สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 44 ขวานเขย่าฟ้า

            “อเล็กซานเดอร์....”

            น้ำตาไหลอาบแก้มนวลร่างบางวิ่งมาถึงบนกำแพงได้เห็นฉากที่อเล็กซานเดอร์กระโดดลงไปแต่ไกลๆ

            สายตาสุดท้ายที่อเล็กซานเดอร์มองมาที่ตนดวงตาที่เป็นประกายสุกสกาวเหมือนดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนก่อนที่เขาจะสวมหมวกเกราะเหล็กนั่น มันได้ประทับในหัวใจของนางอย่างลึกล้ำทันทีภาพแผ่นหลังที่หันหลังจากไปคงทำให้นางยากที่จะลืมเลือนมันไปได้ในชั่วชีวิตของนาง

            “อเล็กซานเดอร์...ท่านต้องกลับมานะ...ท่านได้กลายเป็นราชาผู้กล้าหาญเป็นความภาคภูมิใจของเมืองแซมบอร์ด กลายเป็น...ตำนานของแผ่นดินอาเซรอท...ข้าจะรอท่าน!”

            แองเจล่าเกาะผนังกำแพงป้อมอย่างขวัญเสีย

            นางมองตามแผ่นร่างของเขาที่โรยตัวลงจากกำแพงอย่างไม่ละสายตาอเล็กซานเดอร์เดินเข้าไปรวมกับเหล่านักรบที่รออยู่ก่อนตัดสินใจจัดกระบวนทัพอย่างแน่วแน่เพื่อที่จะเข้าโจมตีข้าศึกที่ปักหลักอยู่บนสะพานเหมือนงูดำ

            “ท่านต้องมีชีวิตกลับมานะเจ้าคะ!”

            ……

            ……

            ชายฝั่งตอนใต้ของเมืองแซมบอร์ด

            ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้สีเหลืองให้ม้วนขึ้นในกลางอากาศปลิวไสวอย่างเอื่อยเฉื่อย กระรอกน้อยยืดตัวตรงหันมองรอบๆ อย่างระมัดระวัง หลังจากที่วางใจแล้วอุ้งเท้าหน้าก็หยิบลูกวอลนัทมาแทะอย่างมีความสุข ในท้องฟ้าอันไกลโพ้นมีนกที่กำลังบินไปมากลางอากาศอย่างเป็นอิสระ

            นี่เป็นภาพธรรมชาติในฤดูใบไม้ร่วงที่แสนสวยงามและเงียบสงบใครได้มองคงรู้สึกเคลิบเคลิ้มกับบรรยากาศสุขสงบนี้

            แต่ทันใดนั้น

            กุบกับ กุบกับกุบกับ!

            ทันใดนั้นเสียงกีบม้าที่ห่อตะบึงดังขึ้นมา แผ่นดินสั่นสะเทือนทั้งรังสีฆ่าฟังที่แผ่กระจายใบไม้ที่ลอยกลางอากาศอย่างเอื่อยๆ ก็พลันยุ่งเหยิงลอยสะเปะสะปะกระรอกน้อยก็ตกใจกลัวโยนลูกวอลนัทที่แทะอยู่ทิ้งไป แล้วรีบปีนขึ้นไปบนยอดนกก็รีบบินหนีอย่างตื่นตูม

            เสียงร้องม้าศึกดังขึ้นขึ้นมาอย่างแสบแก้วหู

            เสียงม้าค่อยๆเงียบลงชายหน้ากากเงินที่นำทหารอัศวินเกราะดำที่เป็นเหมือนองค์รักษ์ของตนมาพักอยู่ที่ริมแม่น้ำจูลี่

            ชายหน้ากากเงินเงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะหยิบกล้องส่องทางไกลดวงตาอินทรีออกมาจากตัว ส่องดูสถานการณ์ของข้าศึกบนกำแพงเมืองแซมบอร์ด กล้องส่องทางไกลนี้เป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ทำออกมาอย่างประณีตมาก บนเลนส์คริสตัลบางๆ ทั้งสองข้างมีนักเวทลงคาถาดวงตาอินทรีไว้ สามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนในระยะพันเมตร เห็นแม้กระทั่งหนวดของมด

            เมื่อส่องผ่านกล้องส่องทางไกลดวงตาอินทรีก็เห็นภาพของสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวและเหนื่อยล้าของเหล่าทหารบนกำแพงสภาพการป้องกันหย่อนยาน ทหารบางส่วนถอดเกราะออกพักผ่อนด้วยท่าทางหละหลวมการป้องกันที่ไร้ระเบียบแบบนี้...อยู่ในการคาดการณ์ของเขาทั้งหมดครึ่งหน้าใต้หน้ากากเงินเผยรอยยิ้ม

            “ส่งคำสั่งการของข้าลงไป ให้ทหารทั้งหมดเตรียมเข้า...”

            พูดถึงตรงนี้ใบหน้าชายหน้ากากเงินก็พลันเปลี่ยนไป คำว่า ‘โจมตี’ สองคำที่เหลือยังไม่ทันพูดออกมาก็หยุดลงกะทันหันภาพในกล้องส่องทางไกลดวงตาอินทรีเผยให้เห็นชายรูปร่างสูงใหญ่สวมชุดเกราะทั้งร่างนับยี่สิบกว่าคนกำลังไต่เชือกลงจากกำแพง

            “นี่...” ชายหน้ากากเงินชะงัก

            แต่ภาพที่เห็นต่อมาคือภาพที่เหล่าชายฉกรรจ์พวกนั้นที่สวมชุดเกราะป้องกันอย่างหนาแน่นเมื่อลงจากกำแพงมาก็รีบมารวมตัวเพื่อจัดกระบวนทัพพร้อมจู่โจมตามแบบมาตรฐาน ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจแผนการของอีกฝ่ายทันทีหลังจากที่ตะลึงงันเพียงสั้นๆ ก็เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดูถูกและขำขันมุมปากของเขาฉีกยิ้มกว้างทันที ชายหน้ากากเงินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างสมเพช“ฮ่าๆๆ ราชาเมืองแซมบอร์ด ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าสูงไป ความจริงแล้วเจ้ามันโง่ของแท้เลยแม้ว่าความคิดนี้จะไม่เลวเท่าไรแต่เจ้าคิดว่าคนแค่ยี่สิบกว่าคนจะสู้กองทัพข้าได้จริงๆหรือ?”

            “ฮึๆๆ ในเมื่อเป็นแบบนี้ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วค่อยโจมตีเมืองอย่างเป็นทางการอีกทีแล้วกัน”น้ำเสียงเย็นชาของชายหน้ากากเงิน เขาเอาแส้มาโบกไปมาแล้วพูดว่า “รับคำสั่ง ‘หมายเลขสอง’ ‘หมายเลขสาม’ เปลี่ยนขบวนพลโล่เป็นแนวป้องกันปล่อยให้พวกหมูโง่ที่ไม่รู้จักที่ตายพวกนั้นเข้ามาใกล้จากนั้นก็ตัดหัวพวกมันมาให้ข้าในสิบลมหายใจ”

            มอ!

            ทันใดนั้นแตรทหารก็ดังก้องกังวานขึ้นมาบรรยากาศตึงเครียดพลันปกคลุมทั่วพื้นดิน ในที่สุดก็เริ่มการโจมตีแล้ว

            เสียงแตรคำสั่งดังขึ้นกองทัพเกราะดำราวกับเครื่องจักรทื่มีความแม่นยำ พวกมันเริ่มเปลี่ยนรูปขบวนทันที

            ตึง ตึง ตึงตึง!

            เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นอย่างเป็นระเบียบจนน่าทึ่งขบวนทัพก็เปลี่ยนรูปแบบทันที ระยะห่างระหว่างพลโล่และเมืองแซมบอร์ดใกล้กันมาก พวกเขาเริ่มเคลื่อนที่ช้าๆเว้นตรงกลางเล็กน้อยและเลื่อนไปข้างหน้าทั้งสองด้านกลายเป็นกระบวนทัพรูปตัวอักษรเว้า (凹)

            ชิ้ง ชิ้งชิ้ง!

            เสียงโลหะกระทบกันในขบวนทัพดังขึ้นโล่สีดำสูงประมาณสามเมตร มีหอกมังกรที่ยาวประมาณห้าเมตรยืดออกมา ตัวหอกทำจากเหล็กบริสุทธิ์แสงอาทิตย์กระทบกับตัวหอกจนเกิดแสงสะท้อนดงหอกมังกรนี้เหมือนกับรอยยิ้มของมัจจุราช ปลายหอกชี้ไปด้านหน้าพลโล่เกราะดำทุกคนต่างรู้หน้าที่ พวกเขาเดินตรงไปข้างหน้าอย่างเงียบๆชั่วพริบตากองทัพทั้งหมดก็เหมือนกับเม่นเหล็กขนาดใหญ่ไร้ช่องว่าง แม้แต่คนยักษ์ก็อาจจะถูกเสียบเป็นเนื้อเคบับ

            ตรงกันข้ามกับเหล่านักรบชุดเกราะทั้งยี่สิบกว่าคนต่างพุ่งเข้ามาอย่างห้าวหาญไม่กลัวตาย

            นี่เป็นการรบที่ไม่สมกันเลยแม้แต่น้อย

            มองลงมาจากท้องฟ้ามันเหมือนกับมดไม่กี่สิบตัวที่กำลังยั่วยุช้างอย่างไม่เจียมตัวเพียงช้างยกเท้าเหยียบก็สามารถจะเหยียบฝูงมดให้เละเป็นโจ๊กได้สบายๆ

            แสงสะท้อนหอกมังกรเป็นประกายทำให้ดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าดูเย็นเหยียบขึ้นมา

            ไม่มีใครสงสัยเลยว่าด้วยปลายหอกแหลมคมเหล่านี้มันสามารถแทงทะลุชุดเกราะใดๆก็ได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหล็กที่หนาถึงสามสี่นิ้วของปลายหอกที่แหลมคมของหอกมังกรเหล่านี้หากเผชิญหน้ากับหอกพวกนี้คงถูกแทงทะลุอย่างง่ายดายราวกับฉีกกระดาษบางๆ

            แต่‘เหล่ามด’ ที่พุ่งเข้ามาด้วยกระบวนทัพในรูปกรวยแบบตัวอักษร V อย่างรวดเร็ว พวกเขาก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ และเริ่มเพิ่มความเร็วในการพุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งราวกับจะใช้เลือดเนื้อของตัวเองทำลายดงหอกมังกรพวกนั้น

            ในสนามรบไม่มีใครส่งเสียงใดๆออกมา

            อากาศก็พลันหยุดนิ่ง

            ราวกับว่าทุกคนสามารถได้ยินเสียงจังหวะเต้นของหัวใจตัวเองได้

            บนกำแพงเมืองเหล่าทหารทุกคนอดไม่ได้ที่จะแนบร่างชิดกับกำแพงป้อมพยายามที่จะเอนร่างออกไปนอกกำแพงเพื่อให้ตัวเองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้านล่างนั่นอย่างชัดเจนในดวงตากลมโตของแองเจล่าเต็มไปด้วยความกังวลส่วนสาวน้อยผมทองเจ็มม่าก็กอดอกตัวเองและกลั้นลมหายใจไปด้วย

            ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำจูลี่ชายหน้ากากเงินหยิบกล้องส่องทางไกลดวงตาอินทรีออกมามุมปากแสยะยิ้มยามที่จ้องมองพวกหมูโง่กลุ่มนั้นที่ไม่เจียมตัวเอง

            เป็นแค่สุนัขยังกล้ามาท้าทายมังกรหรือ?

            ด้านหลังของชายหน้ากากเงินใบหน้าของเหล่าอัศวินเกราะดำทั้งสิบต่างเผยสีหน้าโหดร้ายและตื่นเต้นราวกับฝูงหมาป่าได้เห็นเหยื่อในตอนกลางคืนพวกเขาเลียริมฝีปากและพากันแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม

            สะพานหิน

            ระยะห่างระหว่าง‘มด’ และ ‘เม่นเหล็ก’ เริ่มลดลงเรื่อยๆ

            ยี่สิบเมตร…

            สิบหกเมตร….

            สิบสามเมตร...

            สิบเมตร...

            ชายหน้ากากเงินยกตัวขึ้นสูงจากที่นั่งม้าเล็กน้อยมุมปากเขายิ่งยิ้มกว้างมากขึ้นเหมือนได้เห็นเสียงกรีดร้องและเลือดของอีกฝ่ายกำลังสาดกระเซ็น

            ในสายตาของเขาตอนจบมันก็ต้องเป็นแบบนี้ แค่พลโล่ที่อยู่ในรูปขบวนทัพตัว เว้า (凹) โอบล้อมปิดทางพวกมันเหมือนห่อเกี้ยวที่นำศัตรูไว้ตรงกลางแป้งจากนั้นหอกมังกรก็จะแทงพวกมันไม่กี่ครั้งก็สามารถเสียบหมูโง่ให้กลายเป็นเนื้อเคบับบนหอกของตัวเอง

            เขาไม่กังวลเลยสักนิดว่ามดพวกนั้นจะสามารถทำขบวนโล่ให้เกิดความวุ่นวายได้

            ด้านในและนอกของโล่ขนาดใหญ่กว่าสามเมตรหุ้มด้วยเหล็กสีดำถึงสามชั้น และน้ำหนักของทุกโล่ก็มากกว่าร้อยจินขึ้นไปด้านหลังของโล่ก็มีทหารชั้นยอดและยังเสริมด้วยหอก ขบวนทัพป้องกันแบบนี้แม้ว่าต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของทหารม้าเกราะหนักก็ยังสามารถต้านทานได้มากกว่าสิบนาที

            อารมณ์ขบขำในดวงตาของชายหน้ากากเงินเผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง

            แต่วินาทีต่อมาชายหน้ากากเงินก็ต้องตะลึงราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงมาจากฟากฟ้า ร่างกายเขาสั่นสะท้านดวงตาแทบถลนออกมาจากเบ้า

            เสียงสูดลมหายใจของอัศวินเกราะดำดังขึ้นอยู่ด้านหลังเขา

            ม้าศึกของพวกเขาแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บในสนามรบก็ยังคงก้าวย่างได้อย่างเป็นระเบียบจู่ๆ ก็เริ่มปั่นป่วนขึ้นมา พวกมันร้องเสียงต่ำๆ ไม่หยุดและพากันถอยหลัง...

            เพียงเพราะเมื่อสองสามวินาทีก่อนมีเสียงตะโกนดังขึ้นประหนึ่งเสียงฟ้าผ่า ลอยมาจากไกลๆ ตรงปลายสะพาน

            “โอ้พระเจ้า!”

            จากนั้นก็เห็นเหล่าชายฉกรรจ์ที่จัดขบวนรบเป็นรูปกรวยที่พวกเขามองเหมือนเป็น‘มด’ ก็พุ่งเข้ามาโจมตีอย่างต่อเนื่อง คนที่อยู่ในตำแหน่ง‘ปลายกรวย’ ที่วิ่งอยู่หน้าสุด เมื่อตะโกนออกมาแล้วก็โยนขวานยักษ์ในมือออกไปทันที

            หวือ หวือหวือ!

            ขวานยักษ์ก็กลายเป็นเงาสีดำหมุนควงเสียงร้องโหยหวยแหลมๆ ดังขึ้นมาทำลายบรรยากาศแม้กระทั่งทำลายช่องว่างจนผืนฟ้าและผืนดินต้องสั่นสะเทือน

            ตูม!

            เสียงร้องโหยดังขึ้นฝนเลือดสาดกระเซ็น

            ขวานยักษ์เหมือนสายฟ้าสีดำฟาดลงบนโล่เหล็กที่สูงสามเมตร

            ประหนึ่งมีดแหลมคมกำลังหั่นสเต๊กเป็นชิ้นบางๆอย่างง่ายดาย ทั้งเหมือนแขนเทพปีศาจที่ยื่นลงมาจากฟ้าเพื่อฉีกกระดาษบางๆ เป็นชิ้นๆโล่ที่สามารถต้านทานการโจมตีของอัศวินเกราะหนักได้อย่างสบายๆถูกขวานฟาดเสียงดังสนั่นเหล็กก็พลันบิดเบี้ยวไปทันที หลังจากนั้นชะงักไปครู่หนึ่งพลังที่น่าหวาดกลัวก็โจมตีอีกครั้งอย่างรุนแรง โล่เหล็กที่สูงกว่าสามเมตรนับสิบอันก็ปลิวออกไปเหมือนใบไม้แล้วร่วงหล่นลงมา...

            ไม่สามารถต้านทานได้!

            อย่างไรก็ต้านทานไม่ได้!

            ความรู้สึกที่ขวานยักษ์มอบให้เหมือนมันไม่ใช่ขวานแต่เป็นการลงทัณฑ์ด้วยความโกรธเกรี้ยวของพระเจ้าการเคลื่อนไหวดุจสายฟ้าและพลังที่น่ากลัว ไม่แน่ว่าพลังนั่นอาจจะเคลื่อนย้ายภูเขาถังกูล่าที่ใหญ่ที่สุดของแผ่นดินอาเซรอทได้หรือไม่ก็อาจจะทำลายภูเขานั่นได้ด้วยซ้ำ

            หลังเสียงตูมผ่านไปพลโล่ที่เหมือนกำแพงเหล็กกล้าก็ถูกขวานยักษ์ฟาดจนเปิดช่องว่างมากกว่าหนึ่งเมตร รอยเลือดที่น่าตกใจและแขนขาที่ปลิวว่อนอยู่บนท้องฟ้าเพราะถูกพลังมหาศาลทำให้ปลิวขึ้นไปภาพทั้งหมดทำให้ขบวนทัพที่เป็นระเบียบวุ่นวายขึ้นมา

            ทหารเกราะดำที่อยู่ด้านหลังโล่ต่างไม่เคยคิดฝันว่าบนโลกนี้จะมีคนที่สามารถทำลายรูปแบบการป้องกันที่เหมือนกำแพงเหล็กของพวกเขาได้ความเป็นจริงที่โหดร้ายทำให้พวกเขาขลาดเขลาแม้กระทั่งลืมระเบียบวินัยทหารและสัญชาตญาณตอบโต้ที่ทหารคนหนึ่งควรจะมีปล่อยให้ศัตรูเดินผ่านช่องว่างที่เต็มไปด้วยเลือดเข้ามา

            วินาทีก่อนหน้านี้ในใจของพวกเขายังดูถูกและหัวเราะเยาะหมูโง่ไม่รู้จักที่ตายทั้งยี่สิบคนที่กล้าเผชิญหน้ากับพวกเขาแต่มาตอนนี้ เพียงพริบตาเดียว หมูโง่ทั้งยี่สิบกว่าตัวก็แสยะยิ้มเหี้ยมทำลายหน้ากากที่อ่อนแอทิ้งกลายเป็นปีศาจที่กำลังย่างเข้ามาในกองทัพ อาวุธในมือของพวกเขาเหมือนเคียวมัจจุราชที่ส่องประกายเย็นยะเยือกออกมาพวกเขาดูเหมือนเป็นตัวแทนมัจจุราชบนโลกมนุษย์ ทุกที่ที่ก้าวผ่านเต็มไปด้วยเลือดและเสียงคร่ำครวญทหารเกราะดำแถวหน้าได้สูญเสียการคุ้มครองจากโล่เหล็กไปก็เหมือนฟางข้าวที่ล้มลงกองกับพื้นเพราะเคียวของชาวนาไม่มีใครสามารถต้านทานได้แม้แต่วินาทีเดียว

            การต่อสู้ระหว่างมดกับช้างกลายเป็นมดกำลังสังหารหมู่เหล่าช้างอยู่ฝ่ายเดียว

            บทบาททั้งสองฝ่ายวินาทีนี้จู่ๆ ก็พลันสลับกันอย่างไม่น่าเชื่อ

            -------------------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311