พลังเอกภพที่ลู่ซือใช้ คือ พลังวิชาที่ได้จากรากฐานวิชาเจตจำนงเคลื่อนที่ ที่ฝึกฝนและร่ำเรียนในวัฏะเดิม เมื่อครั้งอยู่สำนักแห่งจักรวรรดิฝูซี และในครั้งนี้ ลู่ซืิอได้ตระหนักรู้และจดจำวิชานี้ได้ก่อนเดินทางมาดินแดนหยวนอามารแล้ว
หลังจากที่ลู่ซือรับทัณฑ์สวรรค์จรดปฐพีแล้ว สภาพร่างกายบาดเจ็บสาหัสทั้งภายนอกและภายใน แต่ด้วยมีจักระกิเลนอยู่ ทำให้สามารถใช้เคล็ดวิชาดึงพลังปราณรักษาเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ช่วยให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อประสานตัวได้เร็ว รวมถึงกระดูกที่แตกหัก ก็ประสานเสมือนหนึ่งไม่เคยบาดเจ็บมาก่อนในเวลาที่ไม่นานนัก
เคล็ดวิชานี้ ต้องขอบคุณจักรพรรดิกิเลน ที่ได้ถ่ายทอดวิชาที่มีค่ามหาศาลนี้ในวัฏะที่แล้ว และโชคดีที่ลู่ซือได้ตระหนักรู้เช่นกันในวัยหกขวบ ก่อนที่จะเข้าสำนักเทพสวรรค์
ในเวลานั้นเอง ...
"เปรี้ยง ..." เสียงฟ้าด้านบน ฟาดผ่าลงมาที่ลู่ซืออย่างแรงอีก
"เปรี๊ยง..." ฟ้าที่สว่างสดใสก็มีทัณฑ์สวรรค์อีกครั้ง สายฟ้าที่ฟาดลงมาเข้ามากลางหัวของลู่ซือที่กำลังอยู่ระหว่างการนั่งรักษาตัว พื้นที่รอบตัวลู่ซือระเบิดกระจายเป็นหลุมลึกทันที ฝุ่นควันฟุ้งกระจายพร้อมกับไฟที่ลุกโชนบนร่างของลู่ซือ ทัณฑ์ฟ้าดินที่กระแทกเหมือนมีของแข็งมาทุบที่กลางหัวและความร้อนมหาศาลก็เผาร่างลู่ซือทันที
เสียงกรีดร้องของผู้คนเมื่อเห็นสภาพของลู่ซือที่ถูกไหม้ด้วยไฟ
"ลู่ซือ ข้าจะช่วยเจ้า" อ้ายเหม่ย หนิงเซียน จงฮวา ต่างมองหน้ากันแล้ววิ่งเข้าไปจะช่วยดับไฟที่เผาอยู่บนร่างลู่ซือ แต่เมื่อเข้าไปในระยะใกล้ตัว ไฟที่ไหม้อยู่กลับระเบิดเป็นวงแหวน กระแทกทั้งสามออกมา วงแหวนระเบิดนี้ ระเบิดซ้ำออกมาอีกหลายครั้ง ทำให้หลายคนบาดเจ็บ จนทำให้ต้องถอยออกมาห่างจากลู่ซือ
ในขณะที่ลู่ซือกำลังถูกไฟเผาไหม้ ร่างก็เริ่มไหม้เกรียมและกลายเป็นฝุ่นผง
"ฮ่า ฮ่า" ในที่สุด ข้าก็ได้เห็นจุดจบ แม้แต่ฟ้ายังไม่ยอมรับตัวตนของเจ้าเลย" ฮุ่ยหมิงตะโกนออกมาด้วยความสะใจ
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ร่างที่มอดไหม้เป็นผง กลับก่อตัวทีละน้อย เป็นรูปเป็นร่าง แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าเจ้าสำนักก็คาดเดาได้ว่า ก่อร่างสร้างตน ขั้นก่อกำเนิดในตำนาน เมื่อกล่าวออกไปผู้คนก็มีทั้งเชื่อและไม่เชื่อ
การก่อตัวทีละน้อยเริ่มมากขึ้น ๆ กลายเป็นรูปร่าง
"เปรี้ยง ... ฟ้าผ่าลงมาติดต่อกันบนยอดเข้าที่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า อย่างต่อเนื่อง และวนกลับมาที่ยอดเขาที่ห้าใหม่
"เปรี้ยง" ฟ้าผ่าลงมาอย่างแม่นยำบนร่างลู่ซือที่กำลังก่อตัว
แต่ในคราวนี้ด้วยพลังเอกภพที่ลี้เฟยกำลังรักษาตัว ทำให้เกิดการหลอมรวมของทัณฑ์ฟ้าดินจรดปฐพีและพลังเอกภพได้เป็นอย่างดี ทำให้พลังเจตจำนงในจักระมังกรและมังกรดาวจันทาราที่ก่อกำเนิดฟื้นคืนพลังอย่างสมบูรณ์ในเวลาเดียวกัน ก้าวเข้าสู่วิถีจักรพรรดิขั้นต้นได้สำเร็จ
เหตุการณ์ดังกล่าวใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วยาม แม้จะไม่นาน แต่ก็ไม่ใช่ระยะเวลาอันสั้น สำหรับผู้ถูกทัณฑ์สวรรค์ แม้กระทั่งผู้ดูอยู่รอบข้างเองก็หวาดหวั่น
"หากเป็นข้า ข้ามั่นใจว่าข้ารับทัณฑ์ระดับนี้ไม่ได้" จงหมานกล่าว
"ข้าก็คิดเช่นนั้น" หนานซื่อที่ยืนอยู่กับจงฮวาก็ตระหนักเช่นกัน
"ทำไมทัณฑ์นี้ถึงได้รุนแรง และมาอีกนะ" อ้ายเหม่ยรำพึง
"ข้าเองก็น่าจะไม่ไหว รุนแรงขนาดนี้" หนิงเซียนพึมพำในคอ
ลู่ซือประสานมือไว้ที่หน้าตัก แล้วยกแขนทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า จากนั้นม้วนกลับประสานไว้ที่หน้าตักเหมือนเดิม เป็นการเดินพลังจักระให้ครบจุด ลู่ซือลืมตา พบกับผู้คนรอบข้างมากมายยืนรออยู่
"ลู่ซือ ... เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" หนิงเซียนเป็นคนแรกที่วิ่งเข้ามาถาม
"ผิวเจ้าขาวเนียนกว่าเดิมอีก รูปลักษณ์เจ้าดูเป็นหนุ่มขึ้นกว่าเดิมนะ" อ้ายเหม่ยสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจน
"ลู่ซือ" จงฮวาก็เช่นกัน แต่นางเพียงแต่เรียกชื่อเบา ๆ
"อืม ข้าปลอดภัยแล้ว"
"นี่คือทัณฑ์สวรรค์จรดปฐพีในตำนาน" เจ้าสำนักกล่าวขณะที่เดินเข้ามา
"ถูกต้องท่านเจ้าสำนัก นี่คือ ทัณฑ์สวรรค์จรดปฐพี นี่คือระดับสูง แต่ไม่ใช่สูงสุดของทัณฑ์สวรรค์นี้" ลู่ซือกล่าวอธิบายตอบ
ลู่ซือลุกขึ้นยืน ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่มองมา ทว่าเพียงสองสามอึดใจ เสียงโฮกของมังกรก็ดังออกมาจากที่ลานชั้นห้า พลันดาบเขี้ยวมังกรในร่างของลู่ซือก็ปรากฏบนฟ้าอีกครั้ง
ผู้คนเห็นดังนั้น ก็รีบพุ่งไปแย่งชิงดาบที่ลอยอยู่ด้านบน แต่ว่า มีหรือที่ใครจะจับต้องได้ เมื่อเข้าใกล้ ปราณดาบก็ซัดใส่คนผู้นั้นขาดกระจุย ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณให้ไปเกิดใหม่
ในขณะที่คนไม่กลัวตายพุ่งเข้าไปหาดาบ ทัณฑ์สวรรค์ใหม่ก็ปรากฏ และฟาดลงมาที่ตัวดาบ ตัวดาบร้องโฮกฮาก และลอยขึ้นไปรับพลังฟ้าที่ส่งลงมา จนกระทั่งฟ้าสว่างสดใส ดาบเขี้ยวมังกรก็ร้องโฮกเสียงดังสนั่นอีกครั้ง จากนั้นจึงลอยเข้ามาที่ลู่ซือ ท่ามกลางความงุนงงและอิจฉาริษยาของคนมากมายที่ต้องการครอบครอง
เมื่อลู่ซือจับดาบ วงแหวนสีแดงพลันสว่างครอบร่างลู่ซือจากหัวจรดเท้า แสงสีแดงเข้มนี้ คือ โลหิตของจักรพรรดิมังกรที่ถูกเจตจำนงหลอมรวมไว้ในดาบในวัฏะก่อน แม้จะนานมาแล้ว แต่พลังยังไม่เสื่อมคลาย
"มิติแห่งมังกร"
"มิติแห่งเวลา"
"มิติแห่งดาบ"
"ทั้งหมดหลอมรวมเข้ากับจักระมังกรข้าแล้ว" ลู่ซือกล่าวออกมาต่อหน้าผู้คนอย่างแผ่วเบา