ตอนที่ 8 : กงล้อแห่งชะตาชะงักงัน
ท่ามกลางความเงียบงันภายในอุโมงค์ลับใต้ดินวิหารบรรพชนกลิ่นอายอับชื้นผสมปนเปกับกลิ่นเขม่าควันจางๆ ของศิลาอาคมอวิ๋นเซียวหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดเหงื่อกาฬไหลซึมผ่านไรผมลงมาตามโครงหน้าคมสันปลายนิ้วของเขาสั่นระริกขณะตวัดหินิญญาชั้นเลวเขียนลวดลายอักขระสีครามลงบนผนังหินสายปราณหลอมภพในกายไหลเวียนดั่งกระแสน้ำเชี่ยวที่พร้อมจะกัดเซาะทำลายเส้นชีพจรของเขาให้แหลกสลายทุกชั่วขณะจิต
“ช้าไป... ยังช้าเกินไป!” เขาเค้นเสียงต่ำในลำคอ
ทว่าในวินาทีที่จังหวะปราณสุดท้ายกำลังจะเป็ค่ายกลซ่อนเร้นเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบสายก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินเบื้องบนแรงสั่นะเืสั่นคลอนฝุ่นผงบนเพดานอุโมงค์ให้ร่วงกราวลงมาดั่งห่าฝนสีหน้าของอวิ๋นเซียวเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมในบัดดล เขาเร่งเร้าพลังปราณเข้าสู่อักขระตัวสุดท้ายทว่าความเ็ปดั่งเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้าสู่กระดูกสันหลังกลับทำให้มือของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง
“เ้าหนู! พวกมันมาถึงหน้าปากถ้ำแล้ว หากไม่รีบเปิดใช้งานค่ายกลเ้าได้กลายเป็ศพเฝ้าสมบัติในมิตินี้แน่!” หลิงทงัจิ๋วที่แฝงกายอยู่ในแหวนมิติแผดเสียงเตือนด้วยความร้อนรน
ประตูหินที่ปิดตายถูกกระแทกด้วยพลังปราณรุนแรงจนแตกร้าวเสียงหัวเราะเยาะหยันที่คุ้นหูดังทะลุผ่านความหนาของศิลาเข้ามา “อวิ๋นเซียว!ข้ารู้ว่าเ้าหลบอยู่ข้างใน ออกมาเสียโดยดีอย่าให้ข้าต้องลงมือพังอุโมงค์จนเ้าถูกฝังทั้งเป็!”
น้ำเสียงนั้นคืออวิ๋นฉีศิษย์พี่ตระกูลหลักผู้ที่คอยจองล้างจองผลาญเขามาโดยตลอด อวิ๋นเซียวไม่นำพาต่อคำขู่แววตาของเขาเปลี่ยนเป็เด็ดขาด ปราณหลอมภพในกายถูกรีดเค้นออกมาจนสุดกำลังแม้จะรู้ดีว่าความเ็ปจากการฝืนพลังจะทำให้เส้นชีพจรฉีกขาดแต่หากยอมให้พวกมันขัดจังหวะการจารึกค่ายกลปริศนาแห่งเจดีย์หมื่นวิถีที่เขากำลังไขรหัสย่อมต้องสูญสิ้นไปพร้อมกับชีวิตของเขา
“หาก้าขัดขวางข้า ก็จงเตรียมตัวรับแรงอาฆาตจากนรกภูมิเสียเถิด”
เขากระแทกฝ่ามือลงบนอักขระตัวสุดท้ายแสงสีครามสว่างวาบขึ้นฉับพลันทั่วผนังอุโมงค์ผสานกับกลิ่นอายมืดมิดที่ปะทุออกมาจากเจดีย์หมื่นวิถี ทันใดนั้นประตูหินหนักอึ้งก็พังทลายลงพร้อมกับการปรากฏกายของกลุ่มศิษย์ตระกูลอวิ๋นที่นำโดยอวิ๋นฉีทว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า มิใช่ร่างของอวิ๋นเซียวที่สิ้นแรงหากแต่เป็ม่านพลังค่ายกลที่บิดเบือนห้วงมิติและเงาร่างเลือนรางของชายหนุ่มที่กำลังยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของพวกมัน
“พวกเ้ามาได้ถูกเวลาพอดิบพอดี...ข้ากำลังขาดวัตถุดิบในการหลอมกลั่นปราณอยู่พอดีเชียว”
สิ้นคำกล่าวอวิ๋นเซียวก็ดีดตัวถอยหลังเข้าสู่ใจกลางค่ายกลแสงจรัสจ้ากลืนกินร่างของเขาไปพร้อมกับการสั่นะเืของแผ่นดินที่รุนแรงดั่งูเาจะถล่มลงมาทับขยี้เหล่านักล่าทั้งหลายให้จมหายไปในความว่างเปล่า