้อย ท่านก็ชวนฉันนั่งคุย สอบถามฉันใหญ่เลยว่า ไปเจอกับคุณสิงห์ได้ยังไง คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงได้ไปตกหลุมพรางหลานท่านเอาได้ ซึ่งก็มีแต่ฉันเนี่ยแหละที่เป็นคนเล่าอยู่ฝ่ายเดียว คุณสิงห์ไม่ได้ช่วยเสริมเลย สักนิดก็ไม่มี เขาเอาแต่ก้มหน้านั่งฟังเงียบๆ ด้วยสีหน้าแดงแปร๊ด มีบางครั้งที่เขาพยักหน้าเป็นการส่งเสริมการเล่าของฉัน ไม่รู้จะเขินอะไรนักหนา คุณสิงห์พออยู่ต่อหน้าคุณปู่ เขาก็กลายเป็นผู้ชายบ้องแบ๊วไปซะแล้ว ไม่เหลือคราบคุณสิงห์คนที่ชอบพูดจาทะลึ่งตึงตังเวลาที่อยู่กับฉันสองคนอีกเลย บุคคลิกของเขาเวลาอยู่ต่อหน้าคุณปู่เป็นแบบนี้นี่เอง ดูแปลกตาไปเลย นึกแล้วก็ขำ....
ตอนนี้พวกเราทั้งสามคนมาอยู่ที่บ้านฉันเรียบร้อยแล้ว ผู้ใหญ่กำลังคุยกันเรื่องงานแต่ง ทั้งเรื่องสินสอด ฤกษ์ยาม สถานที่จัดงาน แต่สำหรับฉันไม่ขออะไรมาก ฉันอยากจัดแค่งานเล็กๆที่มีแต่ครอบครัว เพื่อนสนิท คนรู้จักก็พอ ไม่ต้องใหญ่โตมากก็ได้ ฉันเสนอไปแบบนั้น ตอนแรกดูเหมือนคุณปู่จะไม่ยอมท่านบอกว่าหลานชายคนเดียวแต่งงานทั้งทีต้องปิดหมู่บ้านไปเลย แต่ก็นั่นแหละ..ท่านคงเห็นว่าฉันกำลังท้องและคงไม่อยากให้มันวุ่นวายมากมายมั้ง สุดท้ายจึงยอมคล้อยตาม
" เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกันนะคุณ "
" ว่าตามนั้นเลยค่ะคุณปู่ ส่วนเรื่องฤกษ์แต่งปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอิฉันเองเถอะค่ะ " แม่ฉันพูดเสนอตัวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
" เอ้อ ดีๆๆ ฉันเองมันก็คนแก่แล้วน่ะ จะไปไหนมาไหนก็ลำบาก ฝากแม่บุษบาจัดการเรื่องนี้ด้วยแล้วกันนะ " คุณปู่ท่านพูดว่าตัวเองแก่แล้วเดินทางไปมาก็ลำบาก พูดไม่ได้เกรงใจกล้ามใหญ่ๆภายใต้เสื้อเชิตนั้นเลยนะคะคุณปู่
หลังจากที่ทางผู้ใหญ่พูดคุยตกลงกันเสร็จ ก็อยู่ทานข้าวเที่ยงด้วยกันที่บ้านฉัน แล้วก็แยกย้ายกันกลับ ฉันกับคุณสิงห์นั่งรถไปส่งคุณปู่ที่บ้านแล้วก็กลับไปเอารถที่จอดไว้ที่คฤหาสน์หลังนั้นด้วย ส่งคุณปู่เสร็จถึงค่อยขับรถกลับมาที่คอนโดอีกที พรุ่งนี้เราถึงค่อยไปติดต่อเรื่องการ์ดเชิญ ชุด แล้วก็เรื่องถ่ายพรีเวดดิ้งต่างๆนาๆ เห็นมั้ยฉันว่าแล้วเชียวว่าทุกอย่างมันต้องฉุกละหุกแบบนี้
" เรนนี่ ฉันมีธุระด่วน เดี๋ยวต้องแวะเข้าไปที่สนามบินสักหน่อย เธอเหนื่อยรึเปล่า...ไหวมั้ย? "
" เรนนี่โอเคค่ะ ^^ "
..................................................................................
สิงห์ ||Part||
สนามบิน
เวลา 16:00 น.
ตอนนี้ผมอยู่ที่สนามบิน ไม่ได้เข้ามาที่นี่ตั้งนานแล้ว เห็นว่ามีนัดประชุมหุ้นส่วนทุกคน วันนี้ก็เลยต้องเข้ามา
" เรนนี่! " มีเสียงเรียกเรนนี่แล้วก็รีบวิ่งปรี่เข้ามาหา เมียผม เป็นหนึ่งในพนักงานที่สนิทกันระหว่างที่เมียผมฝึกงานที่นี่นั่นเอง ผมจำชื่อไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่าเคยไปกินหมูกะทะด้วยกันตอนนั้น
" พี่ต่าย~ สวัสดีค่ะ "
" เป็นไงบ้างไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีมั้ย? "
" เรนนี่สบายดีค่ะ พี่ต่ายล่ะคะ? คิดถึงจังเลย~ แล้วนี่พี่อ้อยกับพี่โจ้อยู่ไหนคะเนี่ย "
" พี่อ้อยอยู่ในออฟฟิศ ส่วนโจ้ตอนนี้น่าจะอยู่ส่วนเกทมั้ง แล้วนี่...ตกลงเปิดตัวแล้วหรอ~ " เธอเหลือบตามองมาทางผมก่อนจะกระซิบกระซาบกับเรนนี่ซึ่งมันก็ไม่ได้เบาขนาดนั้น แน่นอนว่าผมยืนอยู่ใกล้แค่นี้ก็ต้องได้ยินอยู่แล้ว
" ฮิฮิ ค่ะ >< " เธอก้มหน้าตอบด้วยสีหน้าเขินอายแต่แววตากลับดูซุกซน หึหึ ถ้าไม่ใช่เรนนี่ทำไม่ได้หรอกนะครับแบบนี้
" เรนนี่ เดี๋ยวฉันต้องขึ้นไปประชุมก่อน เธอจะไปรอที่ห้องฉันก่อนก็ได้หรือจะอยู่คุยกับ...คุณต่ายก่อน เสร็จแล้วเดี๋ยวฉันโทรหานะ "
" โอเคค่ะคุณสิงห์ เรนนี่อยู่ได้^^ " เมื่อเธอรับปากอย่างนั้นผมจึงผละจากไปที่ห้องประชุม ไม่รู้ว่าจะเจอไอ้มังกรที่นั่นรึเปล่า ถ้าเจอก็อย่ามากวนxีนผมในที่ประชุมก็แล้วกัน แค่คิดถึงชื่อมันผมก็หงุดหงิดแล้ว!!
End.
เรนนี่ ||Part||
" เข้าไปสวัสดีพี่อ้อยก่อนดีไหม? " พี่ต่ายเอ่ยขึ้นเมื่อคุณสิงห์เดินออกไปแล้ว
" เอ่ออ จะไปรบกวนเวลาทำงานเปล่าๆรึเปล่าคะพี่ต่าย "
" โอ้ยย ไม่หรอก ปานนี้คงจะว่างแล้วแหละ อีกอย่างแค่แวะไปทักทายแกเฉยๆ ป่ะ! พี่พาไป "
แอ๊ดดดดดดดดด~~~~
" พี่อ้อย! มีคนมาหา ทายสิใครเอ่ย? " พี่ต่ายขวางทางแถมยังยืนบังตัวฉันไว้ แล้วโผล่เข้าไปคุยกับพี่อ้อยที่อยู่ในห้อง
" ใคร? "
" แท่นแท๊นนน~~ น้องเรนนี่ไง! " ฉันหลุดขำออกมา พี่ต่ายนี่ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ
" 0_0 เรนนี่! ไปไงมาไงเนี่ย ทำไมถึงมาที่นี่ได้อ่ะ " พี่อ้อยพูดแล้วรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่
" สวัสดีค่ะพี่อ้อย เรนนี่มากับคุณสิงห์น่ะค่ะ เห็นบอกว่ามีประชุมหุ้นส่วน "
เราคุยกันไปเรื่อยเปื่อยสัพเพเหระ ทั้งสาระบ้างไร้สาระบ้าง แต่พี่อ้อยก็ไม่ค่อยได้ถามถึงเรื่องฉันกับคุณสิงห์สักเท่าไหร่เพราะเหมือนพี่แกจะรู้อยู่แล้วแต่แค่ไม่พูดตั้งแต่แรก
" เอ่อ เรนนี่กับคุณสิงห์กำลังจะแต่งงานกันค่ะ " ฉันตัดสินใจบอกออกไป เพราะยังไงก็ต้องรู้อยู่ดีและฉันก็คิดว่าน่าจะเชิญพี่ๆทั้งสามคนในงานด้วยเพราะพวกเขาก็รู้จักทั้งฉันและคุณสิงห์
" ห๊ะ!/เรื่องจริงหรอเรนี่?! "
" นี่เรนนี่จะแซงหน้าพี่อ้อยไม่ได้นะ คบมาตั้งสี่ปียังไม่ได้แต่งเลย~ " พี่ต่ายพูดเย้าจนพี่อ้อยมองแรง
" ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะยัยต่าย! มาว่าฉัน! เธอเองก็หาให้ได้ก่อนเถอะ~ "
" อูยยยยยยย~~ เจ็บแสบ " ฉันได้แต่นั่งฟังแล้วก็อดขำพี่ต่ายไม่ได้ หาเรื่องจริงๆเลยพี่ต่ายนี่ก็ ฮ่าๆๆๆ
" ว่าแต่...พี่ยินดีด้วยนะเรนนี่ แล้วแต่งเมื่อไหร่? "
" เชิญด้วยนะ อย่าลืม! จะตัดชุดไว้รอ ถึงไม่เชิญก็จะไป! "
" ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ลืมแน่นอนค่ะ ไว้เดี๋ยวได้ฤกษ์แล้วเรานี่จะบอกอีกทีนะคะ "
คุยกันอยู่นาน ในตอนเกือบจะได้เวลาเลิกงานพี่โจ้ก็โผล่เข้ามา ได้คุยกันนิดหน่อยแล้วก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยชวนพี่โจ้ด้วย พี่โจ้เองก็ตกใจไม่ใช่น้อย ก็แหงล่ะ ยังไม่ทันถึงปีดีด้วยซ้ำที่ฉันรู้จักแล้วก็คบกับคุณสิงห์น่ะ จะเป็นใครก็ต้องตกใจทั้งนั้นแหละ แต่จนถึงขั้นนี้แล้วฉันก็ได้แต่หวังว่าคุณสิงห์จะไม่ทำให้ฉันเสียใจนะในการตัดสินใจของตัวเองตั้งแต่วันนั้นนะ.....
******* to be continued
หนูเรนนี่ก็ดูท่าว่าจะหลงคุณสิงห์ของเราใช่ย่อยนะคะเนี่ย~~ เหลืออีกตอนเดียวก็ตอนจบแล้วนะคะ ขออภัยที่เมื่อวานได้ไม่มาค่ะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยเด้ออ พ่อแม่พี่น้อง