เทพสงครามมังกรเทวะ

    อยู่ดีไม่ว่าดี

    ช่วงเที่ยงของวันนั้นเฟยหรงไอ้อุ่มฮั่วหลิงหลิงไปชำระล้างร่างกายหลังจากผ่านศึกรักอันหนักหน่วงกันอย่างสุขใจ ก่อนที่สวมใส่อาภรณ์ให้กันและกันจนเรียบร้อย

     

    "หลิงหลิง ข้าจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่"เฟยหรงกล่าวถามพร้อมหันไปหาภรรยาสาว

     

    "สามีข้าไม่ไหวและ เจ้าทำข้าขาอ่อนไปหมด ข้าขอพักอยู่ที่นี่เถอะ"ฮั่วหลิงหลิงกล่าวด้วยความงัวเงีย ตัวนางหลังจากโดนเฟยหรงอุ้มไปอาบน้ำก็ไม่และพากลับมาก็แทบจะเดินไม่ไหว ดังนั้นนางจึงเลือกนอนพักผ่อนอยู่ด้านในถ้ำดีกว่าจะออกไปกับเขาเพราะไม่อยากให้การเที่ยวชมหอกระบี่ดาวตกของชายหนุ่มต้องชะงักเพราะนาง

     

    "หุหุ สาวน้อยของข้า ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้แหละครั้งต่อไปเดี๋ยวก็ชินไปเอง"เฟยหรงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ฮั่วหลิงหลิงๆที่ได้ยินถึงกับถลึงตามองชายหนุ่มที่รักพร้อมกับบิดเขาไปครั้งหนึ่งด้วยความหมั่นใส้ก่อนจะกล่าวด้วยความเขินอายว่า "เจ้าบ้า!!วาจาเช่นนี้ก็กล่าวออกมาได้ ไปได้แล้วข้าจะพักผ่อน"

     

    กล่าวจบนางก็หันหน้ากลับไปนอนรอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าไม่ขาดสาย ส่วนเฟยหรงน่ะหรือ ชายหนุ่มหัวเราะและเดินออกไปอย่างสบายใจหลังจากที่หยอกล้อฮั่วหลิงหลิงเสร็จแล้วนั่นเอง

     

    ด้านในหอกระบี่ดาวตกในเวลานี้เต็มไปด้วยดวงดาวมากมายเฟยหรงหลังจากเดินออกไปเขาก็สำรวจไปทั่วบริเวณด้วยความสนใจที่มากล้นเนื่องจากการสร้างมิติเช่นนี้ออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายดายเด็กหนุ่มคาดเดาไว้ระดับพลังของคนที่สามารถทำเช่นนี้ได้ต้องอยู่ในระดับราชันเทวะขึ้นไปอย่างแน่นอน

     

    "หืม ตรงนั้นเขามีอะไรกันนะ น่าสนใจจริงๆ"เมื่อเดินออกมาได้สักพัก เฟยหรงเห็นกลุ่มคนที่กำลังมุงกันอย่างหนาแน่นอยู่ที่หน้าเวทีประลองพร้อมส่งเสียงเชียร์ไม่ขาดสาย งานเช่นนี้เฟยหรงจะพลาดได้อย่างไรเขาเดินไปก่อนจะสกิดชายคนที่อยู่หลังสุดเพื่อกล่าวถามในทันที

     

    "พี่ชาย มันเกิดอะไรขึ้นหรือทำไมที่นี่คนเยอะเช่นนี้"

     

    "โอ้ เจ้าคงมาใหม่สินะ วันนี้ศิษย์ระดับนักบุญเฟยหว่านถิงกับหมิงเย่จะประลองกันน่ะ ทั้งสองได้ฉายาว่าราชินีกระบี่เพลิงผลาญและเจ้าหญิงกระบี่ประกายแสงเชียวนะดังนั้นจึงมีคนสนใจที่จะการประลองเยอะขนาดนี้ไงละ"

     

    'เฟยหว่านถิงหรือ?? แซ่เฟยคงเป็นตระกูลหลักกระมัง น่าสนใจข้าเองก็อยากให้ว่ารุ่นเยาว์ของตระกูลเฟยในทวีประดับสูงจะมีน้ำยาสักแค่ไหนกัน'เฟยหรงคิดในใจก่อนจะยืนอยู่ข้างๆชายที่ให้ข้อมูลเขาเมื่อครู่

     

    ต่อมาไม่นานด้านบนสนามประลองมีหญิงสาวที่ดูงดงามและสูงส่งเดินขึ้นมาด้านหลังสพายกระบี่สีแดงเพลิงเอาไว้ใบหน้าแสดงถึงความมั่นใจที่มีอยู่เปี่ยมล้น

     

    ส่วนอีกด้านหญิงสาวที่ดูขี้เล่นสวมใส่อาภรณ์สีขาวลวดลายสีเหลืองทองเดินขึ้นมาด้านหลังสพายกระบี่สีทองเอาไว้เช่นกัน เฟยหรงที่ได้เห็นดังนั้นถึงกับผงะก่อนจะมองสำรวจคนรอบข้างปรากฏว่ามุกคนสพายกระบี่เอาไว้ด้านหลังทั้งหมด มีเพียงเขาเท่านั้นที่ไม่ได้สพายเอาไว้

     

    'นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี้ย มีแหวนมิติกันไม่ใช่หรือแล้วจะสพายให้หนักทำไมกัน??'เฟยหรงคิดในใจด้วยความสงสัย ตัวเขาไม่ได้อยากผิดแปลกจากคนอื่นเกินไปดังนั้นจึงหยิบกระบี่วารีสวรรค์ของตนมาสพายเอาไว้เช่นกัน

     

    "ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย"เฟยหรงกล่าวออกไปพร้อมมองไปยังสนามประลองที่ตอนนี้สองหญิงสาวได้มาเผชิญหน้ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วและดูเหมือนกำลังจะปะทะคารมกันอยู่นั่นเอง

     

    "หมิงเย่ แน่ใจแล้วงั้นหรือว่าจะประลองกับข้าหากใบหน้าที่งดงามของเจ้าโดนเผาละก็อาจจะทำให้เจ้าไม่เหลือความงดงามอีกเลยนะ หากเป็นเช่นนั้นพี่ชายของข้าอาจจะตำหนิข้าได้"

     

    "หุหุ เจ้านี่กล่าวอะไรได้น่าขันเสียจริง ครั้งก่อนเจ้ายังพ่ายแพ้ข้าอยู่เลยจริงไหม เฟยหว่านถิง"

     

    "หึ นั่นเป็นการแข่งขันออกล่าไม่ใช่การประลองเสียหน่อยดังนั้นอย่าได้คิดว่าจะชนะได้ข้าได้"เฟยหว่านถิงกล่าวพร้อมชักกระบี่สีแดงฉานออกมา หมิงเย่ที่เห็นว่านางเองก็ไม่ได้น้อยหน้าชักกระบี่สีทองด้านหลังออกมาเช่นกัน

     

    หลังจากที่ปะทะคารมมานานบัดนี้ทั้งสองจะได้ประลองกันอย่างจริงจังแล้วในเวลานี้ หญิงสาวทั้งสองนางกระชับกระบี่จนเข้ามือและพุ่งตัวไปด้านหน้าพร้อมกันเส้นผมสีดำและทองปลิวไสวไปตามสายลม

     

    "เพล้งๆ!!"

     

    เสียงปะทะกันของกระบี่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่ท่วงท่าของหญิงสาวทั้งสองนางนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทางฝั่งของเฟยหว่านถิงนั้นท่วงท่ากระบี่ของนางดุดันแข็งกร้าวประดุจเปลวเพลิงที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่ง ส่วนหมิงเย่นั้นกระบี่ของนางเต็มไปด้วยความงดงามและความเร็วสมกับฉายาเจ้าหญิงประกายแสงอย่างแท้จริง

     

    'โอ้สมกับเป็นอัจฉรริยะจริงๆระดับนักบุญแถมยังไปถึงกระดับจิตกระบี่ ต่อให้สู้กันไปทั้งวันผลก็ยังเสมออยู่วันยังค่ำ เห้อ'หลังจากที่ดูการประลองอยู่พักใหญ่เฟยหรงก็ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย สำหรับคนที่อยู่ในระดับจักรพรรดิและระดับยังไม่ถึงจิตกระบี่แน่นอนการประลองครั้งนี้มีค่ามหาศาลในการใช้ศึกษา แต่สำหรับเขาที่บรรลุไปถึงแก่นแท้กระบี่แล้วนั้นนี่เหมือนการดูเด็กเล่นกันเสียมากกว่า ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่อยากรั้งอยู่อีกต่อไปพร้อมจะหันหลังเดินจากไปเพื่อไปดูสถานที่ของหอกระบี่ดาวตกต่อไปแต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าเนื่องจากสัมผัสได้ถึงสายตานับร้อยกำลังจับจ้องมาที่เขา

     

    'พวกมันเพ่งเล็งข้า ไม่ใช่!! พวกมันเพ็งเล็งกระบี่วารีสวรรค์'เฟยหรงคิ้วขมวดเป็นปม เจ้าพวกนี้หมายปองกระบี่ที่เป็นสมบัติตกทอดมาจากท่านแม่ของเขางั้นหรือ สำหรับเขานั้นพวกมันล้วนแต่รนหาที่ตายอย่างแท้จริง

     

    ทันใดนั้นชายหนุ่มร่างใหญ่ปรากฏตัวต่อหน้าของเขา สายตาของคนรอบข้างต่างมองมาที่เฟยหรงด้วยความเห็นใจในทันทีชายร่างใหญ่เบื้องหน้าเฟยหรงนี้คือเฟยอวิ้นเฉินซึ่งเป็นพี่ชายของเฟยหว่านถิงและยังเป็นระดับนักบุญขั้นที่สามซึ่งถูกเรียกว่าราชันกระบี่เพลิงกาลที่น่าหวาดกลัวอิีกด้วย

     

    เมื่อเฟยอวิ้นเฉินปรากฏตัวเฟยหว่านถิงและหมิงเย่ก็หยุดการประลองของพวกนางในทันทีพร้อมมองไปที่เฟยอวิ้นเฉินด้วยความประหลาดใจ เพราะชายคนนี้มักจะวางตนไว้ที่สูงอยู่ตลอดเวลาไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้

     

    "มีอะไร!"เมื่อเฟยหรงอยู่ต่อหน้าของชายร่างใหญ่ เขาไม่ได้หวาดกัวอะไรและกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเฉยชา นั่นทำให้เหล่าผู้คนรอบข้างที่ได้ยินถึงกับหน้าซีดเผือดมองไปที่เฟยหรงด้วยดวงตาประหลาดใจอย่างถึงที่สุด

     

    "กระบี่ข้างหลังเจ้า ข้าจะซื้อมัน!"เฟยอวิ้นกล่าวเช่นนั้น เฟยหรงที่ได้ยินก็ถึงกับแทบอยากจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเลยทีเดียวสถานการณ์นี้ไม่ได้ผิดจากที่เขาคาดเอาไว้เลยสักนิด เจ้านี่หมายปองกระบี่วารีสวรรค์ของเขาจริงๆ

     

    "ไม่ขาย! แล้วก้ถอยไปข้าไม่มีเวลาว่างมากขนาดนั้น"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้นพร้อมจะเดินออกไปแต่ทันใดนั้นเหล่า ชายฉกรรจ์ห้าคนก็มาล้อมเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาหลุดรอดไปได้เห็นได้ชัดว่าหากเฟยหรงไม่ทิ้งกระบี่ไว้เขาจะไม่สามารถออกไปได้อย่างแน่นอน

     

    "เฟยอวิ้นเฉิน เดี๋ยวนี้ตระกูลเฟยตกต่ำถึงขนาดปล้นกระบี่จากเด็กระดับจักรพรรดิเชียวหรือ"หมิงเย่ที่อยู่บนเวทีประลองกล่าวอย่างถากถางสายตาที่มองเฟยอวิ้นนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

     

    "หมิงเย่ยอดรักของข้าเหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้นข้าเพียงมาดูการประลองของเจ้าและน้องสาวถึงได้มาดูและพอดีว่าเกิดสนใจกระบี่เล่มนี้เข้าเท่านั้นเองจึงมาขอซื้อต่ออย่างไรละ"เฟยอวิ้นกล่าวพร้อมยกยิ้ม

     

    "เหอะ ซื้อต่อ?ข้าบอกไปแล้วว่าข้าไม่ขายแต่เจ้าก็ยังไม่วายทำให้ข้ารู้สึกรำคาญ ถ้าเช่นนี้ราคาของมันคือชีวิตของพวกเจ้าเป็นอย่างไร!!!"เฟยหรงกล่าว ชายหนุ่มเพียงดีดนิ้วเบาๆกระบี่ลมปราณได้ปรากฏอยู่ที่ลำคอของพวกมันไม่เว้นแม้แต่เฟยอวิ้นที่ทำท่าทีหยิ่งผยองอยู่เมื่อครู่เองก็ตามทีบัดนี้พวกมันต่างหน้าซีดเผือดกันไปหมด กระบี่ลมปราณหกเล่มแผ่ออร่าสังหารบาดลึกไปถึงจิตใจของทุกคนทั่วบริเวณ

     

    ในตอนนี้ไม่เพียงแต่หกคนที่โดนกระบี่จ่อคอเท่านั้นที่หน้าซีดเผือดเหล่าคนที่มุงดูเหตุการณ์นี้ต่างมีใบหน้านิ่งอึ้งกันไปจนแทบลืมหายใจ สิ่งนี้คืออะไรทำไมพวกเขาที่ฝึกฝนกระบี่จะไม่รู้จักลมปราณที่ก่อตัวเป็นรูปลักษณ์ของกระบี่นี่ไม่ใช่ระดับแก่นแท้กระบี่ในตำนานหรอกหรือ ทำไมเด็กที่อยู่ระดับเพียงจักรพรรดิขั้นที่หนึ่งถึงมีมันได้กันสิ่งนี้ทำให้เหล่าผู้นสงสัยกันไปตามๆกันเนื่องจากแก่นแท้กระบี่มีเพียงเหล่าผู้อาวุโสเท่านั้นที่มีมันแถมยังใช้ลมปราณสร้างขึ้นมาได้แค่คนละเจ็ดเล่มเท่านั้น มีเพียงเจ้าหอกระบี่ดาวตกเท่านั้นที่สร้างขึ้นมาได้ยี่สิบเล่มและนั่นคือจุดสูงสุดของหอกระบี่ดาวตกแล้ว

     

    การที่เจ้าเด็กคนนี้สามารถสร้างมันมาได้ถึงหกเล่มด้วยวัยเพียงเท่านี้นั่นถือว่ามันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพรสวรรค์ในเส้นทางกระบี่ของเฟยหรงนั้นเหนือล้ำยิ่งกว่าผู้ใดในหอกระบี่ดาวตกแห่งนี้อย่างแน่นอน

     

    "ช่างไร้สาระเสียจริง"เฟยหรงเดินผ่านพวกที่มาหาเรื่องเขาไปอย่างง่ายดายเนื่องจากไม่มีใครกล้าขยับเลยแม้แต่น้อยในเวลานี้ เมื่อเขาเดินผ่านไปแล้วกระบี่ลมปราณของชายหนุ่มค่อยๆหายไปจากคอของพวกมัน ในตอนนี้เหล่าลูกสมุนของเฟยอวิ้นเฉินนั้นพากันขาสั้นและล้มลงอย่างน่าสมเพช ส่วนตัวหัวหน้าอย่างเฟยอวิ้นเฉินนั้นกำหมัดแน่นเต็มไปด้วยความอับอาย

     

    การที่ถูกเด็กที่อายุน้อยกว่าเกือบสิบปีหยามหน้าเช่นนี้มันไม่เพียงแค่เสียชื่อเสียงของตนเองเท่านั้น แต่ตระกูลเฟยของมันยังต้องถูกมองเป็นตัวตลกอีกด้วย

     

    "พี่ชายครั้งนี้ท่านทำให้ขายหน้ากันไปหมด ความประมาททำให้พ่ายแพ้โดยไม่ได้แม้แต่จะขยับ ข้าอยากรู้นักหากท่านพ่อรู้เข้าจะลงโทษท่านอย่างไร เหอะ"เฟยหว่านถิงกล่าวก่อนจะเดินออกไปด้วยความอับอาย ส่วนหมิงเย่นั้นแตกต่างออกไปนางมองไปที่แผ่นหลังของเฟยหรงด้วยความสนใจ แก่นแท้กระบี่ที่แม้แต่นางที่อยู่ระดับนักบุญยังบรรลุไม่ได้แต่ชายหนุ่มระดับจักรพรรดิกลับสร้างมันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย จะไม่ให้นางสนใจได้อย่างไร

     

    "น่าสนใจจริงๆ"นางกล่าวพร้อมเก็บดาบและจากไปจากบริเวณนั้นในทันที ในเวลานี้ที่บริเวณสนามประลองเหล่าผู้คนค่อยๆพากันจากไปคนแล้วคนเล่าพร้อมด้วยข่าวการพ่ายแพ้ของเฟยอวิ้นเฉินที่ถูกแพร่กระจายออกไปเช่นกัน จนทำให้ตอนนี้นั้นทั่วทั้งหอกระบี่ดาวตกเต็มไปด้วยข่าวสารนี้ทั้งสิ้น