หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 56

    รายการดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว และเป็นมืออาชีพเป็นอย่างมาก พวกเขารู้ว่าช่วงไหนที่จะเปลี่ยนฉากจะต้องตัดเข้าโฆษณาตอนไหนอะไรทั้งหมดมันพอดีไปหมด นี่มันอาจจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าทีมงานที่มีประสิทธิภาพจริงๆเป็นอย่างไร ผู้ชมทางบ้านเองก็ลุ้นตามว่าพวกเขาจะสร้างสรรค์เมนูใดมา มันจะน่าทานมากสักขนาดไหน “และวัตถุดิบหลักในวันนี้ก็คือ... หมูป่า.. ในหัวข้ออาหาร 5 ภาคครับบบ…..” พิธีกรลากเสียงออกมายาวเพื่อเพิ่มความตื่นเต้นในการแข่งขัน สิน และเชฟกิตติมองไปที่วัตถุดิบนั้น ก่อนที่จะหันมามองหน้ากัน พิธีกรที่เห็นว่ามันได้เวลาสำหรับคำพูดต่อไปแล้ว เขาก็เอ่ยขึ้นมา “ด้วยวัตถุดิบหลักของเราในวันนี้ กับการทำรสชาติให้ออกมาครบตาม 5 ภาค ...อาหารจานหลักทั้งหมด 5 จาน แบ่งออกเป็นอาหารเมนูของคาว 5 จาน ของหวานอีก 1 จานในวัตถุดิบปริศนาที่จะออกมาตอนเหลือเวลา 25 นาที... พวกคุณสองคนมีเวลาในการแข่งขันทั้งหมด 1 ชั่วโมง 30 นาที.. ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น.. เชฟสิน คุณมีอะไรจะบอกกับเชฟกระทะทองแดงหรือไม่” พิธีกรบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งกฎ ทั้งเวลาในการแข่งขัน ก่อนจะเอ่ยถามสินออกไป “เชฟกิตติครับ.. ด้วยหมูป่าตัวนี้ คุณอาจจะมีผลสถิติแพ้เพิ่มขึ้นนะครับ” สินกล่าวออกไปอย่างนุ่มนวลสไตล์แบบของเขา ก่อนจะยิ้มอ่อนๆให้กับเชฟกิตติ “แล้วเชฟกระทะทองแดง คุณมีอะไรอยากจะบอกกับเชฟผู้ท้าชิงบ้างครับ” พิธีกรก็ยังบิ้วอารมณ์เพื่อเพิ่มอารมณ์ร่วมของผู้ชมที่อยู่ทางบ้าน “เชฟสิน.. คุณอาจจะยังไม่รู้.. ผมยังไม่เคยแพ้ใคร และจะไม่มีวันแพ้อย่างแน่นอน” เชฟกิตติเจ้าของฉายาเชฟกระทะทองแดงที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยสถิติที่แข่งขันไปแล้ว 29 ครั้ง ชนะ 25 ครั้ง อีก 4 ครั้งคือเสมอ และเขาไม่เคยที่จะแพ้ใครเลยบนเวทีแห่งนี้ ใครที่ได้รับคะแนนเท่ากับเชฟกิตติก็ถือว่าพวกเขาเหล่านั้นมีฝีมืออยู่ในระดับเชฟชั้นสูงเข้าไปแล้ว “ถ้าพวกคุณสองคนมั่นใจกันขนาดนั้น.... เริ่มจะเริ่มการแข่งขัน ณ บัดนี้... COOKING TIME!!” พิธีกรคุณสังกาศเพชร หรือที่เรารู้จักกันในนาม คุณเพชร พิธีกรชื่อดังผลงานมากมาย เอ่ยออกมาเสียงดังลั่นฮอลการแข่งขัน ก่อนที่ทั้งสิน และกิตติจะวิ่งเข้ามาเพื่อหยิบส่วนของหมูป่าที่พวกเขาต้องการ” จากนั้นภาพก็ตัดเข้าสู้การโฆษณาเพราะรายการนี้คือรายการสดที่มันจะดูน่าเบื่อเกินไป หากจะดูในทุกๆขั้นตอนการทำอาหาร มันจะต้องตัดเข้าสู่ช่วงโฆษณา และวิจารณ์สิ่งที่เชฟทั้งสองจะทำ และเมื่อโฆษณาเสร็จมันเปิดเพียงจังหวะสั้นๆเท่านั้น ก็ตัดมาที่รายการมีนักวิจารณ์อาหาร 5 ท่าน ที่มีความรอบรู้เรื่องอาหารเป็นอย่างดี ส่วนกรรมการอีก 3 ท่านอยู่ห้องให้คะแนนโดยที่ไม่รับรู้วิธีการทำ หรือว่าใครทำเมนูไหนมาให้พวกเขาได้ทานกัน พวกเขาก็เริ่มวิจารณ์อาหารประกอบกับการตัดภาพไปมา และเทคนิคต่างๆที่เชฟทั้งสองได้ทำไป พวกเขาก็สามารถอธิบายให้ผู้ชมที่รอดูอยู่ทางบ้านเข้าใจได้มากขึ้น เพราะแต่ละคำมันเหมือนเป็นคำทับศัพท์ หรือคำที่เชฟเขาใช้กันเท่านั้น พวกเขาอธิบายถึงเมนูของเชฟสินก่อน ซึ่งมันประกอบไปด้วย เมนูแรก หมูป่าเดินชมสวนดอกไม้ ซึ่งเชฟสินต้องการจะแสดงความคิดสร้างสรรค์ซ้อนเข้าไปในหัวข้อที่ระบุว่าเป็นอาหาร 5 ภาค เชฟสินอยากจะแบ่งมันออกเป็น 5 ฤดูกาลด้วยเช่นกัน หมูป่าเดินชมสวนดอกไม้ มันเป็นลาบหมูคั่ว หรือที่เราเรียกกันว่าลาบหมูสุก แบบภาคเหนือทานคู่กับดอกไม้สดใบสด และแต่ละอย่างมันเป็นสมุนไพรที่หอมหวาน ทานคู่กับลาบหมูคั่วได้อย่างลงตัว เมนูอาหารประเภทจานเนื้อหลักสินเลือกที่จะทำสเต็กง่ายๆ กับซอสแจ่วให้ออกมาเป็นเหมือนหมูย่างที่ทางอีสานต้องทำกินกันเป็นเอกลักษณ์ และเขายังได้เพิ่มกลิ่นอายของความเป็นอีสาน ไปด้วยการเติมน้ำปลาร้าลงไปในน้ำพริกแจ่วอย่างลงตัว เมนูอื่นของเขาก็เหมือนๆกัน แต่รสชาติถึงมันจะไปในคนละทิศทาง แต่สินยังเชื่อในความสามารถของหนังสือที่เขาได้รับมา ว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างมันจะถูกรวมเป็นหนึ่งอย่างแท้จริงอาหารของเชฟกิตติก็ไม่ได้น้อยหน้าเลย เขาที่ถนัดอาหารทะเลก็ได้นำหอยเชลล์มาใช้ควบคู่กับเมนูเนื้อหมูป่าของเขา หัวข้อของเขาคือ..หมูป่าในทะเลอันดามัน.. มันเป็นชื่อคอร์สอาหารของเขา และเมื่อรายการดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ก็เกิดคำถามมากมายในโลกอินเทอร์เน็ต ผู้ชมหลายๆคนก็ให้ความสนใจกับการแข่งขันนี้ แต่เวลาที่รายการนี้ฉายมันเป็นเวลาที่ดูแล้วมันทรมานมากๆสำหรับคนที่ได้แต่ดู และคำถามที่เห็นทั่วไปของโลกอินเทอร์เน็ตก็จะบ่นประมาณว่า ‘ใครดูรายการเชฟกระทะทองแดงอยู่ แล้วคิดเหมือนกับผมไหม... เซเว่นจ้า!!’ คอมเมนต์เห็นด้วยมากมายจริงๆสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะว่าอาหารมันน่ารับประทานเป็นอย่างมาก มันอดใจไม่ไหวจริงๆ บางคนก็กดติดตามรายการนี้มากขึ้น ทั้งเพจหลักทั้งส่วนอื่นๆด้วย และรายการก็มาถึงช่วง 25 นาทีสุดท้ายที่วัตถุดิบปริศนาก็ออกมามันคือ ลูกตาล จากจังหวัดเพชรบุรี ของดีที่หาได้ยากในจังหวัดอื่นๆ และวัตถุดิบนี้เอง ก็ทำให้หลายๆคนอยากลองทานมันจริงๆ เพราะพวกเขาเห็นว่ามันน่าทานเป็นอย่างมากหลังจากที่เชฟทั้งสองคนได้ทำออกมาแข่งขัน รายการดำเนินมาถึงช่วงหมดเวลาทำอาหารแล้ว ทั้งเชฟสิน และเชฟกิตติต่างก็มีความเป็นมืออาชีพพอที่จะทำมันให้ทันตามเวลาที่กำหนด และมันสมบูรณ์แบบตามใจที่พวกเขาต้องการ กรรมการได้ลองชิมอาหารของทั้งสอง โดยเชฟสินได้เป็นเชฟปริศนาหมายเลข 1 เชฟกิตติได้เป็นเชฟปริศนาหมายเลข 2 เพื่อไม่ให้เกิดความลำเอียงในการให้คะแนนจากความสัมพันธ์ส่วนตัว และแน่นอนว่ามันลำบากกรรมการในเรื่องของการตัดสินใจให้คะแนน เพราะว่าทั้งสองเชฟต่างไม่มีที่จะให้ติเลยแม้แต่ที่เดียว ตอนนี้คะแนนที่พวกเขาให้มันอาจจะเป็นความชอบ หรือค่านิยมส่วนตัวเสียมากกว่าในเรื่องของหน้าตาอาหาร และรสชาติ ถึงผู้ชมส่วนใหญ่จะเข้ามาดูเพื่อสนับสนุนสิน แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับเลยว่า เชฟกิตติเองก็ไม่ธรรมดา และเริ่มใส่ใจกับวงการอาหารบ้านเรามากยิ่งขึ้น และแล้วมันก็มาถึงช่วงแห่งการตัดสินแล้ว เชฟสิน และเชฟกิตติที่คุยขิงใส่กันก็มายืนประจัญหน้ากันอีกครั้ง และเหล่ากรรมการ ผู้วิจารณ์อาหาร พิธีกรต่างก็มารวมตัวกันอยู่หน้าเวที เพื่อเป็นศักดิ์พยานในครั้งนี้“แล้วผลคะแนนก็อยู่ในมือของผมแล้ว... คนที่ชนะได้แก่ เชฟหมายเลข......” พิธีกรมีการถ่วงเวลาเล็กน้อย มันทำให้ช่องแชทในการไลฟ์สดแทบจะด่ากันอยู่แล้ว เพราะเขาถ่วงมาเป็นสิบวินาทีแล้ว และอีกอย่างหนึ่ง ถ้าหลายๆคนที่เคยชมรายการนี้ ถ้าพวกเขาประกาศออกมาว่า คนที่ชนะ แปลว่ามันจะต้องมีคนที่ชนะจริงๆ แต่ถ้าเป็นเสมอหรืออื่นๆ เขาจะพูดอีกแบบอย่างเช่น ผลการแข่งขันที่ออกมา... เป็นต้น มันทำให้พวกเขาลุ้นจริงๆว่าใครเป็นผู้ชนะ “ผู้ชนะได้แก่ เชฟสิน ด้วยคะแนน 29.9 ต่อ 29.8 คะแนนครับ” จากนั้นทั้งสองก็มาจับมือกัน และพูดคุยอะไรกันบางอย่าง และมันทำให้สินรู้สึกนับถือน้ำใจของเชฟกิตติจริงๆ พวกเขาทั้งสองก็รู้จักกันมาก่อน พวกเขาแลกเปลี่ยนความรู้อาหารต่างๆราวกับเพื่อนที่หากันได้ยากจริงๆ และการแข่งขันนี้ถึงมันจะเต็มไปด้วยเกียรติของเชฟ แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องความสัมพันธ์มิตรภาพ “เป็นเกียรติมากครับ..ที่ได้รับความพ่ายแพ้ในครั้งแรกให้กับคุณ... เชฟมีประสบการณ์มากกว่าผมจริงๆครับ ผมนับถือเชฟจริงๆ” เชฟกิตติเอ่ยออกมา เพียงเขาสองคนเท่านั้น สินเองก็เอ่ยกล่าวกลับด้วยเช่นกันในทำนองที่ว่า เขาก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก และยังขาดอะไรอีกหลายอย่าง จากนั้นรายการก็ได้ตัดจบไป พร้อมกับเข้าสู่ช่วงที่ทุกคนในโลกอินเทอร์เน็ตกล่าวชื่นชมรายการต่อไป

    error loadedแซ่บๆ ยั่วๆจ้าาาาา