พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่46 300รายชื่อสัตว์ร้าย

             ทว่ามาถึงคู่แรกสัปดาห์วันท้าประลอง สนามประลองก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที เมื่อเอิญจี ศิษย์สายนอกลำดับที่2 ท้าสู้ประลองกับ ลู่ซือหยาง ศิษย์สายนอกลำดับที่1 อย่างไม่มีเกรงกลัว สะทกสะท้าน

     


             เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากัน แรงกดดันสายเลือด 300รายชื่อสัตว์ร้าย ก็ปรากฏออกมาให้ผู้คนประหลาดใจ “หืม!! 300รายชื่อสัตว์ร้าย ไม่คิดว่าผู้มีสายเลือด เช่นนี้ จะกลายมาเป็นศิษย์สายนอก” ผู้อาวุโสลำดับ1 หลี่เจียง กล่าวพูดพร้อมฝ่ามือถูคาง ด้วยความประหลาดใจ

     


    คนอื่นๆ ได้ยินยังพยักหน้ารับ แม้แต่ลู่ซือหยาง นางยังรู้สึกถึงแรงกดดันสายเลือดน้อยๆ จากสตรีนามว่าเอิญจี

     


             “เจ้าระวังตัวให้ดีล่ะ!!” ครั้นสิ้นคำกล่าวเตือนของนาง กรงเล็บอินทรีทอง ปรากฏร่างเงาทับซ่อนจางๆ หมายมั่นจะจบการต่อสู้ ไม่คิดประมาทชายหนุ่มหน้าหวานอีกต่อไป

     


             เมื่อกรงเล็บแหลมคม ฝ่ามือทั้งสองข้างเอิญจี พุ่งปราดเข้าโจมตี ไล่ต้อน กดดัน ลู่ซือหยาง ให้ฝีเท้าต้องถอยร่น ออกไปอย่างต่อเนื่อง เสียง เปรี้ยง!! เคร้ง!! ดังออกมาไม่ขาดสาย มาพร้อมพลังโจมตี ที่ดุดันแข็งกร้าว ราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง

     


            ทว่าก็ต้องยอมรับว่า เพลงกระบี่ของลู่ซือหยาง ยังคงตั้งรับได้ดี  เมื่อลู่ซือหยาง สวนกระบวนท่านางแอ่นออกบิน ตวัดคลื่นกระบี่ออกมาเป็นวิถีโค้ง มันก็ทำให้ เอิญจี นางหยุดชะงักชั่วครู่ เมื่อโดนแรงปะทะ ราวกับถูกปืนใหญ่ยิงใส่เข้า จังๆ พร้อมริมฝีปากนาง ต้องกัดกรามไว้จนแน่น ฝ่ามือเกิดการสั่นไหวเล็กๆ เห็นได้ชัดว่า ทักษะของลู่ซือหยาง ไปแตะอยู่ ระดับสูงแล้ว

     


            หากนางไม่ทำอะไรสักอย่าง ไม่ช้านางก็จะเป็นเหมือนซูหมิง เมื่อเอิญจี เข้าไปใกล้อีกฝ่าย นางก็ประสานฝ่ามือ ปลดปล่อยทักษะสายเลือด อินทรีสลัดขน ปราณพลังที่ก่อรูป เป็นปีกอินทรีสีทอง ส่งแสงสีทองแหลม ออกไปทั่วทุกทิศทุกทางทันใด

    ฟู่! วิ้ง! พร้อมคลื่นสีทองแสบตาเล็กๆ

     


            ทำให้ ลู่ซือหยาง นางต้องกัดกรามไว้แน่น เมื่อกายา นางเกิดบาดแผล มีโลหิตไหลซึม จากการถูกแสงสีทองทิ่มแทง ลู่จางชายแก่หนวดเคราขาว เห็นลู่ซือหยาง มีโลหิตไหลซึม เขามีสีหน้าไม่พอใจเล็กๆ ก่อนจะเก็บโทสะกลับไป

     


           เมื่อเห็นวิชาราชสีห์คำราม ลู่ซือหยางแค่นเสียงสำแดงออกมา โฮก!! พร้อมคลื่นเสียงที่รุนแรง ทำให้เอิญจี ต้องตกลงจากลานประลองไปอย่างรวดเร็ว ด้วยสีหน้ามึนงงไม่อยากเชื่อ แม้แต่คนอื่นๆ ก็เช่นกัน หลางเทียนใช้ตาข้างเดียวดูอย่างตั้งใจ เขาแทบจะตกลงจากที่นั่ง เมื่อคลื่นเสียง ปะทะโชยหน้าเขา ก่อนลู่ซือหยางจะคลี่ยิ้มบางมาให้

     


              ภาพเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเร็วมากในเสี้ยวพริบตา ผู้อาวุโสลำดับ3 หยวนหาญ ถึงกับกล่าวพูดชมออกมา น้อยนักที่จะเห็นเขาเอ่ยชมผู้ใด “วิชานี้ไม่เลว เกรงว่าจะเป็นวิชาระดับสูง ที่หายากยิ่งซินะ”

     


             ชายแก่ลู่จาง คลี่ยิ้มกล่าวตอบออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ถูกต้อง แม้จะเป็นวิชาระดับสูง แต่ก็เป็นวิชาใช้ขัดเกลาเบื้องต้นเท่านั้น” ครั้นหลายคนได้ยินต่างก็ อิจฉาลู่ซือหยาง ไอ้เด็กหนุ่มหน้าหวานขึ้นมา พวกเขาฝึกฝนวิชาส่วนใหญ่ ได้แค่ฝึกฝนวิชา ระดับทั่วไป ดีหน่อยก็แค่ระดับกลางเท่านั้น


     

             เอิญจี นางเดินกลับไปนั่งที่ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เห็นได้ชัด ลู่ซือหยาง ไอ้เด็กหนุ่มหน้าหวาน ต้องการจะจบการต่อสู้ ชนิดที่ไม่ให้นางเจ็บตัวมากนัก นางจึงแค่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ หากลู่ซือหยางชนะการประลอง3ครั้งรวด เขาก็จะกลายเป็นศิษย์สายนอกคนแรก ที่เข้าเป็นศิษย์สายใน ด้วยเวลาที่รวดเร็วที่สุด

     


    ศิษย์สายนอกคนอื่นๆ เองก็กล่าวพูดออกมาเช่นกัน“ข้าตาไม่ฝาดใช่หรือไม่ เอิญจีนางแพ้การประลอง แล้วอย่างงี้ใครจะหยุด ลู่ซือหยางได้”

     


             ขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสบางคน เริ่มทยอยจากไป เขาไม่ได้สนใจการประลอง ของศิษย์สายนอกคนอื่นๆ หลงเหลือเพียงผู้อาวุโสไม่กี่คน ที่ยังคงสนใจ การประลองของเจ้าหลางเทียนอยู่

     


             ทว่าเมื่อเห็น เจียวเหยียนยังคงนั่งนิ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้หลางเทียน เขาห่างตาสั่นกระตุกขึ้นมาถี่ยิบ เมื่อศิษย์สายนอกลำดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็น เอี้ยงจี้ทง ศิษย์ลำดับ 7 เหวินถิง อดีตศิษย์สายนอกลำดับ10 ที่เขาเคยจัดการ เมื่อการประลองคราวก่อน ท้าต่อสู้ พวกเสี่ยวเฉา กงม่อซือ หาญป้า แม้พวกเขาจะไม่ได้สนิทกันมากนัก แต่ก็ถือว่ามีความผูกพันไม่น้อย

     


             เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นการจงใจจัดฉาก หักแขนหักขา เพื่อนๆ มิตรสหายของเขา ทำให้หลางเทียน ที่นั่งแคะขี้มูก เริ่มโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา เมื่อเห็นรอยยิ้มของ ผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน

     


             แม้แต่ผู้อาวุโส3 หยวนหาญ ที่มองชมภาพศิษย์ของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ถูกจัดการทีละคน แล้วโยนออกมาด้านนอกสนามประลอง ราวกับ หมู หมา เขากลั้วหัวเราะยิ้มออกมากว้าง ด้วยความชอบใจ เห็นได้ชัดว่า ผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน จัดการโชว์นี้ ให้เป็นพิเศษสำหรับตัวเขา


     

             ก่อนเสียง อัก!! เสี่ยวเฉา ร่างจะลอยกระเด็นออกมา จากสนามประลอง ขณะเดียวกันปากเขา ก็พ้นเลือดสดออกมาคำใหญ่ หลางเทียนที่เข้าไปดูอาการบาดเจ็บ ของพวกเขาเพียงสัมผัสฝ่ามือ เขาก็รับรู้ได้ว่า พวกเขาบาดเจ็บหนัก กระดูกภายในร่างหักกันถ้วนหน้า เกรงว่าคงต้องพักฟื้น ร่วมสัปดาห์แน่

     


    “พวกเจ้าไม่เป็นอะไรนะ”

     


    เสี่ยวเฉา ไอแค่กๆ เขารับรู้กระดูกซี่โครงเขาหัก ก่อนโบกมือ บอกหลางเทียนว่า “ไม่เป็นอะไร”

     


             “ไม่เป็นไรกับผีนะสิ” หลางเทียนโกรธเคือง กล่าวพูดยังไม่ทันได้ความ เขาก็ถูกเด็กหนุ่มที่ขึ้นสนามประลอง เจียวเหยียน เอ่ยพูดขัดจังหวะออกมา พร้อมสายตา ฉายประกายความโอหัง เมื่อเขาหักนิ้วมือดังขึ้นมาทีละนิ้ว บ่งบอกถึงการ อยากจะหักกระดูกของอีกฝ่ายเต็มทน

     


    “ถึงตาเจ้าแล้วหลางเทียน เจ้าเด็กบ้า รีบขึ้นสนามประลองมาได้แล้ว”

     


    คล้ายกับเรื่องพันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ) ที่คุณอ่าน