วันแรกของการเรียน
- ห้องพัก -
“ตื่นได้แล้วธีโอ เช้าแล้ว วันนี้เรียนวันแรกนะ จำได้ใช่ไหม”
เชลบี้ปลุกธีโอที่หลับลึกั้แ่เมื่อวานยันเช้าของอีกวัน ถ้าเขาไม่ปลุกนะ มีหวังธีโอไม่ตื่นแน่ๆ เขาบ่นกับตัวเองในใจพลางมองไปยังธีโอที่กระวีกระวาดตื่นไปอาบน้ำ เชลบี้กวาดสายตามองไปยังสัมภาระของธีโอที่กระจัดกระจายอยู่ข้างเตียงพร้อมกับถอนหายใจ
“ธีโอนะธีโอ… ไปส่องกระจกอีกสักหน่อยดีกว่า” พูดจบเชลบี้ก็เดินไปส่องกระจกอีกรอบแล้วยิ้มออกมา
ดูเขาตอนนี้สิ ดูดีสุดๆ ชุดยูนิฟอร์มที่นี่เข้ากับเขาสุดๆ ไปเลย เสื้อคอวีสีขาวแขนยาวทับด้วยโค้ตยาวสีกรม ตรงอกปักตราของสถาบันด้วยดิ้นสีทอง กางเกงแสล็คสีกากีกับรองเท้าสีดำคู่กับเข็มขัด
“อืมมม.. ใส่สร้อยสักหน่อยดีกว่าแหะ” มือขาวเอื้อมไปหยิบสร้อยมาใส่ทันที “เรียบร้อย” เชลบี้หมุนซ้ายขวาเช็คความเรียบร้อยอีกที ยังไม่ทันได้เดินออกไปดูธีโอก็โดนขัดจังหวะซะก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
หือ? ใครมากัน? ช่างเถอะเปิดดูก่อนละกัน
“ สวัสดี ฉันชื่อ- ” โคเอนชะงักทันทีที่เชลบี้เปิดประตูออกมา นี่มัน.. คนหรือนางฟ้า สายตาของโคเอนจ้องเขม็งไปที่เชลบี้ คนตรงหน้าเขานี่มัน… ดูดีสุดๆ ไปเลย ผิวขาว ผมหยักศกสีแอปปริคอตรับกับตากวางหวานๆ ริมฝีปากอวบอิ่มสุขภาพดี สีเืฝาดที่แก้มนั่นก็ด้วย แถมยูนิฟอร์มที่สวมอยู่ก็เข้ากับเขา ให้ตายเถอะ…เขาช่า-
“เฮ้! ฮัลโหล นายจ้องอะไร แล้วนายมีธุระอะไร” มือของเชลบี้โบกไปมาเรียกสติคนตรงหน้าเขา ไอ้หมอนี่จ้องเขาอย่างกับจะกินเขาเข้าไปเลย
“โอ๊ะ! โทษทีๆ สวัสดีฉันชื่อโคเอน เลียม ยินดีที่ได้รู้จักนะ” โคเอนแนะนำตัวเสร็จก็ยิ้มกว้างให้กับเชลบี้
“เชลบี้ เบลซ ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน” ไอ้หมอนี่มัน.. ดูสิ ยิ้มกว้างเชียว หน้าตาดูก็รู้เลยว่าเป็พวกขี้อ่อย “แล้วมีธุระอะไร”
“อ้อ อีก 10 นาทีรถรางที่จะมารับเราไปที่ตึกเรียนจะมาแล้ว ฉันเลยมาชวนนั่งไปด้วยกันน่ะ ไหนๆ แล้วเราก็อยู่ข้างห้องกัน”
“แล้วรูมเมทนายไปไหนซะล่ะ ถึงมาชวนฉันที่ไม่แม้แต่รู้จักกัน” หมอนี่มีอะไรแอบแฝงแน่ๆ คอนเฟิร์ม!
“รูมเมทฉันเขาไปก่อนแล้วน่ะ เราไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ แหะๆ” โคเอนยกมือลูบท้ายทอยแก้เขินเบาๆ ใครจะบอกว่ามารอไปตึกเรียนด้วยกันเล่า!
“ขอบใจนะ แต่ไม่ดีกว่า”
“เดี๋ย-”
ปึง!
“ใครเหรอเชลบี้ คุยกันซะนานเชียว” ธีโอะโถามเชลบี้จากห้องแต่งตัวด้วยความสงสัยเต็มเหนี่ยว
“คนข้างห้องชื่อโค โค อะไรสักอย่างเนี่ยแหละ ฉันไม่ทันฟัง หมอนั่นเอาแต่จ้องหน้าฉันตลอดเลย ขนลุกชะมัดยาด” บรื๋อ เชลบี้ลูบแขนตัวเองเบาๆ
“ฮะฮะ หมอนั่นตกหลุมรักนายเข้าให้แล้วแน่นอน!” ธีโอหัวเราะออกมาเสียงดังเพราะนึกออกเลยว่าเชลบี้จะทำสีหน้าแบบไหน
“ไม่ขำนะ แล้วจะเสร็จรึยัง”
“เสร็จแล้วๆ” ธีโอตอบเชลบี้พร้อมกันเดินยืดอกออกมาอย่างมั่นใจ “เป็ไง ดูดีใช่ไหมล่ะ”
ผมดำยาวสลวยของธีโอพร้อมตาสีอัลมอนด์นั่นทำให้ธีโอดูดีจริงๆ นั่นแหละ
“อือๆ ไปเถอะ ฉันอยากรู้แล้วว่าเราจะได้เรียนอะไรวันนี้”
ว่าจบก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกัน ดีที่ไม่มีคนอื่นมากวนใจระหว่างรอรถรางไปที่ตึกเรียน
.
.
.
- ตึกเรียนปี 1 -
บริเวณหน้าตึกเต็มไปด้วยนักศึกษาปี1 เหมือนกับพวกเขาสองคนเต็มไปหมด ทุกๆ คลาสเรียนจะแบ่งตามระดับพลังเป็ห้องๆ ไป แต่ว่าวิชาที่เรียนจะเป็แบบเดียวกันหมด ทุกคนเดินคุยกันเข้าตึกไปอย่างสนุกสนาน ดีที่ไม่ม่ใครมาสนใจกัน
“คนเยอะเนอะเชลบี้” ธีโอพูดกับเชลบี้แล้วมองดูที่นักศึกษาคนอื่นๆ เดินกันอย่างควั่กไคว่
“เยอะอยู่แล้ว ที่นี่สถาบันอันดับหนึ่งเลยนะ” ใช่… สถาบันอันดับหนึ่ง…“ไปกันเถอะ”
.
.
.
เดินหาห้องอยู่แป๊บหนึ่งก็เจอห้องเรียนตัวเองสักที กว้างจนหายากเลยแฮะ
เชลบี้หันไปมองหน้าธีโอแล้วพยักหน้าพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปด้วยกันด้วยความมั่นใจ ทุกสายตาและเสียงพูดคุยหยุดลงทันทีที่เห็นทั้งสองคนเดินเข้าไป แค่ครู่เดียวเท่านั้นทุกอย่างก็กลับเป็ปกติ
ที่นั่งถูกจัดเรียงเป็สามแถวเป็ลำดับขั้นคล้ายกับขั้นบันได,กระได โดยเว้นทางเดินไว้คั่นซ้ายขวาของแถวที่นั่งตรงกลาง ธีโอมองหาที่นั่งอยู่สักครู่หนึ่งก็ลากเชลบี้ไปที่แถวหลังสุดริมหน้าต่างทันที
“ตรงนี้แหละดีสุด”
“เราจะได้เรียนวิชาอะไร นายรู้ไหมธีโอ”
“แน่นอนว่า! ฉันไม่รู้” ดวงหน้าหวานคล้ายกับตุ๊กตาเชิดขึ้นตอบเชลบี้อย่างมั่นใจ
ได้ยินธีโอตอบอย่างนั้นทำเอาเชลบี้ห่อเหี่ยวทันที นั่นสิ เขาจะไปถามคำถามมีสาระกับคนเพี้ยนๆ อย่างธีโอได้ยังไง เชลบี้เหลือบตามองธีโอแล้วถอนหายใจใส่อย่างเอือมๆ ช่างเถอะ
“โธ่… อย่างอนเลยหน่าาาา” ธีโอเขย่าแขนเชลบี้ไปมาแล้วพูดอ้อนเชลบี้ไม่หยุด เสียงพูดงุงงิงของธีโอทำเอาเขามึนหัวเลยแฮะ
แต่แล้วทุกคนก็ต้องหยุดชะงักเพราะรู้สึกถึงความกดดันของพลังของผู้ที่เข้ามาใหม่
“สวัสดีทุกคน ผมมิสเตอร์คาเรน จีนส์ เป็ผู้สอนวิชาพื้นฐานของพลังจิตทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ” เสียงทุ้มน่าเกรงขามของมิสเตอร์คาเรนที่ถูกเปร่งออกมาทำเอาทุกคนยืดตัวตรงพร้อมเรียนทันที
“เอาล่ะ เตรียมตัวให้ดี เพราะวิชานี้จะเป็ตัวบ่งบอกว่าพวกคุณเป็ผู้ใช้พลังจิตประเภทไหนและมีความเกี่ยวข้องกับการทดสอบที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าด้วย” มิสเตอร์คาเรนพูดพร้อมกับกวาดสายตาสังเกตนักศึกษาทุกคนอย่างเงียบๆ
“ขออนุญาตถามค่ะ” เป็ผู้หญิงผมเปียที่นั่งหน้าสุดยกมือเอ่ยถาม มิสเตอร์คาเรนไม่ตอบแต่กลับผายมือออกเพื่อเป็การอนุญาตแทน
“ทำไมถึงมีการทดสอบคะ ทั้งๆ ที่บอกว่าจะไม่มีการทดสอบความสามารถ” สาวผมเปียหรือก็คือ คาร่า มาร์ซ หญิงสาวจากตระกูลใหญ่ในเมืองเวลส์
“ใช่ เราไม่การทดสอบความสามารถ ทุกคนสามารถเลือกเข้าสถาบันไหนก็ได้ตามที่้า แต่… หลังจากเข้ามาแล้วเราจะมีเวลาให้เรียนรู้ถึงความสามารถและพลังของตนเองเพื่อทดสอบว่าเราคู่ควรที่จะศึกษาในสถาบันจริงหรือไม่ ทุกสถาบันก็เป็แบบนี้เหมือนกัน”
“ค่ะ.. เข้าใจแล้วค่ะ” คาร่าตอบรับด้วยน้ำเสียงหงอยๆ แถมมีเสียงหัวเราะเยาะเธอดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลังนั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกอายเข้าไปใหญ่
“พวกนั้นนิสัยไม่ดีเลยนะ” ธีโอกระซิบกับเชลบี้เบาๆ แต่สายตาจ้องไปที่กลุ่มสาวๆ ผมบลอนด์พวกนั้น
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก” เชลบี้มองไปที่สาวผมเปียด้วยความเห็นใจ ดูท่าแล้วเธอน่าจะมาเข้าเรียนที่นี่คนเดียว โชคดีที่เขารู้จักธีโอมาก่อนแล้ว “ไว้ค่อยไปคุยกับเธอทีหลัง”
“โอเคเล๊ยย”
.
.
.
“วันนี้เราจะมาทำความรู้จักถึงประเภทของพลังจิต…พลังจิตมีทั้งหมด 3 ประเภท ประเภทที่ 1 คือสายโจมตีทางกายภาพ โดยแปรพลังจิตเป็คลื่นพลังโจมมีและควบคุมวัตถุรอบตัวเป็อาวุธได้ สามารถต่อสู้ระยะประชิดและระยะไกลได้ ประเภทที่ 2 คือสายโจมตีทางจิตโดยตรง ก็ตรงตัวเลยโจมตีทางจิต จะโจมตีเข้าไปทางจิตใจและควบคุมสมอง ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งกว่าจะง่ายต่อการโดนโจมตีกลับและจะาเ็ไปถึงทะเลจิตที่เป็ศูนย์รวมของพลัง เน้นโจมตีระยะไกลและประเภทสุดท้าย คือ สายเยียวยา พลังจิตสายเยียวยานั้นหายากกว่าสองประเภทแรกเพราะต้องมีพลังจิตที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งพอตัวเลย ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่อัตราการเยียวยาก็จะยิ่งสูงขึ้นตาม…. ”
ระหว่างที่มิสเตอร์คาเรนอธิบายถึงประเภทของพลังจิตเชลบี้ก็คิดถึงไปตอนที่เขาเข้าตรวจพลัง พลังจิตที่เขาใช้มันเป็ประเภทไหนเขาก็ไม่อาจรู้ได้ แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าเขาสามารถรู้สึกและััถึงมันได้
“นี่! อย่าเหม่อสิ นี่มันเื่สำคัญที่เราต้องรู้นะ!” ธีโอเอ็ดเชลบี้เสียงเขียวเพราะเขาเห็นว่าเชลบี้อยู่ๆ ก็เหม่อแบบไร้เหตุผลขึ้นมา
“โทษทีๆ” ตั้งสติสิเชลบี้ เื่นี้เป็เื่สำคัญ!
“ทั้ง 3 ประเภทนี้เป็ประเภทหลักๆ แต่ก็จะมีประเภทพิเศษด้วยก็คือคนที่มีพลังมากกว่าหนึ่งสายในตัว ตัวอย่างเช่นพลเอกแมคเคนน่า สตีฟที่มีพลังจิตทั้งสายโจมตีทางกายภาพและสายโจมตีทางจิต เพราะพลังทั้งสองสายนี้รวมตัวกันจึงทำให้ท่านพลเอกแข็งแกร่งมาก อีกคนหนึ่งก็คือพลโทเจมส์ สมิธที่มีพลังจิตสายโจมตีทางกายภาพและสายเยียวยา ฟังดูดีใช่ไหม? แต่มันมีความขัดกันอยู่อย่างหนึ่งคือถ้าหากบาลานซ์พลังทั้งสองสายไม่เท่ากันก็จะทำให้พลังสายใดสายหนึ่งประสิทธิภาพลดลงทันที จึงยากที่จะควบคุมให้เท่ากันได้ และสุดท้ายคือสายโจมตีทางจิตและสายเยียวยาเป็ประเภทพิเศษที่หายาก พลังทั้งสองสายนี้เป็พลังที่เสริมกันได้ดีอย่างมหาศาลแต่คนที่มีพลังนี้มักจะอายุสั้น… ตอนนี้คนที่มีพลังนี้ก็คือภรรยาของพลเอกแมคเคนน่า สตีฟ ซึ่งตอนนี้เธอก็เหลือเวลาอยู่ไม่มากแล้ว… ”
มิสเตอร์คาเรนพูดจบก็ยืนเงียบไปสักพักหนึ่ง สายตาและสัหน้าของเขาดูเศร้ามากเลยหรือว่าเขารู้จักกับภรรยาของพลเอก แต่ความจริงมันก็น่าเศร้าจริงๆ นั่นแหละ ทั้งๆ ที่มีพลังที่สุดยอดขนาดนั้นแต่กลับต้องแลกด้วยอายุขัยที่สั้นลง แล้วเราล่ะ…
เชลบี้ก้มมองมือของตัวเองด้วยความรู้สึกที่สับสน รู้สึกแปลกๆ มาตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เหมือนกันเมื่อวันก่อน ทำไมเราไม่รู้สึกถึงพลังจิตเลย แต่กลับรู้สึกถึงพลังอย่างอื่นมากกว่า….. หรือเราจะคิดมากไปเองนะ…
“นี่ธีโอ.. นายว่าฉันจะใช้พลังจิตได้จริงๆ ไหม”
“ถามอะไรเนี่ย ถ้าไม่มีพลังจิตนายจะเข้าเรียนที่นี่ได้ยังไงละเชลบี้ คิดอะไรเพ้อเจ้อจัง” ธีโอมองเชลบี้ด้วยสายตาประหลาดๆ แปลกคน อยู่ๆ ก็ถามคำถามแปลกๆ
“เอาล่ะ นี่เป็เื่สำคัญที่ทุกคนต้องจำ เพราะเราจะมีการทดสอบพลังว่าเราเป็ประเภทไหนกันแน่ ซึ่งการทดสอบนี้จะแบ่งออกเป็ 3 อย่างตามประเภทของพลังจิต คือ การทดสอบพลังจิตทางกายภาพ การโจมตีทางจิตและการเยียวยา เมื่อผลลัพธ์ออกมาแล้วทุกคนจะถูกแบ่งตามประเภทของพลังเพื่อเรียนรู้การใช้พลังของตัวเองให้คล่องแคล่วในคลาสการฝึกพิเศษ ซึ่งจะมีทุกวันหลังจากที่ทำการทดสอบหาประเภทเรียบร้อยแล้ว”
“เข้าใจไหม!”
“เข้าใจครับ/ค่ะ!”
“อ้ออ.. แล้วก็คลาสเรียนปกติจะมีเหมือนเดิม เรียนตามกลุ่มเดิม ยกเว้นคลาสฝึกพิเศษซึ่งจะแบ่งตามประเภทของพลังและจะรวมนักศึกษาทุกระดับพลังของปี 1 ทั้งหมด อย่าลืมซะละ” มิสเตอร์คาเรนพูดจบก็ส่งเอกสารให้คนแถวหน้าสุดส่งต่อมายังคนข้างหลัง
“เอกสารที่อยู่ในมือคือสถานที่ของการเรียนคลาสฝึกพิเศษและอาจารย์ผู้สอนการใช้พลังแต่ละประเภท ดูแล้วจำให้ดี แล้วเจอกันตอนบ่าย เราจะทดสอบหาประเภทของพวกเธอที่สนามหลังตึกเรียนนี้”
หลังจากแจกเอกสารเสร็จก็มิสเตอร์คาเรนก็เดินออกไปทันที พร้อมกับเสียงกริ่งที่ดังขึ้น บ่งบอกว่าเป็เวลาพักเที่ยงแล้ว
“เราไปหาอะไรกินกันเถอะ หิวแล้วววว” เสียงโหยหวนของธีโอทำเอาเชลบี้ถึงกับเบ้หน้าเลยทีเดียว
“เบาๆ ได้ไหม หิวก็รีบไป เร็วๆ” เชลบี้พูดจบก็หยิบกระเป๋าเดินออกไปไม่รอธีโอที่ตอนนี้รีบกวาดทุกสิ่งอย่างลงกระเป๋าอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งตามไป
“รอด้วยยยยยยย!”
ติดตามตอนต่อไป…..
(ประเภทพลังจิตของเชลบี้คือ….)
****************
แงงงๆ หายไปเกือบเดือนเลยทีเดียว ขอโทษด้วยนะคะ ติดงานด้วย ติดการ์ตูนก็ด้วย แหะๆ แต่วันนี้มาต่อแล้วค่ะ จะไม่หายไปอย่างนี้อีกแล้วค่าาาาาา อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนน้าาาาาา
ฝากเอ็นดูน้องเชลบี้กันเยอะๆ นะคะ