ท่ามกลางแสงสลัว แววตาของฮ่องเต้หนุ่มกลับสว่างไสวดุจแสงตะวัน เมื่อองครักษ์ชุดดำยื่นจดหมายลับให้เขาฉบับหนึ่ง หลังเปิดอ่านจนละเอียดจึงโยนกระดาษแผ่นนั้นลงอ่างไฟกลางห้องเพียงพริบตาเปลวไฟก็เผากระดาษนั้นเป็นเถ้าธุรี
"เปลี่ยนแผน ข้าจะไปที่แคว้นหนานอย่างลับๆ ส่งข่าวให้คนของเราอย่าพึ่งทำอะไร รอฟังคำสั่งจากข้าก่อน"
"สวีกงกง รูปเหมือนของนางส่งให้คนของเราครบแล้วใช่หรือไม่?"
"เรียนฝ่าบาท กระหม่อมส่งให้ครบทุกคนแล้วพะย่ะค่ะ เพียงแต่พระองค์จะเดินทางไปแคว้นหนานจริงๆ หรือพะย่ะคะ คนผู้นั้นอันตรายมากเลยนะพะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงว่า..."
"เราตัดสินใจแล้ว หากเราไม่ไปด้วยตัวเอง คนผู้นั้นจะยอมให้นางมาช่วยแคว้นเราหรือ สายของเราบอกมาว่าคนผู้นั้นซ่อนนางเอาไว้เหมือนใข่ในหิน แทบประคองนางไว้ใจกลางฝ่ามือ หากคนของเราไม่มีภาพเหมือนของนางคงไม่รู้ว่านางซ่อนตัวอยู่ที่พรรคพยัคฆ์ทมิฬ"
"สวีกงกงให้คนไปเรียก ติ้งอ๋องกับเกาหยาง โม่เยี่ยแล้วก็ราชครูเสิ่นมาพบเราด่วน"
"พะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"
สวีกงกงรับคำสั่งขององค์เหนือหัวด้วยสีหน้ากังวลใจ
เพียงไม่นานร่างของติ้งอ๋องอนุชาของอดีตฮ่องเต้ผู้เป็นอา ชายวัยสี่สิบกว่าปีมีสีหน้าสงสัยเมื่อหลานชายผู้ที่เป็นฮ่องเต้คนปัจจุบันก็คนคนมาตามกลางดึก
ไม่ต่างกับราชครููเสิ่นผู้เป็นอาจารย์ของหยางหลงไท่ก็มีสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน
"อีกสองวันเตรียมตัวให้พร้อมเกาหยางโม่เยี่ย เราจะออกเดินทางไปแคว้นหนานเพื่อไปเชิญท่านเทพธิดามาแคว้นหยาง เพื่อทำพิธีช่วยเรื่องภัยแล้งของแคว้นเราด้วยตัวเอง การเดินทางครั้งนี้เป็นความลับ ข้าฝากที่นี่กับท่านด้วยนะเสด็จอา ท่านราชครูเสิ่น "
"พระองค์ทรงทราบแล้วหรือพะย่ะค่ะว่านางอยู่ที่ใด"
"ตอนนี้สายของเราส่งข่าวมาให้เราแล้วว่านางพักอยู่ที่พรรคพยัคฆ์ทมิฬกับจักรพรรดิปีศาจที่แคว้นหนาน"
ติ้งอ๋องได้ยินชื่อจักรพรรดิปีศาจก็น่าซีดตัวสั่นขึ้นมาทันที หากหยางหลงไท่ ไปทำให้คนผู้นั้นไม่พอใจขึ้นมาแคว้นหยางจะเป็นเช่นไรหากขาดผู้นำ
" ไม่ได้! กระหม่อมไม่ยอมให้พระองค์ไปนะพะย่ะค่ะ มันอันตรายเกินไป"
ราชครูเสิ่นร้องห้ามเสียงหลง การตัดสินใจนี้ของฝ่าบาทอันตรายยิ่งนัก
"ฝ่าบาทพระวรกายสูงส่ง เหตุใดต้องไปเองพะย่ะค่ะ กระหม่อมขออาสาไปแทนพระองค์เองพะย่ะคะ"
ติ้งอ๋องคิดว่าหากเกิดอันใดขึ้นกับเขาไม่เป็นไรเพราะเขาอายุมากแล้ว เทียบกับฮ่องเต้แล้วพระองค์ทรงสำคัญกว่า
"ท่านคิดว่าระดับคนผู้นั้นเป็นใคร หากเราไม่ไปเอง คนผู้นั้นต้องไม่ยอมให้นางเดินทางมาช่วยแคว้นหยางเป็นแน่ ประชาชนสำคัญกว่า หากประชาชนของเรายังเดือดร้อนแล้วเราจะมีร่างกายที่แข็งแรงไปเพื่ออะไรกัน"
ตอนนี้สถานการณ์แคว้นหยางไม่ใคร่จะสู้ดีนักหากยังเป็นแบบนี้อีก หากเป็นแบบนี้ต่อไปประชาชนในแคว้นไม่แคร้วต้องอดตาย เงินในท้องพระคลังก็แทบจะไม่เหลือ เอาออกไปช่วยประชาชนไม่น้อยแล้ว ภัยแล้งครานี้ยาวนานนัก
ฝนไม่เคยตกมาหลายปีมิรู้ว่าเกิดอาเพศอันใด น้ำที่เคยมีก็เหือดแห้ง ราชสำนักส่งพืชพันธุ์ไปช่วยก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อไม่มีแหล่งน้ำการเพาะปลูกพืชผักก็ชะงัก
'มีเพียงนางเท่านั้นที่จะช่วยพระองค์ได้'
"ท่านโหรหลวงอวี้ ทำนายไว้แล้วว่านางผู้เป็นเทพธิดาจะนำพาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความสุขแก่ราษฎร หวังว่าท่านอาคงจำได้เรื่องที่ท่านโหรหลวงทำนายไม่เคยผิดพลาดสักครั้ง ข้าเชื่อว่าคราวนี้ ถ้าหากนางยอมมาช่วย แคว้นของเราต้องรอดพ้นจากวิกฤตคราวนี้แน่นอน"
ทรงย้ำในเรื่องที่โหรหลวงอวี้ทำนายเอาไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนที่แคว้นหนาน ไม่ว่าเรื่องอันใดหากท่านโหรหลวงกล่าวไม่เคยมีไม่ถูกต้องตระกูลอวี้เป็นตระกูลเก่าแก่ที่อยู่มาหลายชั่วอายุคน อยู่มาหลายราชวงศ์ประชาชนทุกแคว้นให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก จนคนทั้งสองยอมจำนนต่อวาจาของนายเหนือหัว
"ในเมื่อนางคือความหวังเดียวของเราเหตุใดเราจึงไม่ต้องไปเองเล่า ร่วมสุขทุกข์ของประชาชนมันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรับผิดชอบเราจะนั่งมองประชาชนของเราอดตาย โดยที่เรามีโอกาสที่จะช่วยได้ แต่กลับไม่ทำเพราะมัวแต่กลัวนั่นกลัวนี่ แล้วจะมีเราเป็นฮ่องเต้ไปเพื่ออะไร "
แต่เมื่อฮ่องเต้ตัดสินใจแล้วแล้วก็ยังคงหนักแน่นไม่ยอมเปลี่ยนใจพวกเขาทั้งหมดได้แต่ขอสวดมนต์ภาวนาให้คนผู้นั้น ยินยอมให้เทพธิดาผู้นั้นเดินทางมาที่แคว้นหยางด้วยเถิด
"กระหม่อมรับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ"
ในเมื่อยังคิดหาทางออกอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วผู้เป็นโอรสสวรรค์ตัดสินใจไปแล้วพวกเขายังจะทำอย่างไรได้อีก จากนี้ก็ให้เป็นหน้าที่ของโชคชะตา พวกเขาหวังว่าการตัดสินใจไปเยือนแคว้นหนานในครั้งนี้ขององค์เหนือหัวของพวกเขาคงไม่ใช่เรื่องผิดพลาด จนทำให้พวกเขาต้องสูญเสียองค์ฮ่องเต้ของแคว้นหยางไปตลอดกาลเลย ขอสวรรค์เบื้องบนจงเมตตาประชาชนแคว้นอย่างด้วยเถิด....