ตอนที่ 112 คำท้าทายของหญิงเล็ก
คำท้าทายของหญิงเล็กมันเป็นเหมือนบททดสอบที่เธอสร้างขึ้น เพื่อที่จะทดสอบศักยภาพของพีท ไม่ได้มีเจตนาในการดูถูกหรือดูแคลนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตัวของพีทก็รับรู้ถึงเรื่องนี้ดีและเข้าใจในคำท้าทายของหญิงเล็กด้วยเช่นกัน
หญิงเล็กเองก็มีความสามารถในตัวเธอเองอยู่แล้ว มีช่องหญิงเล็กรีวิวที่ติด Top10 ของประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คนทั่วไป ที่ไม่มีความตั้งใจจะไปถึงจุดนั้น หากแต่หญิงเล็กสามารถทำมันได้และนำพาช่องของเธอ ก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดนั้น
นี้เองจึงทำให้หญิงเล็กมีความสามารถมากพอที่จะมอบบททดสอบให้กับพีท หรือก็คือเจ้านายในอนาคตของเธอนั่นเอง
อย่างไรก็ตามในขณะที่พีทกำลังถูกหญิงเล็กพูดจาท้าทาย นำไก่ย่างหม่าล่าจากเชฟในภัตตาคารอาหารชื่อดังมาเป็นบททดสอบ
เธอกลับไม่รู้เลยว่าเธอกำลังไปปลุกไฟในใจของใครคนหนึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ‘ป้าง~!’ ประตูห้องส่วนตัวของเชฟมินแจกยูในระบบที่เคยปิดไปเมื่อครู่ พอได้ยินคำท้าทายจากหญิงเล็ก ทันใดนั้นมันก็เปิดอ้าออกอย่างแรง
[ท้าทายฉันเหรอ…ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน เชฟจีนที่เอาชนะเชฟคนอื่นๆ ไปทั่วโลก มันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว] เชฟมินแจกยูที่ปกติจะเป็นคนใจเย็น หากแต่คำท้าทายนี้มันได้ปลุกไฟในใจของผีผู้ทรงอิทธิพลตนนี้โดยไม่ตั้งใจ
เชฟมินแจกยูอาจไม่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นเพียงแค่พ่อค้าคนหนึ่งที่โด่งดังจากการขายไก่ทอดเกาหลีในเขตภูมิภาคหนึ่งของเกาหลีเท่านั้น
แต่กระนั้นเขาก็กระหายที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองกับเชฟชื่อดังของจีนในโลกนี้ เพื่อที่จะสั่งสอนให้รู้ว่า เกาหลีเองก็มีดีไม่แพ้ประเทศจีนเช่นเดียวกัน
[ถ้าอย่างนั้น เรื่องนี้ฉันจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณก็แล้วกัน เชฟมินแจกยู] ผู้พันแซนเดอรอสและผีตนอื่น แอบยืนยิ้มเกาะกลุ่มกันอยู่ที่มุม ทุกคนส่งสายตาเอาใจช่วยกันอย่างเต็มที่ หากแต่ในใจของทุกคนนั้นกลับหัวเราะเชฟมินแจกยู ที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธเสียงแข็ง หัวชนฝาอยู่ท่าเดียว แต่จู่ๆ เมื่อถูกท้าทายนิดหน่อยก็ไฟลุกโชนขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผีตนอื่นๆ จึงแอบหัวเราะให้กับความน่ารักของเชฟมินแจกยูไม่ได้
น้าผี สตีเฟ่น จ๊อบส์ ต่างพากันเดินเข้ามาพูดให้กำลังใจ [พวกฉันจะรอชิมไก่ทอดสูตรเด็ดของคุณน่ะ]
ทั้งนี้หลังจากเชฟมินแจกยูไฟเขียว พร้อมรับคำท้าทาย…ทางด้านของพีทที่เป็นเหมือนตัวแทนของเหล่าภูตผี ก็พลันตอบรับคำท้า “เอาสิ! ผมยอมรับคำท้าทายของพี่หญิงเล็ก หากผมทำมันได้อร่อยกว่า พี่หญิงเล็กต้องมาทำงานให้กับผม…แต่ถ้าหากผมแพ้ ผมจะไม่รบกวนพี่หญิงเล็กอีกและผมยังจะให้แพ็กราคาแพงที่สุดในเกม Farm Day กับพี่หญิงเล็กทุกเดือนเป็นเวลา 1 ปีอีกด้วย” พีทตอบกลับด้วยความมั่นใจ แถมยังวางเหยื่อล่ออย่างแพ็กที่มีราคาแพงที่สุดในเกม Farm day ตลอดทั้งปี เพื่อล่อหญิงเล็กให้ยึดถือกับคำท้าทายนี้ให้เป็นคำท้าที่จริงจัง
“ดี ตกลงตามนั้น” พอได้ยินถึงคำพูดของพีท ตัวของหญิงเล็กก็แทบจะตกลงรับปากทันที ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชื่อในฝีมือของพีทหรอกนะ แต่เธอแค่อยากได้แพ็กราคาแพงที่สุดในเกม Farm Day ตลอด 1 ปีเสียมากกว่า
“ถ้าในเมื่อพวกเธอตกลงกันได้แล้ว เช่นนั้นฉันจะเป็นกรรมการตัดสินนี้ให้เอง ส่วนเวลาตัดสินเอาเป็นหลังจบทริปนี้ก็แล้วกัน” รดาเข้ามาเป็นตัวกลาง เพราะหลังจากจบทริปในการเดินทาง มันยังมีวันและเวลาให้ทุกคนได้พักผ่อนและท่องเที่ยวอยู่อีก 1-2 วัน ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมและให้พีทมีเวลาที่จะปรับปรุงสูตร เธอเลยกำหนดวันตัดสินให้อยู่ในวันสุดท้ายของการเดินทางนั่นเอง
แน่นอนพีทได้ถามกับรดาแล้วว่า ห้องครัวในเพ้นท์เฮ้าส์ของเธอ เขาสามารถที่จะใช้งานมันได้หรือไม่ ซึ่งรดาก็ได้ตอบตกลง ก่อนที่หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ทางด้านของรดาจึงได้ไปส่งหญิงเล็กกลับที่พัก
ส่วนเธอ ฝ้ายและพีท ออกมาเดินตลาดกลางเมืองที่จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้พีทได้ซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการปรับปรุงสูตรไก่ทอดสูตรตามคำท้าทายของหญิงเล็กนั่นเอง
ฝ้ายนำพา พีทและฝ้าย ไปยังตลาดกลางเมืองที่สุดแสนจะคึกคัก ตลาดของที่นี่แตกต่างจากตลาดของประเทศไทยโดยสิ้นเชิง ตลอดของที่นี่มันเหมือนกับตึกเลยก็ว่าได้ ตึกชั้นแรกจะเป็นพวกของสด ที่มีเนื้อสัตว์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น หมู ไก่ วัว หรือที่แปลกมากกว่านั้นก็เป็น ม้า แพะ แกะและเนื้อสุนัขก็แอบมีขายอย่างลับๆ
“ต่างคน ต่างวัฒนธรรม อย่าไปตัดสินว่าพวกเขาเป็นคนป่าเถื่อน…ทุกอย่างมันเป็นห่วงโซ่อุปทาน มีคนกิน ก็มีคนขาย คู่กันเป็นธรรมดา” พีทเห็นฝ้ายทำหน้าตาแปลกๆ เมื่อเดินผ่านร้านขายเนื้อสุนัขที่แม้จะแอบขายกันอย่างลับๆ แต่ทั้งสามคนก็รู้ว่าร้านนี้กำลังขายเนื้ออะไรอยู่
ฝ้ายกุมมือพีทไว้แน่น เฉกเช่นเดียวกับรดา ที่เดินขยับเข้ามาใกล้ชิดพีทด้วยความกลัวเช่นเดียวกัน ตอนนี้พีทเหมือนกับแซนด์วิช แต่กระนั้นไกด์ที่ช่วยนำพาเดินตลาดก็เหมือนจะรู้ปฏิกิริยาของลูกค้าทั้งสาม จึงรีบพาไปยังร้านขายเนื้อไก่ ที่พีทกำลังต้องการอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก พีทก็มาถึงร้านขายเนื้อไก่ โดยในร้านก็มีไก่หลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นไก่พันธุ์โร๊ดไอซ์แลนด์ (ไทยมักนิยมเลี้ยง) หรือจะไก่เหลืองและไก่ดำ ที่นำมาประกอบอาหารแตกต่างกันออกไป
[หากอยากที่จะลดต้นทุน ฉันแนะนำว่าให้ใช้ไก่พันธุ์เดิมที่ขายกันในประเทศไทย…แต่ถ้าหากจะได้รสชาติที่ดีที่สุด ฉันคิดว่าไก่พันธุ์ Xiang Chicken จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด] เชฟมินแจกยูให้คำแนะนำ โดยมีผู้พันแซนเดอรอสยืนฟังอยู่ข้างๆ
ทั้งสองให้คำแนะนำกันคนละแบบ ผู้พันแซนเดอรอสและเชฟมินแจกยูต่างเห็นพ้องต้องกันว่าพีทควรเลือกพันธุ์ไก่ที่ขายอยู่ในประเทศไทย ส่วนไก่พันธุ์ Xiang Chicken ถึงแม้จะเหมาะกับการทำไก่ทอดสูตรหม่าล่า ที่มีต้นกำหนดมาจาก เสฉวนและฉงชิ่ง
แต่การนำเข้าไก่ ในตอนนี้ยังไม่เหมาะกับร้านไก่ทอดของพีท ที่พึ่งจะเปิดกิจการได้ไม่นาน ยังไม่มีอุตสาหกรรมโดยเฉพาะเป็นของตัวเอง ดังนั้นแม้ไก่พันธุ์ Xiang Chicken จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ถึงอย่างนั้นพีทก็ได้แต่ตัดใจไปเสียก่อน
[ถ้าสักวันหนึ่ง ผมมาเปิดร้านที่ประเทศจีน พวกคุณคิดว่ายังไง?] ในระหว่างที่พีทกำลังรับฟังเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอสให้คำแนะนำ ทางด้านของพีทก็พลันมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น
ถ้าเขามาเปิดร้านไก่ทอดที่ประเทศจีนในเซี่ยงไฮ้มันจะเป็นยังไง? ไม่จำเป็นต้องมีหลายสาขา ไม่จำเป็นต้องตีตลาดประเทศจีนให้ได้เพราะมันใหญ่กว่าตลาดในประเทศไทยถึง 50 เท่า
ลำพังแค่ยืนหยัดให้ได้ 1-2 ร้าน ในนครเมืองเซี่ยงไฮ้ให้ได้ก็เพียงพอแล้ว
[ตลาดจีนไม่ได้ง่ายอย่างที่แกคิดไอ้หนู แต่ถึงมันจะไม่ง่าย…แต่มันก็น่าลอง] น้าผีพยายามเตือนสติพีท ไม่ให้คิดฝันไปไกล แต่กระนั้นในใจของน้าผีก็อยากที่จะเห็นร้านของพีท เริ่มบุกตีตลาดต่างประเทศแล้วเหมือนกัน เพราะตอนนี้พีทเองก็มีทุนพอสมควรแล้ว จะใช้มันลงทุนอีกสักหน่อย เพื่อกรุยทางตลาดต่างประเทศก็ถือว่า ทำเพื่อซื้อประสบการณ์
ดังนั้นพีทและน้าผี จึงพลันยิ้มให้แก่กัน ต่างคนต่างไม่มีใครห้ามกัน…ขนาดสตีเฟ่น จ๊อบส์ยังเห็นดีเห็นงามด้วย ถ้าอย่างนั้นในเมื่อทุกคนคิดเห็นตรงกัน ‘งั้นก็ลุยกันเลย!!’
พีทได้ทำการซื้อไก่พันธุ์เดียวกับประเทศไทยขนาดต่างๆ มาจำนวน 4-5 โล รวมไปถึงซื้อไก่พันธุ์ Xiang Chicken มาจำนวนหนึ่งเช่นเดียวกัน
เขาได้ทำการคัดเลือกไก่ด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าเจ้าของร้านจะไม่พอใจก็ตาม เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าที่จีน ไม่ได้ใจดีเหมือนที่ประเทศไทย พวกเขาจะยัดไก่คละๆ กันไปให้กับลูกค้า พูดจาห้วนๆ เสียงดังราวกับกำลังหงุดหงิด แต่ทว่า…เมื่อพีทยื่นเงินให้อีกก้อนหนึ่งจำนวน 500 หยวน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2000 กว่าบาท อันนอกเหนือจากราคาไก่ที่ซื้อไป
เจ้าของร้านก็เริ่มสงบปากสงบคำลง มิหนำซ้ำยังได้เอาที่คีบและถุงมือมาให้กับพีทเพื่อกันมือเปื้อนอีกด้วย
พีทได้ทำการเลือกไก่อย่างช่ำชอง ซึ่งเจ้าของร้านพอได้เห็นพีทเลือกไก่ที่มีสภาพดีๆ ไปเกือบทั้งหมด ก็รู้แล้วว่าตัวเองได้เสียท่าให้กับเงิน 500 หยวนที่พีทได้ให้ปิดปากไปและยังแอบด่าและบ่นพีทส่งท้ายไล่หลังอีกด้วยว่า ‘นี้มันกลอุบายขุดบ่อล่อปลาชัดๆ ที่หลังอย่าได้มาเหยียบที่นี่อีกเป็นครั้งที่สองนะไอ้หนุ่ม!’
แน่นอนรดาได้ยินคำด่าทอของเจ้าของร้านที่พูดไล่หลังมา ตัวของเธอนั้นรู้ภาษาจีนอยู่แล้วย่อมฟังออกว่าเจ้าของร้านบ่นและด่าทอพีทอยู่ ถึงอย่างนั้นเธอไม่รู้ว่าเจ้าของร้านด่าพีททำไม เธอยังคิดว่าพีทเสียเปรียบอีกฝ่ายอยู่เลย เพราะให้ค่าน้ำชาไปถึง 500 หยวน
“พีทเธอรู้ไหมว่าเจ้าของร้านนั้นกำลังด่าเธออยู่?” รดาหงุดหงิดเล็กน้อยที่มีคนมาด่าผู้ชายของเธอ เอ่อ…ไม่สิ หุ้นส่วนทางธุรกิจของเธอ
เธอเลยบอกเรื่องที่เจ้าของร้านด่าเขาไล่หลังให้กับเจ้าตัวได้ฟัง พีทได้ฟังก็หัวเราะออกมา “ไม่แปลกที่เขาจะด่าผม เพราะผมเลือกไก่เนื้อดีๆ จากเขามาหมดแผงเลย” พีทหัวเราะร่า ซึ่งถ้าคนดูหรือเลือกไก่ไม่เป็น ก็คงไม่รู้ว่าไก่ที่พีทเลือกนั้นมีคุณภาพดียังไง
แต่สำหรับพีทที่ได้รับการสั่งสอนมาจากเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอส มีหรือที่จะเลือกไก่ไม่เป็น เพียงมองแค่ปราดเดียว พีทก็รู้แล้วว่า เนื้อไก่ชิ้นไหนสดหรือไม่สด
“พี่รดาไม่รู้เรื่องนี้ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ที่ตลาดธาราบุรีถ้าไม่ใช่ร้านที่ซื้อขายไก่กันเป็นประจำอยู่แล้ว ร้านขายเนื้อสัตว์อื่นๆ นี้แทบจะสาดน้ำ ไล่พีททุกครั้งที่เดินผ่านร้านเลยทีเดียว เพราะเจ้าหมอนี้เลือกไก่ดีไปเสียหมด…สงสัยครั้งนี้ก็คงเลือกไก่ที่เนื้อดีๆ มาอีกแล้วแน่ๆ” ฝ้ายบอกเล่าความสามารถในการเลือกไก่ของพีทให้กับรดาได้รับรู้
รดาเองก็ยังคงทำหน้าฉงน เพราะไม่คิดว่าการเลือกเนื้อไก่ก็ต้องใช้ความสามารถด้วย ดังนั้นเธอจึงทดลองเรื่องนี้ ด้วยการแวะร้านไก่ที่อยู่ไม่ห่างกัน เพียงแต่คราวนี้เธอให้เจ้าของร้านที่พูดจาสุภาพ ดูเป็นมิตรเป็นคนเลือกเนื้อไก่ให้เป็นจำนวนครึ่งกิโล แถมยังให้ทิปพิเศษอีก 100 หยวนเหมือนกับที่พีททำ หากแต่ไม่ให้พีทเข้ามายุ่งวุ่นวาย
พีทเองก็ส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้าของร้านตักเนื้อไก่ใส่ถุงให้กับรดา อีกทั้งพีทก็ฟังภาษาจีนไม่ออกว่า ทั้งสองคนกำลังพูดอะไรกัน เขารู้เพียงแต่ว่ารดาดูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พลางเอาไก่ที่เธอซื้อมา นำมาอวดพีท
“ไก่พวกนี้ฉันซื้อมาเอง เธอช่วยทำไก่พวกนี้ให้กับฉันด้วยนะ” รดาพูดพลางส่งถุงไก่ที่เธอซื้อมาส่งให้กับผู้ติดตาม พลางกำชับหนักแน่นว่า ให้แยกไก่ที่พีทและเธอซื้อเองให้ดีๆ อย่าให้ป่นกันเด็ดขาด
“ได้ครับ คุณรดาอย่าผิดหวังก็แล้วกัน” พีทแค่ได้กลิ่นและเห็นไก่ในถุงก็ประเมินคุณภาพของไก่ที่รดาซื้อมาเองได้แล้ว เขาจึงได้พูดเตือนเอาไว้ให้เธอรู้ก่อน จะได้ไม่ตั้งความหวังสูงเกินไป
“เธอก็อย่าคิดเล่นตุกติก ครั้งนี้ฉันจะขอดูเธอทำไก่ทั้งหมดด้วยตัวเอง” รดาเองก็อยากจะรู้ว่าพีทนั้นเก่งจริงไหมเหมือนกัน เพราะเธอไม่เคยเห็นตอนที่พีทก่อตั้งร้านไก่ทอด Chicky CPF กว่าเธอจะได้เห็นและได้กินไก่ทอดของพีทจริงๆ ก็เป็นตอนที่พีทเปิดร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง
พีทได้ซื้อของอีกหลายอย่างจำพวกผงหมักไก่มากมายที่รดาเองก็ไม่รู้จัก แม้จะฟังภาษาจีนออก เธอแค่ทำหน้าที่ช่วยบอกราคาและจ่ายเงินให้เท่านั้น
ซึ่งผงหมักต่างๆ หรือวัตถุดิบในการใช้ก็ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากอะไร เหมือนกับตอนที่เลือกเนื้อไก่ที่ใช้เวลานานมากกว่า จวบจนกระทั่งมาถึงร้านขายพริกหม่าล่าบนชั้นที่สาม
มันมีพริกหม่าล่าเปิดอยู่เต็มไปหมด ไม่ต่ำกว่า 10 ร้าน ‘พริกจากเสฉวนของแท้ สนใจดูก่อนได้!’ ‘พริกชั้นดีจากฉงชิ่ว ดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว มาๆ พ่อหนุ่มลองชิมดูก่อน’ ‘พริกที่นี่ไม่มีแท้ไปกว่านี้อีกแล้ว พ่อหนุ่มอย่าได้รอช้ารีบเข้ามาเร็ว’ ตลอดทางเพียงแค่ไกด์นำทางบอกว่าพีทจะซื้อพริกเท่านั้น เหล่าบรรดาพ่อค้าจากร้านพริกต่างๆ จำนวนกว่าหลายสิบร้าน ก็ได้คะยั้นคะยอเรียกพีทไปที่ร้านของตัวเอง
บางคนถือกระปุกใส่พริกมาโอ้อวด บางคนถือตักพริกเป็นช้อนหวังจะให้พีทชิม
หากแต่พีทเพียงแค่มองสำรวจพริกเหล่านั้น พลางดมกลิ่นมันจากที่ยื่นเข้ามา ก็พลันปฏิเสธทันที
ฝ้ายและรดาต่างทำหน้างงๆ เมื่อเห็นพีทปฏิเสธร้านต่างๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะในสายตาของพวกเธอ พริกพวกนี้ก็เหมือนๆ กันหมด ไม่เห็นจะแตกต่างกันเลย ทำไมถึงต้องปฏิเสธเสียงแข็งแบบนั้น อย่างน้อยๆ ก็ลองชิมสักหน่อยก็น่าจะดีกว่า
“ชิม? ถ้าฉันชิมพริกพวกนั้น ป่านนี้ฉันคงถูกพ่อค้าจอมโกหกพวกนั้นลากตัวไปแล้ว หรืออีกอย่างก็คงต้องเสียเงินค่าชิมจากพวกนั้นอย่างแน่นอน…จริงไหมครับพี่รดา?” พีทตอบคำถามของฝ้ายที่เห็นเขาพยายามเดินหลบเลี่ยงเหล่าพ่อค้าที่ถาโถมเข้าใส่ จนล้อมพีทเอาไว้ทั้งหมด
“ก็จริง พ่อค้าที่ประเทศจีนมักใช้วิธีนี้หลอกล่อนักท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ ดีนะที่พีทรู้กลโกงของพวกเขาอยู่บ้าง” รดาเองก็พยักหน้า เพราะเธอเคยมาประเทศจีนบ่อยและพบเจอกับพ่อค้าประเภทนี้เป็นประจำ
“ขอบคุณพ่อค้าทุกท่านมาก เดี๋ยวพวกเราขอเดินเลือกสินค้าด้วยตัวเอง” รดาตอบเหล่าพ่อค้าที่ถูกพีทปฏิเสธไปด้วยภาษาจีน พอพ่อค้าได้ยินภาษาของตัวเองและสำเนียงของรดาที่ค่อนข้างเหมือนคนจีน พ่อค้าเหล่านั้นก็พลันแตกฮือออกไป ไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาให้กับกลุ่มของพีทอีก ก่อนจะแยกตัวกันไปต้อนรับลูกค้ากลุ่มอื่นที่น่าจะมาจากต่างประเทศ เพื่อที่จะหลอกต้มต่อไป
“พริกพวกนั้นไม่ใช่พริกเสฉวนหรือพริกจากฉงชิ่วจริงๆ ถึงกลิ่น สี และรสชาติจะค่อนข้างเหมือนแต่ก็ไม่ใช่ของแท้” พีทอธิบายให้รดากับฝ้ายได้ฟังอีกครั้ง ซึ่งระหว่างที่กำลังพูด พีทก็ไปสะดุดตาเข้ากับร้านขายพริกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
โดยร้านขายพริกร้านนี้ ไม่ได้อยู่ในกลุ่มพ่อค้าที่มาเสนอขายพริกให้กับพวกเขา อีกทั้งเจ้าของร้านนี้ก็เป็นแม่ค้าที่ดูอิดโรย เนื่องจากข้างๆ ตัวเธอมีเด็กสาวที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกสาวกำลังนอนป่วยอยู่นั่นเอง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy