time-

    ‘19’ / 1

            เช้าวันศุกร์ที่ใครๆหลายคนอยากให้มาถึงคงเพราะวันนี้จะเป็นสุดท้ายของสัปดาห์ที่จะได้ไปเรียนไม่ก็ไปทำงานเพราะวันพรุ่งนี้ก็จะได้หยุดแล้ว

            แต่สำหรับไทม์มันไม่เลย…เขาไม่ได้อยากไปมหาลัยเลยแถมวันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด เพราะปี 1 คณะวิทย์ฯ จะต้องไปเข้าค่าย 5วันของมหาลัย ซึ่งหมายความเขาจะต้องอยู่กับติมกับบูม 5 วัน

            “เป็นอะไรรึเปล่าคะ”ลูซี่เอ่ยถามคนตรงหน้าที่เอาแต่เขี่ยข้าวในจานไม่หยุด

            “แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะครับ”วันนี้ลูซี่มานอนที่บ้าน พักหลังมานี้เธอมักจะมานอนที่นี่บ่อยๆส่วนหนึ่งเพราะความเป็นห่วง ส่วนที่สอง เพราะคิดถึง

            ลูซี่ที่เห็นใบหน้าซึมเศร้าในใจก็รู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้ลูซี่เอื้อมมือไปลูบหัวของเธอเบาๆ

            “มีอะไรก็ระบายให้พี่ฟังได้นะคะพี่พร้อมจะฟังและพร้อมจะเป็นกระสอบทรายให้เราระบายจนกว่าจะหายเครียดเลยค่ะ”

            ประโยคของลูซี่ทำเอาไทม์ถึงกับหลุดขำ“ฮ่าๆๆ ขอบคุณมากนะครับ”

            แม้จะน้อยนิดแต่ถ้ามันทำให้ไทม์ยิ้มได้เธอก็ดีใจแล้ว

            รถยนต์ขับไปตามถนนใหญ่ตรงไปยังมหาวิทยาลัยไม่นานก็ถึงที่หมายรูซี่บังคับพวงมาลัยเข้าจอดสถานที่นัดรวมตัวของเด็กปี 1 คณะวิทย์ฯไทม์หยิบข้าวของลงจากรถพลางกวาดตามองหาเพื่อนชายจนไปหยุดกับติมที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่ม้าหิน

            “มีอะไรก็โทรมาได้ตลอดนะคะถ้าโทรหาพี่ไม่ติดก็โทรหาคนอื่นๆ ที่พี่ให้เบอร์ไว้นะคะ”

            “ครับงั้นผมไปก่อนนะครับ”

            ลูซี่โบกมือลาคอยยืนมองไทม์จนเดินขึ้นรถไปเมื่อรถบัสคันใหญ่ขับออกไปจนลับสายตามือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะโทรหาใครบางคน

            “ว่างป่ะช่วยไรอย่างนึงดิ”

            บนรถบัสที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจ๊อกแจ๊กจอแจแต่ละคนต่างดูตื่นเต้นที่จะได้ไปเข้าค่ายต่างกับพวกเขาที่ไม่ได้ดูอยากจะไปสักนิด

            ไทม์เหลือบมองบูมที่นั่งเบาะเยื้องขวาเขานั่งคนเดียวใส่หูฟังเงียบๆ แต่ดูเหมือนบูมจะรู้ตัวว่าเขาจ้องอยู่บูมหันมาทำให้ติมต้องรีบหันหน้าหนี

            ย้อนกลับไปเมื่อ1 ชั่วโมงก่อนตอนที่มาถึงมหาลัยไทม์เข้าไปหาติมที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนขณะที่กำลังนั่งคุยเล่นก็เหลือบเห็นบูมที่เดินมาอยู่ไกลๆตอนแรกเขาทำท่าจะเดินเข้ามาแต่พอสบตากับไทม์เขาก็เดินเลี่ยงไปทันที

            ที่บูมเป็นแบบนั้นติมบอกว่าหลังจากที่ส่งพวกเขาเสร็จบูมก็โทรมาหาเขามาถามว่าพวกเขาได้ไปไหนกันต่อมั้ย แล้วไทม์พูดอะไรหรือเปล่าติมที่ได้ฟังก็รู้สึกหงุดหงิดก่อนจะเค้นถามบูมจนเขายอมเล่า

            พอติมได้ฟังจากปากบูมทั้งเรื่องที่บูมชอบเขากับเรื่องที่คุยกับไทม์ติมไม่ได้รังเกียจเรื่องที่บูมชอบเขาหรอกแต่เขาหงุดหงิดที่บูมดันไปพูดไม่ดีกับไทม์ที่ว่าห้ามให้ไทม์ไปไหนมาไหนกับติม

            ติมไม่เข้าใจว่าเขาพูดแบบนั้นไปเพื่ออะไรการที่ไทม์อยู่กับติมไม่ได้แปลว่าจะทำให้เขาโดนหาเรื่องไปด้วยหรือเป็นสาเหตุให้เจ็บตัวที่เขาเจ็บตัวก็เพราะตัวเขาเอง เขาแค่อยากจะปกป้องเพื่อน ก็แค่นั้นเอง

            แน่นอนว่าหลังจากที่ไทม์ได้ยินแบบนั้นเขาก็แอบรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้เพื่อนต้องแตกแยกแต่ติมก็คอยปลอบและให้เหตุผลว่าที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ก็เพราะตัวบูมเองต่างหาก

            รถบัสขับไปตามถนนเส้นหลักเวียงจ๊อกแจ๊กจอแจเริ่มเบาลงจนได้ยินแต่เสียงเครื่องยนต์ของรถจนขับมาถึงจังหวัดหนึ่งที่คาดว่าน่าจะช่วงครึ่งทางแล้วรถบัสจะได้ทำการจอดที่ปั๊มเพื่อให้นักศึกษาได้ทำการแวะพักและเข้าห้องน้ำ

            ไทม์กับติมลงมาเข้าห้องน้ำขณะที่ไทม์กำลังยืนรอติมสายตาก็เหลือบเห็นว่าบูมก็มองเขาอยู่ก่อนจะหลบสายตาไป

            “เสร็จล่ะ”

            “อือจะไปซื้ออะไรกินมั้ย”

            “ไปดิ”

            สองหนุ่มเดินเท้าเข้าซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อหาซื้อขนมขณะที่ไทม์กำลังจะเดินไปจ่ายตังก็เหลือบไปเห็นติมกำลังยืนคุยกับบูมไกลๆไทม์ขยับไปหลังเชลท์เพื่อจะแอบฟัง

            “กูขอโทษกูไม่น่าพูดแบบนั้นเลย”

            “คนที่ควรขอโทษคือไอ้ไทม์ไม่ใช่กูนะ”

            “กู…”

            “กูไม่รู้ว่ามึงคิดยังไงกับไอ้ไทม์นะแต่อย่างที่กูเคยบอกถ้ามึงยังคิดว่าเป็นเพื่อนอยู่ก็ควรไปขอโทษและเคลียร์ใจกันตรงๆ”

            “อือไว้จะไปคุยนะ” พูดจบบูมก็เดินออกจากมินิมาร์ทไป ไทม์เดินไปจ่ายเงินก่อนจะหันไปมองติมที่กำลังถอนหายใจและทำสีหน้าที่ดูเหนื่อย

            “ไหวมั้ยมึง”

            “ก็โอเคอ่ะนะ”

            “ไปๆไปขึ้นรถกันเถอะ” พูดพลางดันหลังเพื่อน ไทม์ก็คิดหนักไม่ต่างจากเพื่อนหรอกเขาไม่ตอยากให้มันเป็นแบบนี้ อยากให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม

            รถบัสขับไปเรื่อยๆตามเส้นทางเส้นทางจนในที่สุดก็มาถึง

            “หยิบสัมภาระแล้วมาเข้าแถวตามสาขาตรงนี้นะอย่าลืมตรวจเช็คของด้วยถ้าลืมไม่มีใครตามไปเอาให้นะ”อาจารย์หัวหน้าคณะพูดใส่โทรโข่ง

            นักศึกษาปี1 ทยอยเดินมาเข้าแถวตามที่อาจารย์บอกก่อนจะเริ่มทำการแบ่งกลุ่มสำหรับแบ่งห้องนอนและแน่นอนว่าไทม์ได้อยู่กับติมกับเพื่อนต่างสาขารวมถึงบูมด้วย

            “ขอนอนนี่นะ”เพื่อนต่างสาขาคนหนึ่งวิ่งตรงไปยังห้องนอนชั้นบนสุดก่อนจะกระโดดลงบนเตียงโดยไม่รอเพื่อนคนอื่นๆแบ่งห้อง

            “มึงนี่รอให้ชาวบ้านแบ่งห้องก่อนดิวะ”

            “ไม่เป็นไรๆหรอก เดี๋ยวพวกเรานอนห้องอื่นก็ได้ มันก็น่าจะเหมือนๆ นั่นแหละ”เพื่อนต่างสาขาคนหนึ่งเอ่ย

            หลังจากตกลงแบ่งห้องสรุปแล้วห้องไทม์มีเขาติม, บูมและเพื่อนต่างสาขาอีกสองคน

            ขณะที่กำลังจัดกระเป๋าเพพื่อนต่างสาขาคนนึงที่ก่อนหน้านี้วิ่งเข้ามาจองห้องก่อนเอ่ยถามเพื่อนใหม่อีกสามคน

            “นี่ๆพวกนายอยู่สาขาเดียวกันใช่ป่ะ”

            “ใช่ทำไมอ่ะ”

            “อยู่กลุ่มเดียวกันอ่อ”

            คำถามของเพื่อนใหม่ทำเอาบรรยากาศในห้องถึงกับเงียบกริบก่อนจะมีเสียงตบหัวของเพื่อนใหม่อีกคนที่ตบเพื่อนจนหัวแทบหลุด

            “มึงนี่ถามอะไรดูบรรยากาศมั้ง”

            “อะไรเล่ากูผิดอะไร กูจะไปรู้มั้ยว่าเขาทะเลาะกันอ่ะ” แม้จะพูดเสียงเบาแต่เขาได้ยินนะชัดด้วย

            “ยังอีก!!”ว่าจบก็ถีบเพื่อนชายไปอีกหนึ่งดอก เอาให้อีกคนตกเตียงไปเลย “โอ๊ย!!!”

            “ไม่เป็นไรหรอกๆ”

            ก๊อกๆ

            “อาจารย์เรียกแล้วนะ”เสียงเคาะประตูกับเสียงตะโกนของเพื่อนคนอื่นจากด้านนอกให้ทั้งห้าคนละไปมอง

            “เออๆเดี๋ยวไป” เพื่อนใหม่ตอบออกไป

            “งั้นไปเถอะ”ติมเอ่ยก่อนจะนำเพื่อนออกไป ไทม์แอบเหลือบมองบูมที่เดินตามมาเงียบๆสีหน้าของเขาดูอึดอัดจนอยากจะร้องไห้แต่ก็ต้องกลั้นไว้

            ไทม์ชะลอความเร็วจะเข้าไปคุยแต่ก็ถูกเพื่อนเรียกจนต้องละออกไป

            เอาไว้เคลียร์ทีหลังก็แล้วกัน

             

     

            กิจกรรมเข้าค่ายวันแรกดูปกติไม่มีอะไรมากแค่การสัมนาเรื่องอาชีพและวิชาสาขาที่เรียน โดยจะมีการแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 5 คนโดยกลุ่มของไทม์สมาชิกก็กลุ่มที่นอนด้วยกันนั่นแหละและเขาก็ได้รู้จักชื่อเพื่อนใหม่

            คนที่พูดมากดูกวนๆชื่อบาจา ส่วนอีกคนที่ดูเหมือนพ่อแต่ก็ไม่ใช่พ่อชื่อธิน

            “แล้วสรุปเราจะทำเรื่องอะไรกันดี”ธินเปิดประเด็น ทั้ง 5คนสุมหัวประชุมตกลงกันเรื่องโปรเจ็คเพราะพวกเขาจะต้องส่งชื่อเรื่องภายในวันนี้

            “ไหนๆเราก็เรียนเขียนโปรแกรมกันมานี่ มาเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับเกมส์กันป่ะ”ทันทีที่บาจาเสนอความคิดเห็นก็ถูกธินโบกหัวทันที

            “พ่องมึงสิเข้าค่ายแค่ห้าวันจะทำเว่อร์ไปเพื่อ” บาจาได้แต่เกาหัวแกกๆก่อนจะหันไปถามความเห็นคนอื่น

            “แล้วพวกมึงว่าไงอ่ะจะทำไรกัน”

            สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้พวกไทม์ถึงกับงงตาแตกจะไม่ให้งงได้ยังไงก็พึ่งจะรู้จักกันก็เรียกมึงกูกันแล้ว

            “อ่า…ยังคิดไม่ออกอ่ะ”

            “แล้วมึงอ่ะติม”

            “แปปกำลังหา reference จากเน็ตอยู่”

            “แล้วมึงอ่ะบูมใช่มั้ย” บูมที่ได้ยินเพื่อนเรียกชื่อก็สะดุ้งเฮือก “เอ่อ…คือ”

            “หือ?” ด้วยท่าทางอึกอักๆทำให้เพื่อนในกลุ่มพากันหันไปมองด้วยความสงสัยแต่พอเขายิ่งถูกจ้องมองมากเท่าไหร่กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนอยากจะร้องไห้มากเท่านั้น

            ไทม์ที่เริ่มเห็นบูมเหมือนจะร้องไห้จึงรีบหันไปอธิบายให้เพื่อนใหม่“เอ่อ…บูมเขาเป็นคนขี้อายน่ะ เขาเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยเก่งเวลาเจอเพื่อนใหม่ก็เป็นแบบนี้แหละ”

            “อ่าวหรอโทษๆ”

            “มึงนี่ถามอะไรไม่ดูเพื่อนเลย” ธินหันไปสวดเพื่อนชายหนึ่งยก “เอ้า! กูผิดอีกล่ะ”

            จากบรรยากาศตอนแรกที่ดูตึงตอนนี้กลับมาปกติแล้วบูมแอบเหลือบมองเพื่อนชายที่ตอนนี้กำลังห้ามเพื่อนใหม่พลางตีกับความคิดในหัวทั้งที่เขาพูดไม่ดีแท้ๆ แต่ทำไมถึงช่วยเขาเอาไว้นะ

            หลังจากที่ถกเถียงกันมาสักพักสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปคือพวกเขาจะทำโปรเจ็ค UI EngineGame มันง่ายสุดและพวกเขาก็อยากทำด้วย

            ส่งเรื่องให้อาจารย์เสร็จสรรพก็เป็นเวลาพักพอดีหลังจากรับกล่องข้าวมาทั้ง 5 หนุ่มก็เดินหาที่นั่งจนมาได้ที่สวนใกล้ๆ หอประชุม

            “ข้าวค่ายนี่โคตรจืดเลย”

            “มีให้แดกก็ดีแค่ไหนล่ะ”

            “แง~”

            เสียงก่นบ่นของเพื่อนใหม่ที่ไม่ว่าจะกี่ทีก็ทำให้ขำได้ทุกรอบไทม์รู้สึกขอบคุณอยู่ลึกๆ เพราะความบันเทิงของสองเพื่อนใหม่คนนี้ทำให้บรรยากาศในกลุ่มดูไม่อึดอัด

            “กินข้าวเสร็จไปเดินเล่นกันมั้ย”

            “แถวนี้มันมีที่เดินเล่นด้วยหรอวะ”ติมหันไปถามบาจาที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ “อีอิ(มีดิ)”

            “แดกให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพูดได้มั้ย”บาจากลืนข้าวคำใหญ่ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นทาดื่มตาม “มี!”

            “ไม่ต้องพูดรอบสองก็ได้มั้ง”

            “มันอยู่ไกลมั้ยอะ”

            “ไม่ไกลๆห้างตรงข้างหลังหอนี่เอง”

            “เอางั้นก็ได้”

            หลังจากทานข้าวกันเสร็จทั้ง5 คนก็เดินลัดเลาะมาตามถนนข้างหอประชุมตรงไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ๆโชคดีที่อาจารย์ให้เวลาพักตามสบายจะไปไหนก็ได้แต่ห้ามไกลแต่ขออย่างเดียวโปรเจ็คต้องเสร็จ

            ขณะที่กำลังเดินเล่นไปเรื่อยอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นมาสคอตเป็ดน่ารักกำลังถือไวโอลินยืนเล่นเพลงอยู่ไม่ไกล

            “โอ๊ะมีเป็ดเล่นไวโอลินด้วยแฮะ”บาจาไม่พูดเปล่าเขาเดินตรงไปยังมาสคอตเป็ดตัวนั้นก่อนเพื่อนคนอื่นๆ จะเดินตามมา

            มาสคอตเป็ดบรรเลงเพลงด้วยไวโอลินตัวเดียวอย่างไพเราะไทม์ไม่รู้หรอกว่าเพลงที่เป็ดตัวนั้นกำลังเล่นอยู่นั้นมันเป็นเพลงอะไรแต่มันกลับเพราะจนไม่อยากหยุดฟังเลย

            ไม่นานเพลงก็หยุดลงพร้อมกับเสียงปรบมือจากผู้คนที่มายืนดูรวมถึงพวกไทม์ด้วยเป็ดตัวนั้นก้มโค้งขอบคุณพร้อมกับแสดงท่าทางดีใจน่ารักออกมาแต่จังหวะหนึ่งที่ไทม์ได้บังเอิญสบตาเป็ดตัวนั้นจู่ๆ รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

            “เป็นไร”ติมหันไปถามเพื่อนชายที่จู่ๆ ก็ทำท่าขนลุก

            “ป่าวแค่รู้สึกเย็นๆ เฉยๆ สงสัยแอร์ตกมั้ง” ติมขมวดคิ้วปมพลางมองสำรวจรอบๆแอร์ตกอะไรตรงนี้มันไม่มีแอร์ด้วยซ้ำ

            “นี่ไปเล่นเกมเซ็นเตอร์กัน”เสียงกึ่งยานของบาจาให้ทุกคนต่างหันไปมองก่อนจะพากันเดินออก “เออๆ ไปดิ”

            ไทม์ที่กำลังจะหันหลังเดินออกก็ต้องหยึดชะงักเมื่อหันไปก็พบว่าเป็นมาสคอตตัวนั้นกำลังดึงเสื้อเขาอยู่

            “เอ๊ะ? มีอะไรหรอครับ”

            คุณเป็ดไม่ได้เอ่ยอะไรแต่เพียงทำท่าทางเขินอายยิ่งทำให้ไทม์ยิ่งงงไปใหญ่

            “อะไรอ่ะหรือว่า น้องเป็ดถูกใจมึงแล้ว” ประโยคของบาจาทำเอาไทม์ถึงกับขมวดคิ้วแต่ก็ต้องขมวดคิ้วกว่าเพราะว่าคุณเป็ดตัวนี้ดันพยักหน้าตอบด้วย

            “เอาจริงดิ”

            “เห็นมั้ยล่ะ”

            “แล้วจะทำไงอ่ะจะให้เขาเดินไปด้วยมันก็แปลกๆ อยู่นะ”

            ไทม์จับมือเป็ดก่อนจะยกยิ้ม“ขอบคุณสำหรับความชอบนะครับ ผมก็ชอบคุณเป็ดเหมือนกัน แต่ตอนนี้พวกเราต้องไปแล้วคงจะอยู่เชียร์คุณไม่ได้ เอาไว้วันหน้าถ้าเจอกันอีกผมจะมานั่งฟังคุณเป็ดเล่นไวโอลินทั้งวันเลยนะครับ”

            ทันทีที่ปล่อยมือและเห็นว่าไทม์จะเดินจากไปคุณเป็ดก็พุ่งเข้าไปกอดขาไทม์ทันทีทำให้เขาเกือบจะหน้าทิ่ม

            “เหวอ!คุณเป็ดคุณทำอะไรน่ะครับ”

            “ไม่เอานะ!”เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงคุณเป็ดแม้จะออกผ่านนกหวีดบีบเสียงก็ตาม

            “เอาว่ะซีนการละครแล้วหนึ่ง” บาจาพูดอย่างสนุกสนาน “เอ่อ…คุณเป็ดใจเย็นๆ นะครับ ผมต้องไปจริงๆ”

            “ไม่เอาๆจะอยู่กับเขา จะอยู่กับเขา ไม่ให้ไปไหนเด็ดขาด” คุณเป็ดกอดขาแน่นพร้อมกับเอาหน้าถู

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”หมีมาสคอตตัวหนึ่งวิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้วิ่งมาตีคุณเป็ดก่อนจะใช้แรงดึงคุณเป็ดจนหลุดออกคุณเป็ดแดดิ้นกับพื้นนั่นยิ่งทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าสายตากว่าเดิม

            “หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้นะ!!!”คุณหมีตีคุณเป็ดที่ยังคงดื้อดึงก่อนจะค่อยๆ ลากออกไปจนลับสายตาคนตรงนั้นและพวกไทม์ได้แต่ยืนมองอย่างงงงวย

            “อะไรวะเนี่ย”

            นั่นสิอะไรวะเนี่ย 

    คล้ายกับเรื่องtime- ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891