ความรักของยัยปลาทอง

    รักแรกพบของปลาทอง 1

    “นั่งเหม่ออะไรของแกตั้งนานเนี่ย” พลอยขวัญเอ่ยขึ้นหลังเห็นเพื่อนสนิทนั่งเหม่อลอยอยู่นาน เรียกเธอออกมาแล้วก็ไม่พูดอะไร จนเธอสั่งกาแฟมาแก้วที่สองแล้ว“ฉันว่าฉันเจอคนที่ใช่แล้วล่ะ” หญิงสาวเจ้าของใบหน้ากลมเล็กที่มีแก้มป่องๆ ประดับอยู่อย่างน่ารักเอ่ยตอบ น้ำเสียงยังฟังดูเลื่อนลอยคล้ายกำลังอยู่ในห้วงฝันที่ไม่ยอมออกมาอยู่ในโลกของความเป็นจริงสักที“แกว่าอะไรนะ?” พลอยขวัญถามอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม‘ปานลิน’ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสาว ก่อนจะกล่าวอย่างมาดมั่น ดวงตาที่มองมายังส่องประกายระยิบระยับเหมือนมีดาวล้านดวงอยู่ในนั้น เป็นเสน่ห์อันโดดเด่นของหญิงสาว แล้วยังเป็นจุดเด่นที่สุดของเธอด้วย
    “ฉันพูดจริงๆ นะพลอย ฉันเจอเขาครั้งแรกก็ตกหลุมรักเขาเลย มันคือรักแรกพบ!”“ไอ้ปลา! นี่แกจะบอกว่าไปหลงรักคนที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกจนเก็บเอามาละเมอเพ้อพกเนี่ยนะ แกเพี้ยนไปแล้วเหรอ?” พลอยขวัญอดที่จะกุมขมับไม่ได้ เพื่อนเธอคนนี้ไม่ใช่คนที่จะตกหลุมรักใครง่ายๆ เธอรู้จักปานลินดี พวกเธอเป็นเพื่อนที่คบกันมานานกว่าสิบห้าปี!ในหัวของยายเพื่อนคนนี้มีแต่ความคิดเพ้อฝัน ราวกับคนที่ไม่ได้อยู่ในโลกความเป็นจริง ดังนั้นจึงไม่เคยมีความรักมาก่อน แม้จะมีใครหลายคนเข้ามาจีบ ทั้งจีบอ้อมๆ และจีบแบบเปิดเผยแทบประกาศให้โลกรู้ แต่ปานลินก็ยังไม่รู้ถึงความรู้สึกเหล่านั้น จนสุดท้ายทุกคนก็ยกธงขาวแต่วันนี้เพื่อนที่สุดแสนจะซื่อบื้อคนนั้น กำลังบอกเธอว่ากำลังมีความรัก แถมเป็นความรักที่เพ้อเจ้ออย่างรักแรกพบอีกด้วย“ไม่เพี้ยน เขาเหมือนกับชายในฝันของฉัน เขาหลุดมาจากหนังสือเพื่อมาเจอฉันเลยนะ” ปานลินกล่าวอย่างตื่นเต้น เมื่อนึกถึงตอนที่เธอยืนตะลึงจ้องมองเขาจนกระทั่งเขาเดินหายไปจากสายตา หัวใจของเธอที่หยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่งก็เต้นถี่รัว เมื่อได้สติเธอก็พุ่งตัววิ่งตามออกไป น่าเสียดายที่ไม่เจอ เขาหายไปราวกับหายตัวได้แน่ะ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาตั้งสองเดือนแล้ว แต่เธอก็ยังนึกถึงแต่เขา อย่างนี้ไม่เรียกว่าตกหลุมรักแล้วจะให้เรียกว่าอะไร“ไอ้นิยายที่แกใส่สเปกผู้ชายที่ชอบลงไปน่ะนะ?”“อือ” ปานลินพยักหน้ารัวๆพลอยขวัญมองอีกคนเหมือนมองตัวประหลาด ปานลินเป็นนักเขียนชื่อดังที่มีผลงานมากกว่าสามสิบเรื่อง ทุกเรื่องได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และมากกว่าครึ่งก็มีการตีพิมพ์ซ้ำมากกว่าสามครั้งด้วย มันเป็นอาชีพที่สามารถดึงความเพ้อเจ้อของปานลินออกมาเป็นตัวอักษร แล้วเปลี่ยนมันให้เป็นเม็ดเงินได้เป็นอย่างดี ปานลินเองก็ประสบผลสำเร็จมาก มีแฟนหนังสือมากมาย ไม่ว่าเขียนเรื่องไหนก็ดังเป็นพลุแตกนิยายเรื่องล่าสุดเห็นว่าเจ้าตัวเอารายละเอียดผู้ชายที่ตัวเองชอบใส่ลงไปด้วย พระเอกของเรื่องอัดแน่นไปด้วยสิ่งที่ปานลินชอบและอยากให้เป็น พลอยขวัญเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านนวนิยายเท่าไหร่ โดยเฉพาะนิยายรัก เธอชอบอ่านแนวคลาสสิกอย่างเชอร์ล็อกโฮล์มส์มากกว่าถึงแม้เธอจะไม่ชอบ แต่เพื่อนที่เป็นนักเขียนของเธอคนนี้ก็มักจะเอาไอเดียมาเล่าให้เธอฟังอย่างตื่นเต้นเสมอ เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว นิยายเรื่องนั้นเธอก็จำได้อยู่นิดหน่อย แต่ที่จำได้แม่นก็คือปึกกระดาษที่เขียนเกี่ยวกับตัวละครเป็นข้อๆ อย่างละเอียดยิบ และกว่าครึ่งก็เป็นของพ่อพระเอกคนนั้นว่ายังไงนะ? อ้อ พระเอกสูงมาก ขาวมาก หล่อมาก เย็นชามากแต่อบอุ่นมาก...บลาๆๆๆเอาแค่ที่จำได้ไม่กี่ข้อ พลอยขวัญก็บอกได้เลยว่าคนแบบนั้นมันไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้หรอก อะไรคือเย็นชาแต่อบอุ่น ความขัดแย้งนี้มันสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างนั้นหรือ?นอกจากนี้พลอยขวัญยังพบความจริงที่เพื่อนสนิทของเธอไม่ชายตาแลชายใด นั่นก็เพราะมาตรฐานผู้ชายของยายเพี้ยนนี่มันสูงมาก สูงเสียดฟ้าราวกับเจ้าหญิงจากประเทศราชอันยิ่งใหญ่ประกาศหาคู่!แต่น่าแปลกใจมาก พล็อตเรื่องเกินจริงนั่นกลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ขายดียิ่งกว่าทุกเรื่องที่ปานลินเขียน เพียงวางขายได้อาทิตย์เดียวก็ขายหมดเกลี้ยง จนต้องพิมพ์เพิ่มอย่างเร่งด่วน เวลาผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ยังคงขึ้นแท่นขายดีอยู่ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ หรือเธอต้องหาซื้อมาอ่านดูสักหน่อย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พลอยขวัญนึกอยากอ่านนิยายของเพื่อนสนิทมากขนาดนี้“ไอ้คนแบบนั้นมันมีอยู่จริงๆ เหรอ?”“มีสิ ฉันเห็นมากับตา น่าเสียดายที่หลังจากนั้นก็ไม่เจอเขาอีกเลย ฉันมานั่งรอเขาอยู่ที่ร้านนี้มาสองเดือนแล้ว หรือเขาจะกลับเข้าไปในหนังสือแล้ว ฉันพลาดเหรอ ฉันต้องโสดแบบนี้ไปจนแก่เลยเหรอเนี่ย” หญิงสาวเจ้าของแก้มป่อง อมลมเข้าไปจนแก้มขยายออกเป็นลูกกลมๆ สองลูก ดูคล้ายปลาทองสมชื่อมากพลายขวัญเอานิ้วจิ้มแก้มข้างหนึ่งของปานลินจนลมรั่วออก แก้มพองลมแฟบลงพร้อมเสียง ‘ปุ’ เบาๆ พนักงานเสิร์ฟของร้านกาแฟที่เดินผ่านอมยิ้มน้อยๆ“อย่าจิ้มสิ!”“ไม่อยากให้จิ้มก็อย่าทำแก้มแบบนั้นสิ” แก้มยุ้ยๆ แบบนั้น ใครบ้างจะไม่อยากจิ้มคนถูกจิ้มแก้มทำหน้ามุ่ย จ้วงตักเค้กคำโตเข้าปาก พลอยขวัญมองดูอย่างขยาด กินเยอะขนาดนั้นทำไมไม่อ้วนก็ไม่รู้“เออ...”“เดี๋ยวนะ” พลอยขวัญยกมือหยุดคนที่กำลังจะพูดบางอย่าง ก่อนจะกดรับสายโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น “สวัสดีค่ะ...”ปานลินกินเค้กเงียบๆ อย่างรู้กาลเทศะ พยักหน้าสองสามทีเมื่อพลอยขวัญทำท่าทางขอตัวไปคุยด้านนอก“เหมือนจะเป็นสายสำคัญแฮะ”พลอยขวัญเดินตรงไปยังประตูร้าน กำลังจะเปิดออก บานประตูก็เบาโหวงลอยกระแทกหน้าหญิงสาวอย่างจังตึง!เสียงดังพอที่จะเรียกสายตาตื่นตกใจให้คนในร้านหันมาดู ด้วยความตกใจ พลอยขวัญยกมือขึ้นกุมหน้าผาก ปล่อยมือถือร่วงตามแรงโน้มถ่วงไปนอนแอ้งแม้งที่พื้น โชคดีมากที่ตกใส่พรม พลอยขวัญก้มลงไปหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาดู พบว่าไม่เป็นอะไรก็รีบพูดสายต่อ“ขอโทษนะคะ พอดีเมื่อกี้...” เธอกรอกเสียงลงไป แล้วก้าวยาวๆ ออกจากร้านมาอย่างไม่สนใจ ได้ยินเพียงเสียงขอโทษดังตามหลังมา“ขอโทษนะครับ เป็นอะไรไหม? ...” ชายหนุ่มมองตามหลังไปอย่างกังวล คู่กรณีโบกมือว่าไม่เป็นไรให้โดยที่ไม่ได้หันมามองเลย เธอหายลับไปตรงมุมตึกอย่างเร่งรีบเขาหันมามองบานประตูอย่างอึ้งๆ เมื่อครู่เขามัวแต่พูดคุยกับพี่ชายด้านหลังจนไม่ได้ดูทาง จึงเปิดประตูไปชนคนอื่นอย่างแรง มันแรงมากจนมือที่จับอยู่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน แต่ผู้หญิงคนเมื่อกี้แค่จับหน้าผากเล็กน้อย ก้มลงหยิบมือถือที่หล่น แล้วจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่เขารู้สึกผิด รู้สึกผิดมาก ยิ่งเห็นคราบไขมันที่ติดอยู่ตรงกระจกประตูก็ยิ่งรู้สึกผิด นั่นต้องเจ็บมากแน่ๆ“นายธาร” ชลธารหันมองผู้เป็นพี่ชายที่ส่งเสียงเรียกอย่างแปลกใจ“พี่ว่าเธอจะเป็นไรไหม?”“ไม่มีท่าทีว่าเจ็บ ก็คงไม่เป็นอะไรมาก” ชลธีผู้เป็นพี่ชายตอบอย่างเย็นชา“งั้นเหรอ” เป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งเหลือเกิน “เข้าไปด้านในกันเถอะ”ชลธารเปิดประตูออกกว้างให้พี่ชายเข้ามาด้านใน หันมองประตูอีกครั้งก่อนจะบอกให้พนักงานมาเช็ดคราบบนประตูให้สะอาด............................................................อ่านล่วงหน้าได้ที่เด็กดีนะคะ