ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 49 ก้าวเดียวเหนือทุกคนในรุ่นเดียวกัน

    บทที่ 49 ก้าวเดียวเหนือทุกคนในรุ่นเดียวกัน

     

    ไหมแก้วกล่าวต้อนรับทุกคนแล้วให้บ่าวพาไปนั่งที่ต้นเครื่องพจน์ก็เดินข้าไปด้านในโดยด้านในได้มีการจัดที่นั่งให้แล้วโดยในยุคนี้นั้นจะไม่นินยมนั่งเก้าอี้แบบโต๊ะจีนมากนักส่วนตัวหนึ่งเพราะทำพิธีบนเรือนการนำโต๊ะและเก้าอี้ขึ้นมาคงลำบากและพื้นอาจเป็นรอย ที่นั่งจะเป็นบนพื้นและมีเบาะรองนั่งมีโต๊ะเตี้ยๆ วางเป็นโซนๆ พื้นที่ตรงกลางจะใช้ทำพิธีตอนนี้ท่านเจ้าคุณกำลังสั่งงานบ่าวให้ดูแลความเรียบร้อย เมื่อเขาเห็นคนเข้ามาก็รีบไปต้อนรับ แน่นอนว่าพระยาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีศพหายไม่มีเวลามางานนี้หรอกได้แต่ส่งลูกและเมียมาเท่านั้นดังนั้นวันนี้จึงเห็นหนุ่มสาวมางานจำนวนมาก เด็กสาวอายุสิบสี่เดินตามมารดาเข้ามานางมีใบหน้าสะสวยท่าทางอ่อนหวานนี่คือลูกสาวของพระวิเชียนชื่อว่า บงกช เป็นคนที่เก่งกาจด้านการศึกษามากนางมีความสนใจมากเมื่อพ่อของนางเล่าเรื่องชายที่ชื่อนินให้ฟังตอนแรกนางไม่ค่อยสนใจแต่งานหมั้นของหมื่นเทพทำให้พระวิเชียนรู้ว่าที่แท้นินคือคู่หมั้นของพิมเขาจึงบอกลูกสาวให้มางานนี้นางอาจจะได้คำแนะนำจากนินในเรื่องการศึกษาก็ได้ เรื่องนี้บงกชสนใจมากที่เขาเป็นคู่หมั้นของพิมเพราะพิมมีชื่อเสียงมากนางคิดว่าพี่สาวคนนี้อาจแต่งกับคนยศสูงหรือคนที่มีเชื้อเจ้าอะไรพวกนี้มากกว่าคิดไม่ถึงว่าจะเป็นคนที่ยังไม่มีอะไรเลยแน่นอนว่านางหลงประเด็นจากความตั้งใจของคุณพระวิเชียน แก้วมองเห็นบงกชก็แอบตกใจ

    “เวรนางมาทำไมเนี่ย” เขากำลังจะเดินหนีไป

    กช “หยุดนะ” แก้วแน่นอนว่าไม่หยุดหรอก

    กช “นี่เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้” แม่ของนางรีบปรามลูกสาว

    น้อย “บงกชนี่ไม่ใช่ที่บ้านนะทำตัวดีๆ หน่อย” นางจึงหยุดลงแล้วมองแก้วอย่างไม่พอใจแก้วรีบแอบลินเห็นน้องชายทำท่าแปลกๆ ก็รีบถาม

    ลิน “นี่ทำอะไรนะแขกมาแล้วนะ “แก้วรีบกล่าว

    แก้ว” ผมไม่คิดว่าตัวปัญหาจะมานี่ “ลินมองน้องชาย

    ลิน” มีอะไร “แก้วจึงกล่าวออกมา

    แก้ว” ก็บงกชไงขอรับคิดไม่ถึงว่าจะมางานนี้ด้วยปกติขนาดออกมาหน้าบ้านยังไม่เคย” ลินหัวเราะ

    ลิน “บงกชหรือนางสวยไม่เบาเชียวนะ” แก้วกลอกตา

    แก้ว “ก็สวยอยู่แต่นางน่ากลัวมากขอรับ” ลินขมวดคิ้ว

    ลิน “น่ากลัวหรือ” แก้วพยักหน้า

    แก้ว “เธอชอบพูดแต่เรื่องในตำราและพยายามบังคับให้เราฟังที่สำคัญเธอชอบถามเรื่องราวในเมืองไม่รู้จับทั้งๆ ที่นางก็แค่ออกจากบ้านบ้างก็รู้เรื่องพวกนี้หมดแล้ว” ลินหัวเราะ

    ลิน “ไม่ใช่ว่าเธอหาเรื่องที่จะคุยกับพวกนายหรือไง” แก้วส่ายหน้า

    แก้ว “เดิมทีผมก็คิดแบบนี้แต่คำถามของเธอมันมีแต่วิชาการนี่ครับใครจะไปตอบได้” ลินหัวเราะ

    ลิน “ถึงแบบนั้นก็ไม่ควรหนีออกมาแบบนี้นะ” แก้วส่ายหน้า

    แก้ว “นี่คือวิธีที่ถูกต้องแล้วครับไม่เดินหนีผมไม่ได้ทำอะไรกันพอดี” ลินหัวเราะแล้วไม่สนใจอีกนางไปดูในครัวก็เจอภาที่กำลังคุมโรงครัวอยู่

    ลิน “พี่เป็นไงบ้านพร้อมไหม” ภาพยักหน้า

    ภา “พร้อมแล้วเพียงแต่ว่าดูเหมือนคนจะมามากกว่าที่คิดอาหารอาจไม่พอน่ะ “ลินขมวดคิ้ว

    ลิน” แล้วเอาอย่างไรดีเจ้าคะ” ภาส่ายหน้า

    ภา “คุณแม่แน่จะรู้แล้วเดี๋ยวคงสั่งงานอย่างไรก็มีเวลาจนกว่าจะเริ่มงาน “ไม่ทันขาดคำไหมแก้วส่งข่าวมาบอกว่าให้ทำกับข้าวเพิ่ม ในสมัยโบราณอาหารนั้นมีขั้นตอนยุ่งยากและพิถีพิถันมากจึงต้องใช้เวลาทำนานมากพวกเขาจึงต้องเตรียมเครื่องไว้ล่วงหน้าเช่นจะทำแกงก็ต้องทำน้ำกะทิไว้ก่อน ไหนจะพริกแกงอีกแล้วเรื่องปรุงก็ไม่ได้สะดวกเหมือนตอนนี้ ดังนั้นเมื่ออาหารไม่พอก็เป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควร ด้านนอกนินเองก็ต้องตกใจกับคนที่มาร่วมงานมากขนาดนี้นี่เป็นผลกระทบจากตัวนินที่ลึกลับจนคนต้องการเห็นเขาตัวเป็นๆ

    นิน “บ้าจริงทำไมคนมันเยอะขนาดนี้แค่งานหมั้นเองนะ” เขาหันไปหาท่านเจ้าคุณ

    นิน “ลุงเอาไงดีคนมากเกินไปแล้ว” ท่านเจ้าคุณทำหน้าเฉยเมย

    “ช่างมันสิไม่มีที่นั่งก็ยืนไปเถอะเราเชิญแค่ไม่กี่คนเองนี่พวกเขาอยากมาเองเราจะทำอะไรได้” นินมองพ่อตาที่ได้มาแบบฟรีๆ ก็กลอกตาขึ้นมา

    นิน “งั้นผมจะไปดูในครัวหน่อยแล้วกันถึงที่นั่งไม่พอแต่ก็ควรเลี้ยงอาหารไห้พอจริงไหม” ท่านเจ้าคุณไม่ได้ห้ามเขา ไหมแก้วเองก็รีบร้อนเดินไปในโรงครัวเช่นกันจึงเจอพอดี

    นิน “คุณป้าครับคนมากเกินไปเรื่องอาหารเป็นอย่างไรบ้างครับ” ไหมแก้วจึงกล่าวด้วยความหนักใจ

    ไหมแก้ว “ป้าเตรียมของไว้สำหรับคนสองร้อยคนคิดว่าจะพอแล้วแต่นี่มาเกินไปมากจริงๆ ไม่รู้ทำทันไหม” นินคิดสักพัก

    นิน “งั้นทำอาหารที่ง่ายๆ ดีไหมครับอย่างผัดอะไรสักอย่าง” ไหมแก้วส่ายหน้า

    ไหมแก้ว” อาหารโต๊ะหนึ่งต้องมีสามชนิดคือ ต้ม ผัด ทอด จึงจะเปิดโต๊ะได้นะนี่เป็นมาตรฐานของบ้านเรา “นินขมวดคิ้ว

    นิน” งั้นผมจัดการเอง “ไหมแก้วประหลาดใจ

    ไหม” แก้วพ่อนินจะทำกับข้าวเองหรือ “นินส่ายหน้า

    นิน” ไม่ครับผมทำล่ะก็คุณป้าขายหน้าแน่ ขี้เหร่ไหมแก้วหัวเราะ นินเข้ามาในครัวแล้วดูว่ามีอะไรบ้างภาจึงรายงานออกมาเป็นชุดๆ จากนั้นนินก็คิดออกแล้วว่าจะทำอะไรดี

    นิน “สับหมูก่อนเลยแล้วก็ปอกเปลือกกุ้งด้วย” ทุกคนทำตาม

     

    เมื่อสั่งงานเรียบร้อยนินก็ออกมาแล้วเตรียมเข้าพิธีหมั้นตอนนี้พิมแต่งตัวเรียบร้อยแล้ววันนี้นางสวมชุดไทยจักรี สีขาว ห่มสไบคลุมไหล่เปิดบ่าข้างหนึ่งซิ่นนุ่งแบบหน้านางมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว ใส่เครื่องประดับได้ครบชุด ต่างหู สร้อยคอสร้อยข้อมือสังวาล รัดแขน และเข็มขัดเงินประดับด้วยเพชร เครื่องหน้าแต่งเต็มปากทางด้วยชาดสีแดงระเรื่องดงามจนเกิดบรรยาย ทรงผมรวบตึงเผยให้เห็นใบหน้าอันชัดเจนนางมีความเย็นชามากเมื่อไม่ยิ้มผมติดเครื่องประดับสีเงินลายดอกไม้ตามด้วยปักปิ่นทองลายดอกเหมยสวยงามมากพวกหนุ่มๆ ที่เป็นวัยรุ่นต่างถูกกระตุ้นด้วยภาพลักษณ์ที่เย็นชาทว่าเย้ายวนนี้มากบวกกับกลิ่นน้ำหอมที่นินให้มายิ่งทำให้นางน่าดึงดูดเข้าไปอีกขนาดนินยังต้องชะงักไปพักใหญ่

    นิน “เวรแล้วนางอันตรายต่อบุรุษจริงๆ” เมื่อพิมเห็นนินตกตะลึงก็เผยยิ้มเล็กน้อย

    พิม “สมน้ำหน้า” นางคิดว่าเขาจะเดินเข้ามาชมนางแต่ผิดคาดนินเดินหนีไปเสียอย่างนั้นทำเอาทองและแสนงุนงง เป็ดที่กินไอ้ติมกับพี่สาวอยู่ก็มึนไปเหมือนกัน มะลิที่กำลังช่วยงานอยู่เองก็สับสนนางส่งสัญญาณให้แสนตามไปดูแสนจึงเดินตามไป ส่วนพิมเม้มริมฝีปากแล้วแอบด่าเขาในใจ

    แสน “ไอ้บ้าเอ็งจะไปไหนเนี่ยเอ็งต้องเดินไปรับคุณพิมมารับแขกก่อน “นินหันกลับมา

    นิน” ขอเวลาทำใจก่อนพิมอันตรายเกินไปแล้ว “แสนงง

    แสน “ว่าไงนะอันตรายรึ” นินพยักหน้า

    นิน “ใช่สิพี่ถ้าให้พิมรู้ว่าผมตกตะลึงในความสวยของเธอผมก็เสียหน้าน่ะสิ” แสนถึงกับหน้ากระตุก

    แสน “แล้วเองเดินหนีนี่ไม่เสียหน้าหรือ” นินส่ายหน้า

    นิน “ไม่หรอกตอนนี้เธอหน้าจะโกรธอยู่” แสนถึงกับพูดไม่ออก

    แสน “รีบไปรับเลยไอ้เวรเดี๋ยวโดนเท้าท่านเจ้าคุณหรอก” นินรีบเดินกลับไปแล้วไปยิ้มหน้าเป็นให้พิมก่อนจะเดินไปกระซิบ

    นิน “คุณสวยจนคนทั้งงานตะลึงเลยนะผมชักจะหวงนิดๆ แล้วนะเดียว “พิมกลอกตา

    พิม” ข้าต้องคิดบัญชีเรื่องนี้แน่ “นินยื่นมือออกไปพิมก็วางมือบนมือเขา

    นิน” ทุกคนครับต้องขออภัยด้วยที่คู่หมั้นผมออกมาช้าหน่อยแต่ก็คุ้มใช่ไหมล่ะทุกคนหัวเราะออกมา

    นิน “สำหรับหนุ่มๆ ในพระนครผมต้องเสียใจด้วยนะตอนนี้พิมเป็นของผมแล้ว” หน้าพิมกระตุก

    พิม “นายพูดบ้าอะไรใช้คำให้มันดีๆ หน่อย” นินหัวเราะแห้งๆ

    นิน “ไม่ใช่ๆ ผมหมายถึงเธอมีเจ้าของแล้วต่างหาก” เสียงด่าจากพวกหนุ่มๆ ดังออกมา

    นิน “อะไรจะมาอิจฉากันไม่ได้นะผมต่อต่อให้พวกคุณมาตั้ง 20 ปีแล้วแต่ผมมาเดือนเดียวก้หมั้นซะแล้ว” มีทั้งเสียงด่าออกมาและเสียงหัวเราะ

    ดาริน “บ้าจริงเขาจงใจกวนประสาทใช่ไหมเนี่ย” จันพยักหน้า

    จัน “ใช่น่ะสิดูก็รู้แล้วว่าเขาจงใจ”

    เกด” แต่เขาพูดถูกนะเจ้าคะหลายปีมานี้ไม่มีใครมัดใจพี่พิมได้จริงๆ “จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมา

    “ไอ้เวรแกหล่อสู้ฉันยังไม่ได้เลย” นินหัวเราะ

    นิน “พี่ชายจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะไม่อย่างนั้นคนขี้เหร่ไม่มีสิทธิ์หาเมียสวยหรือไง” ทุกคนหัวเราะพิมมองเขา

    พิม “ข้าสวยรึไม่เห็นรู้ตัวเลย” นินกลอกตา

    นิน “สวยสิไม่งั้นคนจะเกลียดผมขนาดนี้หรือ” พิมหัวเราะ

    พิม “สม” นินกลอกตา

    นิน “คุณเองก็กล่าวอะไรบ้างเถอะยิ่งผมพูดยิ่งโดนด่า” พิมพยักหน้า

    พิม “ข้าอยากอธิบายนินหน่อยที่จริงทุกคนเข้าใจว่าข้าหยิ่งและหัวสูงต้องการคู่หมั้นที่มีสถานะสูงส่งทว่าไม่ใช่เลยข้ากำลังมองหาคนที่ชอบข้าด้วยตัวตนของข้าไม่ใช่เพราะใบหน้าของข้าดังนั้นถึงได้เลือกเขา” ทุกคนยิ้มให้นางอย่างเข้าใจนินกลอกตาความหมายนี้เหมือนบอกว่าเขาต่ำต้อยเลยนี่

    นิน “แก้แค้นผมหรือ” พิมพยักหน้า

    พิม “แน่นอนนายอยากเดินหนีทำไม” นินหน้ากระตุกแล้วกล่าวเสียงดัง

    นิน “เช่นกันครับผมเองไม่ชอบสตรีที่ดูเย็นชาเข้าถึงอยากท่าทางสูงส่งทว่าพอเป็นพิมผมก็รู้สึกว่าโอ้โชคร้ายจึงที่ได้มาเจอ “พิมเหยียบเท่าเขานินเกือบจะร้องออกมาทุกคนคิดว่าคำพูดมันแปลกๆ จึงชะงักไป

    พิม “นายพูดว่าโชคร้าย” นินคิดว่าก็ถูกแล้วนี่แต่เท้าพิมกำลังขยี้หลังเท้าเขาอยู่นินกัดฟันกรอด

    นิน “อ้อผมหมายถึงโชคดีมากๆ เลยน่ะที่ได้มาเจอสตรีที่สวยและจิตใจดีแบบนี้” ทุกคนจึงหัวเราะออกมา นินโอบเอวพิมขยับเข้ามานางตกใจไม่น้อย

    พิม “นายจะทำอะไร” นินกระซิบ

    นิน “คุณสวยขนาดนี้ผมก็ต้องเอาเปรียบสักหน่อยสิ” พิมกลอกตานินยิ้มแล้วกล่าวกับทุกคน

    นิน “ทุกคนตามสบายครับพิธีจะเริ่มแล้ว “จากนั้นนินและพิมก็ต้อนรับแขกผู้ใหญ่กันพักหน้า ในมุมหนึ่งสตรีสามคนกำลังพูดคุยกัน หนึ่งในนั้นคือน้องสาวของหมื่นแผนชื่อ ป่าน และเพื่อนอีกสองคนคือ ชนกและ มยุรี ทั้งสองมีรูปร่างหน้าตาจัดว่าดีพอสมส่วนป่านนั้นจัดว่าเป็นสาวงามระดับเทียบเท่ากับพิมหรือจันทร์วาดได้เลยยิ่งไปกว่านั้นนางยังมีรัศมีที่นาเกรงขามอีกด้วย

    ป่าน” ข้าคิดว่าเป็นคนแบบใดนางถึงแต่งที่แท้ก็ยังไม่ได้ครึ่งพี่ชายข้าเลยสักนิด” มยุรีหัวเราะ

    มยุรี “ที่ของเจ้าหล่อป่านนั้นใครจะเทียบได้” ป่านกลอกตา

    ป่าน “เก็บอาการหน่อยไหมแต่เจ้าพูดก็ถูกไม่รู้ว่าหากพี่ข้ารู้ว่าพิมหมั้นไม่รู้ว่าจะโกรธแค่ไหน” ชนกกระซิบ

    ชนก “จะโกรธแค่ไหนจะทำอะไรได้เล่า” ป่านขมวดคิ้วมองไปที่นิน

    ป่าน “ก็จริงเรื่องราวของสองตระกูลไม่อาจทำให้ทั้งสองรักกันได้หรอก” อันที่จริงถึงไม่มีเรื่องนี้พิมก็ไม่สนใจหมื่นแผนอยู่แล้ว

     

    ในคณะที่ทุกคนประจำที่แล้วก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านนอกเป็นคนจากวังหลวงคนที่มาคือลุงเทียมที่พาคนมาจำนวนมากท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว

    “อย่าบอกนะว่าเรียกตัวเข้าวังตอนนี้” ไหมแก้วกังวล

    ไหมแก้ว “มีเรื่องด่วนหรือเปล่าคุณพี่แต่พิธียังไม่จบจะเอาอย่างไรดีเจ้าคะ” ท่านเจ้าคุณส่ายหน้าแล้วกล่าว

    ” ใจเย็นๆ ผมไปดูก่อน “เขาเดินออกไปพร้อมขมวดคิ้วถาม

    “นี่เจ้ามาทำอะไรเนี่ยอย่าบอกนะว่าเรียกข้าเข้าวังน่ะมีเรื่องด่วนหรือ “มหาดเล็กเทียมกลอกตา

    ” ไม่เห็นหรือว่าข้านำคนมาขนาดนี้จะมาเรียกตัวเจ้าข้าจะมาเองรึ “ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้วแล้วก็เผยยิ้มออกมา

    ” อย่าบอกนะว่าจะ “มหาดเล็กเทียมพยักหน้าท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว

    ” แล้วต้องเป็นวันนี้เลยหรือ “มหาดเล็กกระซิบ

    ” ก็ต้องวันนี้สิทุกคนจะได้เป็นพยานไง “ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้วแบบนี้แผนเก็บตัวไอ้นินก็ล้มเหลวน่ะสิแต่เขาคิดอีกทีหากไม่เปิดเผยตัวตนคนที่จะทำงานลำบากคือตัวนินเองการหมั้นของเขาจะนำมาซึ่งปัญหามากมายดังนั้นนี่ถือเป็นทางแก้ส่วนหนึ่ง

    ” ก็ได้งั้นเข้าไปเถอะ “มหาดเล็กเทียมท่านเจ้าคุณจึงพามหาดเล็กเทียมไปยังพื้นที่งาน เมื่อเข้ามาท่านเจ้าคุณสั่งนิน

    ” ไอ้นินไปประจำที่ได้แล้ว “เมื่อท่านเจ้าคุณกล่าวออกมาอย่างนี้ทุกคนก็ผ่อนคลายแสดงว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วเริ่มงานกันต่อแต่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็คือมหาดเล็กเทียมยืนตรงหน้าไอ้นินคนที่ติดตามมายืนตั้งแถวลูกน้องของเขาก็อัญเชิญราชโองการที่วางอยู่ในพานทองส่งให้มหาดเล็กเทียมจากนั้นเขาก็หยิบมันขึ้นมาก่อนจะประกาศเสียงดัง

    “ข้ามหาดเล็ก เทียม ศิวะกร รับคำสั่งจากเหนือหัวประกาศราชโองการ “เขามองไปที่นิน

    ” นาย ธนินท์ สุนทรโสภา รับราชโองการ” ทุกคนตกตะลึงจากนั้นทุกคนก็นั่งพับเพียบแล้ววางมือยังสำรวมส่วนนินก็ทำอะไรไม่ถูกเขาเกิดมาเคยทำแบบนี้ที่ไหนกันพิมดึงชายเสื้อเขา

    พิม” นั่งลงสิ “นินจึงนั่งลงแบบงงๆ ท่านเจ้าคุณถึงกับขมวดคิ้ว

    “เวรเอ๊ยลืมสอนมันเลย” เขารีบขยิบตาให้ไอ้นินทว่านินไม่รู้เรื่องทำหน้างง

    ไหมแก้ว “ตายจริงลืมไปเลยว่าพ่อนินไม่รู้พิธีการ” พวกของทองกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

    แสน “เวรเอ๊ยมันไปทำความดีความชอบอะไรไว้เนี่ยถึงต้องมาอวยยศในงานหมั้นแบบนี้” หมื่นเทพและหมื่นอินก็สับสน

    หมื่นเทพ “มันเรื่องอะไรกันหรือมันไอทำความผิดอะไรไว้กันแน่แบบนี้ก็สวยน่ะสิ “เกดมองไปทางพี่สาว

    เกด “เกิดเรื่องอะไรเจ้าคะหรือว่าเขาทำความผิดอะไรเจ้าค่ะ” แน่นอนว่าไม่มีใครคิดไปในทางดีเลยเพราะนินไร้ชื่อเสียงเกินไป ยิ่งป่านยิ่งคิดไปในทางร้าย

    ป่าน “ชิ…ว่าแล้วเชียวอยากเอาคนป่ามาเลี้ยงยังไม่ทันเริ่มก็ซวยแล้วคงไม่ได้อยู่กันดีๆ แล้ว” นินถามมหาดเล็กเทียม

    นิน “ลุงเทียมนี่มันเรื่องอะไรเนี่ย” มหาดเล็กเทียมแน่นอนว่าเมินเขา ท่านเจ้าคุณเห็นภาพนี้ก็อยากจะกระโดดถีบเขาจริงๆ

    ” ไอ้บ้าเอ็งตั้งใจฟังสิจะไปแทรกทำไม “นินกลอกตา

    นิน” ก็ผมไม่รู้นี้ “เขาหันมายิ้มให้เทียม

    นิน” ต่อเลยลุง “มหาดเล็กเทียมกลอกตาแล้วอ่านต่อ

    ” นาย ธนินท์ สุนทรโสภา ได้สร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้แกประเทศไทยทำให้ประเทศของเราสามารถก่อตั้งสำนักศึกษาหลวงขึ้นมาได้โดยจะใช้ชื่อว่า โรงเรียนรัตรนศึกษาหลวง ทั้งตำราที่นาย ธนินท์ สุนทรโสภา เรียบเรียงมีความสมบูรณ์มากและสามารถแบ่งระดับชั้นได้ถึงหกปี ทั้งนาย ธนินท์ สุนทรโสภา ยังได้ออกแบบหลักสูตรการศึกษารวมไปถึงกำหนดช่วงเวลาเรียนทั้งคิดรูปแบบวิธีสอนแบบใหม่ที่สามารถทำให้คนจำนวนมากเรียนได้พร้อมกัน “ทุกคนอึ่งไปหมดแล้วคนคนเดียวจะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร หมื่นเทพสีหน้าเหมือนตับหมูหมื่นอินมองทุกอย่างเป็นเรื่องสนุกเขาอ่านสีหน้าของทุกคนที่เปลี่ยนไปมาอย่างสนุกสนาน ส่วนท่านอักครมหาเสนาบดีและพวกตำแหน่งสูงๆ ต่างประหลาดใจ มหาดเล็กเทียมกล่าวต่อ

    “ทั้งนี้ นาย ธนินท์ สุนทรโสภา ยังสร้างเครื่องมือชนิดใหม่ให้กับโรงเรียนหลวงสองสิ่ง นั่นคือ กระดานดำและชอล์กเขียนกระดานดำฟรีแกโรงเรียนทั้งห้าแห่งได้แก่ กรุงรัตนโกสินทร์ เมืองสองแคว เวียงพิงค์ (เชียงใหม่) ขามแก่น (ขอนแก่น) สิงขร (สงขลา) ” นินแทบทรุดเขาบอกตอนไหนว่าจะบริจาค พิมรู้ว่านินคิดอะไรอยู่

    พิม “ทำสีหน้าให้มันดีๆ หน่อย” นินฝืนยิ้มออกมาตอนนี้เขามีเงินที่ไหนเล่าส่วนท่านเจ้าคุณโกรธจัดเมื่อเห็นสีหน้าของนิน

    “ไอ้เวรเงินแค่นั้นทำสีหน้าอะไรอยากจะเตะมันสักทีจริงๆ” ส่วนทองและแสนฝืนกลั้นหัวเราะจนหน้าแดงไปหมด มหาดเล็กเทียมยิ้มออกมาแล้วกล่าวต่อ

    “ด้วยเนื่องตำราพวกนี้มีคุณค่าอย่างหาเปรียบไม่ได้จึงมีการสลักรายชื่อตำราทั้งหมดเข้าในหอจดหมายเหตุรวมไปถึงสลักชื่อของนาย ธนินท์ สุนทรโสภา เข้าหอจดหมายเหตุด้วยเช่นกันในฐานะบุคคลสำคัญด้านการศึกษา” ตูมมมม ระเบิดลูกใหญ่นี้กระแทกไปยังทุกคนต้องรู้นะว่าการเอาชื่อคนเข้าไปในหอจดหมายเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางทีอาจจะเป็นร้อยปีจะมีสักคนที่ทำได้นี่ใช้เป็นยันต์กันตายได้เลย ทุกคนอ้าปากค้างโดยเฉพาะหมื่นเทพสีหน้าของเขาดูไม่ได้แล้วที่นี่หมื่นอินก็มีสีหน้าตกตะลึงเช่นกันหากว่านินแค่เขียนตำราเล่มสองเล่มก็คงไม่สามารถอวยยศได้แต่นี่เขาสร้างตำราเรียนได้ถึงหกชั้นปีเชียวนะต้องเขียนมากขนาดไหนกันและมันสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้เลยตอนที่เขียนนินเหมือนเข้าสู่ภวังค์บางอย่างทำให้เขาเขียนเร็วขนลืมตัวผลจึงออกมาเป็นแบบนี้ มหาดเล็กเทียมกล่าวต่อ

    ” ด้วยความดีทั้งหมดนี้เราเล็งเห็นถึงความทุ่มเทของนาย ธนินท์ เป็นอย่างมากเพื่อประเทศชาติจึงขอแต่งตั้งให้นาย ธนินท์ สุนทรโสภา อวยยศเป็น ขุน โสภานารายณะ หรือขุนนินนับแต่นี้สืบไปและมีผลทันทีนะบัดนี้ “ทุกตกใจมากมหาดเล็กเทียมเห็นทุกคนยังตกตะลึงไม่หายจึงกระแอมออกมาทำให้ทุกคนได้สติแล้วกล่าวออกมาพร้อมกัน

    ” ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม “กล่าวจบทุกคนยังคิดว่าฝันอยู่นินเองก็ตกใจเหมือนกันไหมแก้วและท่านเจ้าคุณมองหน้ากันด้วยดวงตาเป็นประกายใครไม่รู้กล่าวขึ้น

    “เก้าเดียวเหนือทุกคนเลยหรือ” …

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน