ท่ามกลางท้องฟ้ากว้างใหญ่ อนาเธอร์ยืนอยู่บนหัวของเฟนเรียร์ พลางใช้อำนาจของระบบตรวจสอบค่าสถานะของมังกรเพลิงจักรพรรดิ
【มังกรเพลิงจักรพรรดิ :เลเวล: 3,206】
【พละกำลัง: 323,000】
【ความทนทาน: 400,320】
【ความเร็ว: 330,000】
【จิตวิญญาณ: 330,000】
【ทักษะสกิล: ลมหายใจแห่งเปลวเพลิงจักรพรรดิ,อำนาจของมังกรโบราณ,กรงเล็บมังกรทำลายล้างสวรรค์,เปิดดูทักษะที่เหลือ..】
“ขะ..แข็งแกร่งเกินไป! เหนือกว่าท่านแม่ในสภาวะปกติอีก!”
ข้อมูลที่ปรากฏทำให้เขาต้องอึ้ง เมื่อเห็นว่าค่าสถานะของเฟนเรียร์นั้นสูงไม่ต่างไปจากอนาเธอเลีย มารดาผู้ยิ่งใหญ่ของเขาเอง
ร่างของมังกรเพลิงจักรพรรดิเต็มไปด้วยพละกำลังอันมหาศาล ความเร็วในการเคลื่อนไหวที่เหนือจินตนาการ พร้อมทั้งความทนทานที่ยากจะหาใครเทียบได้ ยิ่งมองดูก็ยิ่งตระหนักถึงพลังอำนาจที่ตระกูลซิกฟรีดได้เก็บซ่อนเอาไว้
“สมแล้วที่เป็นคู่หูของท่านพ่อ!”
ในขณะเดียวกัน เงาขนาดมหึมาของเฟนเรียร์ที่แผ่คลุมทั่วท้องฟ้าก็สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนบนพื้นเบื้องล่าง
ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือแม้แต่ผู้เล่นที่มีชื่อเสียงในแต่ละเมือง ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและหวาดกลัว พวกเขากระซิบกระซาบและพูดคุยกันอย่างคึกโครม
“นั่นใช่ไหม... มังกรเพลิงจักรพรรดิของตระกูลซิกฟรีด?”
“แน่นอน นั่นคือเฟนเรียร์ ผู้พิทักษ์อันยิ่งใหญ่ของตระกูลซิกฟรีด!”
อีกเสียงหนึ่งตอบกลับมาอย่างเคารพ ทุกคนต่างพูดถึงตระกูลซิกฟรีดด้วยความยำเกรง
ไม่ใช่แค่เพราะความร่ำรวยและอำนาจทางการเมือง แต่ด้วยพลังอำนาจที่พวกเขามีอยู่ในครอบครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในโลกใบนี้
“ความรู้สึกแบบนี้มันสุดยอดชะมัด.. แล้วพวกเทพเจ้าจะมีมุมมองยังไงบ้างนะ”
อนาเธอร์ที่ยืนอยู่ตรงหัวของเฟนเรียร์ เฝ้ามองทิวทัศน์เบื้องล่างด้วยความภาคภูมิใจ รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลซิกฟรีดที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่หนักหน่วง ในเวลานี้ เขาสัมผัสถึงความมั่นคงในเส้นทางของตนเอง
การได้ยืนอยู่ในจุดที่ผู้คนมากมายต่างถวินหา ทำให้ตนรู้สึกเหมือนว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แข็งแกร่งและโดดเด่นมาก
เฟนเรียร์ทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พ่นเปลวเพลิงบางๆรอบตัว ประหนึ่งการประกาศอำนาจ ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงเรืองรอง
ทุกการกระพือปีกของมันสร้างกระแสลมแรงจนผู้คนเบื้องล่างแทบยืนไม่ไหว มังกรเพลิงจักรพรรดินี้ไม่เพียงเป็นสัตว์ในตำนาน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีที่ไม่อาจลบเลือนของตระกูลซิกฟรีด
“สุดยอด! มังกรละ มังกรตัวเป็นๆ!”
ยิ่งเข้าใกล้เมืองหยางหมิง เสียงชื่นชมและตะลึงพรึงเพริดก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พ่อค้าหญิงสาว หรือแม้แต่เหล่าผู้เล่นมือใหม่ต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองอย่างตะลึงงัน บางคนถึงกับยกมือขึ้นปิดปากเพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ในชีวิตของตน
“ใกล้ถึงแล้วละครับท่านลุง!”
เมื่อถึงเขตชานเมืองหยางหมิง อนาเธอร์สั่งให้เฟนเรียร์ค่อยๆลดระดับการบินลง ขณะที่มังกรเพลิงจักรพรรดิทะยานต่ำลง
ทุกสายตาต่างจับจ้องราวกับถูกสะกดให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจอันร้อนแรงของมัน
“ถึงแล้วละอนาเธอร์.. ถ้าจำไม่ผิดนี่คือกิลด์ของพี่ชายเจ้า กิลด์เซฟีรอส!”
เฟนเรียร์ค่อยๆทะยานลงสู่ลานกว้างที่เป็นศูนย์กลางอาณาเขตของกิลด์เซฟิรอส ซึ่งมันก็ยิ่งใหญ่ดุจดั่งวิหารศักดิ์สิทธิ์
“มะ..มังกรเพลิงของตระกูลซิกฟรีด!”
เมื่อร่างมหึมาของมังกรเพลิงจักรพรรดิปรากฏขึ้นเหนือศีรษะผู้คน เสียงหอบหายใจเงียบลงทันที ท้องฟ้าและอากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความร้อนระอุที่แผ่ขยายไปทั่วทุกทิศทาง สายตานับพันนับหมื่นคู่ต่างหยุดนิ่ง มองภาพอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยความหวาดหวั่นและเคารพในเวลาเดียวกัน
“หัวหน้าใหญ่ ดูซิว่าใครมาหาท่านน่ะ!”
ผู้เล่นในกิลด์ต่างจดจำได้ทันทีว่าใครกำลังมา บรรดาผู้เล่นระดับสูงต่างวิ่งออกมาด้วยความรีบเร่งและนอบน้อม
พวกเขาเข้าแถวคารวะรอรับทายาทตระกูลซิกฟรีด พร้อมกับผู้นำกิลด์เซฟิรอส ไมเยอร์
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้เด็กบ้าคนนี้ ในที่สุดเจ้าก็คิดถึงพี่ชายใหญ่คนนี้แล้วเรอะ”
พี่ชายคนโตของอนาเธอร์ก้าวเดินออกมาด้วยใบหน้าที่แฝงไปด้วยความภาคภูมิใจและขบขันในเวลาเดียวกัน เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นและเห็นอนาเธอร์ยืนอยู่บนหัวเฟนเรียร์ ความคิดของไมเยอร์ก็พลันไหววูบ เขาแทบอดหัวเราะไม่ได้
“เฮ้ เจ้าน้องชาย”
“พ่อจะตามใจเจ้าไปถึงไหนกันนะ!”
ไมเยอร์เอ่ยพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอิจฉาอย่างน่าขัน
“แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกยืนอยู่บนหัวของท่านลุง เจ้านี่ดูล้ำหน้าเสียจริง”
อนาเธอร์กระโดดลงจากหัวของเฟนเรียร์ พยักหน้าทักทายพี่ชายพร้อมกับรอยยิ้ม
"พี่ชาย ถ้าอยากลองก็เพียงแค่ขอท่านพ่อดูสิ ข้าว่าท่านน่าจะไม่ปฏิเสธ”
ชายร่างใหญ่พอได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะแห้งๆ พลางโบกมือและปฏิเสธมันไปในทันที
“โอ้ น้องรัก ของแบบนี้ข้าให้เจ้าเพียงคนเดียวก็พอแล้ว ท่านเฟนเรียร์ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆจะกล้าขอมาเป็นพาหนะโดยง่ายหรอกนะ”
“และเจ้าคงไม่รู้หรอกว่าบรรดาผู้เล่นในกิลด์ต่างก็พากันตะลึงไปหมดแล้ว”
อนาเธอร์เองก็ไม่รู้จะทำยังไง
ตัวของเขาไม่ได้เป็นผู้ขอ แต่ทั้งหมดมันเป็นเพราะฝีมือของท่านพ่อตังหาก
ตอนนั้นไมเยอร์สังเกตเห็นความเคร่งขรึมในแววตาของน้องชายจึงยกมือแตะไหล่เบาๆ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เป็นอะไรไปน้องรัก.. มาเถอะ พี่จะแนะนำกิลด์เซฟีรอสที่ยิ่งใหญ่นี้ให้เจ้ารู้”
หลังจากนั้น สองพี่น้องก็ได้ก้าวเดินเข้าไปภายในอาคารที่สูงตระหง่าน
ภายในกิลด์เซฟิรอสเองก็ตระการตาไม่แพ้กับอาณาเขตภายนอก เสาหินอ่อนและเพดานสูงที่ประดับไปด้วยสัญลักษณ์และภาพวาดของเหล่าสัตว์นานาชนิด เปล่งประกายด้วยอำนาจและความยิ่งใหญ่ ห้องโถงกว้างใหญ่มีผู้เล่นหลายคนกำลังเตรียมพร้อมก่อนจะลงสู่ดันเจี้ยน บางคนจ้องมองมาที่อนาเธอร์ด้วยสายตาประหลาดใจและชื่นชม
เมื่อเดินมาถึงห้องโถงหลัก
ไมเยอร์พาน้องชายไปนั่งยังห้องส่วนตัวซึ่งสงบและมีความเป็นส่วนตัว
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเตรียมตัวลงแข่งขันในมหาวิทยาลัยใช่ไหม? แล้วเจ้าต้องการจะเพิ่มเลเวลให้ถึง 200 ภายในสองวันนี้?”
ไมเยอร์รินชาให้อนาเธอร์พร้อมกับเริ่มพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“ใช่พี่ชาย ข้าตั้งเป้าไว้ว่าต้องเลเวลถึง 200 เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน ข้าต้องการที่จะทุ่มเทให้เต็มที่”
อนาเธอร์พยักหน้ารับ ทำให้ไมเยอร์ต้องฉีกยิ้มกว้าง เขามองน้องชายด้วยสายตาชื่นชม
“เช่นนั้น.. พี่จะให้เจ้าลงในดันเจี้ยนของกิลด์เพื่อเก็บค่าประสบการณ์ให้ได้ไวขึ้น”
“ภายในกิลด์เซฟิรอสนี้มีดันเจี้ยนหลากหลายระดับ บางแห่งเป็นที่ฝึกของผู้เล่นระดับ 300-500 แต่ส่วนใหญ่ก็มีดันเจี้ยนระดับต่ำเช่นกัน เพราะกิลด์ของพี่รับสมัครแต่คนเลเวลสูงๆ”
อนาเธอร์ยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้ง เขารู้ดีว่าพี่ชายคนนี้คอยสนับสนุนเขาอยู่เสมอ และการที่ไมเยอร์เปิดโอกาสให้ใช้ดันเจี้ยนของกิลด์นั้น มันก็แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีให้กับตนอย่างแท้จริง
“ขอบคุณพี่ใหญ่มาก”
อนาเธอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง และรู้ดีว่าพี่ชายของตนได้เตรียมการเพื่อช่วยเขาโดยเฉพาะแล้ว
“เหอะๆ เจ้าคือน้องชายของข้า ข้าเองก็อยากเห็นเจ้าประสบความสำเร็จ เหมือนเช่นที่ตระกูลเราสั่งสอนให้ทุกคนทำเต็มที่เสมอ… ”
“ไม่ใช่กับอดีต ตอนนี้ตัวของเจ้ามีโอกาสแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดมือโดยเด็ดขาด!”