“เป็นเช่นอย่างที่หลานชายของข้ากล่าวไว้.. ข้าเฉินซูย่วน.. คนตระกูลเฉินยังไม่มีคิดความที่จะเข้าร่วมกับสำนักใดในตอนนี้..”
เฉินซูย่วนกล่าวยืนยันเสริมเติมในคำพูดของเฉินอี้...ส่วนภายในใจจริงของนางเองก็ไม่อยากจะเข้าร่วมสำนักใดเหมือนกัน..เพราะการได้อยู่ที่ตระกูลเฉินและเรียนรู้ทักษะการปรุงยาจากเฉินอี้นั้นเป็นสิ่งที่นางต้องการมากกว่า
ผู้อาวุโสทั้งสองสำนักใหญ่..และผู้รับฟังเกือบทุกคนต่างรู้สึกแปลกประหลาดใจกับคำบอกกล่าวนี้มากนัก!
จางหยวนที่กำลังนั่งก้มหน้าด้วยความผิดหวังกับตัวเองอยู่ก็พลันเงยหน้าขึ้นมาเบิกตาโตกล่าวภายในใจว่า “พวกมันโง่รึเปล่า!..มีสำนักใหญ่คอยหนุนหลังมันเป็นเรื่องไม่ดีตรงไหนกัน!?”
การมีหนึ่งในสำนักใหญ่ทั้งเจ็ดมาคอยหนุนหลังจะช่วยให้ได้รับทั้งชื่อเสียง..ทรัพย์สินเงินทอง..รวมไปถึงพลังอำนาจมากมาย..ซึ่งตัวจางหยวน..และเกือบทุกคนในที่นี้ล้วนไม่อาจทำความเข้าใจได้ว่าทำไมถึงไม่ต้องการ..ยกเว้นเฉินซูย่วนเฉินเหว่ยหง และเซี่ยซูเหยา ที่รู้เรื่องก่อนแล้วระหว่างเดินทางมาพร้อมกันกับเฉินอี้..ส่วนคนที่ไม่ได้ถูกบอกกล่าวจะรู้สึกตกใจก็ไม่แปลก..
“ท่านแน่ใจเช่นนั้นรึ?” อาวุโสจิ๋นอิ่งขมวดคิ้วกล่าวถามย้ำน้ำเสียงจริงจัง..มันเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะโดนปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ได้เอ่ยปากเชิญชวนแบบนี้..
“ข้าแน่ใจอย่างยิ่งท่านผู้อาวุโส..” เฉินซูย่วนกล่าวพยักหน้าหนักแน่น
“เฮ้อ..งั้นเหรอๆ..ถ้าท่านตัดสินใจดีแล้วก็ช่วยไม่ได้นะ..”อาวุโสเจิ้งหู่ถอนหายใจผิดหวังเพียงคิดในใจว่า “ยังดีที่นางไม่ได้คิดจะเข้าร่วมกับสำนักใดเลยพอมีโอกาสเผื่อนางจะเปลี่ยนใจ..”ตัวมันไม่ได้ถามเหตุผลให้แน่ชัดว่าทำไม..เพราะกลัวว่าอาจจะทำให้เฉินซูย่วนไม่พอใจได้..ถ้ายังคิดตามตื้อต่อทีหลัง..
เฉินตงหมิงเข้ามากระซิบกล่าวใกล้ๆหูเฉินอี้“นี่เฉินอี้..ทำแบบนี้จะดีแน่รึ!?” เขาเป็นกังวลกลัวว่าจะทำให้ผู้อาวุโสเหล่านี้ไม่พอใจจนนำปัญหามาสู่ตระกูลเฉินในอนาคต
“ท่านลุงไม่ต้องกังวลหรอก..ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง..” เฉินอี้ยิ้มบางกล่าวเสียงผ่อนคลายสบายๆ..เขารู้ว่าผู้อาวุโสพวกนี้จะไม่มีทางกล้าบังคับทำอะไรตระกูลเฉิน..ตราบใดที่มีเฉินซูย่วนและเซี่ยซูเหยาอยู่ด้วย
เซี่ยซูเหยายืนหน้านิ่งเอามือไขว้หลังอย่างสงบไม่ทำสิ่งใด เพียงปล่อยให้เฉินอี้เป็นคนจัดการด้วยตัวเอง
“เจ้าชื่อเฉินอี้สินะ..ไหนลองบอกข้อเสนอของเจ้ามาซิ..”อาวุโสจิ๋นอิ่งถึงจะถูกปฏิเสธไปแต่ยังรู้สึกสนใจในสิ่งที่เฉินอี้บอกกล่าวมาอยู่..
เฉินอี้ยิ้มกล่าวข้อเสนอทันทีว่า
“ ตระกูลเฉินข้านั้นอยากจะทำข้อตกลงการค้าขายโอสถกับเหล่าเจ็ดสำนักใหญ่ของพวกท่านในวันนี้” เขากล่าวเสียงดังฟังชัด
“หืม!..เจ้าพูดจริงเหรอ?..” อาวุโสจิ๋นอิ่งกล่าวตกตะลึงเดี๋ยวนึง..มันเข้าใจจุดประสงค์ของตระกูลเฉินแล้วว่าเพียงอยากจะทำการค้ากับพวกตนตั้งแต่แรก..ไม่ใช่แค่สองสำนักใหญ่ที่มาในวันนี้..แต่รวมถึงอีกห้าสำนักใหญ่ที่เหลือด้วย!
“ใช่แล้ว!...ข้าตั้งใจจะทำการค้ากับพวกท่านจริงๆ..”เฉินอี้ยืนยันคำกล่าวของตนเอง
อาวุโสจิ๋นอิ่งได้ยินแบบนั้นจึงหยุดคิดสักพักก่อนกล่าวถาม“อืม..แล้วในระยะเวลาหนึ่งเดือนต่อหนึ่งสำนัก..พวกเจ้าตระกูลเฉินสามารถที่จะปรุงโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับ9 ส่วนได้กี่เม็ด?”
“จำนวน 50 เม็ดได้รึไม่?..” เขาลองกล่าวหยั่งเชิงออกไป
เฉินอี้หลับตาตอบกล่าวเรียบเฉยจริงจัง“ล้วนขึ้นอยู่กับทรัพยากรของสำนักพวกท่านเอง..โดยมีเงื่อนไขคือ..ท่านผู้อาวุโสต้องจัดส่งวัตถุดิบต่างๆที่ต้องใช้มายังตระกูลเฉินด้วยเพื่อทำการปรุงยาตามสั่งพร้อมกับเงินค่าตอบแทนที่เหมาะสม..แล้วทางข้าจะส่งโอสถให้สำนักของพวกท่านผ่านสมาคมการค้าจันทร์เสี้ยวไป..”
เฉินอี้กล่าวอธิบายข้อเสนอออกมา..ตระกูลเฉินมันมีวัตถุดิบสมุนไพรไม่เพียงพอจึงต้องใช้ของพวกมันเหล่าเจ็ดสำนักใหญ่ในการทำโอสถจำนวนมากแทน..แล้วการขนส่งระยะไกลตอนนี้มีแต่ที่สมาคมการค้าเท่านั้น
“ทำได้จริงงั้นเหรอท่านเฉินซูย่วน!?..”
อาวุโสจิ๋นอิ่งตาโตกล่าวเหลือเชื่อหันไปถามเฉินซูย่วนเพราะมันคิดว่านางจะเป็นคนที่ปรุงโอสถเองทั้งหมด!
“เรื่องนี้..ข้าสามารถทำได้จริงแน่นอนท่านผู้อาวุโส..”เฉินซูย่วนตอบกล่าวยืนยันกึ่งจริงกึ่งเท็จ..นางกล่าวตามที่ได้เคยคุยปรึกษากับเฉินอี้ว่าจะเป็นคนออกหน้าแทนเอง
ความจริงคนที่จะปรุงโอสถนั้นไม่ได้มีแค่เฉินซูย่วนตัวนางเพียงคนเดียว..ส่วนใหญ่จะเป็นเฉินอี้ทำทั้งนั้น..
“ถ้าทำได้จริงก็เยี่ยมไปเลย!”
อาวุโสจิ๋นอิ่งยิ้มกล่าวอย่างตื่นเต้นสนใจมากขึ้น..มันรู้สึกว่าอย่างน้อยก็ได้มาที่นี่แบบไม่เสียเที่ยวแล้ว!
ในสำนักสุสานทมิฬของมันมีศิษย์และผู้อาวุโสมากมายแต่กลับมีผู้อาวุโสปรุงยาอยู่เพียงสี่คนเท่านั้นจึงทำให้ยังขาดโอสถชั้นสูงที่ต้องแจกจ่ายจำนวนไม่น้อย..และโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับ9 ส่วนนั้นก็สามารถช่วยได้ในการต่อสู้เมื่อพลังยุทธ์ลมปราณของคนผู้นั้นเริ่มหมดเป็นอย่างยิ่ง..นับว่าโอสถนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตตัดสินความตายได้เลย
เฉินอี้ยิ้มที่เห็นท่าทางของอาวุโสจิ๋นอิ่งแล้วกล่าวในใจ“อย่าว่าแต่ 50 เม็ดเลย..จะ 100 หรือ 500 เม็ด ข้าก็ทำให้ได้!..” มันไม่อยากบอกกล่าวโอ้อวดเวอร์วังออกไปเพราะกลัวว่าพวกผู้อาวโสมันจะเกิดความผิดปกติสงสัยขึ้นต่อตระกูลเฉินมากเกินไป..จึงคิดรับงานเท่าที่พวกมันแต่ล่ะสำนักจะสั่งมาพอสมควรเท่านั้น
อาวุโสเจิ้งหู่หรี่ตาลงจ้องมองสำรวจเฉินอี้อีกครั้งพลางครุ่นคิดในใจ“เจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้มันไม่ได้แค่คิดจะผูกสัมพันธ์ไมตรีเป็นมิตรกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..แต่กลับเลือกที่จะเป็นมิตรกับสำนักใหญ่ทั้งหมดเลยรึนี่!”จากนั้นมันหันมองไปที่เซี่ยซูเหยาแล้วค่อยกลับมามองเฉินอี้ที่เดิมอีกครั้งยกยิ้มกล่าวในใจ“ข้าชักจะเริ่มสนใจมันขึ้นมาหน่อยแล้ว!”
อาวุโสเจิ้งหู่สันนิฐานคิดว่าที่เซี่ยซูเหยามาเป็นสหายกับตระกูลเฉินนั้นน่าจะเกี่ยวกับชายหนุ่มที่ชื่อเฉินอี้ผู้นี้ที่ตอนนี้เป็นคนกล่าวข้อเสนอได้อย่างปราดเปรื่องเกินอายุแน่!..บางทีมันอาจเป็นคิดวางแผนการค้านี้ขึ้นมาเองด้วย..มันเริ่มคิดว่าเฉินอี้อาจจะไม่ใช่ธรรมดาๆอย่างที่เห็นภายนอก..
“แล้วเจ้าต้องการค่าตอบแทนเท่าไร?”อาวุโสจิ๋นอิ่งถาม
เฉินอี้กล่าวสบายๆ
“ก็ไม่มาก..สำหรับโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับ9 ส่วนตระกูลของข้าเพียงราคา 100 เหรียญทองต่อ 1 เม็ดเท่านั้น..”
อาวุโสจิ๋นอิ่งที่ได้ยินเฉินอี้เสนอราคามาก็ต้องขมวดคิ้วกล่าวด่าในใจ“ มารดามันเถอะ! โอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับ9 ส่วนนั้นมูลค่าที่ขายกันตามทุกสำนักราคาต่อเม็ดอย่างมากแค่ประมาณ 70 เหรียญทองเอง..แต่นี่มันเล่นตั้งราคาซะสูงเลย!”
อาวุโสจิ๋นอิ่งไม่ได้คิดว่าไม่สามารถรับเงื่อนไขที่ต้องเป็นฝ่ายส่งวัตถุดิบที่ใช้ปรุงโอสถมาให้..แต่กับราคาที่สูงไปนี้จึงเริ่มคิดลังเลว่าจะรับข้อเสนอดีไหมเพราะค่อนข้างเหนืออำนาจการตัดสินใจของตัวมัน
อาวุโสเจิ้งหู่เองก็กำลังกลัดกลุ้มก้มคิดหนักในใจ..
เฉินหรุ่ยที่เป็นพ่อค้าดูแลร้านโอสถตระกูลก็ถึงกับสดุ้งเมื่อได้ยิน..ตัวมันรู้ทราบว่าโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณ 9 ส่วนนี้มีราคากลางอยู่ที่ประมาณ60 เหรียญทองเท่านั้นจึงตกใจกับราคาที่เฉินอี้ตั้งไว้เกินเกือบเท่าหนึ่ง!
“หึๆๆ..” เฉินอี้ยิ้มหัวเราะก่อนกล่าว“ราคานี้นั้นรวมค่าธรรมเนียมในการซื้อครั้งแรกสำนักใหญ่ของพวกท่านเท่านั้น..แล้วในการขายครั้งต่อไปราคาจะลดลงมาอีกแน่นอน..”
“อืม..ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็..” อาวุโสจิ๋นอิ่งเอามือจับคางคิดว่าพอจะตกลงรับเงื่อนไขได้บ้างแล้ว
ตัวเฉินอี้รู้ว่าพวกมันกำลังขาดโอสถระดับสูงกันมากจึงตั้งใจขายในราคาแพงก่อนแค่ครั้งแรกเพื่อเอากำไร..และส่วนตัวมันก็ไม่คิดว่าเหล่าสำนักใหญ่พวกนี้จะไม่มีปัญญาจ่ายไหว..
“ข้าไม่คิดที่จะเอาเปรียบถึงขนาดนั้นเพื่อคงความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคตด้วยล่ะนะ..แต่ว่า..” เฉินอี้คิดในใจก่อนเริ่มกล่าวต่อพลางหันไปทางอาวุโสเจิ้งหู่
“อีกอย่าง..สำหรับสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์..จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกสี่เท่าของราคาขายโอสถต่อการซื้อครั้งแรก..เพื่อชดใช้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้!..”
“อะ..อะไรนะ!!?”
คนทางฝั่งสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ที่นั่งสนใจฟังอยู่ต่างตะโกนอุทานขึ้นพร้อมเพรียงกัน
เกือบทุกคนในห้องเบิกลูกตาแทบถลนเปิดปากอ้าค้างมองไปที่เฉินอี้เงียบกริบไม่ส่งเสียงอันใด..
ถึงแม้ว่าเฉินอี้อยากจะสร้างความสัมพันธ์ทำการค้ากับพวกมันแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเอาคืนโดยการหาประโยชน์จากสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ที่เพื่งได้ก่อเรื่องสร้างเดือดร้อนให้คนในตระกูลของตนเมื่อครู่!
“ เจ้าหนู..มันจะไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ!? ”
ตัวอาวุโสเจิ้งหู่ถึงกับแววตาสั่นเครือเมื่อได้ยินคำกล่าวของเฉินอี้..ตอนแรกมันตั้งใจจะตกลงรับข้อเสนอนี้แล้ว..แต่พอฟังมาถึงตรงนี้มันพลันโกรธเคืองรับไม่ได้ทันที!
“เรื่องนั้นมันเป็นปัญหาของพวกท่าน..เชิญท่านผู้อาวุโสเจิ้งหู่คิดไตร่ตรองตัดสินใจดูก่อนได้..แต่ถ้าเกิดท่านตกลงช้าเกินไป..ระวังจะโดนสำนักใหญ่ทั้งหกแซงหน้าไปนะคิๆๆ” เฉินอี้ยิ้มเยาะเอามือปิดปากกลั้นขำหัวเราะเยาะเย้ย
“หนอย..เจ้าเด็กบ้านี่!..”
อาวุโสเจิ้งหู่มันไม่กล้าลงมือสั่งสอนเฉินอี้ตอนนี้เพราะมีเซี่ยซูเหยาอยู่ด้วย..ทำได้เพียงกัดฟันกล่าวก่นด่ามันในใจ“เจ้าสารเลวน้อยนี่!..มันจะมากไปแล้ว!..คิดราคาขายสี่เท่าให้พวกข้า..ก็เท่ากับตั้ง 500 เหรียญทองต่อ 1 เม็ดนี่มันขูดรีดกันชัดๆ! ” มันรับไม่ได้กับราคาที่สูงลิบลิ่วเอาเปรียบของเฉินอี้นี้แม้ว่าจะเป็นการชดใช้ที่ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ทำผิดต่อพวกมันก็ตาม
“วะฮ่าๆๆๆ” อาวุโสจิ๋นอิ่งหัวเราะเสียงดังสะใจก่อนกล่าว
“เจ้าหนู! ถูกใจข้าจริงๆ..สำนักสุสานทมิฬข้าตกลงรับข้อเสนอการค้าโอสถของตระกูลเฉินตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทันที!ฮ่าๆๆ”
อาวุโสจิ๋นอิ่งกล่าวเสียงดังฟังชัดจนทุกคนได้ยินกันทั่ว..มันรู้สึกมีความสุขมากที่ได้เห็นพวกสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ต้องลำบากครั้งแล้วครั้งเล่า
“ข้าขอบคุณท่านผู้อาวุโสจิ๋นอิ้งแห่งสำนักสุสานทมิฬมาก..ท่านช่างเป็นคนที่ฉลาดเฉียบแหลมจริงๆ”
เฉินอี้คารวะยิ้มกล่าวสรรเสริญเยินยอให้อาวุโสจิ๋นอิ่ง
“ฮึ่ย!..เจ้าจิ๋นอิ่ง!..” อาวุโสเจิ้งหู่เริ่มรู้สึกกดดันขึ้นมา..มันเข้าใจเจตนาที่เฉินอี้ได้บอกดีเพราะสำนักมันก็ขาดแคลนโอสถระดับสูงอยู่เหมือนกันถ้าได้โอสถฟื้นฟูพลังลมปราณมาสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของศิษย์ในสำนักให้น้อยลงและเพิ่มเวลาการฝึกฝนทักษะต่อสู้อื่นๆที่ต้องใช้พลังปราณมากเป็นระยะยาวนานขึ้นด้วย
“ฮิๆ น้องเฉินอี้ข้าเองก็ตกลงทำการค้าซื้อโอสถกับตระกูลเฉินในฐานะเป็นตัวแทนสำนักบุปผาเหมันต์ของข้าด้วย..”
เซี่ยซูเหยากล่าวออกมาเสียงไม่ดังมากแต่ทุกคนต่างได้ยินกันชัด!..
แม้แต่เฉินอี้ก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันเพราะมันได้บอกแผนให้เซี่ยซูเหยารู้ก่อนแล้วจึงไม่คิดว่านางจะตกลงด้วยเร็วขนาดนี้
แกร๊ก! “เอ้า!นี่เงิน 5000 เหรียญทองข้าขอซื้อโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณ 50 เม็ด! ”เซี่ยซูเหยาพลิกมือเอาถุงกระสอบจากแหวนมิติที่ใส่เหรียญทองจำนวนมากมาวางไว้เบื้องหน้าตน..ให้ทุกคนในห้องเป็นพยานเห็นกับตาว่าได้พูดจริง!
“อึก!..” เฉินเหว่ยหงที่เป็นเจ้าเมืองเซียงหนานนี้เห็นถึงกับกลืนน้ำลายกล่าวในใจ
“ เงินมากมายขนาดนี้พอที่จะใช้จ่ายในตระกูลเฉินได้นานไม่น้อยกว่า5 ปีเลยนะ! ”
เฉินเหว่ยหงใจเต้นโครมครามรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับเงินมูลค่ามหาศาลขนาดนี้!
ส่วนหลินเหิงอี้ หลิวชิ่ง จางหมิง เหล่าผู้นำตระกูลใหญ่ทั้ง 3 ในเมืองนั้นต่างมองด้วยความอิจฉา..
“หึ!..ข้าไม่คิดเลยว่าสำนักกระบี่เมฆาสวรรค์ของท่านจะยาจกยากจนถึงเพียงนี้..”
เซี่ยซูเหยาเสยะยิ้มกล่าวดูถูกซ้ำเติมมัน!
“ บ้าเอ๊ย!! ”
คนที่มีอาการหนักที่สุดตอนนี้คืออาวุโสเจิ้งหู่ นั่นเอง..รู้สึกกดดันเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมที่มีสำนักใหญ่อื่นๆแซงหน้าเรื่อยๆ..ในขณะที่ตัวมันเครียดจัดจนไม่อาจตัดสินใจกล่าวตกลงรับข้อเสนอด้วยได้!
“ อย่างนี้เอง..พี่หญิงซูเหยาตั้งใจคิดใช้เล่ห์เหลี่ยมกับมันสินะ! ” เฉินอี้ยิ้มบางกล่าวในใจให้กับการแสดงของเซี่ยซูเหยา